เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 107 : ภาพบันทึกเพลงดาบสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

บทที่ 107 : ภาพบันทึกเพลงดาบสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

บทที่ 107 : ภาพบันทึกเพลงดาบสะท้านฟ้าสะเทือนดิน


บทที่ 107 : ภาพบันทึกเพลงดาบสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

“ท่านอาจารย์เจ้าคะ ข้าลืมบอกไป ได้ยินมาว่าชายชุดดำผู้นั้น ใช้เพียงดาบเดียวก็บีบให้ผู้เฒ่าอินหมางต้องจบชีวิตตนเอง ณ ที่ตรงนั้นเลยเจ้าค่ะ” ซูหวานเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

นางเซียนเมฆาสีชาด: “…...”

ภายในหินบันทึกภาพ เพลงดาบอันเจิดจรัสกระบวนนั้น ไม่เพียงแต่จะสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วนที่มุงดูอยู่บนขุนเขาอินหมางเท่านั้น

แต่ทว่ามันยังสร้างความสะเทือนใจให้กับนางเซียนเมฆาสีชาด หนึ่งในสุดยอดฝีมือที่แท้จริงแห่งดินแดนฝ่ายเหนือเช่นกัน

แม้จะมองผ่านหินบันทึกภาพ แต่นางเซียนเมฆาสีชาดก็ราวกับสัมผัสได้ถึงเจตนาดาบอันน่าสะพรึงกลัวที่ปะทุออกมา

เพลงดาบนี้ ราวกับสามารถทะลวงผ่านมิติได้!

มังกรไร้เขาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งมีพลังเพียงแค่ครึ่งก้าวปรมาจารย์…การต้องมารับเพลงดาบนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการประเมินมันสูงเกินไปจริงๆ

ถึงขนาดที่ว่านางเซียนเมฆาสีชาดอดประเมินในใจไม่ได้ว่า หากเป็นตนเองในสมัยที่ยังอยู่แค่ขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นที่สาม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเพลงดาบนี้...ก็อาจจะไม่สามารถถอยกลับออกมาได้อย่างสมบูรณ์

ไม่น่าเชื่อว่าในดินแดนฝ่ายเหนือ จะปรากฏปรมาจารย์ที่มีวิถีดาบน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ขึ้นมาได้

พอลองครุ่นคิดอย่างละเอียดแล้ว นางเซียนเมฆาสีชาดก็ค้นพบด้วยความตกตะลึงว่า...ในบรรดาผู้ฝึกตนสายดาบแห่งดินแดนฝ่ายเหนือทั้งหมดที่นางเคยพบเจอมา

ดูเหมือนว่าจะหาคนที่มีวิถีดาบพอจะทัดเทียมกับเขาได้...แม้แต่คนเดียวก็ไม่มี

ซึ่งนั่นรวมไปถึงประมุขแห่งนิกายอัสนีคราม ผู้มีพลังขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นที่เจ็ดและฝึกฝนวิชาดาบอัสนีครามด้วย

เมื่อจ้องมองไปยังเงาร่างที่ถูกบันทึกไว้ในหินบันทึกภาพ ในดวงตาอันงดงามของนางเซียนเมฆาสีชาดก็พลันฉายประกายอันแปลกประหลาดออกมาไม่หยุด

อาจกล่าวได้ว่า หากก่อนหน้านี้เป็นเพราะสถานะปรมาจารย์ยุทธ์ของเขาเพียงอย่างเดียวที่ทำให้นางอยากจะชักชวนเขาเข้าร่วมนิกายเมฆาสีชาด

ถ้าอย่างนั้นในตอนนี้ นางเซียนเมฆาสีชาดก็สามารถฟันธงได้อย่างแน่วแน่แล้วว่า คนผู้นี้...มีคุณสมบัติพอที่จะทะลวงสู่ขอบเขตที่เหนือกว่าปรมาจารย์ได้อย่างแน่นอน!

