เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 : เทพสังหารผู้นี้…มาที่นี่ด้วยทำไมกัน?!

บทที่ 104 : เทพสังหารผู้นี้…มาที่นี่ด้วยทำไมกัน?!

บทที่ 104 : เทพสังหารผู้นี้…มาที่นี่ด้วยทำไมกัน?!


บทที่ 104 : เทพสังหารผู้นี้…มาที่นี่ด้วยทำไมกัน?!

ในตอนนี้ เด็กสาวหน้าตาสะสวยที่นั่งอยู่บนหลังม้าก็พลันได้ยินเสียงกึกก้องที่ดังไปทั่วอาณาบริเวณนี้พอดี

นางรู้สึกเซ็งอยู่บ้าง

ท่านบรรพบุรุษช่างไม่เชื่อฟังกันเลยจริงๆ!

ทั้งๆที่บอกไปแล้วว่าให้พวกเขาเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยให้อพยพออกจากเมืองลั่วฮวาไปก่อน แล้วค่อยรอให้ลู่เย่เอาชนะได้ ก็ย่อมสามารถกลับมาได้อยู่แล้ว

ส่วนเรื่องถ้าหากพ่ายแพ้...

เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองชายหนุ่มรูปงามในชุดสีดำที่อยู่ข้างๆ

ในเมื่อเขาดูมั่นใจขนาดนี้ แถมยังเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดในดินแดนฝ่ายเหนือ…เขาก็คงจะไม่แพ้อีกฝ่ายหรอกใช่ไหม?

….

เเละคนทั้งสองนี้ก็คือลู่เย่และเฉินหลิงเซียงนั่นเอง

ระหว่างทางที่มายังขุนเขาอินหมางพร้อมกับลู่เย่ เฉินหลิงเซียงยังได้ใช้หยกสื่อสารสั่งการเป็นพิเศษ ให้ตระกูลเฉินเตรียมแผนสำรองเอาไว้สองทาง

นั่นคือหากผู้เฒ่าอินหมางอาศัยบารมีของขุนเขาอินหมางจนไร้ผู้ต่อต้านจริงๆ…ตระกูลเฉินก็จงอพยพออกจากเมืองลั่วฮวาทันที

แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่าพอเพิ่งจะมาถึงขุนเขาอินหมาง นางก็ได้เห็นท่านบรรพบุรุษของตระกูลตัวเองมาเพื่อยอมตายเสียแล้ว...

บรรพบุรุษรุ่นนี้…ช่างดูแลยากจริงๆ!

สิ่งที่พวกนางบอกไป ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ฟังเลยแม้แต่คำเดียว

….

ในขณะเดียวกัน ณ อีกฟากหนึ่งของขุนเขาอินหมาง

ที่แห่งนี้มีทำเลที่ยอดเยี่ยม สามารถมองเห็นภาพบนลานกว้างบนยอดเขาที่อยู่ห่างไกลออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่กระนั้นก็มีคนมาถึงที่นี่ไม่มากนัก

และในบรรดาคนเหล่านั้น ก็ปรากฏร่างของเหล่าสุดยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์อย่างบุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินที่เคยเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ก่อนหน้านี้รวมอยู่ด้วย

บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินทอดสายตามองไปยังผู้เฒ่าอินหมางที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหินริมหน้าผาในแดนไกล ก่อนจะเหลือบมองไปยังบุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษพลางเอ่ยว่า

“ดูเหมือนว่าตาเฒ่านี่จะมีดีอยู่บ้างนะ ข้าสังเกตลมปราณของมันแล้ว เรียกได้ว่าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษ…เจ้าว่าเจ้าจะสามารถจัดการตาเฒ่านี่ได้หรือไม่?”

ทั่วร่างของบุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษดูเหมือนจะมีไอพิษจางๆแผ่ออกมาตลอดเวลา

เขาหันไปมองบุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินที่อยู่บนต้นไม้แล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า

“จะสู้ได้หรือไม่ได้ ข้าไม่รู้…แต่ที่แน่ๆ ข้าไม่เคยถูกใครไล่ล่าเหมือนหมาแบบเจ้ามาก่อน”

บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยิน: “…...”

