- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 55 - อาจารย์ ครั้งนี้พวกเราไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดนะ!
บทที่ 55 - อาจารย์ ครั้งนี้พวกเราไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดนะ!
บทที่ 55 - อาจารย์ ครั้งนี้พวกเราไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดนะ!
บทที่ 55 - อาจารย์ ครั้งนี้พวกเราไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดนะ!
★★★★★
"เป็นไงบ้าง?" ม่อสิงเจี่ยนตรวจสอบอาการของโจวชิงเป็นคนแรก พอเห็นว่าไม่มีอะไรสาหัสถึงชีวิตก็ลอบถอนหายใจโล่งอก
พอยื่นมือจะไปตรวจเหยียนเสี่ยวหูบ้าง อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบเนียนๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ
"อาจารย์ครับ ศิษย์กับเจ้าสี่ทำเต็มที่แล้ว ครั้งนี้พวกเราไม่ทำให้อาจารย์ขายหน้า ไม่ทำให้สำนักไท่ชิงเสียชื่อ พวกเราไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาด!"
เหยียนเสี่ยวหูพูดเสียงดังฟังชัด แต่ไม่ทันไรก็ไอโขลกๆ จนตัวงอ รีบเช็ดเลือดที่มุมปากแล้วเงยหน้ามองม่อสิงเจี่ยน
ม่อสิงเจี่ยนรู้สึกซาบซึ้งใจ ตบไหล่ศิษย์ทั้งสองเบาๆ
"ทำได้ดีมาก... แต่เดี๋ยวนะ เจ้าดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอะไรเลยนี่หว่า?" ม่อสิงเจี่ยนชะงัก
เหยียนเสี่ยวหูเหลือบมองมืออาจารย์ที่วางบนไหล่ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ชิบหาย อุตส่าห์ระวังตัวแจ ยังพลาดจนได้
"คะ คือว่า ศิษย์เพิ่งฟื้นตัวครับ เอายาที่อาจารย์เคยให้กรอกปากไปหมดเลย..."
"นอนลงซะ เดี๋ยวข้าจะไปเรียกเจ้าสำนักมา ดูซิว่าครั้งนี้จะไถของดีอะไรมาให้พวกเอ็งได้บ้าง"
ยังไม่ทันที่เหยียนเสี่ยวหูจะแก้ตัวจบ ม่อสิงเจี่ยนก็กดเสียงต่ำกระซิบ
เห็นอาจารย์ขยิบตาให้ยิกๆ ทั้งสองคนก็บรรลุธรรมทันที ทิ้งตัวนอนแผ่หลากับพื้น ร้องโอดโอยระงม
ม่อสิงเจี่ยนรีบเตะก้นเหยียนเสี่ยวหูไปทีหนึ่ง "เบาๆ หน่อยเว้ย เล่นใหญ่เกินไปแล้ว"
ไม่นานนัก เฉาเจิ้งหยางก็เดินเข้ามา
ทั้งสองคนทำท่าตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นคำนับ เฉาเจิ้งหยางรีบห้าม "ไม่ต้องลุก พักผ่อนเถอะ เรื่องราวทั้งหมดข้ารู้แล้ว พวกเจ้าทำได้ดีมาก สมควรได้รับความดีความชอบสูงสุด โดยเฉพาะโจวชิง!"
"เพื่อสำนัก บุกน้ำลุยไฟศิษย์ก็ยอม!" สองหน่อประสานเสียงพร้อมกัน
เฉาเจิ้งหยางพยักหน้าอย่างพอใจ สะบัดมือวูบหนึ่ง ขวดยาสองขวดก็ปรากฏขึ้น แล้วยื่นให้คนละขวด
"รักษตัวก่อน พวกเรายังต้องรีบไปที่สันเขาโคเขียว ไปดูซิว่าพวกมันวางกับดักอะไรไว้ ถึงกล้าคิดจะเล่นงานคนของสำนักไท่ชิง!"
พูดถึงตรงนี้ แววตาของเฉาเจิ้งหยางก็ลุกโชนไปด้วยจิตสังหาร
"พวกเจ้าอย่าโอ้เอ้ รีบกลับสำนักไท่ชิง ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่พวกเราเอง!" เฉาเจิ้งหยางลุกขึ้นสั่งการทุกคน
เหล่าศิษย์รับคำ "น้อมรับบัญชาท่านเจ้าสำนัก!"
จากนั้นเฉาเจิ้งหยางก็นำตัวเชลยที่หมดสติขึ้นเรือเหาะมิติ มุ่งหน้าสู่สันเขาโคเขียวทันที
ส่วนเหล่าศิษย์ก็ช่วยกันพยุงคนเจ็บ ทยอยเดินทางกลับสำนัก
ตอนนั้นเอง โจวชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย มองดูเรือเหาะมิติที่ลับตาไปอย่างครุ่นคิด เพราะเขาเห็นว่าเกาเสวียน เจ้าของยอดเขาสุริยันทองคำ ก็มาด้วย
...
