เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 : หนึ่งในร้อยกายาศักดิ์สิทธิ์, กายาดาบดารา!

บทที่ 5 : หนึ่งในร้อยกายาศักดิ์สิทธิ์, กายาดาบดารา!

บทที่ 5 : หนึ่งในร้อยกายาศักดิ์สิทธิ์, กายาดาบดารา!


บทที่ 5 : หนึ่งในร้อยกายาศักดิ์สิทธิ์, กายาดาบดารา!

ท่ามกลางแสงดาวที่โปรยปรายลงมายามค่ำคืน เจียงชิงเกอและเจียงหลิงเยว่เดินเล่นกลับมาจากข้างนอก

พอเดินเข้าสู่เขตตระกูลเจียง และผ่านลานด้านนอกไป เจียงชิงเกอก็พลันมองไปยังเขตคนใช้แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"เขาพักอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่"

ทีแรกเจียงหลิงเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็หันไปมองตาม ก่อนจะเข้าใจว่า "เขา" ที่พี่สาวพูดถึงนั้นคือใคร

ที่แท้ก็คือพี่เขยกำมะลอคนนั้น, ลู่เย่ นั่นเอง

"ใช่เจ้าค่ะ เขาพักอยู่ที่นี่…พี่หญิง ท่านจะไปดูเขาหน่อยหรือ?"

แววตาของเจียงชิงเกอฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ตอนที่กำลังโมโห อันที่จริงเจียงชิงเกอก็รู้ตัวว่าเธอพูดจาด้วยอารมณ์ไปหลายคำ

แต่เมื่อใจเย็นลงแล้วลองคิดทบทวนดูดีๆ การที่เขาปลอมตัวเป็นศิษย์ฝ่ายในมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์

บางที...ก็อาจจะโทษลู่เย่ทั้งหมดไม่ได้

เจียงชิงเกอเก็บซ่อนความรู้สึกซับซ้อนในแววตาเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยอย่างเย็นชาว่า

"ข้าไม่ไปดีกว่า ไม่อยากเห็นใบหน้าที่น่าหงุดหงิดนั่น"

เจียงหลิงเยว่ "อ้อ" รับคำหนึ่ง

"ถ้าเช่นนั้น พวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ"

"เดี๋ยวก่อน" เจียงชิงเกอกล่าวอย่างสงบนิ่ง

"เจ้าไปถามคนผู้นั้นดูหน่อยว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่ อย่างเช่น อยากจะย้ายที่พัก…”

“ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยไปนัก ถือว่าเห็นแก่ความเป็นสามีภรรยากันสักครั้ง ข้าก็พอจะตอบตกลงได้”

"ก็ได้เจ้าค่ะ งั้นข้าจะไปถามดู" เจียงหลิงเยว่เองก็ค่อนข้างสนใจในตัวพี่เขยกำมะลอคนนี้อยู่แล้ว

นางจึงรีบเดินตรงไปยังเรือนของลู่เย่ในเขตคนใช้ทันที

เจียงชิงเกอมองตามแผ่นหลังของเจียงหลิงเยว่ที่เดินจากไป พลางยืนรออยู่ที่เดิม

เธอรู้สึกว่าตนเองได้บอกใบ้ไปชัดเจนมากแล้ว

การที่เธอจัดให้ลู่เย่ไปพักในที่ของคนรับใช้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ มาตอนนี้เมื่อลองคิดดูดีๆมันก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

ดังนั้น ตอนนี้เธอจึงให้หลิงเยว่ไปหาเขา

ขอเพียงแค่ลู่เย่เอ่ยปากเสนอขึ้นมาเอง เจียงชิงเกอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยนที่พักให้เขาใหม่

เจียงหลิงเยว่มาถึงเรือนเล็กของลู่เย่ เธอชะโงกศีรษะเข้าไปมอง ก็เห็นลู่เย่กำลังฝึกตนอยู่พอดี

เมื่อลู่เย่เห็นการปรากฏตัวของเจียงหลิงเยว่ เขาก็รีบหยุดการโคจรพลังทันที

เพราะเจียงหลิงเยว่นั้นแตกต่างจากชิงหยู นางอยู่ในขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ห้า ซึ่งสูงกว่าเขาอยู่หนึ่งขั้นย่อย

การเปิดเผยวิชายุทธ์ที่ไม่ธรรมดาอย่างดัชนีผ่าภูผาต่อหน้าเจียงหลิงเยว่ ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลยสักนิด

ขณะเดียวกัน ในแววตาของเจียงหลิงเยว่ก็ฉายแววประหลาดใจจางๆ

ถึงแม้ว่าลู่เย่จะเก็บท่วงท่าได้รวดเร็วมาก แต่เพียงแวบเดียวที่เห็น เจียงหลิงเยว่ก็สัมผัสได้แล้ว

วิชายุทธ์ที่พี่เขยกำมะลอคนนี้ฝึกฝน...ดูเหมือนว่าจะไม่ธรรมดาเลย

ด้านข้าง ชิงหยูรีบนำเสื้อคลุมตัวนอกที่เพิ่งเย็บเสร็จใหม่ๆเมื่อคืนมายื่นให้ลู่เย่

"ท่านเขยเจ้าคะ รีบคลุมไว้ก่อน เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาเจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นภาพนั้น เจียงหลิงเยว่ก็ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ

"ท่านพี่เขยลู่เย่ ท่านใช้ชีวิตสุขสบายดีนี่นา พี่หญิงข้ายังนึกว่าท่านกำลังลำบากอยู่ที่นี่เสียอีก"

ลู่เย่ยิ้มแห้งๆ

น้องเมียกำมะลอคนนี้มาอีกแล้วรึ?