อนาคตของเขานั้นไร้ขีดจำกัด!

ทันทีที่เขาได้เลื่อนขึ้นสู่ขอบเขตปรมาจารย์ขั้นที่เจ็ด เมื่อนั้นเเค่อาศัยวิถีดาบอันเหนือล้ำของเขา ก็สามารถกล่าวได้ว่าไร้ผู้ต่อต้านในหมู่ปรมาจารย์ด้วยกันแล้ว

ถึงแม้จะเป็นนางเซียนเมฆาสีชาดเอง ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะเขาได้

“ขุนเขาอินหมาง...”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางเซียนเมฆาสีชาดก็พลันเคลื่อนกายจากไป ทิ้งไว้เพียงน้ำเสียงอันเยือกเย็นจางๆที่ยังคงดังก้องอยู่ในโถงใหญ่

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวข้าจะเดินทางไปยังขุนเขาอินหมางด้วยตนเองสักครั้ง เพื่อเชิญเขาเข้าร่วมนิกาย...”

ภายในโถงใหญ่ ซูหวานยืนนิ่งอึ้งไปเป็นไก่ตาเเตก

เพราะท่านอาจารย์ที่ปกติมักจะไม่ค่อยใส่ใจเรื่องส่วนใหญ่ กลับจะเดินทางไปยังขุนเขาอินหมางด้วยตนเองงั้นหรือ?!

แต่ก็นั่นแหละ ปรมาจารย์ยุทธ์ที่มีอนาคตไกล อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนอิสระ

สำหรับท่านอาจารย์ที่มุ่งมั่นจะฟื้นฟูนิกายเมฆาสีชาดแล้ว ก็นับว่ามีแรงดึงดูดมหาศาลจริงๆ

….

ณ เมืองเมฆาใบไม้

เรื่องราวบนขุนเขาอินหมางได้ถูกส่งผ่านมาถึงที่นี่แล้วผ่านทางช่องทางการสื่อสาร

ถึงขนาดที่ว่า แม้แต่หินบันทึกภาพที่บันทึกศึกครั้งใหญ่นั้นเอาไว้ รวมถึงเพลงดาบสะท้านฟ้ากระบวนนั้น ก็มีคนมองเห็นช่องทางทำกำไร จึงได้เริ่มทำสำเนาออกมาเป็นจำนวนมากแล้วส่งมายังในเมือง

พวกเขาใช้เงินห้าตำลึงเงินซื้อหินบันทึกภาพว่างเปล่ามา หลังจากทำสำเนาภาพลงไปแล้ว ก็เพิ่มราคาขายเพื่อทำกำไรทันที

ความคมชัดของสำเนานั้นจะมัวกว่าเล็กน้อย ขายในราคาก้อนละสิบตำลึงเงิน

ราคานี้สำหรับชาวบ้านทั่วไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นราคาที่สูงลิบลิ่ว ไม่มีใครจะซื้อหามาอย่างแน่นอน

แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่แล้ว ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับรวบรวมพลังปราณ แค่กัดฟันหน่อยก็ยังพอจะจ่ายไหว

และโอกาสที่จะได้ชมการลงมือของปรมาจารย์ยุทธ์ระดับแนวหน้าแห่งดินแดนฝ่ายเหนือเช่นนี้ ก็ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

ต่อให้จะสามารถบรรลุเคล็ดวิชาได้เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยจากในนั้น สำหรับตนเองแล้วก็นับเป็นวาสนาโอกาสครั้งใหญ่

ด้วยเหตุนี้ หินบันทึกภาพฉบับทำสำเนาจึงถูกแย่งชิงจนหมดเกลี้ยงในทันทีที่ถูกส่งไปยังเมืองใหญ่ต่างๆ

….

