เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - หินเปื้อนเลือดที่ทำให้โจวชิงต้องขวัญผวา

บทที่ 50 - หินเปื้อนเลือดที่ทำให้โจวชิงต้องขวัญผวา

บทที่ 50 - หินเปื้อนเลือดที่ทำให้โจวชิงต้องขวัญผวา


บทที่ 50 - หินเปื้อนเลือดที่ทำให้โจวชิงต้องขวัญผวา

★★★★★

ไม่นานนัก ศิษย์สายตรงที่ออกไปลาดตระเวนก็กลับมาพร้อมหน้า พร้อมกับระบุทิศทางได้ชัดเจน

"ไปกันเถอะ งานการรออยู่!" เหยียนเสี่ยวหูร้องเรียก

จากนั้นทุกคนก็มุ่งหน้าสู่เทือกเขาทางทิศตะวันตก

ตลอดทาง พวกเขาแกะรอยตามร่องรอยที่วังเต๋าวิถีเพลิงม่วงทิ้งไว้ ตกกลางคืนก็ก่อกองไฟพักผ่อน

จนกระทั่งสองวันผ่านไป ร่องรอยของวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงก็หายไปดื้อๆ

"เรียนศิษย์พี่ ข้างหน้าพบถ้ำแห่งหนึ่ง มีร่องรอยการต่อสู้ขอรับ!"

ศิษย์ที่ล่วงหน้าไปสอดแนมส่งข่าวกลับมา

ทุกคนรีบลุกขึ้น

ไม่นาน ถ้ำที่พังทลายไปครึ่งแถบก็ปรากฏแก่สายตา

ปากถ้ำมีเถาวัลย์ขึ้นรกพันกันยุ่งเหยิง แสงแดดส่องลอดกิ่งใบลงมาเป็นลำ สร้างบรรยากาศวังเวงชอบกล

"ดูนั่นสิ—"

ลู่เหยาเหยาชี้ไปที่ผนังถ้ำ ทุกคนถึงสังเกตเห็นว่าผนังหินเต็มไปด้วยรอยดาบตื้นลึกหนาบาง พื้นดินมีเศษหินกระจัดกระจาย

ชัดเจนว่าที่นี่เคยมีการต่อสู้ดุเดือดเกิดขึ้น

หลี่เต้าเสวียนเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงพิจารณาอย่างละเอียด

"รอยพวกนี้เก่ามากแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้!"

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นจ้องมองความมืดในถ้ำ แล้วส่งจิตสัมผัสอันทรงพลังเข้าไปสำรวจ

ครู่เดียวก็ถอนจิตกลับมา

"ไม่ต้องห่วง ข้างในไม่มีคน และถ้ำนี้ก็ดูเหมือนจะร้างมานานแล้ว!" หลี่เต้าเสวียนสรุป

ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็ลดการป้องกันลง

"ข้าจะเข้าไปดูหน่อย" เหยียนเสี่ยวหูเดินนำเข้าไป โจวชิงเดินตามไปติดๆ

ภายในถ้ำชื้นแฉะ และมีร่องรอยการทำลายล้างที่น่าตกใจเต็มไปหมด

ดูท่าการต่อสู้ในอดีตจะรุนแรงไม่ใช่เล่น

เหยียนเสี่ยวหูใช้ดาบยาวปัดหยากไย่ที่ขวางหน้า แล้วบ่นอุบ "อุตส่าห์เล็งไว้ว่าจะใช้เป็นที่นอนคืนนี้ซะหน่อย เห็นสภาพแล้วคงต้องบาย"

โจวชิงกวาดสายตามองไปรอบๆ สายตาไปสะดุดเข้ากับเศษหินกองหนึ่งบนพื้น ที่ดูผิดปกติไปจากก้อนอื่น

เขานั่งยองๆ แล้วค่อยๆ ปัดตะไคร่น้ำออก

กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก ลู่เหยาเหยาไม่รู้มายืนอยู่ข้างหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ กำลังก้มหน้ามองอย่างตั้งใจ

"เลือดนี่นา แถมยังแห้งกรังจนกลายเป็นสีดำ แทบจะมองไม่ออกแล้ว ดูท่าศิษย์พี่ใหญ่จะพูดถูก การต่อสู้ที่นี่เกิดขึ้นนานมากแล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวกับคนของสำนักเซียนขนนกเขียว"

ลู่เหยาเหยาวิเคราะห์จริงจัง

หลี่เต้าเสวียนยืนยืดอกอยู่ข้างหลังลู่เหยาเหยา สีหน้าภูมิใจ "แน่นอนอยู่แล้ว ประสบการณ์แค่นี้ข้ามีเหลือเฟือ"