เจียงหลิงเยว่กระพริบตาปริบๆ พลางเอ่ยอย่างน่ารักขี้เล่นต่อ

"ข้ามาเพื่อจะถามท่าน ว่ามีอะไรต้องการหรือไม่ อย่างเช่น อยากจะย้ายที่อยู่หรือเปล่า?"

"ขอแค่ไม่ใช่เรื่องที่เกินไปนัก ก็พอจะตกลงให้ได้นะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างของลู่เย่ก็พลันเป็นประกายขึ้นมา

ยังสามารถขออะไรได้อีกงั้นรึ?

บังเอิญว่าเขามีเรื่องที่อยากจะขออยู่เรื่องหนึ่งพอดี

เมื่อเห็นท่าทีที่กระตือรือร้นขึ้นมาทันทีของลู่เย่ เจียงหลิงเยว่ก็คิดในใจว่า พี่เขยกำมะลอคนนี้ก็รู้ความดีเหมือนกันนี่นา

คงจะเสนอขอย้ายไปอยู่ที่เรือนชั้นใน จากนั้นก็หาโอกาสเจอหน้าพี่สาวบ่อยๆเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

ในอนาคต...สัญญาแต่งงานนี้ก็อาจจะไม่ต้องถูกยกเลิกแล้วก็ได้

ถึงแม้ว่าฐานะของพี่เขยกำมะลอจะต้อยต่ำ แต่เจียงหลิงเยว่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาอะไร

ส่วนเรื่องการคุ้มครองตระกูลเจียงด้วยพลังขอบเขตเหนือสวรรค์นั้น...ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่น

นาง….เจียงหลิงเยว่!

จะต้องบรรลุถึงขอบเขตเหนือสวรรค์ และกลายเป็นเสาหลักค้ำจุนตระกูลเจียงให้ได้!

แต่ทว่า คำพูดถัดมาของลู่เย่ กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าเล็กๆของเจียงหลิงเยว่แข็งค้างไปในทันที

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็ขอเลยแล้วกันนะ" ลู่เย่ยิ้มอย่างเขินอาย

"คือว่า... พวกเจ้าพอจะ...ให้ข้ายืมเงินสักสิบตำลึงได้หรือไม่? ข้าสัญญาว่าจะคืนให้ทีหลังแน่นอน"

เจียงหลิงเยว่: "???"

ใบหน้าของนางคล้ำลงเล็กน้อย เจียงหลิงเยว่รีบเอ่ยถามต่ออย่างไม่อยากจะเชื่อ

"ท่านว่าอะไรนะ? ท่านไม่ขอย้ายที่อยู่...แต่จะขอยืมเงินสิบตำลึงเนี่ยนะ?!"

ลู่เย่งุนงงไปหมด…เขาก็พักอยู่ที่นี่ดีๆอยู่แล้ว จะย้ายที่อยู่ทำไม แล้วจะให้ย้ายไปไหนกัน?

แต่เงินสิบตำลึงนั้นต่างออกไป นั่นคือสิ่งจำเป็นเร่งด่วน!

เจียงหลิงเยว่ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนแรงในใจ

จากนั้น นางล้วงเงินสิบตำลึงออกมาจากถุงผ้าแล้วส่งให้ลู่เย่

"ก็ได้ ท่านพี่เขย...ถือว่าท่านแน่มาก!”

“นี่ข้าให้ท่านเลย ไม่ต้องคืน”

พูดจบ นางก็รีบเดินออกจากเรือนเล็กไปอย่างรวดเร็ว

….

เจียงชิงเกอรออยู่เพียงครู่เดียว ก็เห็นเจียงหลิงเยว่เดินกลับมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

"เป็นอะไรไป?" เจียงชิงเกอเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

ในใจของเธอนั้นพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา

หรือว่า...ศิษย์ปลอมตัวที่น่าตายคนนั้น จะยื่นข้อเรียกร้องที่เกินเลยมา?

"ท่านพี่เขย เขายื่นข้อเรียกร้องที่... ค่อนข้างจะแปลกนั่นแหละเจ้าค่ะ"

พอเจียงชิงเกอได้ยินดังนั้น ใจก็พลันหล่นวูบ ใบหน้าเย็นชาลงในทันที

คืนนั้นที่เธอไปถอดเสื้อผ้าของลู่เย่ คนผู้นั้นยังขัดขืนอยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นเธอยังนึกชมอยู่ในใจว่าคนผู้นี้ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง

แต่ไม่คิดเลยว่า ตอนนี้ธาตุแท้จะเผยออกมาแล้ว

ได้แต่งงานกับนางแล้ว…แต่ยังกล้าเรียกร้องอะไรที่เกินเลยอีกหรือ?!

