เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 : ความสงสัยของเจียงชิงเกอ

บทที่ 70 : ความสงสัยของเจียงชิงเกอ

บทที่ 70 : ความสงสัยของเจียงชิงเกอ


บทที่ 70 : ความสงสัยของเจียงชิงเกอ

เช้าวันรุ่งขึ้

เจียงหลิงเยว่ในชุดกระโปรงสีเหลืองที่ยับยู่ยี่เล็กน้อย เดินกะเผลกออกมาจากโรงเตี๊ยมด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ

ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ และนางก็เคยรู้สึกว่าร่างกายของตนเองแข็งแรงดีอยู่เสมอ

แต่ทว่าในตอนนี้... นางกลับรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วทั้งตัว

เมื่อคืนนี้นางยังได้เป็นฝ่ายเปิดฉากบุกอยู่หลายครั้ง โดยตั้งใจที่จะเอาชนะลู่เย่ผู้แข็งแกร่งให้ได้

เมื่อมองดูลู่เย่ที่เดินตามหลังมา เจียงหลิงเยว่ก็เอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“ข้าเก่งหรือไม่?”

ลู่เย่มีสีหน้าแปลกไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับไปว่า

“เก่งมาก”

หากเขายังไม่พูดว่าเก่งอีก เกรงว่าเจียงหลิงเยว่คงจะต้องพักฟื้นร่างกายไปอีกหลายวันเป็นแน่

เมื่อเดินกะเผลกกลับมาถึงลานบ้านเล็กๆ ชิงหยูก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

คุณหนูรองเป็นอะไรไป?!

ออกไปข้างนอกแค่ครั้งเดียว ทำไมถึงได้กลับมาในสภาพที่เหมือนกับได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้?

ไปต่อสู้กับใครมา? หรือว่าถูกตีมา?

เมื่อมองดูสีหน้าตกตะลึงของชิงหยู ใบหน้าของเจียงหลิงเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะแดงก่ำขึ้นมา

นางหันไปมองลู่เย่แวบหนึ่ง

ณ ตอนนี้ สายตาที่นางใช้มองลู่เย่นั้น เต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ไม่ได้ปิดบังอีกต่อไป

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เจียงหลิงเยว่ก็ยังคงอยากจะฝึกดาบตามปกติ แต่พอเพิ่งจะตั้งท่าได้เท่านั้น ก็รู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วทั้งตัว

“สภาพแบบนี้จะยังฝึกดาบอะไรได้อีก” ลู่เย่ส่ายหน้า พลางส่งสัญญาณให้นางนั่งลง

เขากุมมือข้างหนึ่งของเจียงหลิงเยว่ไว้ แล้วส่งลมปราณแท้จริงขอบเขตเหนือสวรรค์อันบริสุทธิ์สายหนึ่งเข้าไป

ครู่ต่อมา เจียงหลิงเยว่ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วเส้นชีพจรของนาง

อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ก็ดูเหมือนจะถูกบรรเทาลงไปไม่น้อยภายใต้พลังงานสายนี้

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้นางถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง

ลมปราณภายในธรรมดาๆ มันจะมีผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

สองวันต่อมา

“ข้ากลับไปก่อนนะเจ้าคะ อีกไม่กี่วันจะมาหาท่านใหม่” เจียงหลิงเยว่กล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า

ตอนที่นางออกมานั้น ร่างกายยังไม่หายดีเท่าไหร่ คนที่บ้านก็ค่อนข้างเป็นห่วง

ตอนนี้ร่างกายก็ดีขึ้นมากแล้ว ก็ควรจะกลับไปดูเสียหน่อย เพื่อไม่ให้ท่านพี่และคนอื่นๆ ต้องเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา

ลู่เย่พยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า

“ถ้ามีเรื่องอะไร ก็มาหาข้าได้โดยตรงเลย”

เมื่อเหลือบไปเห็นว่าชิงหยูอยู่ห่างออกไป เจียงหลิงเยว่ก็ขยับเข้ามาใกล้พลางหน้าแดงระเรื่อ แล้วกระซิบว่า

“ท่านก็ไปหาข้าที่ตระกูลเจียงได้นะเจ้าคะ ท่านก็รู้ว่าลานบ้านของข้าอยู่ที่ไหน”

หลังจากพูดจบ เจียงหลิงเยว่ก็รีบเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว

ครู่ต่อมา จนกระทั่งเดินออกมาจากลานบ้านของลู่เย่ได้ระยะหนึ่งแล้ว…นางถึงได้รู้สึกว่าอารมณ์ของตนเองสงบลงบ้าง

แต่แล้วในขณะนั้นเอง ณ มุมหนึ่งของซอยด้านหน้า ก็พลันมีร่างสองร่างกระโดดออกมา พร้อมกับจ้องมองเจียงหลิงเยว่ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

“แม่นางน้อย ข้าว่าคัมภีร์สองเล่มบนตัวเจ้านั่นดูคุ้นๆตาอยู่นะ คล้ายกับของที่ข้าทำหายไปเลย เจ้าเอาออกมาให้ข้าดูหน่อยสิ”

สองวันก่อน ตอนที่เจียงหลิงเยว่ล้วงตั๋วเงินออกมานั้น คัมภีร์ก็ได้หล่นลงมาด้วย ซึ่งบังเอิญถูกชายสองคนนี้เห็นเข้าพอดี

ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์วิทยายุทธ์ หรือตั๋วเงินใบละหมื่นตำลึงสองใบที่ส่องประกายจนแสบตานั้น ล้วนทำให้หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัว

คาดไม่ถึงเลยว่า

ในย่านชานเมืองเมฆาใบไม้แห่งนี้ นานๆจะมีแกะอ้วนพีที่พลังฝีมือไม่สูงเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมา

อายุยังน้อย แต่กลับมีเงินติดตัวมากมายขนาดนี้ เบื้องหลังอาจจะมีขุมอำนาจคอยหนุนหลังอยู่บ้าง

แต่ทั้งสองคนก็ได้คิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว...ความมั่งคั่งร่ำรวยนั้น ย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง

พลังฝีมือของเจียงหลิงเยว่ไม่ได้สูงนัก แถมตอนนี้ก็ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บอยู่เล็กน้อยด้วย

ส่วนพวกเขาทั้งสองคนนั้น คนหนึ่งอยู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หนึ่ง อีกคนอยู่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเก้า

การรับมือกับเจียงหลิงเยว่นั้น เรียกได้ว่าเหลือเฟือ

ขอเพียงแค่ชิงของมาได้ ก็รีบหนีออกจากเมืองเมฆาใบไม้ในทันที หลังจากนั้นก็สุดแล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วมิใช่หรือ?

ในใจของเจียงหลิงเยว่พลันสะดุดกึก นางเจอพวกปล้นเข้าให้แล้ว

คาดไม่ถึงเลยว่า จะมีคนกล้าหาญถึงเพียงนี้ กล้าที่จะลงมือดักปล้นกลางเมืองหลวงกันเลยทีเดียว

ทั้งสองคนเดาได้ไม่ผิด ถึงแม้ว่าเจียงหลิงเยว่จะอยู่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเก้า...แต่ด้วยเหตุผลพิเศษบางอย่าง ตอนนี้นางสามารถแสดงพลังฝีมือออกมาได้ถึงเจ็ดส่วนก็นับว่าดีมากแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังมีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่หนึ่งอยู่อีกคนหนึ่ง…นี่มันไม่มีทางสู้ได้เลย

ในหัวของเจียงหลิงเยว่หมุนติ้วอย่างรวดเร็ว

นางรู้ดีว่า ‘ขอเพียงแค่ภูเขาเขียวยังอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนใช้’

ยอมมอบคัมภีร์ให้พวกมันไปก่อนแล้วกัน…

ทันทีที่ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมา เจียงหลิงเยว่ก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นว่า ชายสองคนที่เมื่อครู่ยังทำท่าทางกร่างอยู่เลยนั้น ทันใดนั้นก็พลันปรากฏแววตื่นตระหนกขึ้นมา

หลังจากนั้น ลมหายใจของทั้งสองก็พลันดับวูบลง แล้วล้มลงกับพื้นสิ้นใจตายไปในทันที

เจียงหลิงเยว่: “......”

ทันใดนั้น ร่างของลู่เย่ก็ค่อยๆปรากฏขึ้นที่ปากซอย

“ไม่ตกใจใช่ไหม?”

เนื่องจากรู้ว่าตอนนี้ขาของเจียงหลิงเยว่ยังไม่ค่อยสะดวกนัก อันที่จริงแล้วลู่เย่ก็แอบเดินตามหลังนางมาโดยตลอด

เเต่ก็คาดไม่ถึงเลยว่า จะมีคนกล้าเสี่ยงตายออกมาดักปล้นจริงๆ

“ไม่เจ้าค่ะ” เจียงหลิงเยว่ส่ายหน้า พลางโผเข้ากอดลู่เย่ที่เดินเข้ามาหา

“ข้าเกือบจะยอมมอบคัมภีร์ให้พวกมันแล้ว โชคดีที่ท่านมาทัน”

ลู่เย่พยักหน้าเบาๆ

หากเขาไม่ได้อยู่ด้วย การยอมมอบคัมภีร์ออกไปย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

เพราะอย่างไรเสีย คัมภีร์ก็ยังสามารถหาโอกาสชิงกลับคืนมาได้

“เห็นไหมล่ะ ให้เจ้าแอบขโมยยอดวิชาประจำตระกูลออกมา เกือบจะเกิดเรื่องแล้วไหมล่ะ”

ใบหน้าของเจียงหลิงเยว่แดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย นางก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมาเจอเรื่องปล้นจี้เช่นนี้

ที่สำคัญที่สุดก็คือ นางอุตส่าห์แบกรับความเสี่ยงนำคัมภีร์ออกมา แต่กลับคาดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วมันก็ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย

ลู่เย่ลูบหัวของนางเบาๆ แล้วกล่าวว่า

“เอาล่ะ รีบกลับไปได้แล้ว”

เจียงหลิงเยว่เเอบจุ๊บไปที่แก้มของลู่เย่ฟอดหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้พอมีคัมภีร์สองเล่มนี้อยู่กับตัว นางก็รู้สึกว่ามันร้อนมือขึ้นมาเสียแล้ว

ลู่เย่ไม่จำเป็นต้องใช้มัน แต่สำหรับตระกูลเจียงแล้ว ต่อให้เป็นเพียงฉบับคัดลอก ก็ยังถือว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง

เมื่อนึกถึงวิชาดัชนีและวิชาดาบอันน่าอัศจรรย์ของลู่เย่แล้ว นอกจากจะรู้สึกทึ่งแล้ว เจียงหลิงเยว่ก็รู้สึกยินดีขึ้นมาอีกด้วย

ไม่รู้จริงๆว่าเขาฝึกฝนมันมาจากที่ใหน

พร้อมกัน​นั้น ในใจของเจียงหลิงเยว่ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วอย่างเงียบๆ

พอกลับไปแล้วจะต้องไปหาหนังสือนิยายรักๆ ใคร่ๆ พวกนั้นมาอ่านให้ได้

ถ้ารบด้วยวิทยายุทธ์สู้ลู่เย่ไม่ได้ เช่นนั้นแล้วเรื่องบนเตียง...นางจะยังสู้ไม่ได้อีกหรือ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าที่งดงามหมดจดของเจียงหลิงเยว่ก็พลันแดงก่ำขึ้นมา

“อื้อ...น่าอายที่สุดเลย!”

ตระกูลเจียง

ภายในลานเล็กๆ

เมื่อได้เห็นน้องสาวที่ออกไปข้างนอกมาหลายวันได้กลับมาแล้ว เเถมสีหน้าของเจียงหลิงเยว่ที่ดีขึ้นไม่น้อย ในที่สุดเจียงชิงเกอก็รู้สึกโล่งใจลงบ้าง

“กลับมาก็ดีแล้ว ไปผ่อนคลายข้างนอก ไม่ได้ถูกใครรังแกใช่หรือไม่?”

“ไม่เลยเจ้าค่ะ ไม่เลย...” เจียงหลิงเยว่รีบส่ายหน้า​ทันที​

ไม่มีงั้นหรือ?

ทันใดนั้น ในใจของเจียงชิงเกอก็พลันเกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง...

ทำไมถึงรู้สึกว่า น้องสาวออกไปข้างนอกครั้งนี้ พอกลับมาแล้วดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะ?

แต่จะให้บอกว่าเปลี่ยนไปตรงไหน เจียงชิงเกอก็ยังบอกไม่ถูกในตอนนี้

แต่การเปลี่ยนแปลงนี้มันมีอยู่จริง

เจียงหลิงเยว่ไม่รู้ถึงความสงสัยในใจของเจียงชิงเกอ

ณ ตอนนี้นางกำลังแอบย่องเข้าไปในลานเล็กๆ ที่ลู่เย่เคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้

นางแอบย่องเข้าไปในห้องที่ลู่เย่เคยอยู่เงียบๆ พลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ราวกับว่ายังคงได้กลิ่นอายของลู่เย่ที่หลงเหลืออยู่

ทันใดนั้น ดวงตาคู่สวยคู่นั้นก็ยิ้มจนหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

ในที่สุด...นางก็ได้กลายเป็นคนของลู่เย่แล้ว!

หลังจากกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยความตื่นเต้นอยู่สองสามรอบแล้ว เจียงหลิงเยว่ถึงได้กลับไปยังลานบ้านของตนเอง

อีกด้านหนึ่ง

ครู่ต่อมา ข่าวการพบศพสองศพในย่านชานเมือง ก็ได้ถูกส่งไปยังจวนเจ้าเมือง

เจ้าเมืองหวังซิงลั่วขมวดคิ้วด้วยความปวดหัว

นับตั้งแต่ครึ่งปีที่ผ่านมา เมืองเมฆาใบไม้ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเมืองแห่งปัญหาไปเสียแล้ว

อยู่ดีๆ ก็มีเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ผุดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ

เมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งมีข่าวลือว่าในเมืองอาจจะมีปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์มาพำนักอยู่อย่างสันโดษอีก!

สิ่งนี้ ทำให้หวังซิงลั่วรู้สึกกดดันราวกับมีภูเขาทั้งลูกทับอยู่

ทว่า... พอคิดถึงสภาพของเมืองชิงซานที่อยู่ข้างๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ แถมยังถึงขั้นมีตระกูลขอบเขตเหนือสวรรค์เป็นตระกูลผู้บำเพ็ญวิชามารปรากฏขึ้นมาอีก…

พอคิดได้เช่นนี้ ในใจของหวังซิงลั่วก็พลันรู้สึกสมดุลขึ้นมาไม่น้อย

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 70 : ความสงสัยของเจียงชิงเกอ

คัดลอกลิงก์แล้ว