- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 49 - คนนอนเตียงเดียวกันย่อมนิสัยเหมือนกัน
บทที่ 49 - คนนอนเตียงเดียวกันย่อมนิสัยเหมือนกัน
บทที่ 49 - คนนอนเตียงเดียวกันย่อมนิสัยเหมือนกัน
บทที่ 49 - คนนอนเตียงเดียวกันย่อมนิสัยเหมือนกัน
★★★★★
ในขณะเดียวกัน ที่โต๊ะอาหารอีกฝั่ง เหยียนเสี่ยวหูเห็นบรรยากาศเริ่มมาคุ ก็รีบกวักมือเรียกโจวชิงหยอยๆ
โจวชิงจำใจเดินเข้าไปกระซิบถาม "สองคนนั้นมาได้ยังไง"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ลงมาก็เห็นนั่งกินข้าวกันอยู่แล้ว นั่งแช่นานซะด้วย ดูทรงแล้วตั้งใจมาดักรอเซอร์ไพรส์เจ้าชัดๆ" เหยียนเสี่ยวหูกระซิบตอบ
โจวชิงหัวเราะแห้งๆ
นี่มันเซอร์ไพรส์ที่ไหน เซอร์ไพรส์จนขวัญผวามากกว่า
"ข้าจำได้ว่าท่านเคยบอกไม่ใช่เหรอ ว่าคนของยอดเขาเสินเยว่ออกเดินทางไปตั้งนานแล้ว" โจวชิงหยิบแผนที่ที่อาจารย์ให้มาดูอย่างละเอียด
สิบสามยอดเขาของสำนักไท่ชิง ต่างก็มีเขตรับผิดชอบในการค้นหาเป็นของตัวเอง
เหยียนเสี่ยวหูก็เกาหัวแกรกๆ "นั่นสิ ข้าจำได้ว่าศิษย์พี่สี่กับศิษย์พี่ห้าของยอดเขานั้นเป็นคนนำทีมไป ใครจะไปรู้ว่าทำไมสองคนนี้ถึงมาโผล่ที่นี่ได้ ช่างหัวมันเถอะ รีบกินรีบไป ดูหน้าหลี่เต้าเสวียนสิ รังเกียจพวกเราจนจะอ้วกออกมาอยู่แล้ว"
โจวชิงพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ
ใครจะไปคิดว่าเรื่องแอบดูสาวสำนักเซียนขนนกเขียวอาบน้ำจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ คนหนึ่งแอบดู อีกคนดูต้นทาง
บวกกับหลี่เต้าเสวียนมีศิษย์น้องเล็กที่สวยหยาดเยิ้มปานนางฟ้า เขาจะยอมให้แม่นางน้อยมาเกลือกกลั้วกับไอ้สวะสองตัวนี้ได้ยังไง
แต่ปัญหาก็คือ เขาทำอะไรไม่ได้นี่สิ
วินาทีต่อมา ลู่เหยาเหยาก็ถือชามเต้าฮวยเดินยิ้มร่าเข้ามา นั่งลงข้างโจวชิงอย่างเป็นธรรมชาติ
"ศิษย์พี่โจว ศิษย์พี่เหยียน พวกท่านวางแผนยังไงบ้าง มีเส้นทางค้นหาหรือยัง" ลู่เหยาเหยาถาม
เหยียนเสี่ยวหูกระแอมไอ หันไปมองหลี่เต้าเสวียนที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วตอบเลี่ยงๆ "ศิษย์น้องลู่ นี่เป็นความลับทางราชการของยอดเขาเสี่ยวหลิงนะ คือว่า..."
"ข้ารู้ แต่ข้าจะไปกับพวกท่านด้วย ยังไงก็ต้องรู้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ" ลู่เหยาเหยาทำหน้าจริงจัง
โจวชิงกับเหยียนเสี่ยวหูอึ้งไปพร้อมกัน
"ไปกับพวกเรา?" ทั้งคู่หันขวับไปมองหลี่เต้าเสวียนทันที
หลี่เต้าเสวียนวางตะเกียบลง ช้าๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ศิษย์น้องเล็กเพิ่งออกจากฌาน พอรู้ข่าวเรื่องสำนักเซียนขนนกเขียว ก็อยากจะช่วย แต่คนอื่นไปกันไกลแล้ว ตามไม่ทัน เหลือแค่พวกเจ้าที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ตีนเขา นางเลยอยากจะช่วยพวกเจ้าหา"
สองพี่น้องหัวเราะ หึหึ
เดินไปแค่วันเดียวบอกตามไม่ทัน?
ใครเชื่อก็โง่แล้ว!
ไม่พูดถึงเรื่องใช้ป้ายประจำตัวติดต่อกันนะ เอาแค่ความเร็วระดับเทพของท่านหลี่เต้าเสวียน ต่อให้หิ้วสาวไปอีกสิบคน ก็ใช้เวลาไม่เกินครึ่งวันตามทันทุกทีมแน่นอน
ดูทรงแล้ว ศิษย์น้องเล็กของท่านคงมีเจตนาแอบแฝง อยากจะมาเจ๊าะแจ๊ะกับพวกเราพี่น้องมากกว่า
แต่ทว่า...
