เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 : อำลาตระกูลเจียง

บทที่ 63 : อำลาตระกูลเจียง

บทที่ 63 : อำลาตระกูลเจียง


บทที่ 63 : อำลาตระกูลเจียง

การปะทะกันของสองขุมอำนาจใหญ่ ทำให้ข่าวคราวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วในทุกหนทุกแห่ง

เมื่อลู่เย่เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งถัดไปและได้ยินข่าวนี้เข้า สีหน้าของเขาก็อดไม่ได้ที่จะดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย

ผู้อาวุโสของนิกายสามหยิน?

ผู้อาวุโสของนิกายอัสนีคราม?

ทั้งสองคนนั้น…ถูกเขาสังหารไปไม่ใช่หรือ?

แต่เอาเถอะ…ในเมื่อตอนนี้มีคนอื่นมารับเผือกร้อนไปแทนแล้ว ลู่เย่ก็ยินดีที่จะถอนตัวออกมาอยู่วงนอกอย่างสบายใจ

หลายวันต่อมา ในที่สุดลู่เย่ก็ได้ทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นเจ็ดได้สำเร็จ!

หอหมื่นวิถีเองก็ได้เติมพลังงานจนเต็มเปี่ยมแล้ว และการสุ่มในครั้งนี้ไม่ได้ออกมาเป็นโอสถ แต่กลับเป็นยอดวิชาฝ่ามือที่หายากยิ่ง

ซึ่งมันมีนามว่า “ผนึกโบราณจตุรเทพ”!

วิชาประเภทผนึกหรือฝ่ามือนั้น หาได้ยากยิ่งกว่าวิชาดัชนีเสียอีก

หากจะเปรียบเทียบ…ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์หนึ่งหมื่นคน อาจจะพบเจอคนที่ฝึกวิชาดัชนีได้สักหนึ่งหรือสองคน

เช่นนั้นแล้ว วิชาผนึก...ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์หนึ่งแสนคน อาจจะไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ฝึกฝนมัน!

นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน วิชาผนึกที่ถูกคิดค้นขึ้นมานั้นมีจำนวนน้อยนิดเหลือเกิน

ทว่าวิชาผนึกก็มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง... นั่นก็คือแทบจะไม่มีวิชาใดเลยที่เป็นระดับต่ำ

อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นวิชาระดับลึกลับ​ขั้นกลางหรือขั้นสูงขึ้นไป

หลังจากที่ลู่เย่รับข้อมูลทั้งหมดของ “ผนึกโบราณจตุรเทพ” เข้ามาในหัวจนครบถ้วนแล้ว ประกายแห่งความตกตะลึงก็วาบขึ้นในดวงตาของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

วิชาผนึกชุดนี้มีทั้งหมดสี่ผนึก ซึ่งสอดคล้องกับเทพเจ้าทั้งสี่องค์

มังกรฟ้า, หงส์เพลิง, พยัคฆ์ขาว และเต่าดำ

แต่สิ่งที่เขาสุ่มได้ในครั้งนี้ ไม่ใช่ผนึกจตุรเทพฉบับสมบูรณ์ แต่เป็นเพียงวิธีการฝึกฝนของสองผนึกเท่านั้น…เรียกได้ว่าเป็นเพียงฉบับที่ไม่สมบูรณ์

ทว่า

เเต่แม้จะเป็นเพียงฉบับที่ไม่สมบูรณ์... จากข้อมูลที่ลู่เย่ได้รับมา มันก็ยังคงเป็นถึงยอดวิชาระดับสวรรค์​!!

ถ้าเช่นนั้นแล้ว ผนึกโบราณจตุรเทพฉบับสมบูรณ์...จะไม่ได้อยู่เหนือกว่าระดับสวรรค์​ไปแล้วหรอกหรือ?!

ผนึกที่เขาได้รับมานั้นมีนามว่า “ผนึกหงส์เพลิง” และ “ผนึกเต่าดำ” ซึ่งพอเหมาะพอดีที่เป็นวิชาที่เน้นการสังหารทำลายล้างหนึ่งบท และเน้นการป้องกันหนึ่งบท เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งรุกและรับ

ลู่เย่จึงรีบหาเวลาในช่วงกลางคืนระหว่างการเดินทางเพื่อฝึกฝนมันในทันที

แต่สุดท้าย…มันก็สมแล้วที่เป็นยอดวิชาอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้จะเป็นเพียงฉบับที่ไม่สมบูรณ์ก็ยังถูกจัดอยู่ในระดับสวรรค์ได้

เขาต้องใช้เวลาหลายวันเต็มๆประกอบกับการใช้พรสวรรค์​เสริมพลังร้อยเท่า ถึงจะสามารถฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้สำเร็จ

จากนั้น ทั้งสามคนเดินทางต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งใกล้จะถึงเมืองเมฆาใบไม้

ลู่เย่ก็ได้เอ่ยขึ้นมาเรียบๆว่า

“ข้าจะสอนวิชาดัชนีให้เจ้าอีกสองกระบวนท่าแล้วกัน”

บัดนี้เขาอยู่ในขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นเจ็ดแล้ว ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับขอบเขตเหนือสวรรค์ขั้นเก้า ลู่เย่ก็มั่นใจว่าตนเองไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว

ดังนั้นก่อนที่จะจากตระกูลเจียงไป เขาจึงตัดสินใจมอบ “ดัชนีผ่าภูผา” ฉบับสมบูรณ์ให้แก่เจียงหลิงเยว่

สำหรับเด็กสาวที่ร่าเริงและสนิทสนมกับเขาผู้นี้ ลู่เย่ก็รู้สึกถูกชะตากับนางอยู่ไม่น้อย

“เอ๊ะ? ท่านพี่เขย ท่านหาวิธีฝึกฝนขั้นต่อไปของวิชาดัชนีนั่นเจอแล้วหรือเจ้าคะ?”

พอเจียงหลิงเยว่ได้ยินเช่นนั้น นางก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

นางไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าที่ผ่านมาเป็นเพราะลู่เย่จงใจกั๊กวิชาเอาไว้สองกระบวนท่า แต่นางกลับคิดไปว่าลู่เย่เพิ่งจะไปค้นพบเคล็ดวิชาขั้นต่อไปมาได้

ลู่เย่: “......”

เคยได้ยินคนเขาพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนบางประเภทที่ถึงแม้จะถูกคนอื่นหลอกขายของไปแล้ว ก็ยังจะช่วยเขานับเงินอยู่

บัดนี้ ลู่เย่ก็ได้ประจักษ์กับตาตนเองแล้วจริงๆ

เด็กสาวซื่อบื้อคนนี้...ในหัวของนางคงจะมีแต่น้ำอยู่เต็มไปหมดเป็นแน่

หลังจากนั้น ลู่เย่ก็ได้ถ่ายทอดดัชนีผ่าภูผาอีกสองกระบวนท่าที่เหลือให้แก่เจียงหลิงเยว่

แม้ว่าเจียงชิงเกอจะไม่เข้าใจเรื่องการฝึกฝนยอดวิชา แต่เธอกลับรู้สึกได้ว่า ลู่เย่กำลังทำตัวเหมือนกับกำลังสั่งเสียอะไรบางอย่างอยู่

และก็เป็นไปตามคาด สองวันให้หลัง เมื่อพวกเขาได้เดินทางกลับมาถึงตระกูลเจียงในเมืองเมฆาใบไม้อย่างเป็นทางการ

ณ ลานเล็กๆ ในเรือนของเจียงชิงเกอ

“เจ้าว่าอะไรนะ?! เจ้าจะไปแล้วอย่างนั้นหรือ?!”

เจียงชิงเกอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เป็นเมื่อครู่นี้เอง ที่ลู่เย่เอ่ยปากว่าต้องการจะออกจากตระกูลเจียง!

นางเคยคิดว่า หลังจากที่ต้องแสดงละครร่วมกันมาช่วงระยะหนึ่ง อย่างน้อยความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ไม่ได้ตั้งแง่ใส่กันเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แต่เจียงชิงเกอกลับไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า คนผู้นี้คิดจะจากไปตั้งนานแล้ว!

“ถ้าการที่เจ้าต้องอาศัยอยู่ที่เรือนชั้นนอกมันไม่เหมาะสมจริงๆ ข้าสามารถย้ายเจ้าเข้ามาอยู่ในเรือนชั้นในได้นะ” เจียงชิงเกอกล่าวพลางเม้มริมฝีปากแน่น

“มันไม่ใช่เรื่องว่าจะอยู่ที่ไหน” ลู่เย่ส่ายหน้าเบาๆ

“ข้ามีเรื่องของตัวเองที่ต้องทำ”

เรื่องของตัวเอง?

หึ…ก็คงไม่พ้นเรื่องหาเงินหาทองนั่นแหละ

เจียงชิงเกอเดินเข้าไปในห้องแล้วหยิบเงินออกมาสี่สิบตำลึงยื่นให้เขา

“นี่คือเงินที่ข้าเคยสัญญาไว้กับเจ้า”

“แล้วก็ หากเจ้าขาดแคลนเงิน ก็มาบอกข้าได้นะ ถ้าอันไหนที่ข้าพอจะให้ได้ ข้าก็จะให้”

“แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าในตอนนี้ คือการตั้งใจฝึกฝนวิชายุทธ์”

เจียงชิงเกอเข้าใจว่าที่ลู่เย่ต้องการจะย้ายออกจากตระกูลเจียง ก็เพื่อที่จะได้สะดวกต่อการหาเงิน

“ไม่ต้องหรอก ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไปวันนี้”

ลู่เย่ปฏิเสธ​ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินจากไป

เมื่อได้ฟังคำพูดที่ไร้เยื่อใยและมองดูแผ่นหลังของลู่เย่ที่จากไปอย่างเด็ดเดี่ยว

ความโกรธก็เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นในใจของเจียงชิงเกออีกครั้ง

นางอุตส่าห์พูดรั้งเขาถึงขนาดนี้แล้ว…

หัวใจของคนผู้นี้ทำด้วยหินหรืออย่างไรกัน…ทำไมถึงได้แข็งกระด้างและไร้หัวใจถึงเพียงนี้!

เมื่อมองดูร่างนั้นที่หายลับไปจากลานเล็กๆโดยสมบูรณ์ ความเศร้าสร้อยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงชิงเกอทันที​

“ไปเลย ไปเลยสิ ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีกนะ”

……

ณ เรือนชั้นนอก ภายในลานเล็กๆ

“คุณชาย ท่านว่าอะไรนะเจ้าคะ? ท่านจะไปเเล้วหรือเจ้าคะ?”

ชิงหยูเบิกตากว้างจนแทบถลน

อยู่ดีๆจะไม่อยู่ที่ตระกูลเจียงแล้ว จะจากไปแล้วอย่างนั้นหรือ?

ลู่เย่พยักหน้า ก่อนจะเก็บข้าวของบางส่วนของตนเข้าไปในแหวนมิติแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบใจเจ้านะ ที่ช่วงนี้คอยช่วยข้าซักผ้าทำความสะอาด”

เมื่อมองดูรอยยิ้มอันอบอุ่นของคุณชาย ชิงหยูก็รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า

“เอ่อ... คุณชายเจ้าคะ ชิงหยูยังอยากจะซักผ้าทำกับข้าวให้ท่านอยู่นะเจ้าคะ ข้า...ข้าขอตามท่านไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ?”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เย่ก็พบว่า ดูเหมือนเขาจะต้องการคนมาคอยดูแลจัดการเรื่องในชีวิตประจำวันจริงๆ

เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า

“ถ้าอย่างนั้น เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่สักครู่ ข้าจะไปพูดคุยให้”

ชิงหยูเป็นสาวใช้ที่ถูกขายเข้ามาในจวนตระกูลเจียงตั้งแต่ยังเด็ก สัญญาขายตัวของนางยังคงอยู่ที่ตระกูลเจียง

หากต้องการจะพานางไปด้วย ก็จำเป็นต้องไปเจรจากับทางตระกูลเจียงเสียก่อน

“เจ้าค่ะๆ! คุณชายวางใจได้เลย ข้าจะปรนนิบัติรับใช้ท่านเป็นอย่างดีแน่นอนเจ้าค่ะ!”

กลับมาที่ลานเล็กๆ ของเจียงชิงเกอ

เจียงชิงเกอนั่งอยู่ข้างโต๊ะหิน จ้องมองต้นไม้ในลานบ้านอย่างเหม่อลอย

ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวของนางอย่างไม่หยุดหย่อน จนทำให้เจียงชิงเกอเคยเผลอคิดไปชั่วขณะว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่เย่... แท้จริงแล้วมันควรจะเป็นเช่นนี้

ทว่า...การที่ลู่เย่เอ่ยปากขอจากไปในวันนี้ ก็ได้ปลุกให้เจียงชิงเกอตื่นจากภวังค์ในทันที

เขา...ยังคงไม่ชอบนางเลยแม้แต่น้อย

แม้ว่าบุปผาจะเริ่มมีใจ...แต่สายน้ำก็ยังคงไหลผ่านไปอย่างไม่ไยดี

แต่แล้วในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ไม่คิดจะปิดบังใดๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง…และในเวลาต่อมา ร่างของลู่เย่ก็ปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้าลานบ้าน

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เจียงชิงเกอก็รีบเช็ดหยาดน้ำตาที่ชื้นอยู่ตรงหางตาอย่างรวดเร็ว

พอหันไปเห็นว่าเป็นลู่เย่ ประกายแห่งความยินดีระคนแปลกใจก็วาบขึ้นในดวงตาของเธอ

“เจ้า...เจ้าจะไม่ไปแล้วหรือ?”

เมื่อมองดูเจียงชิงเกอที่ดูเหมือนเพิ่งจะร้องไห้มา สีหน้าของลู่เย่ก็ดูแปลกไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม

“ข้ามาเพื่อจะถามเจ้าว่า...ข้าจะพาชิงหยูไปด้วยได้หรือไม่? พอดีว่าใช้นางจนเคยมือแล้ว”

เจียงชิงเกอ: “....???”

คนผู้นี้ไม่เพียงแต่จะยังคงยืนยันที่จะไป แต่ยังคิดจะพาสาวใช้ไปด้วยอีกอย่างนั้นหรือ?!

เจียงชิงเกอที่รู้สึกจุกอยู่ในอก กัดฟันกรอดแล้วตอบกลับทันที

“ไปเลย! ไปให้หมดเลย! อยากได้ก็เอาไปเลย!”

ลู่เย่พยักหน้ารับ แล้วก็หันหลังเดินจากไปอีกครั้ง

เขามองออกว่าท่าทีของเจียงชิงเกอดูไม่ค่อยปกติ แต่ก็ขี้เกียจที่จะใส่ใจ

ครู่ต่อมา ลู่เย่ก็ได้พาชิงหยูออกจากตระกูลเจียงแห่งเมืองเมฆาใบไม้ สถานที่ที่เขาอาศัยอยู่มาเกือบหนึ่งปีเต็ม

….

อีกด้านหนึ่ง

หลังจากที่เจียงหลิงเยว่ได้ฝึกซ้อมวิชาดัชนีผ่าภูผาฉบับสมบูรณ์ในลานบ้านของตนเองจนจบกระบวนท่าแล้ว

นางก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่งและอยากจะรีบไปหาลู่เย่เพื่อแจ้งข่าวดี

ทว่า...เมื่อนางเดินทางมาถึงลานเล็กๆ อันคุ้นเคยในเรือนชั้นนอก

เจียงหลิงเยว่กลับพบว่า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่... ที่ลานแห่งนั้นได้กลับกลายเป็นว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คนเสียแล้ว

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 63 : อำลาตระกูลเจียง

คัดลอกลิงก์แล้ว