เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"

บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"

บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"


บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"

"อู๋เต๋อ คำสั่งจากทางนิกายมาถึงเจ้าแล้ว!"

ผู้ที่มาคือผู้จัดการของนิกาย จางสง

"จากการพิจารณาของทางนิกาย ได้มีมติให้ส่งเจ้าไปยังทุ่งหินดำเพื่อบุกเบิก ให้เจ้าออกเดินทางทันที…ห้ามล่าช้าโดยเด็ดขาด"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋เต๋อก็ถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า

บุกเบิกที่ทุ่งหินดำ?!

การบุกเบิกนั้นถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากมาโดยตลอด!

ภายในทุ่งรกร้างนั้น เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้จักมากมาย หากพลาดพลั้งไปเพียงนิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดหรือแม้กระทั่งขอบเขตเหนือสวรรค์ การที่จะต้องจบชีวิตลงในนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

แล้วยิ่งเขาที่เป็นเพียงแค่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าเล่า?

"ท่านผู้จัดการจาง นี่มันเรื่องอะไรกันขอรับ?" อู๋เต๋อตกตะลึงอย่างยิ่ง

"เจ้าถามข้า แล้วข้าจะไปถามใคร?" จางสงกล่าวอย่างเย็นชา

"นี่เป็นคำสั่งที่ทางนิกายส่งลงมาโดยตรง"

เมื่อมองอู๋เต๋อที่ปกติแล้วก็คอยเอาอกเอาใจเขาอยู่ไม่น้อย จางสงก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบเสียงเบาว่า

"ได้ยินมาว่าเรื่องนี้ เป็นคำสั่งที่ท่านเจ้าสำนักเป็นผู้สั่งลงมาโดยตรง บางที...อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เจ้าปากพล่อยตอนเมาในครั้งนั้นก็ได้"

จนกระทั่งจางสงจากไปแล้ว อู๋เต๋อก็ยังคงไม่ได้สติกลับมา

ในตอนนี้ หลิวหยุนก็รีบขยับตัวออกห่างจากอู๋เต๋อในทันที

แท้จริงแล้ว อู๋เต๋อไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่หลิวหยุนชอบเลยสักนิด ที่นางยอมคบหากับเขาก็เพียงเพราะเห็นแก่สถานะศิษย์สายในของเขาเท่านั้น

ในอนาคต เมื่อนางต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นศิษย์สายใน ก็ยังมีคนคอยช่วยอยู่เบื้องหลังได้บ้าง

แต่เรื่องแบบนี้ คงไม่มีเเล้ว

พอไปถึงทุ่งหินดำ ถึงตอนนั้นจะยังมีชีวิตรอดกลับมาได้หรือไม่ก็ยังไม่แน่

แล้วใครจะยังโง่เอาอนาคตของตัวเองไปฝากไว้กับอู๋เต๋ออีกกัน?

เมื่อมองหลิวหยุนที่พลันทำตัวเย็นชาลง อู๋เต๋อก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

"ศิษย์น้องหยุน เจ้ารอข้ากลับมานะ ศิษย์พี่จะช่วยเจ้าจัดการเรื่องการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สายในให้ได้อย่างแน่นอน"

"ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ศิษย์พี่อู๋จัดการเรื่องของตัวเองให้ดีก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ"

"ข้ายังมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"

สิ้นเสียงนั้น หลิวหยุนก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ในเมื่อการลงทุนครั้งนี้ล้มเหลวแล้ว นางก็ต้องรีบไปหาคนใหม่ให้ทันเวลา

"หลิวหยุน เจ้า..."

ถึงตอนนี้แล้ว อู๋เต๋อจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไร ว่าหลิวหยุนกำลังสลัดเขาทิ้งอย่างชัดเจน!

เมื่อนึกถึงคำเตือนของผู้จัดการจางสง ดวงตาของอู๋เต๋อก็แดงก่ำขึ้นมา

เจ้าศิษย์รับใช้ที่สมควรตายนั่น ถึงขนาดนี้แล้วยังจะมาทำร้ายเขาอีก!

….

อีกด้าน

เนื่องจากการเดินทางกลับนั้นไกลนัก

ประกอบกับมีเงินอยู่บนตัวบ้างเเล้ว ลู่เย่จึงได้เหมาจ่ายรถม้าคันหนึ่งเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองเมฆาใบไม้โดยตรง

สำหรับเรื่องวุ่นวายในนิกายเมฆาสีชาดนั้น ลู่เย่ไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

และก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองได้ถูกคนระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้าจงเกลียดจงชังเข้าให้แล้วอย่างไม่รู้ตัว

แน่นอนว่า ต่อให้จะรู้ ลู่เย่ก็คงจะไม่ใส่ใจอยู่ดี

ระดับรวบรวมปราณขั้นที่เก้า...จะสามารถรับวิชาดาบของเขาได้สักกระบวนท่าหรือไม่ก็ไม่รู้

เเละในตอนนี้ เมื่อมองดูเงินเกือบสามพันตำลึงในแหวนมิติที่เฉินหลิงเซียงให้ยืมมา

ลู่เย่ก็รู้สึกร่ำรวยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เสียงที่ร่ำร้องอยู่ในใจให้เติมเงิน ก็ดังขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว

ในชั่วพริบตา เงินหนึ่งพันตำลึงก็ถูกหอหมื่นวิถีกลืนกินเข้าไป

เมื่อมองดูเงินในแหวนมิติที่หายไปหนึ่งในสาม ลู่เย่ก็เกิดความรู้สึกว่างเปล่าจางๆขึ้นมา

เขาเหลือบมองเจียงหลิงเยว่ที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะนั่งอยู่ในรถม้าแล้วเลือกที่จะสุ่ม "กายาพิเศษ" แบบเจาะจงในทันที

ครู่ต่อมา เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมาตามที่คาดไว้...

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง! ท่านได้รับกายา "ฟื้นฟูฉับพลัน"! สามารถเลือกที่จะหลอมรวมได้ทุกเมื่อ!]

ฟื้นฟูฉับพลัน?

ลู่เย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกายานี้

หลังจากที่อ่านจบแล้ว เขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

ตามคำอธิบายของกายภาพนี้ หลังจากที่ได้รับกายานี้แล้ว ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บรุนแรงเพียงใด ขอเพียงแค่ยังมีลมหายใจอยู่...ก็จะสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วในระดับที่เหนือจินตนาการของคนทั่วไป!

พูดง่ายๆก็คือ ขอเพียงแค่ไม่ถูกฆ่าตายในทันที... ก็เทียบเท่ากับการเป็นอมตะนั่นเอง

สถานการณ์ที่ต้องจบชีวิตลงเพราะบาดแผลรุนแรงเกินกว่าจะรักษาได้นั้น จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเขาอย่างเด็ดขาด

"ยอดเยี่ยม! ด้วยกายานี้ เทียบเท่ากับการยกระดับพลังต่อสู้ของข้าโดยปริยายเลย"

ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่แล้ว จะพยายามหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บให้ได้มากที่สุด ส่วนกลยุทธ์การต่อสู้แบบ "แลกหมัดต่อหมัด" หรือ "ยอมเจ็บเพื่อชัยชนะ" นั้น แทบจะไม่มีเลยแม้แต่น้อย

แต่สำหรับลู่เย่ในตอนนี้แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย!

บาดแผลที่คนอื่นกล้าแลก เขาก็กล้า แต่บาดแผลที่คนอื่นไม่กล้าแลก...เขาก็ยังกล้าอยู่ดี!

ด้านข้าง

เจียงหลิงเยว่ มองลู่เย่ที่จู่ๆก็เผยรอยยิ้มอันลึกลับออกมาด้วยความงุนงงเต็มใบหน้า

นั่งรถม้าอยู่ดีๆ...พี่เขยจะยิ้มขึ้นมาทำไมกัน?

ไม่ใช่ว่าจากการต่อสู้ในคืนนั้น พอหมดแรงจนสลบไป...สมองก็เกิดปัญหาอะไรขึ้นมาหรอกนะ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงหลิงเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะเผยแววตากังวลออกมา

พี่เขยของนางอยู่ที่ตระกูลเจียงก็ไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว คราวนี้ถ้าสมองเกิดมีปัญหาขึ้นมาอีก นั่นก็ยิ่งจะไม่เป็นที่ชื่นชอบเข้าไปใหญ่เลยไม่ใช่หรือ (-__-)

…..

การเดินทางขากลับนั้นราบรื่นตลอดทาง

เดิมที นอกจากแหล่งซ่องสุมโจรที่ใหญ่ที่สุดอย่างเขาซานฟงแล้ว ในรัศมีหลายพันลี้ก็ยังมีกลุ่มโจรที่อ่อนแอกว่าอีกหลายกลุ่ม

แต่ทว่าเพราะเขาซานฟงถึงกับถูกทำลายล้างลงอย่างเงียบๆ ภายในคืนเดียว…นั่นจึงทำให้เหล่าโจรที่เหลือต่างก็หวาดผวาไปตามๆกัน

พวกมันไม่กล้าที่จะโผล่หัวออกมา เพราะกลัวว่าจะถูกกวาดล้างตามไปด้วย

เมื่อกลับมาถึงเมืองเมฆาใบไม้ เดิมทีลู่เย่คิดจะจ่ายเงินค่ารถม้า แต่กลับไม่คาดคิดว่าเจียงหลิงเยว่จะเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

"พี่เขย ข้าจ่ายเองเจ้าค่ะ"

ในสายตาของนาง ลู่เย่หาเงินหนึ่งร้อยตำลึงจากการคุ้มกันสินค้ามาได้อย่างยากลำบาก บนตัวคงจะไม่มีเงินเหลือเก็บอยู่เท่าไหร่

และการเดินทางด้วยรถม้าที่ไกลถึงกว่าพันลี้ในครั้งนี้ ค่ารถก็ต้องใช้ถึงสิบกว่าตำลึงเงินเลยทีเดียว

เมื่อเห็นว่าเจียงหลิงเยว่รีบแย่งที่จะจ่ายเงิน ลู่เย่ก็ยิ้มบางๆและไม่ได้พูดอะไรมาก

"ถึงบ้านสักที อยู่บนรถม้าหลายวันมานี้ ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว" เจียงหลิงเยว่มองไปยังคฤหาสน์ตระกูลเจียงที่คุ้นเคย ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยสีหน้าที่เบิกบาน

…..

ณ ลานเล็กเขตปิ่งในลานชั้นนอก

หลังจากที่แยกกับเจียงหลิงเยว่แล้ว ลู่เย่ก็ก้าวเข้าไปในลานบ้าน

ชิงหยูที่กำลังกวาดพื้นอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะรู้สึกยินดีในทันที

"คุณเขย ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ?!"

นางรีบวางไม้กวาดในมือลง ก่อนจะวิ่งมาอยู่ตรงหน้าลู่เย่ พลางสำรวจเขาขึ้นๆลงๆแล้วกล่าวอย่างกังวล

"ข้าได้ยินมาว่า ที่ไปคุ้มกันสินค้าครั้งนี้เจอพวกโจรมาปล้น คุณชาย ท่าน...ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหมเจ้าคะ?"

"ทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง"

"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ" ชิงหยูลูบหน้าอกของตัวเองอย่างโล่งใจ

ขบวนรถสินค้ากลับมาถึงเมืองเมฆาใบไม้ก่อนหน้านี้หลายวันแล้ว เรื่องราวในคืนที่ถูกปล้นชิงอันน่าหวาดเสียว ก็ได้แพร่กระจายออกมาจากปากของผู้คนจำนวนไม่น้อย

รวมไปถึงเรื่องที่ มียอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นถึงสามคน ยิ่งทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนที่ได้ฟังรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน

การเหินเวหาเหยียบอากาศ ปราณแท้จริงที่ไร้สิ่งใดต้านทาน…ขอบเขตเหนือสวรรค์เช่นนี้ มีใครบ้างที่จะไม่ใฝ่ฝัน!

ทว่าเมื่อชิงหยูได้ยินข่าวเหล่านี้ สิ่งแรกที่นางนึกถึงกลับไม่ใช่เรื่องของยอดฝีมือขอบเขตเหนือสวรรค์ แต่เป็นเรื่องที่ลู่เย่ต่อสู้กับโจรอย่างสุดกำลัง จนในที่สุดก็หมดแรงสลบไป

ดังนั้น หลายวันที่ผ่านมานางจึงรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง

โชคยังดีที่ได้เห็นลู่เย่กลับมาอย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นางจึงค่อยวางใจลงได้ในที่สุด

….

หลังจากนั้น

ด้วยความที่อยากจะทดลองประสิทธิภาพของกายา "ฟื้นฟูฉับพลัน" เมื่อกลับมาถึงห้อง ลู่เย่ก็ปิดประตูลง…จากนั้น พลังปราณภายในก็คมกริบราวกับมีด กรีดนิ้วของเขาเป็นแผลเล็กๆ

และในวินาทีต่อมา…

ทันทีที่เลือดเพิ่งจะซึมออกมา บาดแผลก็พลันสมานตัวและตกสะเก็ดอย่างรวดเร็ว!

ไม่กี่วินาทีต่อมา สะเก็ดเลือดก็หลุดลอกออกไป ทิ้งไว้เพียงรอยสีขาวจางๆ ณ จุดที่เคยได้รับบาดเจ็บ

"ช่างเป็นความเร็วในการฟื้นฟูที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!"

….

อีกด้าน

ณ ลานชั้นในของคฤหาสน์ตระกูลเจียง

เจียงหลิงเยว่วิ่งเข้าไปในลานเล็กๆ แห่งหนึ่ง พลางกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

"พี่สาว ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

เจียงชิงเกอเดินออกมา ในแววตาของนางเผยความห่วงใยออกมาวูบหนึ่ง

"ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 32 : กายาพิเศษ "ฟื้นฟูฉับพลัน"

คัดลอกลิงก์แล้ว