ลู่เหยาเหยาฟื้นขึ้นมาระหว่างแวะพักที่เมืองมังกรเพลิง สิ่งที่ทำให้ลี่เต้าเสวียนหึงจนควันออกหูคือ คำถามแรกของนางไม่ใช่การถามไถ่อาการศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเอง แต่กลับถามว่าโจวชิงเป็นตายร้ายดียังไง
"โดดเหยงๆ สบายดี เมื่อเช้ายังเห็นพาไก่เดินเล่นอยู่เลย!" ลี่เต้าเสวียนตอบเสียงแข็ง
แต่ลู่เหยาเหยาก็ยังไม่วางใจ ยืนกรานจะไปดูโจวชิงให้เห็นกับตา
ประจวบเหมาะกับที่โจวชิงและเหยียนเสี่ยวหูมาเคาะประตูพอดี พอรู้ว่าลู่เหยาเหยาฟื้นแล้ว ทั้งสองก็รีบเข้ามาเยี่ยม
"ศิษย์พี่โจว——"
พอลืมตาเห็นโจวชิงอุ้มแม่ไก่แก่อยู่ ลู่เหยาเหยาก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ
โจวชิงยิ้มพยักหน้าให้ แล้วไปนั่งลงข้างๆ เหยียนเสี่ยวหู
"คราวนี้เจ้าทำเกินไปหน่อยนะ บอกให้หนีก็ไม่ยอมหนี!" โจวชิงดุเบาๆ
ลู่เหยาเหยากลับยิ้มแป้น
"ข้าจะทิ้งท่านไว้คนเดียวได้ยังไง ศิษย์พี่โจว ท่านรู้ไหม ครั้งนี้ท่านช่วยสานฝันให้ข้าเป็นจริง ฝันที่ติดค้างในใจข้ามาหลายปี ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนปลดล็อกปมในใจ ตัวเบาสบายไปหมดเลย!" ลู่เหยาเหยาว่า
โจวชิงงงเป็นไก่ตาแตก และที่งงยิ่งกว่านั้นคือ ตอนที่เผชิญหน้ากับอินเซียว ยัยเด็กนี่บอกว่าจะไม่ยอมให้เขาทิ้งนางไป 'อีก'
เขาเคยทิ้งนางตอนไหน?
ไม่รู้จริงๆ ว่าในหัวเล็กๆ นั่นวันๆ คิดอะไรอยู่บ้าง
"ฝันที่ได้ย้อนกลับไปช่วยคนน่ะหรือ?" โจวชิงลองถามทีเล่นทีจริง
ลู่เหยาเหยาไม่ตอบ ได้แต่มองโจวชิงตาแป๋วพร้อมรอยยิ้ม
[แต้มส่องใจ +9]
วินาทีต่อมา ฉายาบนหัวของนางที่เคยเป็น [โคตรเจ๋ง] ก็เปลี่ยนต่อหน้าต่อตา กลายเป็น [พ่อคนมีความรับผิดชอบ]
เห็นลู่เหยาเหยามองเขาด้วยสายตาแบบนี้ โจวชิงเริ่มจะเขินขึ้นมาตงิดๆ
เขาแอบเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาดู
[ชื่อ: โจวชิง] [อายุ: 19] [ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นปลาย] [วิชา: เคล็ดลมปราณไท่ชิง] [ทักษะติดตัว: ตรวจสอบประจำวัน, เนตรส่องใจ — LV2 (180/200), ลดตัวตน — LV3 (3/100)] [ชิ้นส่วนทักษะ: 0/3 (ไม่สามารถรับได้)]
อย่างอื่นไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่ทักษะติดตัว [เนตรส่องใจ] ขาดอีกแค่ 20 แต้มก็จะอัปเกรดเป็นเลเวล 3 ซึ่งจะทำให้ผูกพันธะกับคนได้มากขึ้น
เรื่องนี้ทำให้เขาตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเรื่องของท่านอาจารย์ลุงเกาเสวียน เจ้าของยอดเขาสุริยันทองคำ ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใครกันแน่
[แต้มส่องใจ +5]
ระหว่างที่โจวชิงกับลู่เหยาเหยาคุยกันกะหนุงกะหนิง ลี่เต้าเสวียนที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา "เอาล่ะ ศิษย์น้องเล็กเพิ่งฟื้น ร่างกายยังอ่อนแอ เชิญพวกเจ้าสองคนตามสบายเถอะ"
โจวชิงเห็นหน้าตาบูดบึ้งของอีกฝ่ายก็ขำ
นี่ก็ช่วยเพิ่มแต้มให้เขาได้เร็วดีเหมือนกันนะ
ฉายาที่ลี่เต้าเสวียนเพิ่งให้มาเมื่อไม่กี่วันก่อนอย่าง [ไอ้หื่นที่น่าจับตามอง] ตอนนี้เปลี่ยนเป็น [ไอ้หื่นที่ยังไงก็ชอบไม่ลง] เรียบร้อยแล้ว
โจวชิงเลยจำใจลุกขึ้นขอตัว
"เดี๋ยวสิ ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ" เหยียนเสี่ยวหูโวยวาย
โจวชิงรีบลากพี่แกออกไปทันที
บ่ายวันนั้น ทุกคนเดินทางกลับถึงสำนักไท่ชิงโดยสวัสดิภาพ
สองวันต่อมา ท่านเจ้าสำนักและคณะก็เดินทางกลับมา เกาเสวียนแห่งยอดเขาสุริยันทองคำ และถงหมิ่นแห่งยอดเขาอวี้ชิง ต่างได้รับบาดเจ็บกลับมาด้วย
"อาจารย์ครับ เกิดอะไรขึ้น?"
