- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 65 : ในเมืองเมฆาใบไม้... มีปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์อยู่ด้วยหรือ?!
บทที่ 65 : ในเมืองเมฆาใบไม้... มีปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์อยู่ด้วยหรือ?!
บทที่ 65 : ในเมืองเมฆาใบไม้... มีปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์อยู่ด้วยหรือ?!
บทที่ 65 : ในเมืองเมฆาใบไม้... มีปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์อยู่ด้วยหรือ?!
ส่วนแหวนมิติทั้งสามวงนั้น... ยังนับว่าเป็นของล้ำค่าเกินไปอยู่บ้าง
ในสถานการณ์ปัจจุบันของเถียนชิงนั้น ยังไม่เพียงพอที่จะนำของระดับนี้ออกขายได้
ลู่เย่ตั้งใจว่าจะใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงที่เพิ่งได้มานี้ในการสุ่มแบบเจาะจงอีกครั้ง
จากนั้นก็จะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรสักพักใหญ่ๆ หลังจากที่พลังฝีมือของตนพัฒนาขึ้นแล้ว ค่อยพิจารณานำมันออกขายอีกที
เพราะหากเกิดปัญหาจากการขายแหวนมิติขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็จะมีพลังฝีมือที่มากพอจะรับมือได้
ด้านข้าง
เมื่อได้เห็นของสองสิ่งนี้ เถียนชิงก็ถึงกับชะงักไป
ดาบยาวระดับสามัญขั้นสูงนั้น ราคาเริ่มต้นอย่างน้อยก็ต้องมีร้อยตำลึงเงินขึ้นไป
ส่วนกริชระดับลึกลับ​ขั้นต่ำเล่มนั้น เรียกได้ว่าเป็นของโปรดของเหล่ามือสังหารและนักฆ่าเลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่ยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดจะใช้ได้ แม้แต่ขอบเขตเหนือสวรรค์ก็ยังต้องหวั่นไหวเมื่อได้เห็น
การจะขายมันในราคาสักหนึ่งถึงสองพันตำลึงเงินนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
และหากได้พบเจอกับผู้ที่ถูกชะตากันจริงๆ ต่อให้เรียกราคาถึงสามพันตำลึงก็อาจจะมีคนยอมจ่าย
ของสองสิ่งนี้ เทียบเท่ากับว่าเป็นการนำเงินที่หอการค้าของตระกูลเถียนได้จ่ายออกไปก่อนหน้านี้กลับคืนมาจนเกือบครบถ้วนแล้ว!
“อาวุธสองชิ้นนี้ ท่านรับไปขายเถอะ คนของท่านอีกสิบกว่าชีวิตก็ต้องอาศัยหอการค้าแห่งนี้ในการดำรงชีพนะ” ลู่เย่กล่าว
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้ เถียนชิงถอนหายใจออกมา
“เดิมทีข้าเพียงแค่อยากจะช่วยเหลือคุณชายบ้าง แต่กลับคาดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี”
“ไม่เป็นไรหรอก แค่มีน้ำใจเท่านี้ก็มากเพียงพอแล้ว” ลู่เย่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
หลังจากที่นำเงินหนึ่งหมื่นตำลึงที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆกลับมายังลานบ้านเล็กๆของตนแล้ว
ลู่เย่ก็พบว่า เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ลานบ้านแห่งนี้ก็ได้เปลี่ยนโฉมไปราวกับเป็นคนละที่
ทุกซอกทุกมุมถูกปัดกวาดจนสะอาดสะอ้าน แม้กระทั่งวัชพืชเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่ตามซอกกำแพงก็ยังถูกถอนออกไปจนหมดสิ้น
ภายในห้องครัวมีควันไฟลอยออกมาเป็นสาย พร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาแตะจมูก
ชิงหยูที่กำลังก่อไฟทำอาหารอยู่ในครัว พอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ชะโงกหน้าออกมาดู