ณ ตระกูลเจียง

เจียงหลิงเยว่ที่ได้ยินข่าวคราวมา ก็ได้ซื้อหินบันทึกภาพฉบับทำสำเนาที่ยังอุ่นๆอยู่มาได้ก้อนหนึ่ง

นางวิ่งเข้าไปในสวนเล็กๆ ของเจียงชิงเกออย่างตื่นเต้น พลางร้องตะโกนอย่างดีใจ

“พี่หญิงออกมาเร็วเข้า ข้าไปแย่งชิงของดีมาได้!”

เจียงชิงเกอที่เพิ่งจะตรวจบัญชีที่ได้มาจากร้านค้าหลายแห่งเสร็จ ก็ได้ยินเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากข้างนอก

พอเดินออกจากห้องมา ก็เห็นเจียงหลิงเยว่ชูก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่งขึ้นมาราวกับเป็นของล้ำค่า

“นี่เจ้าทำอะไรของเจ้า” เจียงชิงเกออดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

เจียงหลิงเยว่ชูก้อนหินในมือขึ้นอย่างดีใจ พลางกล่าวว่า

“พี่หญิง ท่านรู้ใช่ไหมว่านี่คืออะไร”

“ข้ารู้ หินบันทึกภาพ ในร้านค้าของตระกูลเราก็มีของแบบนี้ขายไม่ใช่หรือ”

“ในนี้น่ะ ข้าได้ยินมาว่าบันทึกเพลงดาบสะท้านฟ้าสะเทือนดินของปรมาจารย์ยุทธ์เอาไว้ด้วยนะ!”

ขณะที่พูด ใบหน้าเล็กๆของเจียงหลิงเยว่ดูจริงจังขึ้นมาหลายส่วน

“นี่เป็นแค่ฉบับทำสำเนานะ พอส่งมาแค่ไม่กี่ร้อยก้อน ก็ถูกแย่งชิงจนหมดเกลี้ยงในพริบตาเลย”

“หากว่าสามารถบรรลุเคล็ดวิชาจากในนี้ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อย ก็จะเป็นประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงต่อเส้นทางการบำเพ็ญเพียรในภายภาคหน้าเลยนะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงชิงเกอก็รู้สึกตกใจอยู่บ้าง

นางไม่เข้าใจเรื่องวิถียุทธ์ แต่ก็รู้ดีว่าเส้นทางสายนี้ยากลำบากเพียงใด

มีผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์กี่มากน้อย ที่ต้องติดอยู่ในระดับปราณก่อกำเนิดไปทั้งชีวิต ไม่มีแม้แต่หนทางจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้น้องสาวของนางกลับบอกว่า เพียงแค่หินบันทึกภาพฉบับทำสำเนาก้อนหนึ่ง แล้วบรรลุได้เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อย ก็สามารถสร้างประโยชน์มหาศาลได้แล้ว?

ต้องยอมรับเลยว่า ในตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นของเจียงชิงเกอก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้วเช่นกัน

ครู่ต่อมา สองพี่น้องก็นั่งลงข้างโต๊ะหินในสวน เจียงหลิงเยว่วางหินบันทึกภาพลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เริ่มเปิดใช้งาน...

ภาพฉากหนึ่งก็ถูกฉายออกมาในทันที

สิ่งที่ปรากฏขึ้นในภาพ คือขุนเขาอินหมางที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอก ดูเวิ้งว้างกว้างใหญ่

แต่ทว่าบนยอดเขาในตอนนั้น กลับมีเงาร่างสองร่างยืนอยู่

ร่างหนึ่งชราภาพ ราวกับมองเห็นความผันผวนของโลกมนุษย์มาจนทะลุปรุโปร่ง

อีกร่างหนึ่งสวมชุดสีดำ ปกปิดใบหน้าเอาไว้

พอได้เห็นเงาร่างทั้งสองนี้ เจียงชิงเกอก็ยังรู้สึกเฉยๆกับร่างชราภาพนั้น แต่พอได้เห็นชายชุดดำ...ในใจของนางกลับพลันเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมา

ร่างนี้…มันคุ้นตาอยู่หน่อยๆนะ

แต่ปัญหาคือ นางใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเมฆาใบไม้มาตลอดทั้งปี จำนวนครั้งที่ได้เดินทางไปยังเมืองอื่นที่ใหญ่กว่าก็นับนิ้วได้

โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่ได้รู้จักยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์คนไหนเลย

แต่กระนั้น ชายชุดดำที่สามารถยืนเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าอินหมางผู้โด่งดังทั่วดินแดนฝ่ายเหนือได้ผู้นี้…กลับทำให้นางรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง

“หรือว่า...จะมาจากดินแดนฝ่ายตะวันออก?”