เห็นม่อสิงเจี่ยนเดินตามหลังมาด้วย ทั้งสองคนรีบเข้าไปถามไถ่
ม่อสิงเจี่ยนสีหน้าเคร่งเครียด "ต่างฝ่ายต่างดูเชิง แล้วก็แยกย้ายกันไป"
"ฝีมือคนของวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงหรือครับ?" เหยียนเสี่ยวหูรีบถาม
ม่อสิงเจี่ยนพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า
"ที่สันเขาโคเขียวมีการวางค่ายกลสังหารรอพวกเราอยู่จริงๆ โชคดีที่หลานชายเต้าเสวียนมีไหวพริบ แค่กักขังคนที่ไล่ล่าสือเจินไว้ ไม่ได้ฆ่าทิ้ง ทำให้พวกเรามีเวลาไปรวมพลทัน"
"ที่นั่นพวกเราได้ปะทะกัน แต่อีกฝ่ายพรางตัวมิดชิด แถมใช้วิชาแปลกประหลาด ดูไม่ออกเลยว่าเป็นคนของวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงหรือเปล่า แต่เซ้นส์ของพวกเราบอกว่าใช่แน่ๆ"
"นอกจากพวกมันแล้ว ยังมีอีกกลุ่มอำนาจหนึ่งเข้ามาแจมด้วย แต่พวกนั้นถอยไวมาก จนเราจับมือใครดมไม่ได้เลย"
ได้ยินแบบนั้น ศิษย์ทั้งสองก็เงียบกริบ
ม่อสิงเจี่ยนพูดต่อ "ตอนนี้ในที่แจ้ง ทุกฝ่ายยังคงรักษาภาพลักษณ์ปรองดองกันอยู่ ยังไม่ถึงขั้นล้มกระดาน ขนาดวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงและอีกสองสำนัก ช่วงที่ผ่านมาก็ยังส่งศิษย์ออกมาช่วยตามหาคนหายด้วยซ้ำ"
"สรุปคือ ให้ระวังตัวไว้ อย่าไปเชื่อใจสี่สำนักนั้นเด็ดขาด ไม่มีใครรู้หรอกว่าใต้หน้ากากนั่นซ่อนใบหน้าแบบไหนไว้"
ม่อสิงเจี่ยนกำชับเสียงเข้ม
ทั้งสองพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น
โจวชิงยังข้องใจ "แล้วอินเซียวกับพวกที่ถูกจับได้ล่ะครับ?"
ม่อสิงเจี่ยนตอบ "จับได้ก็จริง แต่ทางวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงก็ออกประกาศทันควันว่า เซวี่ยอี้ อินเซียว และพวก ถูกใครไม่รู้ล่อลวง ไม่เพียงขโมยสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของสำนัก ยังบังอาจไปไล่ฆ่าคนของสำนักไท่ชิง ตอนนี้ถูกปลดสถานะศิษย์เรียบร้อยแล้ว"
"แถมเจ้าวังซือคงเหยียนยังลงมือสังหารพวกมันต่อหน้าต่อตาพวกเรา จนวิญญาณแตกสลาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ!"
ได้ยินถึงตรงนี้ โจวชิงและเหยียนเสี่ยวหูสูดหายใจเฮือกพร้อมกัน
โหดเหี้ยมขนาดนี้เชียว?
ตัวหัวหน้าทีมนั่นระดับทารกวิญญาณเหมือนลี่เต้าเสวียนเลยนะ ฝ่ายนั้นฆ่าทิ้งเหมือนผักปลาเลยหรือ?
[จบแล้ว]