ไอ้บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษหมาๆนี่ พูดจาได้น่าฟังจริงๆ

อย่างไรก็ตาม บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

“เจ้าอย่าเพิ่งได้ใจไป หากให้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับเจ้าชุดดำนั่นตรงๆมีหวังเจ้าได้เจ็บตัวแน่”

“ได้ยินมาว่าคนผู้นั้นเกลียดชังความชั่วร้ายยิ่งนัก ถ้าหากเรื่องที่นิกายเบญจพิษของเจ้ากำลังทำอยู่ตอนนี้ถูกมันรู้เข้า แล้วต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ…บางทีเจ้าอาจจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิตด้วยซ้ำ”

แม้ว่าวิชาพิษของบุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษในตอนนี้จะยอดเยี่ยมโดดเด่นอย่างแท้จริง ถึงขนาดว่าต่อให้บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินใช้พลังเต็มที่ก็ยังต้องปวดหัวอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับเขา

แต่กระนั้น บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินก็ยังคงเชื่อว่า หากบุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษต้องเผชิญหน้ากับชายชุดดำที่เคยไล่ล่าเขาจริงๆ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

ส่วนเหตุผลน่ะหรือ...ก็เพราะคนผู้นั้นได้สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังไปทั่วดินแดนฝ่ายเหนือในฐานะปรมาจารย์ยุทธ์คนใหม่ล่าสุดนั่นเอง

และก็เป็นไปตามคาด บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษกวาดตามองบุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินอย่างเย็นชา

“หากมันยังอยู่แค่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่เก้า ข้าไม่กลัวมันแม้แต่น้อย! ส่วนขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์...สำหรับข้าแล้ว ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมหรอก”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินถึงกับชะงักไป

บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินย่อมรู้ดีว่า การที่นิกายเบญจพิษต้องการจะยกระดับพลังอย่างรวดเร็วนั้น โดยหลักแล้วก็คือการอาศัยสัตว์เทวะประจำนิกายอย่างตะขาบเทวะเบญจพิษในการบำเพ็ญเพียร

และของมีพิษเช่นนั้น สิ่งที่โปรดปรานที่สุดก็คือการดูดซับโลหิตสดๆ

“นิกายเบญจพิษของข้าอาจจะดำมืด แต่นิกายสามหยินของเจ้าก็ไม่ได้ขาวสะอาดไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก” บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษกล่าวอย่างเย็นชา

“สายการสืบทอดก็ใกล้จะขาดสะบั้นอยู่รอมร่อ แต่กลับสามารถฟื้นตัวกลับมาสู่จุดนี้ได้ในพริบตา…เจ้ากล้าพูดหรือว่านิกายสามหยินของเจ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทูตแห่งจอมมาร แล้วตกลงที่จะทำงานให้มัน”

หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษก็เยาะเย้ยขึ้นมา

“เกรงว่าธงหลอมวิญญาณของพวกเจ้า ก็คงจะสร้างเสร็จไปบ้างแล้วสินะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เดิมทีบุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินก็คิดจะโต้กลับตามสัญชาตญาณ แต่พอได้ยินคำพูดนี้ เขาก็อดที่จะเงียบไม่ได้

ในฐานะบุตรศักดิ์สิทธิ์ของนิกาย ถึงแม้จะไม่ใช่บุตรศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียว แต่สถานะก็ยังคงสูงกว่าผู้อาวุโสส่วนใหญ่ สิ่งที่ล่วงรู้ก็ย่อมมีมากกว่าผู้อาวุโสทั่วไปของนิกายสามหยิน

ก่อนหน้านี้ แม้ว่าสายการสืบทอดของนิกายสามหยินจะยังไม่ขาดสะบั้น แต่ก็อย่างที่บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษได้กล่าวไว้ มันได้มาถึงจุดที่ใกล้จะล่มสลายเต็มทีแล้ว

แต่ทว่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ทั้งนิกายสามหยินก็พลันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ประมุขที่เคยติดอยู่ที่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขีดสุดมาโดยตลอด ก็พุ่งทะยานราวกับจรวด ทะลวงสู่ปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นปลายในทันที!

ทั้งนิกายสามหยิน จากที่เคยเกือบจะสิ้นสุดสายการสืบทอด มาบัดนี้กลับสามารถเปิดตัวสู่โลกภายนอกได้อย่างเป็นทางการ สามารถต่อกรกับสามนิกายใหญ่แห่งดินแดนฝ่ายเหนือได้

ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนมีที่มาจากบุคคลลึกลับคนหนึ่ง

เขาได้มอบทรัพยากรจำนวนมหาศาลให้กับนิกายสามหยิน รวมไปถึง...วิชาสายมารที่เรียกได้ว่าผิดมนุษย์มนาอีกหนึ่งแขนง

เพียงแต่ว่า บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินกลับเห็นว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการร้องขอหนังเสือจากเสือ…หากยังดึงดันเดินต่อไปบนเส้นทางนี้ อนาคตเบื้องหน้าก็มีแต่ความมืดมิดโดยสิ้นเชิง

เมื่อดึงความคิดกลับมา บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า

“เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามายุ่ง”

เขาเงยหน้ามองดูสีของท้องฟ้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า

“วันที่แปดแล้ว ดูท่าทางยอดฝีมือลึกลับที่ผู้เฒ่าอินหมางพูดถึงคงจะไม่มาแล้ว ข้าบุตรศักดิ์สิทธิ์ขอตัวก่อน...”

ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค หางตาของบุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินก็พลันถูกดึงดูดโดยเงาร่างในชุดสีดำร่างหนึ่งที่อยู่ตีนเขาโดยไม่รู้ตัว

เพียงชั่วพริบตา รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลงทันที

“เทพสังหารผู้นี้…เขามาที่นี่ทำไม?!”

ชุดสีดำชุดนั้น บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินคุ้นเคยเป็นอย่างดี เเละไม่มีทางลืมได้อย่างเด็ดขาด

เพราะมันคือร่างของเจ้าคนวิปริตลึกลับเพียงคนเดียวที่สามารถบรรลุเป็นปรมาจารย์ได้ในดินแดนลับหุบเขาทมิฬ!

อาจกล่าวได้ว่า เหตุผลที่ดินแดนลับในครั้งนี้ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางถึงเพียงนี้ เก้าส่วนสิบล้วนเป็นเพราะเขาคนเดียว

ส่วนบุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษผู้หยิ่งทะนง พอเขาได้เห็นร่างในชุดสีดำนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที

เเต่ในไม่ช้า สีหน้าของบุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษก็กลับคืนสู่สภาพเดิม

วิชาเทพเบญจพิษคือวิชาชั้นยอดอันดับหนึ่งในใต้หล้า

ด้วยการอาศัยวิชานี้ ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีพลังพอที่จะต่อกรกับปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่หนึ่งได้

“ดูท่าทางเจ้าสิเจ้าสามหยิน…กลัวหัวหดแล้วหรือ?” บุตรศักดิ์สิทธิ์เบญจพิษเยาะเย้ย

สีหน้าของโอรสศักดิทธิ์สามหยินดูไม่สู้ดีนัก เขาเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

ทันใดนั้น ขณะที่กำลังมองไปยังหญิงสาวงดงามในชุดสีฟ้าที่อยู่ข้างกายเทพสังหารผู้นั้น ยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่แปดอีกคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“นั่นไม่ใช่เทพธิดาแห่งตระกูลเฉินขอบเขตเหนือสวรรค์หรอกหรือ”

ในช่วงเวลานี้ ตั้งแต่ที่ผู้เฒ่าอินหมางได้ลั่นวาจาออกไป ใครก็ตามที่เคยสนิทสนมกับตระกูลเฉินต่างก็พยายามเว้นระยะห่างอย่างจงใจ

ใครกันที่กล้าหาญถึงเพียงนี้ ถึงกับยังกล้าที่จะเดินเคียงข้างเทพธิดาตระกูลเฉินอย่างเปิดเผย?

ยิ่งไปกว่านั้น เฉินหลิงเซียงแห่งตระกูลเฉิน ปกติก็ไม่เคยได้ยินว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับชายหนุ่มคนไหนเป็นพิเศษนี่นา

พอได้ยินคำพูดของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่แปดที่อยู่ข้างๆ บุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินก็ถึงกับชะงักไป

ทันใดนั้น ในใจของเขาก็พลันผุดการคาดเดาที่อาจจะน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งขึ้นมา

“ให้ตายเถอะ! คนลึกลับที่ผู้เฒ่าอินหมางสั่งให้ตระกูลเฉินส่งตัวออกมา...คงจะไม่ใช่เทพสังหารผู้นี้หรอกนะ?!”

เพราะถึงอย่างไร ก่อนที่จะทำการชุบโลหิตกายาบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนลับหุบเขาทมิฬ เทพสังหารผู้นี้ก็ยังอยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์พอดี...ซึ่งมันตรงกับข้อมูลทุกอย่าง!

สีหน้าของบุตร​ศักดิ์สิทธิ์สามหยินดูพิลึกพิลั่น

เขามองไปยังผู้เฒ่าอินหมางที่ยังคงนั่งนิ่งหันหน้าเข้าหาทะเลหมอกในแดนไกล

ถ้าหากว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เท่ากับว่าการกระทำของผู้เฒ่าอินหมางที่ยอมเสียหน้าแก่ๆ ของตัวเอง บีบบังคับกดดันตระกูลเฉิน เพื่อให้ยอดฝีมือลึกลับมาสู้ที่ขุนเขาอินหมาง…นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับตัวตลกเลยน่ะสิ

ข่าวดีคือ คนมาแล้ว...

ข่าวร้ายก็คือ...ไอ้คนมาน่ะ มันเป็นปรมาจารย์ยุทธ์นะโว้ย!

……

ขณะเดียวกัน เฉินหลิงเซียงในชุดสีฟ้าได้แต่มองท่านบรรพบุรุษของตนที่อยู่กลางอากาศพลางกล่าวอย่างจนใจ

“ท่านบรรพบุรุษ ท่านรีบกลับลงมาเถอะ”

“ข้าพาเขามาแล้ว”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 104 : เทพสังหารผู้นี้…มาที่นี่ด้วยทำไมกัน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว