เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 : วิชาดาบพิรุณโปรยปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยว่

บทที่ 19 : วิชาดาบพิรุณโปรยปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยว่

บทที่ 19 : วิชาดาบพิรุณโปรยปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยว่


บทที่ 19 : วิชาดาบพิรุณโปรยปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยว่

พูดจบนางก็ไม่รอให้ลู่เย่ปฏิเสธ

เจียงหลิงเยว่เอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขาแล้วหลับตาลง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะต้องเดินทางรอนแรมอยู่ข้างนอกมาหลายวันจนเหนื่อยล้าจริงๆหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่เพียงไม่นาน เจียงหลิงเยว่ก็ผล็อยหลับไปจริงๆ

ลู่เย่หันไปมองแวบหนึ่ง แล้วส่ายศีรษะเบาๆ

….

ณ ที่ไม่ไกลออกไป ขบวนรถม้าได้เริ่มตั้งเตาเตรียมหุงหาอาหารแล้ว ไม่นานกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็ลอยโชยออกมา

"อย่ามัวแต่นอนอยู่เลย น้ำลายไหลย้อยแล้ว" ลู่เย่เอื้อมมือไปตบที่แก้มของเจียงหลิงเยว่เบาๆ

นางตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ พอได้ยินคำว่า "น้ำลาย" ใบหน้าก็พลันแดงก่ำขึ้นมาทันที รีบยกมือขึ้นมาเช็ด...

"ท่านพี่เขย ท่านนี่ร้ายกาจจริงๆ…ทำข้าตกใจหมดเลย นึกว่ามีจริงๆเสียอีก"

"ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน" ลู่เย่ลุกขึ้นยืนอย่างสงบ

เจียงหลิงเยว่รีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามหลังลู่เย่ไป

ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารหม้อใหญ่ที่ทำกินกันระหว่างการเดินทาง แต่ฝีมือของพ่อครัวก็ไม่เลวเลยทีเดียว

ทุกคนในขบวนรถต่างก็กินดื่มกันจนอิ่มหนำสำราญ แล้วนั่งลงพักผ่อนด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข

ในขณะนี้ หลิวเจิ้นกำลังจัดเวรยามสำหรับลาดตระเวนในตอนกลางคืน

หลังจากเดินทางมาทั้งวัน ทุกคนในขบวนต่างก็เหนื่อยล้ากันเต็มที

แต่ทว่า ยิ่งเป็นเวลาเช่นนี้ ในฐานะหัวหน้าคุ้มภัยผู้มีประสบการณ์ หลิวเจิ้นยิ่งรู้ดีว่าจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

เหตุการณ์ปล้นขบวนคุ้มภัยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในยามดึก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนระมัดระวังตัวน้อยที่สุด

เดิมทีลู่เย่กำลังพิงรถม้าคันนั้นเพื่อพักผ่อน…แต่ในวินาทีต่อมา ความรู้สึกถึงอันตรายจางๆก็พลันแล่นเข้ามา ทำให้ขนทั่วร่างของเขาลุกชันขึ้นมาทันที!

ฟิ้ว!

ลูกธนูดอกหนึ่งถูกยิงออกมาจากป่าทึบที่อยู่ห่างไกลอย่างเงียบเชียบ สังหารนักคุ้มกันระดับรวบรวมปราณคนหนึ่งที่ไม่ได้ระวังตัวไปในทันที

"ระวัง! มีศัตรูบุก!"

รูม่านตาของหลิวเจิ้นเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ

เสียงของเขาที่เคลือบไว้ด้วยพลังลมปราณปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นมาในทันที

ข้างรถม้า เจียงหลิงเยว่ตกใจสุดขีด รีบชักดาบ "จันทราคราม" ออกมาในพริบตา…แสงดาบส่องประกายวาววับภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน

"ท่านพี่เขย ระวังตัวด้วย! มีศัตรูมา!"

วินาทีต่อมา เงาร่างจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากป่าทึบ ทุกคนล้วนแต่ผูกปลอกแขนสีแดงไว้ คนที่เป็นผู้นำมีใบหน้าที่อำมหิตมาก

"หลิวเจิ้น อย่าคิดต่อต้านให้เสียเวลาเปล่าเลย…การคุ้มภัยครั้งนี้ พวกเจ้าไม่มีทางรักษามันไว้ได้! ส่งของออกมาซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า"

ภายใต้แสงจันทร์ เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้นำอย่างชัดเจน สีหน้าของหลิวเจิ้นก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"หัวหน้าใหญ่แห่งเขาซานฟง? จางหู่ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง!"

โจรป่าแห่งเขาซานฟง!

นี่คือกลุ่มโจรป่าที่เร่ร่อนก่อเหตุอยู่ในรัศมีหลายพันลี้เป็นครั้งคราว

หัวหน้าใหญ่ของพวกมันก็คือจางหู่ที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมันก็เป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เจ็ดเช่นกัน

ถือได้ว่าเป็นซ่องโจรที่แข็งแกร่งที่สุดในรัศมีพันลี้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการก่อเหตุของโจรป่าแห่งเขาซานฟงนั้นค่อนข้างจะรู้จักกาลเทศะ

สินค้าของสองเมืองใหญ่และสี่ตระกูลใหญ่ระดับขอบเขตเหนือสวรรค์ พวกมันไม่เคยแตะต้องเลย

ประกอบกับมีข่าวลือว่าเบื้องหลังของโจรป่าซานฟงก็มีขุมกำลังระดับขอบเขตเหนือสวรรค์คอยหนุนหลังอยู่เช่นกัน…ด้วยเหตุนี้ กลุ่มโจรป่ากลุ่มนี้จึงยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

แต่ในคืนนี้ พวกมันกลับเลือกที่จะลงมือกับสำนักคุ้มภัยของตระกูลเจียง

ใบหน้าของหลิวเจิ้นพลันเย็นชาลง

"จางหู่ นี่คือสินค้าของตระกูลเจียงของข้า! เจ้าอย่าได้หาเรื่องใส่ตัว! รีบถอยกลับไปเสีย แล้วข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"

"ตระกูลเจียงรึ?" จางหู่แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน

เมื่อเห็นท่าทีของจางหู่ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าความมั่นใจของมันมาจากไหน…แต่หลิวเจิ้นก็เข้าใจดีว่า ศึกหนักในคืนนี้คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว

หลิวเจิ้นโบกมือทันที เป็นสัญญาณให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

"ถ้าเช่นนั้นก็ดี ให้หลิวผู้นี้ได้ดูหน่อยเถอะว่า ช่วงนี้ท่านหัวหน้าใหญ่จางฝีมือพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ถึงได้กล้ามาหาเรื่องกับสำนักคุ้มภัยเทียนเซี่ยของข้า!"

สิ้นเสียงนั้น หลิวเจิ้นก็สะบัดดาบยาวในมือ ปลดปล่อยพลังของขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่เจ็ดออกมาอย่างเต็มที่ แล้วพุ่งเข้าใส่จางหู่โดยตรง

เหล่าโจรป่าที่ผูกปลอกแขนสีแดงก็ราวกับหมาป่าที่หิวโหย พุ่งเข้าใส่คนอื่นๆในขบวนคุ้มภัย

เจียงหลิงเยว่มองไปยังโจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่หกคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเข้ามา วิชาดาบพิรุณโปรยของนางร่ายรำอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เข้าครอบคลุมคู่ต่อสู้ไว้ในพริบตา

ในขณะนี้ ลู่เย่ยังคงแสดงพลังของตนเองอยู่ที่ระดับรวบรวมปราณขั้นที่สาม

โจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่สี่คนหนึ่ง ถือดาบยาวเล่มหนึ่ง พุ่งเข้ามาหาลู่เย่พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"ไอ้หนู... รับดาบของปู่เจ้าซะ!"

เจียงหลิงเยว่ฉวยโอกาสเหลือบไปมองข้างๆในใจก็พลันตกใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

แต่ทว่า ในไม่ช้านางก็นึกขึ้นได้ว่าลู่เย่อยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดแล้ว แถมยังมีลมปราณคุ้มกายอีกด้วย

แค่โจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่สี่ การเข้าไปหาเรื่องก็ไม่ต่างอะไรไปจากการส่งตัวเองไปตาย

เจียงหลิงเยว่จึงวางใจลงได้ แล้วหันกลับไปตั้งสมาธิรับมือกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าต่อ

ทางด้านของลู่เย่ เขาต่อสู้ไปพลางถอยไปพลางจนหลุดออกจากสมรภูมิหลัก ไปจนถึงขอบของสนามรบ

โจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่สี่คนนั้นยิ่งสู้ก็ยิ่งได้ใจ เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าขาวรูปหล่อคนนี้ถูกตนเองตีจนต้องถอยร่นไม่เป็นท่า เขาก็ยิ่งฮึกเหิมมากขึ้น

"หึ! คิดจะหนีรึ!"

เมื่อเห็นว่าลู่เย่คิดจะหนีเข้าไปในป่าทึบ โจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่สี่ก็รีบไล่ตามไปทันที!

ฉึก!

วินาทีต่อมา ในป่าทึบก็มีเสียงคล้ายกับศีรษะระเบิดดังแว่วออกมา

ชั่วครู่ให้หลัง เงาร่างในชุดดำคนหนึ่งก็ค่อยๆโผล่ออกมาจากป่าทึบ ในมือถือดาบยาวเล่มนั้นอยู่

โจรป่าที่อยู่ตามรายทาง ไม่มีใครเลยที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

ทุกที่ที่แสงดาบสาดส่องไป กลับสามารถฟันฝ่าจนกลายเป็นเส้นทางสายหนึ่งได้โดยตรง

เมื่อเห็นชายชุดดำสวมหน้ากากปริศนาบุกทะลวงเข้ามาจากวงนอก แล้วฟาดฟันลูกน้องของตนราวกับผักปลา

จางหู่ก็แค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง แล้วไม่คิดจะปิดบังพลังของตนเองอีกต่อไป!

ครืนนนน!!!

"เจ้า…เจ้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นที่แปดแล้วงั้นรึ?!"

ในชั่วพริบตา หลิวเจิ้นก็ร้องตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

"เดิมทีข้ากะว่าจะเล่นกับเจ้าสักหน่อย แต่ตอนนี้...เจ้าจงไปตายซะเถอะ!"

จางหู่แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ดาบใหญ่สามห่วงในมือพลันฟันลงมา!

เปรี้ยงงงง!!!

หลิวเจิ้นยกดาบขึ้นรับได้ทัน…แต่ทว่า จางหู่ที่ระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่นั้นมีพลังลมปราณที่หนาแน่นกว่าเขามากนัก

เพียงแค่ปะทะกันครั้งเดียว ง่ามมือของหลิวเจิ้นก็พลันปริแตกทันที!

จางหู่ฉวยโอกาสนี้ กำหมัดซ้ายแน่นแล้วควบแน่นพลังลมปราณอันมหาศาล ก่อนจะชกเข้าใส่หลิวเจิ้นที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

"อั่คคคคค!"

หลิวเจิ้นกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

เขาได้รับบาดเจ็บและถอยร่นในทันที พลังลมปราณอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

ณ เวลานี้….ชายชุดดำบุกฝ่าเข้ามาจนถึงข้างกายของเจียงหลิงเยว่ แล้วถือโอกาสฟันโจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่หกที่กำลังต่อสู้กับนางอย่างสูสีจนตายในดาบเดียว

"ไอ้พวกหัวหดซ่อนหาง! ข้าขอดูหน่อยเถอะว่าเจ้าเป็นตัวอะไรมาจากไหน!"

ในขณะนี้ จางหู่ที่เพิ่งจะทำให้หลิวเจิ้นบาดเจ็บสาหัส ก็ถือดาบใหญ่สามห่วงของตนก้าวยาวๆเข้ามา แล้วฟันดาบสองครั้งติดต่อไปยังชายชุดดำสวมหน้ากาก

ณ เวลานี้ เจียงหลิงเยว่ชะงักไปเล็กน้อย​

นางมองชายชุดดำที่จู่ๆก็พุ่งเข้าไปต่อสู้กับหัวหน้าใหญ่แห่งเขาซานฟง แล้วรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

วินาทีต่อมา พอนึกถึงลู่เย่ขึ้นมาได้ นางก็รีบหันกลับไปมอง...

ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของเจียงหลิงเยว่ก็พลันซีดเผือดลง

ลู่เย่...หายตัวไป!

สมรภูมิในตอนนี้ช่างวุ่นวายสับสน การต่อสู้เกิดขึ้นอยู่ทุกหนทุกแห่ง เจียงหลิงเยว่ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าลู่เย่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ครู่ต่อมา ก็มีโจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดอีกคนหนึ่งที่เพิ่งจะจัดการกับนักคุ้มกันเสร็จ พุ่งเข้ามาหาเจียงหลิงเยว่แล้วฟันดาบเข้าใส่!

จิตใจของเจียงหลิงเยว่ว้าวุ่น ประกอบกับเดิมทีนางก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่แล้ว…เพียงไม่กี่กระบวนท่า นางก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทำได้เพียงฝืนต้านรับไว้อย่างสุดกำลัง

ในอีกด้านหนึ่ง ดาบสองครั้งติดของจางหู่ที่ทั้งรุนแรงและหนักหน่วง กลับถูกชายชุดดำป้องกันไว้ได้อย่างง่ายดาย

แววตาของจางหู่ฉายแววเหี้ยมเกรียมออกมา ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมาลางๆ

ผู้มาใหม่คนนี้รับมือได้ยากอย่างยิ่ง และแข็งแกร่งกว่าหัวหน้าคุ้มภัยของสำนักคุ้มภัยเทียนเซี่ยอย่างหลิวเจิ้นอย่างแน่นอน!

ในขณะนั้นเอง ดาบ "จันทราคราม" ในมือของเจียงหลิงเยว่ก็ถูกโจรป่าระดับรวบรวมปราณขั้นที่เจ็ดฟันจนกระเด็นหลุดมือ ทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งยวด

ฉากนี้ ทำให้แววตาของชายชุดดำสวมหน้ากากพลันแข็งกร้าวขึ้น

เขาสะบัดดาบยาวในมือพุ่งออกไปในทันที!

ตัวดาบกลายเป็นดั่งสายฝนที่โปรยปรายอย่างต่อเนื่อง พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง

ในชั่วพริบตา มันก็ทะลวงร่างของโจรป่าแห่งเขาซานฟงที่กำลังเผยรอยยิ้มอำมหิตออกมาจนสิ้นใจ!

"วิชาดาบพิรุณโปรย?!" จางหู่ผู้มีแววตาอำมหิต จำกระบวนท่าของชายชุดดำสวมหน้ากากได้ในทันที

ในชั่วพริบตานั้นเอง เจียงหลิงเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือดและเริ่มจะอ่อนแรงก็ถึงกับชะงักไป

นางหันขวับมามองทางนี้ทันที

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 19 : วิชาดาบพิรุณโปรยปรากฏ! ความตกตะลึงของเจียงหลิงเยว่

คัดลอกลิงก์แล้ว