เหยียนเสี่ยวหูกลิ้งตาเจ้าเล่ห์ไปมา ช่างหัวเป้าหมายของนางเถอะ ถ้ามีเทพเจ้าอย่างหลี่เต้าเสวียนไปด้วย อย่างน้อยความปลอดภัยของเขากับศิษย์น้องเล็กก็หายห่วง
โจวชิงกำลังจะอ้าปากพูด เหยียนเสี่ยวหูก็แอบเตะขาใต้โต๊ะ
"เตะข้าทำไม" หลี่เต้าเสวียนหันขวับมามองเหยียนเสี่ยวหูด้วยสายตาไม่พอใจ
ไอ้หน้ากลมตาตี่นี่ ยิ่งดูยิ่งน่ารำคาญ
โจวชิงมีนิสัยเสียแบบนี้ ก็เพราะมีศิษย์พี่เลวๆ แบบเจ้านี่แหละคอยเสี้ยมสอน
เหยียนเสี่ยวหูหน้าแตกยับ ดันเตะผิดคนซะงั้น
เขาเลยแกล้งกระแอมแก้เก้อ ลุกขึ้นยืนปรบมือแปะๆ "ในเมื่อข้าเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการครั้งนี้ งั้นข้าขอพูดอะไรหน่อย ข้าคิดว่านะ การได้ศิษย์พี่หลี่กับศิษย์น้องลู่มาร่วมทีม ถือว่าติดปีกพยัคฆ์เลยทีเดียว"
"โดยเฉพาะศิษย์น้องลู่ที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน ยินดีด้วยนะจ๊ะ แบบนี้ยิ่งดีใหญ่ พวกเรามีศิษย์แกนหลักสี่คน กับศิษย์สายตรงอีกแปดคน พลังรบพุ่งกระฉูดแน่นอน เพราะงั้น ข้าอนุมัติ!"
ใต้โต๊ะ เหยียนเสี่ยวหูแอบสะกิดโจวชิงเบาๆ โจวชิงรู้ทันทีว่าศิษย์พี่สามคิดอะไรอยู่ เลยไม่ได้ขัด
"ขอบคุณศิษย์พี่เหยียน ศิษย์พี่โจว!" ลู่เหยาเหยาดีใจจนออกนอกหน้า
หลี่เต้าเสวียนถอนหายใจเบาๆ นึกถึงคำกำชับของอาจารย์ก่อนออกมา "เจ้าหกสร้างรากฐานวิถีสวรรค์สำเร็จแล้ว ครั้งนี้เจ้าต้องดูแลนางให้ดี ถือซะว่าให้นางได้ออกไปหาประสบการณ์"
สร้างรากฐานวิถีสวรรค์เชียวนะ ไม่นึกเลยว่าอาจารย์จะยอมมอบ 'วิญญาณดารา' ปราณวิถีสวรรค์ลำดับที่ยี่สิบหกให้นางจริงๆ
นึกย้อนไปถึงตัวเองในตอนนั้น กว่าจะได้ปราณวิถีสวรรค์ลำดับที่สี่สิบสองมา ต้องเสี่ยงตายแทบรากเลือด แถมยังต้องรีบหลอมรวมเพื่อทะลวงด่านหนีตายอีกต่างหาก
ส่วนศิษย์น้องรองเหอหานได้แค่วิถีปฐพี ตั้งแต่คนที่สามถึงห้า เป็นแค่วิถีมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้สัมผัสแม้แต่ปราณปฐพีด้วยซ้ำ
ดูท่าที่ท่านอาจารย์เก็บปราณวิถีสวรรค์เส้นนี้ไว้นานขนาดนี้ คงเพราะยังไม่เจอคนที่เหมาะสม
ก็จริง วิญญาณดารามีธาตุเป็นหยิน ผู้หญิงฝึกย่อมได้ผลดีกว่าหลายเท่า
กินข้าวเสร็จ ทั้งคณะสิบสองคนก็ออกจากเมืองเยี่ยนหลง มุ่งหน้าสู่พื้นที่เป้าหมาย
...