พอคิดไปคิดมา ในใจของเจียงชิงเกอก็พลันเกิดการคาดเดาขึ้นมา

ถ้าจะให้พูดถึงโอกาสที่ได้พบเจอยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์และระดับที่สูงกว่านั้นเป็นจำนวนมาก

พอเจียงชิงเกอลองนึกดู ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเมื่อหลายปีก่อน ที่สองพี่น้องเคยติดตามท่านบรรพบุรุษที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บจากการทะลวงด่าน

เดินทางไปยังดินแดนฝ่ายตะวันออกของแคว้นซวนโจวเพื่อเข้าร่วมงานประมูลแลกเปลี่ยนของสมาคมพ่อค้าซวนโจวครั้งหนึ่ง

ในครั้งนั้น นับว่าได้เห็นยอดฝีมือทางยุทธ์มากมาย ถึงขนาดว่าผู้ที่มีพลังเหนือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เจ็ดขึ้นไปก็มีอยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นงานชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ของแคว้นซวนโจวเลยทีเดียว

“เอ๊ะ พี่หญิง ทำไมข้ารู้สึกว่า รูปร่างของชายชุดดำคนนี้…เขาดูคุ้นๆตาจังเลยนะ?”

ข้างๆกัน เจียงหลิงเยว่ก็มีความสงสัยเช่นเดียวกัน

“มาจากดินแดนฝ่ายตะวันออกหรือ?” เจียงหลิงเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง

เพราะตามข่าวลือบอกว่า ชายชุดดำผู้นี้เป็นสหายของเฉินหลิงเซียง และเฉินหลิงเซียงก็เคยเดินทางไปยังดินแดนฝ่ายตะวันออกหลายครั้งเช่นกัน

การที่จะรู้จักยอดฝีมือทางยุทธ์จากดินแดนฝ่ายตะวันออกของแคว้นซวนโจว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

หลังจากขจัดความสงสัยในใจลงไปแล้ว คนทั้งสองก็จดจ่ออยู่กับภาพที่ถูกฉายออกมา

หินบันทึกภาพชั้นต่ำเช่นนี้ ไม่สามารถบันทึกเสียงเอาไว้พร้อมกันได้ ทำได้เพียงบันทึกฉากเท่านั้น ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ได้ยินบทสนทนาในภาพ

แต่ทว่าเนื้อหาบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย อันที่จริงก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วดินแดนฝ่ายเหนือแล้วเช่นกัน

และแล้ว ทันทีที่ผู้เฒ่าอินหมางสะบัดฝ่ามือออกไป มังกรไร้เขาที่ทรงพลังพอที่จะสยบยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เก้าได้ทุกผู้ทุกนาม ก็พลันปรากฏร่างขึ้นมาจากทะเลหมอกในหุบเขา!

จากนั้น ก็พลันเห็นชายชุดดำลึกลับผู้นั้น ชักดาบยาวธรรมดาๆที่ดูแล้วก็รู้ว่าระดับต่ำเล่มหนึ่งออกมา ก่อนจะฟาดฟันลงไปเพียงดาบเดียว...

เพียงชั่วพริบตา ทะเลหมอกก็ปั่นป่วนรุนแรง

มังกรไร้เขาจบชีวิต….และยอดเขาอินหมางก็ถล่มทลาย!!

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 107 : ภาพบันทึกเพลงดาบสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว