- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรอย่างสงบสุขในตระกูลเจ้าสาว
- บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"
บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"
บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"
บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"
"อู๋เต๋อ คำสั่งจากทางนิกายมาถึงเจ้าแล้ว!"
ผู้ที่มาคือผู้จัดการของนิกาย จางสง
"จากการพิจารณาของทางนิกาย ได้มีมติให้ส่งเจ้าไปยังทุ่งหินดำเพื่อบุกเบิก ให้เจ้าออกเดินทางทันที…ห้ามล่าช้าโดยเด็ดขาด"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋เต๋อก็ถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า
บุกเบิกที่ทุ่งหินดำ?!
การบุกเบิกนั้นถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากมาโดยตลอด!
ภายในทุ่งรกร้างนั้น เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้จักมากมาย หากพลาดพลั้งไปเพียงนิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดหรือแม้กระทั่งขอบเขตเหนือสวรรค์ การที่จะต้องจบชีวิตลงในนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แล้วยิ่งเขาที่เป็นเพียงแค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าเล่า?
"ท่านผู้จัดการจาง นี่มันเรื่องอะไรกันขอรับ?" อู๋เต๋อตกตะลึงอย่างยิ่ง
"เจ้าถามข้า แล้วข้าจะไปถามใคร?" จางสงกล่าวอย่างเย็นชา
"นี่เป็นคำสั่งที่ทางนิกายส่งลงมาโดยตรง"
เมื่อมองอู๋เต๋อที่ปกติแล้วก็คอยเอาอกเอาใจเขาอยู่ไม่น้อย จางสงก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบเสียงเบาว่า
"ได้ยินมาว่าเรื่องนี้ เป็นคำสั่งที่ท่านเจ้าสำนักเป็นผู้สั่งลงมาโดยตรง บางที...อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เจ้าปากพล่อยตอนเมาในครั้งนั้นก็ได้"
จนกระทั่งจางสงจากไปแล้ว อู๋เต๋อก็ยังคงไม่ได้สติกลับมา
ในตอนนี้ หลิวหยุนก็รีบขยับตัวออกห่างจากอู๋เต๋อในทันที
แท้จริงแล้ว อู๋เต๋อไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่หลิวหยุนชอบเลยสักนิด ที่นางยอมคบหากับเขาก็เพียงเพราะเห็นแก่สถานะศิษย์สายในของเขาเท่านั้น
ในอนาคต เมื่อนางต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นศิษย์สายใน ก็ยังมีคนคอยช่วยอยู่เบื้องหลังได้บ้าง
แต่เรื่องแบบนี้ คงไม่มีเเล้ว
พอไปถึงทุ่งหินดำ ถึงตอนนั้นจะยังมีชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่
แล้วใครจะยังโง่เอาอนาคตของตัวเองไปฝากไว้กับอู๋เต๋ออีกกัน?
เมื่อมองหลิวหยุนที่พลันทำตัวเย็นชาลง อู๋เต๋อก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"ศิษย์น้องหยุน เจ้ารอข้ากลับมานะ ศิษย์พี่จะช่วยเจ้าจัดการเรื่องการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สายในให้ได้อย่างแน่นอน"
"ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ศิษย์พี่อู๋จัดการเรื่องของตัวเองให้ดีก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ"
"ข้ายังมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"
สิ้นเสียงนั้น หลิวหยุนก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ในเมื่อการลงทุนครั้งนี้ล้มเหลวแล้ว นางก็ต้องรีบไปหาคนใหม่ให้ทันเวลา
"หลิวหยุน เจ้า..."
ถึงตอนนี้แล้ว อู๋เต๋อจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไร ว่าหลิวหยุนกำลังสลัดเขาทิ้งอย่างชัดเจน!
เมื่อนึกถึงคำเตือนของผู้จัดการจางสง ดวงตาของอู๋เต๋อก็แดงก่ำขึ้นมา
เจ้าศิษย์รับใช้ที่สมควรตายนั่น ถึงขนาดนี้แล้วยังจะมาทำร้ายเขาอีก!
….
อีกด้าน
เนื่องจากการเดินทางกลับนั้นไกลนัก
ประกอบกับมีเงินอยู่บนตัวบ้างเเล้ว ลู่เย่จึงได้เหมาจ่ายรถม้าคันหนึ่งเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองเมฆาใบไม้โดยตรง
สำหรับเรื่องวุ่นวายในนิกายเมฆาสีชาดนั้น ลู่เย่ไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
และก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองได้ถูกคนระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าจงเกลียดจงชังเข้าให้แล้วอย่างไม่รู้ตัว
แน่นอนว่า ต่อให้จะรู้ ลู่เย่ก็คงจะไม่ใส่ใจอยู่ดี
ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้า...จะสามารถรับวิชาดาบของเขาได้สักกระบวนท่าหรือไม่ก็ไม่รู้
เเละในตอนนี้ เมื่อมองดูเงินเกือบสามพันตำลึงในแหวนมิติที่เฉินหลิงเซียงให้ยืมมา
ลู่เย่ก็รู้สึกร่ำรวยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เสียงที่ร่ำร้องอยู่ในใจให้เติมเงิน ก็ดังขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ในชั่วพริบตา เงินหนึ่งพันตำลึงก็ถูกหอหมื่นวิถีกลืนกินเข้าไป
เมื่อมองดูเงินในแหวนมิติที่หายไปหนึ่งในสาม ลู่เย่ก็เกิดความรู้สึกว่างเปล่าจางๆขึ้นมา
เขาเหลือบมองเจียงหลิงเยว่ที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะนั่งอยู่ในรถม้าแล้วเลือกที่จะสุ่ม "กายาพิเศษ" แบบเจาะจงในทันที
ครู่ต่อมา เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมาตามที่คาดไว้...
[ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง! ท่านได้รับกายา "ฟื้นฟูฉับพลัน"! สามารถเลือกที่จะหลอมรวมได้ทุกเมื่อ!]
ฟื้นฟูฉับพลัน?
ลู่เย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกายานี้
หลังจากที่อ่านจบแล้ว เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
ตามคำอธิบายของกายภาพนี้ หลังจากที่ได้รับกายานี้แล้ว ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรงเพียงใด ขอเพียงแค่ยังมีลมหายใจอยู่...ก็จะสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วในระดับที่เหนือจินตนาการของคนทั่วไป!
พูดง่ายๆก็คือ ขอเพียงแค่ไม่ถูกฆ่าตายในทันที... ก็เทียบเท่ากับการเป็นอมตะนั่นเอง
สถานการณ์ที่ต้องจบชีวิตลงเพราะบาดแผลรุนแรงเกินกว่าจะรักษาได้นั้น จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเขาอย่างเด็ดขาด
"ยอดเยี่ยม! ด้วยกายานี้ เทียบเท่ากับการยกระดับพลังต่อสู้ของข้าโดยปริยายเลย"
ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่แล้ว จะพยายามหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บให้ได้มากที่สุด ส่วนกลยุทธ์การต่อสู้แบบ "แลกหมัดต่อหมัด" หรือ "ยอมเจ็บเพื่อชัยชนะ" นั้น แทบจะไม่มีเลยแม้แต่น้อย
แต่สำหรับลู่เย่ในตอนนี้แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย!
บาดแผลที่คนอื่นกล้าแลก เขาก็กล้า แต่บาดแผลที่คนอื่นไม่กล้าแลก...เขาก็ยังกล้าอยู่ดี!
ด้านข้าง
เจียงหลิงเยว่ มองลู่เย่ที่จู่ๆก็เผยรอยยิ้มอันลึกลับออกมาด้วยความงุนงงเต็มใบหน้า
นั่งรถม้าอยู่ดีๆ...พี่เขยจะยิ้มขึ้นมาทำไมกัน?
ไม่ใช่ว่าจากการต่อสู้ในคืนนั้น พอหมดแรงจนสลบไป...สมองก็เกิดปัญหาอะไรขึ้นมาหรอกนะ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงหลิงเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะเผยแววตากังวลออกมา
พี่เขยของนางอยู่ที่ตระกูลเจียงก็ไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว คราวนี้ถ้าสมองเกิดมีปัญหาขึ้นมาอีก นั่นก็ยิ่งจะไม่เป็นที่ชื่นชอบเข้าไปใหญ่เลยไม่ใช่หรือ (-__-)
…..
การเดินทางขากลับนั้นราบรื่นตลอดทาง
เดิมที นอกจากแหล่งซ่องสุมโจรที่ใหญ่ที่สุดอย่างเขาซานฟงแล้ว ในรัศมีหลายพันลี้ก็ยังมีกลุ่มโจรที่อ่อนแอกว่าอีกหลายกลุ่ม
แต่ทว่าเพราะเขาซานฟงถึงกับถูกทำลายล้างลงอย่างเงียบๆ ภายในคืนเดียว…นั่นจึงทำให้เหล่าโจรที่เหลือต่างก็หวาดผวาไปตามๆกัน
พวกมันไม่กล้าที่จะโผล่หัวออกมา เพราะกลัวว่าจะถูกกวาดล้างตามไปด้วย
เมื่อกลับมาถึงเมืองเมฆาใบไม้ เดิมทีลู่เย่คิดจะจ่ายเงินค่ารถม้า แต่กลับไม่คาดคิดว่าเจียงหลิงเยว่จะเข้ามาขวางไว้เสียก่อน
"พี่เขย ข้าจ่ายเองเจ้าค่ะ"
ในสายตาของนาง ลู่เย่หาเงินหนึ่งร้อยตำลึงจากการคุ้มกันสินค้ามาได้อย่างยากลำบาก บนตัวคงจะไม่มีเงินเหลือเก็บอยู่เท่าไหร่
และการเดินทางด้วยรถม้าที่ไกลถึงกว่าพันลี้ในครั้งนี้ ค่ารถก็ต้องใช้ถึงสิบกว่าตำลึงเงินเลยทีเดียว
เมื่อเห็นว่าเจียงหลิงเยว่รีบแย่งที่จะจ่ายเงิน ลู่เย่ก็ยิ้มบางๆและไม่ได้พูดอะไรมาก
"ถึงบ้านสักที อยู่บนรถม้าหลายวันมานี้ ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว" เจียงหลิงเยว่มองไปยังคฤหาสน์ตระกูลเจียงที่คุ้นเคย ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยสีหน้าที่เบิกบาน
…..
ณ ลานเล็กเขตปิ่งในลานชั้นนอก
หลังจากที่แยกกับเจียงหลิงเยว่แล้ว ลู่เย่ก็ก้าวเข้าไปในลานบ้าน
ชิงหยูที่กำลังกวาดพื้นอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะรู้สึกยินดีในทันที
"คุณเขย ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ?!"
นางรีบวางไม้กวาดในมือลง ก่อนจะวิ่งมาอยู่ตรงหน้าลู่เย่ พลางสำรวจเขาขึ้นๆลงๆแล้วกล่าวอย่างกังวล
"ข้าได้ยินมาว่า ที่ไปคุ้มกันสินค้าครั้งนี้เจอพวกโจรมาปล้น คุณชาย ท่าน...ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหมเจ้าคะ?"
"ทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ" ชิงหยูลูบหน้าอกของตัวเองอย่างโล่งใจ
ขบวนรถสินค้ากลับมาถึงเมืองเมฆาใบไม้ก่อนหน้านี้หลายวันแล้ว เรื่องราวในคืนที่ถูกปล้นชิงอันน่าหวาดเสียว ก็ได้แพร่กระจายออกมาจากปากของผู้คนจำนวนไม่น้อย
รวมไปถึงเรื่องที่ มียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นถึงสามคน ยิ่งทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนที่ได้ฟังรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน
การเหินเวหาเหยียบอากาศ ปราณแท้จริงที่ไร้สิ่งใดต้านทาน…ขอบเขตเหนือสวรรค์เช่นนี้ มีใครบ้างที่จะไม่ใฝ่ฝัน!
ทว่าเมื่อชิงหยูได้ยินข่าวเหล่านี้ สิ่งแรกที่นางนึกถึงกลับไม่ใช่เรื่องของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ แต่เป็นเรื่องที่ลู่เย่ต่อสู้กับโจรอย่างสุดกำลัง จนในที่สุดก็หมดแรงสลบไป
ดังนั้น หลายวันที่ผ่านมานางจึงรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง
โชคยังดีที่ได้เห็นลู่เย่กลับมาอย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นางจึงค่อยวางใจลงได้ในที่สุด
….
หลังจากนั้น
ด้วยความที่อยากจะทดลองประสิทธิภาพของกายา "ฟื้นฟูฉับพลัน" เมื่อกลับมาถึงห้อง ลู่เย่ก็ปิดประตูลง…จากนั้น พลังปราณภายในก็คมกริบราวกับมีด กรีดนิ้วของเขาเป็นแผลเล็กๆ
และในวินาทีต่อมา…
ทันทีที่เลือดเพิ่งจะซึมออกมา บาดแผลก็พลันสมานตัวและตกสะเก็ดอย่างรวดเร็ว!
ไม่กี่วินาทีต่อมา สะเก็ดเลือดก็หลุดลอกออกไป ทิ้งไว้เพียงรอยสีขาวจางๆ ณ จุดที่เคยได้รับบาดเจ็บ
"ช่างเป็นความเร็วในการฟื้นฟูที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!"
….
อีกด้าน
ณ ลานชั้นในของคฤหาสน์ตระกูลเจียง
เจียงหลิงเยว่วิ่งเข้าไปในลานเล็กๆ แห่งหนึ่ง พลางกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
"พี่สาว ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ"
เจียงชิงเกอเดินออกมา ในแววตาของนางเผยความห่วงใยออกมาวูบหนึ่ง
"ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?"
(จบตอน)