"ข้ารู้อยู่แล้วว่าคนผู้นั้นเสแสร้งทำเป็นคนดีมีคุณธรรม ที่แท้ก็เป็นพวกจอมปลอม ตอนนี้ดูสิ สันดานก็เผยออกมาจนได้" เจียงชิงเกอกล่าวอย่างเย็นชา

เจียงหลิงเยว่: "???"

นางมองเจียงชิงเกอที่กำลังเย็นชาด้วยสายตาแปลกๆ พลางอดคิดเรื่องประหลาดๆในใจไม่ได้

นี่มันคือสิ่งที่เรียกว่าไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน ก็เข้าบ้านเดียวกันไม่ได้งั้นหรือ?

ทำไมคนสองคนนี้ถึงได้แปลกประหลาดกันทั้งคู่เลยนะ

เธอยังไม่ได้บอกเลยด้วยซ้ำว่าพี่เขยกำมะลอเรียกร้องอะไร พี่สาวของเธอก็คิดต่อเติมเรื่องราวไปไกลแล้ว?

ก็แค่ยืมเงินสิบตำลึงเอง อย่างไรก็ไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องกับคำว่าเสแสร้งทำดีหรือจอมปลอมได้เลยนะ...

"พี่หญิง ท่านพูดอะไรอยู่เจ้าคะ" เจียงหลิงเยว่กล่าวอย่างอ่อนแรง

"ข้าหมายความว่า ข้อเรียกร้องที่ท่านพี่เขยเสนอมา คือเขาอยากจะยืมเงินสิบตำลึงเจ้าค่ะ"

"ข้าให้เขาไปแล้ว และบอกว่าไม่ต้องคืน"

พอได้ฟัง ความรังเกียจที่ลู่เย่มีก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง

"เห็นแก่เงิน ไม่ใช่คนดีอะไรเลย…ไม่มีการวางแผนระยะยาวแม้แต่น้อย คนแบบนี้ สมควรแล้วที่จะต้องอยู่ที่นี่" (วีนเก่งเพราะโมโหอยู่)

เมื่อไม่มีความคิดที่จะอยู่ต่ออีกแม้แต่น้อย เจียงชิงเกอก็หันหลังเดินกลับเข้าเรือนชั้นในไปด้วยใบหน้าเย็นชา

ณ เวลานี้ เจียงหลิงเยว่ได้แต่รู้สึกจนปัญญา

อารมณ์ของเจียงชิงเกอนี่ ช่างเหมือนกับอากาศเดือนสามจริงๆ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

…..

กลับมาที่ในเรือนเล็ก

หลังจากที่ลู่เย่กำชับกับชิงหยูว่าตนเองต้องการบำเพ็ญเพียรและห้ามใครมารบกวนแล้ว

เขาก็รีบปิดประตูห้องลงกลอนทันที

ในขณะนี้ เวลาได้ล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว พลังงานสำหรับวันสุดท้ายก็ได้ถูกเติมจนเต็ม

ลู่เย่หยิบเงินสิบตำลึงที่ได้มาจากน้องเมียออกมาด้วยความยินดีเล็กน้อย ก่อนจะตั้งจิตภาวนาเพื่อเริ่มการสุ่มแบบเจาะจง

เงินในมือพลันหายวับไป พร้อมกับมีข้อความปรากฏขึ้น

[โปรดให้ผู้ถือครองเลือกระบุทิศทางการสุ่ม]

"เจาะจงสุ่มพรสวรรค์"

ในวินาทีต่อมา หอหมื่นวิถีในห้วงความคิดของเขาก็ส่องแสงสว่างวาบขึ้นมา

[ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง! ท่านได้รับพรสวรรค์แห่งมรรคาดาบ "กายาดาบดารา”…ผู้ถือครองสามารถหลอมรวมได้ทุกเมื่อ!]

กายาดาบดารา?!

ตลอดสองเดือนที่เฝ้าหอคัมภีร์ ในช่วงเวลาว่างเว้นจากการฝึกฝน ลู่เย่แทบจะอ่านหนังสือในหอตำราที่กว้างใหญ่นั้นจนหมดสิ้น

และในบรรดาหนังสือเหล่านั้น ก็มีเล่มหนึ่งที่กล่าวถึงกายาดาบดาราเอาไว้

มันคือหนึ่งในสิบกายาดาบพิเศษที่ติดอันดับเก้า!

และยังเป็นหนึ่งในร้อยกายาเทวะซึ่งเป็นกายาพิเศษแห่งพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า โดยอยู่ในอันดับที่เก้าสิบเจ็ด

ขอเพียงได้ครอบครองหนึ่งในร้อยกายาเทวะ ก็จะสามารถก้าวข้ามเหนือผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนได้อย่างเเน่นอน

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 5 : หนึ่งในร้อยกายาศักดิ์สิทธิ์, กายาดาบดารา!

คัดลอกลิงก์แล้ว