"สุดยอดไปเลย ก็ดูสิว่าใครเป็นศิษย์เอกแห่งยอดเขาเสินเยว่ ศิษย์พี่หลี่ การเดินทางครั้งนี้พวกเราพี่น้องต้องพึ่งใบบุญท่านแล้วล่ะ"

เหยียนเสี่ยวหูรีบสอพลอทันที มีฟรีแลนซ์ระดับเทพมาช่วยงานแบบนี้ ต้องเอาใจหน่อยจะได้ไม่เปลืองแรงตัวเอง

โจวชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไหนๆ สองวันนี้ก็ส่องภูเขาส่องแม่น้ำเล่นไปเรื่อยเปื่อยแล้ว ของฟรีไม่ใช้ก็เสียของ

เพียงแค่คิด ข้อมูลของหินก้อนนั้นก็ปรากฏขึ้น

[หินเปื้อนเลือด: หินธรรมดาที่เกิดมีพลังวิญญาณขึ้นมาบ้างเพราะได้รับเลือดของ 'เกาเสวียน' เจ้าของยอดเขาคนก่อนแห่งสำนักไท่ชิง ตอนที่เขาสิ้นชีพ แต่โดยรวมแล้วไร้ค่า]

พอเห็นข้อความ โจวชิงชะงักกึก

เขารีบอ่านทวนอีกรอบอย่างละเอียด ด้วยความงุนงง

"เกาเสวียน? นั่นมันชื่อเจ้าของยอดเขาสุริยันทองคำไม่ใช่เหรอ"

โจวชิงขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจความหมายของข้อมูลนี้

เจ้าของยอดเขา 13 ยอดของสำนักไท่ชิงทุกคนยังมีชีวิตอยู่ดี เมื่อไม่นานมานี้ตอนลู่เหยาเหยาทำพิธีไหว้ครู เขายังพาพวกศิษย์แกนหลักไปแสดงความยินดีอยู่เลย

แต่ข้อมูลนี้บอกว่า... เลือดที่เกาเสวียนหลั่งตอน 'สิ้นชีพ'...

พอมองเห็นคำว่าสิ้นชีพ รูม่านตาของโจวชิงหดเกร็ง หัวใจกระตุกวูบ

เขาอ่านซ้ำอีกรอบ

คอแห้งผากไปหมด

เจ้าของยอดเขาเกาเสวียนตายแล้ว?

งั้นคนที่อยู่ที่สำนักไท่ชิงตอนนี้... คือใคร?

มันเข้ามาแฝงตัวนานแค่ไหนแล้ว?

และมีจุดประสงค์อะไร?

พระเจ้าช่วย ครั้งก่อนเขากับศิษย์พี่สามไปคารวะ อีกฝ่ายยังยิ้มแย้มใจดีอยู่เลย

พอนึกย้อนกลับไป ขนหัวลุกชันไปทั้งตัว

นานขนาดนี้ ไม่มีใครรู้เลยเหรอว่าตัวจริงตายไปแล้ว

"ไปเถอะ อย่ายืนเหม่อ!"

ทันใดนั้น เหยียนเสี่ยวหูก็ตบไหล่โจวชิงดังป้าบ ปลุกเขาจากภวังค์

โจวชิงได้สติ พบว่าทุกคนเดินออกไปกันหมดแล้ว เตรียมจะหาที่ตั้งแคมป์

โจวชิงใจเต้นโครมคราม ในภวังค์นั้น เขาเหมือนมองเห็นแผนการร้ายอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดของสำนักไท่ชิง

แต่เขาจะบอกคนอื่นยังไง

บอกว่าดมกลิ่นเจอเหมือนน้ำมันเต่าวิญญาณงั้นเหรอ?

ใครจะไปเชื่อ?

ขืนพูดไปอาจจะแหวกหญ้าให้งูตื่น ดีไม่ดีเขาอาจจะโดนเก็บเป็นคนแรก

ใจเย็นไว้ ต้องใจเย็นไว้

สมองโจวชิงประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตัดสินใจว่าเรื่องนี้ต้องเหยียบให้มิด ห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด

เขารีบเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู

[ชื่อ: โจวชิง]

[อายุ: สิบเก้า]

[ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นปลาย]

[วิชา: เคล็ดวิชาไท่ชิงเสวียนชี่]

[สกิลพรสวรรค์: ตรวจสอบประจำวัน เนตรส่องใจ - LV2 (139/200) ลดตัวตน - LV3 (3/100)]

[ชิ้นส่วนทักษะ: 0/3 (ไม่สามารถรับได้)]

สกิลพรสวรรค์ [เนตรส่องใจ] ใกล้จะเลื่อนเป็นเลเวลสามแล้ว ถึงตอนนั้นจำนวนคนที่ผูกพันธะได้ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน

ถ้าจำเป็นจริงๆ เขาจะลองผูกพันธะกับ 'ศิษย์ลุงเกาเสวียน' ดูสักหน่อย เพื่อหยั่งเชิง

"ระวังทางหน่อย เดินใจลอยไปไหน คิดอะไรอยู่"

เหยียนเสี่ยวหูตะโกนเรียก โจวชิงถึงได้รู้ตัวว่าเกือบสะดุดหินหัวทิ่ม

โจวชิงรีบแก้ตัว "ปะ... เปล่า แค่กำลังคิดว่าคนของสำนักเซียนขนนกเขียวหายไปไหนกันหมด"

เหยียนเสี่ยวหูหัวเราะ "หายากจะตาย เดินไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอ ป่านนี้ศิษย์พี่ศิษย์น้องยอดเขาอื่นอาจจะเจอแล้วก็ได้"

หลี่เต้าเสวียนหยิบป้ายประจำตัวขึ้นมาเช็ค แล้วส่ายหน้า

"ตอนนี้ทุกยอดเขายังไม่เจอเบาะแสอะไร แต่ทางสำนักส่งคำสั่งด่วนมา ให้ทุกคนระวังคนของวังเต๋าวิถีเพลิงม่วง ถ้าใครเจอเบาะแสให้รีบแจ้งกันทันที!"

พูดจบ หลี่เต้าเสวียนก็หันมามองโจวชิง

ดูเหมือนเรื่องที่โจวชิงดมกลิ่นน้ำมันเต่าวิญญาณบนหยกพกที่อินเซียวให้ชุยอิ๋งอิ๋ง จะได้รับความสนใจจากเบื้องบนอย่างมาก

คนยังหาไม่เจอ แต่เจ้านี่ดันสร้างความดีความชอบแบบงงๆ ไปก่อนแล้ว

[แต้มส่องใจ +5]

ได้ยินเสียงแจ้งเตือน โจวชิงหันกลับไปมอง ถึงเห็นว่าฉายา [ไอ้ลามกจอมตื๊อ] บนหัวหลี่เต้าเสวียน เปลี่ยนเป็น [ไอ้ลามกจมูกไว] ไปเรียบร้อยแล้ว

เหอะๆ...

ขอบคุณสำหรับมุมมองใหม่ที่มีต่อข้านะ!

คืนนั้น ทุกคนหยุดเดินทาง หาที่หลบลมตั้งแคมป์

ลู่เหยาเหยากางเต็นท์เสร็จ เห็นโจวชิงนั่งซึมกระทืออยู่คนเดียว ก็เดินเข้าไปหา

"ศิษย์พี่โจว เป็นอะไรไปหรือเปล่า มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ ถ้าไว้ใจข้า เล่าให้ข้าฟังได้นะ ข้าช่วยคิดได้!" ลู่เหยาเหยาถามเสียงอ่อนโยน

โจวชิงส่ายหน้า "ไม่ไว้ใจ"

ลู่เหยาเหยา "..."

เห็นศิษย์น้องเล็กหน้าแตก หลี่เต้าเสวียนถอนหายใจ

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเจ้าจะไปสนใจอะไรมันนักหนา

จะว่าชอบพอกัน ก็แค่ไอ้โรคจิตที่เรียนรู้นิสัยเสียมาจากศิษย์พี่ ไม่คู่ควรสักนิด

แถมเจ้ายังชอบจับคู่มันกับเสวียนโยวซ่างเซียนอีก

จะว่าไม่มีอะไร ก็ชอบไปวอแวเขา แล้วก็โดนเขาทำรำคาญใส่

ตอนนี้เจ้าเป็นถึงผู้สร้างรากฐานวิถีสวรรค์ อนาคตไกลลิบ ควรจะอยู่ห่างๆ คนพรรค์นี้ แล้วไปสร้างสังคมของตัวเองได้แล้ว

ในขณะที่หลี่เต้าเสวียนกำลังจะเดินเข้าไปดึงสติศิษย์น้องเล็กให้กลับตัวกลับใจ จู่ๆ เขาก็เงยหน้ามองความมืดในระยะไกล แล้วพุ่งตัวไปดับกองไฟทั้งหมดทันที

ก่อนที่ทุกคนจะทันตั้งตัว หลี่เต้าเสวียนก็มายืนบังหน้าลู่เหยาเหยาไว้ สีหน้าเคร่งเครียด

"ชู่ว มีคนมา!"

ทุกคนได้ยินดังนั้น ก็รีบพรางตัวเข้ากับป่ารอบข้าง เตรียมพร้อมรับมือทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 50 - หินเปื้อนเลือดที่ทำให้โจวชิงต้องขวัญผวา

คัดลอกลิงก์แล้ว