- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 38 - คนของสำนักเซียนขนนกเขียวมาแล้ว
บทที่ 38 - คนของสำนักเซียนขนนกเขียวมาแล้ว
บทที่ 38 - คนของสำนักเซียนขนนกเขียวมาแล้ว
บทที่ 38 - คนของสำนักเซียนขนนกเขียวมาแล้ว
★★★★★
ในขณะเดียวกัน เหยียนเสี่ยวหูที่เฝ้าอยู่ข้างนอก จู่ๆ ก็รู้สึกว่าพื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ พร้อมกับมีเสียงมังกรคำรามแว่วมาจากในคฤหาสน์
เขาเริ่มกระวนกระวายใจ โดยเฉพาะพวกยามเฝ้าประตูที่ทำหน้าตื่นตระหนก ถึงกับมีสองคนทิ้งจุดตรวจวิ่งเข้าไปดูข้างในทันที
ขณะที่เหยียนเสี่ยวหูกำลังจะตัดสินใจบุกเข้าไปช่วย ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างลับๆ ล่อๆ โผล่ออกมา หัวคลุมด้วยเสื้อ ตรงท้องป่องออกมาเหมือนคนท้อง กำลังค่อยๆ กระดึ๊บๆ แนบกำแพงออกมาทางประตูใหญ่อย่างระมัดระวัง
ที่น่าเจ็บใจคือ พวกยามที่เหลืออยู่ดันมองไม่เห็นซะงั้น
"นี่มันจะบ้าบอเกินไปแล้ว!" เหยียนเสี่ยวหูอดสบถออกมาไม่ได้
[แต้มส่องใจ +9]
ฉายา [ศิษย์น้องเล็กผู้เก่งกาจเทียมฟ้า] บนหัวเหยียนเสี่ยวหู เปลี่ยนเป็น [ศิษย์น้องเล็กผู้เป็นดั่งพระเจ้า] ในพริบตา
พอโจวชิงหลุดออกมาได้ปุ๊บ คนพวกนั้นเหมือนได้รับคำสั่งบางอย่าง รีบปิดประตูใหญ่ทันที พร้อมกับเปิดค่ายกลป้องกันเต็มรูปแบบ
"เจ้าสี่!" เหยียนเสี่ยวหูรีบวิ่งเข้าไปหา
โจวชิงกระชากเสื้อคลุมหัวออก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
วิชาหัตถ์มังกรเงินนี่กินพลังปราณมหาศาลจริงๆ
"รีบไปเร็ว!" โจวชิงควักเอาแม่ไก่ออกมาจากอกเสื้อ แล้วทั้งสองก็รีบเผ่นแน่บ
...
ไม่นานนัก ข่าวเรื่องมีคนบุกรุกคฤหาสน์ที่พักของสำนักเซียนขนนกเขียว และแอบดูศิษย์หญิงอาบน้ำกว่าสี่สิบคนก็แพร่สะพัดไปทั่ว
จนถึงตอนนี้ ยังจับตัวไอ้โรคจิตนั่นไม่ได้ แต่จากการตรวจสอบ ยืนยันได้ข้อหนึ่งว่า ไอ้โจรนั่นไม่ใช่ศิษย์ชายของสำนักเซียนขนนกเขียว และมันเตรียมการมาอย่างดี
รูปวาดคนร้ายถูกตีพิมพ์แจกจ่ายว่อนไปหมด คนของสำนักเซียนขนนกเขียวประกาศกร้าวว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ แน่นอน
เพราะในบ่อน้ำพุร้อนคืนนั้น มีศิษย์ระดับแกนหลักถึงห้าคน ชื่อเสียงของพวกนางจะให้ใครมาหยามไม่ได้เด็ดขาด
ตอนนั้นเอง โจวชิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น หินวิญญาณระดับสุดยอดในมือหม่นแสงลงไปถนัดตา
"ในที่สุดก็ฟื้นตัวสักที!"
เก็บหินวิญญาณเสร็จ พอนึกย้อนไปถึงเมื่อคืน โจวชิงก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีชะมัด
เกือบเอาชีวิตไปทิ้งซะแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้อีกเด็ดขาด
เขาหันไปมองเจ้าไก่แก่ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ แล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
พอยื่นมือออกไป ไข่วิญญาณฟองหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
นี่คือไข่ที่มันเบ่งออกมาใส่เสื้อเขาตอนวิ่งหนีเมื่อคืน ต้องยอมรับเลยว่าความบริสุทธิ์ของไข่ฟองนี้ดีกว่ารอบที่แล้วมาก
คงเป็นเพราะได้กินหินวิญญาณระดับต่ำเข้าไปเต็มๆ
"ของดีแบบนี้กินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องเก็บไว้ใช้ตอนสำคัญ!" โจวชิงพึมพำกับตัวเอง แล้วเก็บไข่ไว้อย่างดี
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะลั่นของเหยียนเสี่ยวหู
"เจ้าสี่ เจ้าสี่รีบออกมาดูเร็ว ตลกเป็นบ้าเลย เมื่อคืนสภาพเจ้าทุลักทุเลแบบนี้เลยเหรอ"
พอโจวชิงเปิดประตู เหยียนเสี่ยวหูก็ชูภาพวาดใบหนึ่งพุ่งเข้ามา
โจวชิงก้มดู หน้าก็ดำคร่ำเครียดทันที
ในภาพวาด เป็นรูปคนตัวงอๆ หัวคลุมด้วยเสื้อที่เจาะรูลูกตา มือสองข้างกอดไก่แน่น ท่าทางดูโรคจิตสุดๆ
เห็นโจวชิงทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหยียนเสี่ยวหูก็อดแซวไม่ได้ "ตอนนี้ภาพนี้ดังระเบิดระเบ้อไปทั่วเมืองเยี่ยนหลงแล้ว แทบจะมีกันคนละใบ แน่นอนว่าผู้ชายส่วนใหญ่นับถือเจ้าเป็นไอดอล พากันเดาว่าไอ้หนุ่มหน้ากากเสื้อยืดคนนี้เป็นใครกันแน่"
สีหน้าโจวชิงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
เขาเผลอมองไปที่แม่ไก่ ดูท่าช่วงนี้คงพาออกไปเดินเล่นไม่ได้แล้วล่ะ
เหยียนเสี่ยวหูอดรนทนไม่ไหว ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เจ้าสี่ บอกข้าหน่อยสิ เมื่อคืนเจ้าทำยังไงให้คนพวกนั้นมองข้ามเจ้าไปได้ ข้านอนคิดทั้งคืนก็ยังไม่เข้าใจ"
โจวชิงกำลังเซ็งจิต ไม่มีอารมณ์จะมาอธิบายเรื่องนี้หรอก
เรื่องพาไก่เดินเล่นมีคนเห็นเขาเยอะแยะ แถมเมื่อคืนไก่ก็ดันมาหายอีก
[แต้มส่องใจ +6]
[แต้มส่องใจ +7]
[แต้มส่องใจ +8]
[แต้มส่องใจ +9]
ยังไม่ทันที่โจวชิงจะอ้าปาก เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็รัวเข้ามาในหัว
เรียบร้อย ลู่เหยาเหยา หลี่เต้าเสวียน ศิษย์พี่สือเจิน แล้วก็ท่านลุงรองต้องรู้เรื่องแล้วแน่ๆ เพราะเขาผูกพันธะไว้แค่ห้าคน ส่วนฉายาของศิษย์พี่สามตรงหน้ายังไม่เปลี่ยน
งานนี้ขายขี้หน้าประชาชีหมดแล้ว
"ไอ้ตัวแสบสองตัว รีบไสหัวมาหาข้าเดี๋ยวนี้!"
เสียงส่งกระแสจิตของอาจารย์โม่สิงเจี่ยนดังขึ้นในหูของทั้งสองคนพร้อมกัน
ฟังจากน้ำเสียง อาจารย์น่าจะกำลังเดือดปุดๆ
ทั้งสองมองหน้ากัน ตัวสั่นงันงก
"จำไว้คำเดียว ตีให้ตายก็ห้ามรับ!" เหยียนเสี่ยวหูเตี๊ยม
โจวชิงพยักหน้ารัวๆ
เรื่องนี้ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นฉายาจอมโจรโรคจิตคงติดตัวไปจนวันตายแน่
ทำไมชีวิตข้ามันบัดซบแบบนี้นะ
"เดี๋ยว!" เดินไปได้สองก้าว เหยียนเสี่ยวหูเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ พอโจวชิงหยุดเดิน หมัดเท่ากระสอบทรายก็พุ่งสวนเข้ามา
โจวชิงไม่ทันตั้งตัว เลือดกำเดากระฉูด ล้มหงายหลังตึง
"ศิษย์พี่สาม ท่านทำอะไรเนี่ย" โจวชิงเจ็บจนน้ำตาเล็ด ร้องโวยวาย
เหยียนเสี่ยวหูปัดไม้ปัดมือ ดูจะภูมิใจในผลงานตัวเองมาก
"เมื่อกี้ตอนเดินมา ข้าเห็นคนของสำนักเซียนขนนกเขียวขึ้นเขามาแล้ว เดี๋ยวพอหน้าเจ้าบวมเป่ง พวกเขาก็จำไม่ได้แล้วล่ะ" เหยียนเสี่ยวหูพูดหน้าตาย
โจวชิงลุกขึ้นมาอย่างหมดคำจะพูด หยิบภาพวาดขึ้นมา ชี้ไปที่เสื้อคลุมหัวแล้วตะคอก "ข้าไม่ได้เปิดหน้าโว้ย!"
เหยียนเสี่ยวหูชะงัก หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที
รีบจนลืมคิดไปเลย
"ขอ... ขอโทษที เออ จริงสิ เจ้าลองเอาอะไรยัดส้นรองเท้าดู จะได้ดูตัวสูงขึ้น ต่อให้ชี้ตัวกันซึ่งๆ หน้า เขาก็ไม่สงสัย"
เหยียนเสี่ยวหูตบเข่าฉาด ปิ๊งไอเดียใหม่
โจวชิงก้มมองเท้าตัวเอง เออ อันนี้ค่อยดูเข้าท่าหน่อย
ไม่นานนัก โจวชิงในสภาพจมูกแดงก่ำ เดินท่าทางกระย่องกระแย่งเข้ามาในตำหนัก ก็เห็นศิษย์สำนักเซียนขนนกเขียวหลายคนยืนอยู่ มีคนเฝ้าประตูเมื่อคืนรวมอยู่ด้วย
อาจารย์โม่สิงเจี่ยนนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนบัลลังก์ประธาน
"สองคนนี้นั่นแหละ!"
ยังไม่ทันได้คารวะ ศิษย์ระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์คนหนึ่งก็ชี้หน้าโจวชิงกับเหยียนเสี่ยวหูทันควัน
"มีอะไรเหรอ เกิดอะไรขึ้น ศิษย์น้องคนนี้หน้าคุ้นๆ นะ เหมือนเคยเจอที่ไหน แต่นึกไม่ออกแฮะ"
เหยียนเสี่ยวหูตีหน้าซื่อเดินเข้าไป กวาดตามองทุกคน
ชายหนุ่มคนนั้นหันไปรายงานศิษย์พี่หญิงข้างๆ "เรียนศิษย์พี่ชุย เมื่อคืนสองคนนี้แหละขอรับที่พยายามจะบุกรุกคฤหาสน์ แถมยังอ้างว่าจะเข้าไปหาไก่"
ชุยอิ๋งอิ๋งหันมามองทั้งสองคนทันที
พอโจวชิงเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ หัวใจก็หล่นวูบไปที่ตาตุ่ม
เพราะนางคือยอดฝีมือระดับจินตานที่เปิดฉากโจมตีเขาเป็นคนแรกเมื่อคืน ดูจากรัศมีพลังแล้ว แข็งแกร่งไม่แพ้ศิษย์พี่สามเลย
เหยียนเสี่ยวหูฟังแล้วก็แกล้งทำเป็นเพิ่งนึกออก
"อ๋อ ว่าแล้วทำไมศิษย์น้องคนนี้หน้าคุ้นๆ ที่แท้เราเพิ่งเจอกันเมื่อคืนนี่เอง วีรบุรุษไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ยอดเยี่ยมๆ ข้ากับศิษย์น้องโจวกลับมาทบทวนดูแล้ว การจะบุกรุกที่คนอื่นยามวิกาลมันเสียมารยาทจริงๆ โชคดีที่พวกเราพี่น้องเป็นคนฟังความเห็นคนอื่น กลับมาถึงก็แยกย้ายกันเข้านอนเลย!"
เหยียนเสี่ยวหูโกหกหน้าตายตาไม่กะพริบ
ศิษย์น้องคนนั้นเกาหัวแกรกๆ หันไปมองชุยอิ๋งอิ๋งอีกครั้ง
เพราะสองคนนี้ไม่ได้เข้าไปจริงๆ และผู้อาวุโสก็ตรวจสอบค่ายกลแล้ว ไม่ร่องรอยการถูกทำลายเลยแม้แต่นิดเดียว
ชุยอิ๋งอิ๋งไม่ได้พูดอะไร นางมองเหยียนเสี่ยวหูก่อน ประเมินรูปร่างคร่าวๆ แล้วก็ส่ายหน้า
จากนั้นก็หันมามองโจวชิง
คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น โจวชิงใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่พอนางส่ายหน้าเบาๆ อีกครั้ง เขาก็โล่งอกจนแทบจะลงไปกองกับพื้น
นางหันไปประสานมือคารวะโม่สิงเจี่ยน "เรียนอาจารย์อาโม่ ไม่ใช่สองคนนี้เจ้าค่ะ"
โม่สิงเจี่ยนที่นั่งอยู่ข้างบนได้ยินก็ชะงัก
ชุยอิ๋งอิ๋งอธิบาย "โจรคนนั้นตัวผอมกว่าศิษย์พี่เหยียน และเตี้ยกว่าศิษย์น้องโจวหน่อยนึงเจ้าค่ะ ศิษย์หลานต้องขออภัยที่มารบกวน"
โม่สิงเจี่ยนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออก โบกมืออย่างใจกว้าง
"ไม่เป็นไร ถ้าเป็นศิษย์เลวสองคนนี้จริงๆ ข้าไม่เอาไว้แน่!" โม่สิงเจี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ชุยอิ๋งอิ๋งและคณะกล่าวขอบคุณ ก่อนจะพูดต่อ "ไม่ทราบว่าศิษย์หลานขอถามศิษย์น้องโจวสักคำถามได้หรือไม่เจ้าคะ"
"ถามได้ตามสบาย!" โม่สิงเจี่ยนอนุญาต
[จบแล้ว]