เหยียนเสี่ยวหูกางแผนที่ดู แล้วชี้ไปข้างหน้า "โดยปกติแล้ว เวลาศิษย์ต่างสำนักเดินทางกลับ มักจะใช้เส้นทางผ่านเทือกเขานี้ ศิษย์พี่หลี่ ท่านมีความเห็นว่าไง"
หลี่เต้าเสวียนกอดอกตอบเสียงเรียบ "ข้ามีหน้าที่แค่คุ้มกันเจ้าหก เรื่องอื่นข้าไม่ยุ่ง"
เหยียนเสี่ยวหูยิ้มแก้มปริ รู้จักหน้าที่ตัวเองดีนี่นา
งั้นท่านก็เป็นบอดี้การ์ดไปเถอะ ที่เหลือปล่อยให้ข้ากับเจ้าสี่จัดการเอง
"เจ้าสี่ ดมดูซิว่าชุยอิ๋งอิ๋งกับพวกไปทางทิศไหน" เหยียนเสี่ยวหูหันไปสั่งโจวชิง
"ไสหัวไป!" โจวชิงตอบกลับหน้านิ่ง
ลู่เหยาเหยาขมวดคิ้ว "ศิษย์พี่เหยียน ท่านให้ศิษย์พี่โจวดมอะไรหรือ"
เหยียนเสี่ยวหูทำหน้าจริงจัง "ก็ดมกลิ่นหาเบาะแสไง เจ้าไม่รู้อะไร จมูกของเจ้าสี่บ้านข้าน่ะวิเศษนัก พวกเราทุกคนรวมกันยังสู้เขาไม่ได้เลย..."
"พอได้แล้วๆ เลือกสักทางแล้วไปเถอะ แทนที่จะหาคนของสำนักเซียนขนนกเขียว สู้หาเบาะแสของคนวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงดีกว่า" โจวชิงตัดบท แล้วเดินนำไปข้างหน้า
เหยียนเสี่ยวหูตบเข่าฉาด
"เออจริงด้วย สมองข้านี่มันทึบจริง หนิวกว๋างม่อ เยว่ต้ง พวกเจ้าสองคนแบ่งทีมกันสำรวจพื้นที่ร้อยลี้รอบๆ ดูซิว่าคนของวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงออกจากเมืองทางไหน!" เหยียนเสี่ยวหูสั่งการ
ทันใดนั้น ศิษย์สายตรงระดับจินตานขั้นต้นสองคนก็ก้าวออกมาคารวะ แล้วแยกย้ายพาลูกน้องเหาะออกไป
ลู่เหยาเหยายิ่งสงสัยหนัก "ทำไมต้องตามรอยวังเต๋าวิถีเพลิงม่วงด้วยล่ะ"
เหยียนเสี่ยวหูเลยเล่าเรื่องที่โจวชิงได้กลิ่นน้ำมันเต่าวิญญาณบนหยกพกให้ฟัง
เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร เขาแจ้งอาจารย์ไปแล้ว
อาจารย์ก็คงรายงานท่านเจ้าสำนักไปแล้ว ให้ตรวจสอบและระวังตัวไว้
บอกสองคนนี้ไว้ด้วยก็ดี จะได้ช่วยกันระวังพวกวังเต๋าวิถีเพลิงม่วง
[แต้มส่องใจ +6]
ลู่เหยาเหยามองแผ่นหลังของโจวชิงที่กำลังจูงไก่เดินนำหน้าด้วยสายตาเลื่อมใส
ฉายา [นักถ้ำมองตาเป็นมัน] บนหัวนาง เปลี่ยนเป็น [ยอดคนผู้เก่งกาจ] ทันที
หลี่เต้าเสวียนเองก็มองโจวชิงอย่างไม่อยากเชื่อ แล้วขมวดคิ้วครุ่นคิด
มือข้างหนึ่งเผลอยกขึ้นมาแตะจมูกตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เก่งขนาดนี้เลยเหรอ
ขนาดน้ำมันเต่าวิญญาณยังได้กลิ่น
มิน่าล่ะถึงชอบแอบดูสาวอาบน้ำ หรือว่าพอนางกระโดดลงน้ำปุ๊บ เจ้าก็ได้กลิ่นสาวลอยมาเตะจมูกทันที?
"ศิษย์พี่โจว ไก่ท่านดูผอมลงนะเนี่ย"
ลู่เหยาเหยาวิ่งเหยาะๆ เข้าไปทักทาย
โจวชิงนั่งลงบนก้อนหิน กระตุกเชือกเรียกไก่
เจ้าแม่ไก่เดินต้วมเตี้ยมเข้ามา แล้วเริ่มจิกหิน ป๊อกๆๆ
"ผอมสิดี จะได้ไม่โดนใครจ้องจะจับไปกิน" โจวชิงตอบ
ลู่เหยาเหยาแอบชำเลืองมองจมูกโจวชิง แล้วลองแตะจมูกตัวเองบ้าง ก่อนจะลองสูดหายใจแรงๆ
"ตดข้าหอมไหม" จู่ๆ โจวชิงก็ถามสวนขึ้นมา
ลู่เหยาเหยาส่ายหน้า ตอบตามสัญชาตญาณ "ไม่หอม... อุ๊บ แหวะ~"
ลู่เหยาเหยารีบเอามือปิดจมูกวิ่งหนีไป โจวชิงกลั้นขำไม่ไหว หัวเราะลั่น
หลี่เต้าเสวียนอ้าปากค้าง ไม่รู้จะด่าอะไรดี หันไปมองเหยียนเสี่ยวหูที่ทำหน้าเจ้าเล่ห์ แล้วแค่นเสียงฮึดฮัด
"คนนอนเตียงเดียวกันย่อมนิสัยเหมือนกัน ไม่มีผิด!"
[จบแล้ว]