เมื่อเห็นว่าเป็นลู่เย่ นางก็เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจในทันที
“คุณชายเจ้าคะ รออีกสักครู่นะเจ้าคะ อาหารใกล้จะเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
ถึงแม้ว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์จะไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารอีกต่อไป เพียงแค่ดูดซับพลังปราณฟ้าดินก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้แล้ว
แต่ความรู้สึกของการเติมเต็มพลังงานจากการรับประทานอาหารนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่การดูดซับพลังปราณฟ้าดินเพียงอย่างเดียวจะมาทดแทนได้
ดังนั้น ลู่เย่จึงเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วยืนรอสาวใช้ตัวน้อยของเขาทำอาหารต่อไป
ครู่ต่อมา เมื่อมองดูอาหารสามอย่างกับน้ำแกงหนึ่งถ้วยที่เพิ่งจะยกออกมาจากเตาสดๆร้อนๆ
พอลองชิมไปคำหนึ่ง ลู่เย่ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ที่ตระกูลเจียงล้วนแต่ไปรับอาหารมาจากโรงครัวตลอด เขาจึงคาดไม่ถึงเลยว่าฝีมือการทำอาหารของชิงหยูจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
“คุณชายเจ้าคะ พอจะถูกปากบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” ชิงหยูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความคาดหวังและความกังวลใจ
“มองไม่ออกเลยนะเนี่ย ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้” ลู่เย่พยักหน้าชมเชย
“แค่คุณชายชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิงหยูก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ดวงตาของนางหยีลงจนกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยรอยยิ้ม
….
เมื่อเทียบกับลานบ้านเล็กๆ อันแสนสุขของลู่เย่แล้ว
บรรยากาศที่ตระกูลเจียงในยามนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
เจียงหลิงเยว่รู้สึกว่าตนเองไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของนางเหม่อลอยมองไปยังเพดานห้อง
ท่านพี่จะชอบท่านพี่เขยหรือไม่นั้น เจียงหลิงเยว่ไม่รู้
แต่ที่เจียงหลิงเยว่เพิ่งจะค้นพบก็คือ...
ดูเหมือนว่านาง...จะเริ่มชอบลู่เย่เข้าให้แล้ว
ในยามที่ลู่เย่ยังคงอยู่ที่ตระกูลเจียง ความรู้สึกนี้ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะยังสามารถพบเจอกันได้ทุกวัน
แต่ทว่าในตอนนี้ ทันทีที่ได้ทราบข่าวการจากไปของลู่เย่ เจียงหลิงเยว่กลับรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในใจอย่างแสนสาหัส
ในคืนนั้นเอง เจียงหลิงเยว่ก็ล้มป่วยลง...
นางกินอะไรไม่ลงเลยแม้แต่น้อย ได้แต่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว
เจียงชิงเกอรีบรุดมาดูอาการของน้องสาวทันที พร้อมกับยื่นมือไปอังที่หน้าผากของนาง…ปรากฏว่าร้อนจี๋เลยทีเดียว
“เจ้าเป็นอะไรไป?” เจียงชิงเกอถามด้วยความตกใจ
แม้แต่ตัวนางเองก็นานๆ ครั้งถึงจะป่วยไข้
แต่เจียงหลิงเยว่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตรวบรวมปราณ ร่างกายกายน่าจะแข็งแรงกว่านางเสียอีก
“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ... แค่กๆๆ!”
ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี เจียงหลิงเยว่ก็ไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง
เมื่อมองดูน้องสาวที่เคยร่าเริงสดใสในวันวาน บัดนี้กลับกลายมาอยู่ในสภาพเช่นนี้
ในแววตาของเจียงชิงเกอก็ฉายแววสงสารและเจ็บปวดใจออกมา
“ข้าจะไปตามท่านหมอมาให้เจ้า”
ตระกูลเจียงได้เชิญท่านหมอมาตรวจอาการและจัดยาให้หลายขนาน แต่หลังจากที่เจียงหลิงเยว่กินยาไปได้สองวัน อาการก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ด้วยความจนปัญญา จึงทำได้เพียงเชิญท่านหมอมาตรวจดูอาการอีกครั้ง ท่านหมอเห็นดังนั้นก็ลูบเคราของตนแล้วกล่าวว่า
“อาการป่วยของแม่นางรองผู้นี้...เกรงว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากใจ ซึ่งมิใช่สิ่งที่ยาจะสามารถรักษาได้ขอรับ”
….
อีก​ด้าน
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ลู่เย่ได้ทุ่มเทให้กับการฝึกฝนผนึกโบราณจตุรเทพอย่างเต็มที่
ถึงแม้ว่าความคืบหน้าจะค่อนข้างเชื่องช้า แต่ระดับความชำนาญก็เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง
“อีกไม่นานก็น่าจะถึงขั้นชำนาญแล้ว”
ลู่เย่ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง เมื่อมองดูสภาพลานบ้านที่ถูกจัดแจงจนเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขาก็เรียกชิงหยูมาหา พร้อมกับมอบเงินให้นางหนึ่งร้อยตำลึงเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
“คุณชายเจ้าคะ นี่...ท่านให้เงินข้ามากมายขนาดนี้ทำไมหรือเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นเงินจำนวนมากขนาดนี้ ชิงหยูก็ถึงกับตกใจจนพูดจาติดๆขัดๆ
“ทั้งซื้อกับข้าวทำอาหาร ดูแลสวนหย่อมดอกไม้ต้นไม้พวกนี้ ก็ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น” ลู่เย่กล่าว
“แต่... แต่มันก็ไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้” ชิงหยูกล่าวเสียงแผ่ว
“เอาเก็บไว้กับเจ้าก่อนแล้วกัน เจ้าก็ดูตามความเหมาะสมแล้วกันว่าจะใช้อะไรบ้าง เผื่อบางครั้งข้าอาจจะลืม”
“เจ้าค่ะ คุณชายวางใจได้เลย ข้าจะไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแน่นอนเจ้าค่ะ”
เวลาผ่านไปอีกหลายวันในพริบตา ในที่สุดผนึกโบราณจตุรเทพของลู่เย่ ก็ได้บรรลุถึงขั้นชำนาญสำเร็จ!
ในห้วงความคิดของเขา ราวกับมีเงามายาของหงส์เพลิงปรากฏขึ้น พร้อมกับเงามายาของเต่าดำอันหนักแน่น!
นอกเมืองเมฆาใบไม้
ลู่เย่ยืนอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปหลายลี้
จิตใจของเขาพลันเคลื่อนไหว
ในวินาทีต่อมา พลังปราณฟ้าดินอันมหาศาลก็มารวมตัวกันอยู่เหนือศีรษะของเขา
เงาของวิหคเทพหงส์เพลิงที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งเทพเจ้าจางๆ ซึ่งรอบกายแผ่ไอความร้อนระอุออกมา ก็ปรากฏขึ้นในทันที
ครืนนนน!!!
วิหคเทพหงส์เพลิงดิ่งพสุธาลงมา ในชั่วพริบตาก็บังเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากปรากฏเป็นร่องลึกอันน่าสะพรึงกลัว
ทำให้สายน้ำถูกตัดขาดออกจากกันโดยสิ้นเชิง!
ผ่าภูผา ตัดสายธาร!
ลู่เย่เก็บมือกลับด้วยความพึงพอใจ
ช่างเป็นอานุภาพที่น่าสะพรึงกลัว
สมแล้วที่เป็นยอดวิชาที่แม้จะเป็นเพียงฉบับที่ไม่สมบูรณ์ก็ยังสามารถถูกจัดอยู่ในระดับสวรรค์ได้
นี่ขนาดเพิ่งจะอยู่ในขั้นชำนาญ​เท่านั้น ก็ยังมีอานุภาพถึงเพียงนี้
หากบรรลุถึงขั้นความสำเร็จขั้นต้น หรือกระทั่งขั้นความสำเร็จ​ขั้นสูงแล้วล่ะก็…มันก็จะกลายเป็นไพ่ตายใบใหม่ในมือของลู่เย่ในทันที
หลังจาก​นั้น
เมื่อสัมผัสได้ว่าการตัดสายน้ำของเขาได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ และกำลังดึงดูดผู้คนจำนวนไม่น้อยให้มุ่งหน้ามาทางนี้ ร่างของลู่เย่ก็พลันหายวับไปในทันที
ครู่ต่อมา ร่างหลายร่างก็ได้มาถึงที่แห่งนี้ทีละคน
เมื่อมองดูภาพเบื้องหน้า ที่แม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากซึ่งกว้างหลายสิบเมตรได้ถูกตัดขาดออกจากกันโดยสิ้นเชิง และในขณะนี้สายน้ำก็กำลังไหลกลับเข้าไปเติมเต็มร่องลึกอันน่าสะพรึงกลัวนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อฟื้นคืนสภาพเดิม
ทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“นี่เป็นฝีมือของผู้ใดกัน?! ช่างเป็นพลังฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้”
“ผ่าภูผา ตัดสายธาร...วันนี้ข้าเจี่ยผู้นี้ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ!”
“เฮือก...ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้ด้วยหรือ?”
“เกรงว่าจะทำไม่ได้นะ ข้าผู้นี้ก็อยู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นที่สอง ข้ากล้าพูดเลยว่าต่อให้พลังฝีมือสูงกว่านี้อีกหลายขั้น ก็ไม่สามารถตัดสายน้ำได้เช่นนี้แน่นอน”
“ที่แท้ก็เป็นผู้อาวุโสขอบเขตเหนือสวรรค์! ท่าน...ท่านคือผู้อาวุโสเถียนชิง?!”
ในบรรดาผู้คนที่ถูกดึงดูดมานั้น เถียนชิงก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เมื่อมองดูร่องลึกอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่น่าจะใช่สิ่งที่พลังของมนุษย์จะสร้างขึ้นได้ ในดวงตาอันชราภาพของเถียนชิงก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่บรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์เช่นเขาเท่านั้น ถึงจะเข้าใจว่าภาพเบื้องหน้านั้นมันน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
คนทั่วไปอาจจะคิดว่ามีเพียงขอบเขตเหนือสวรรค์เท่านั้นถึงจะทำเรื่องเช่นนี้ได้
แต่เถียนชิงเข้าใจดีว่า ต่อให้เป็นขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นเจ็ด ก็ยังทำไม่ได้!
มีเพียงผู้ที่อยู่เหนือกว่าขอบเขตเหนือสวรรค์...ปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์ ที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเหนือสวรรค์นับไม่ถ้วนต่างแหงนหน้ามองด้วยความเคารพเท่านั้น ที่อาจจะสามารถทำได้!
“ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเมฆาใบไม้... หรือว่า... ในเมืองแห่งนี้จะมีสุดยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์ที่ข้าผู้นี้ไม่เคยล่วงรู้อยู่ด้วย?!”
เฮือก...
เถียนชิงรู้สึกขนหัวลุกซู่ขึ้นมาในทันที
แค่เมืองเมฆาใบไม้เล็กๆ แห่งนี้ นอกจากจะมีสุดยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นสูงสุดอย่างคุณชายเฉินเป่ยซวนแล้ว ยังมี... ปรมาจารย์แห่งวิถียุทธ์อยู่อีกหรือ?!
พยัคฆ์ซุ่ม…มังกรซ่อน
ที่นี่ช่างเป็นสถานที่พยัคฆ์ซุ่มมังกรซ่อนโดยแท้!
(จบตอน)