เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - พวกเจ้าออกมาแล้วไม่เห็นเขาเหรอ?

บทที่ 12 - พวกเจ้าออกมาแล้วไม่เห็นเขาเหรอ?

บทที่ 12 - พวกเจ้าออกมาแล้วไม่เห็นเขาเหรอ?


บทที่ 12 - พวกเจ้าออกมาแล้วไม่เห็นเขาเหรอ?

★★★★★

"ศิษย์พี่โจว ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ" ลู่เหยาเหยากระซิบถามด้วยความเป็นห่วง

โจวชิงส่ายหน้า แต่พอมองเห็นฉายา [เก่งจังเลย] บนหัวนาง บวกกับท่าทางปลื้มปริ่มแบบแฟนคลับตัวยง เขาเลยกัดฟันดึงยันต์เพลิงสุริยันออกจากหลังตัวเอง

"เจ้าพลังอ่อนที่สุด ได้รับแรงกดดันน้อยที่สุด น่าจะเดินได้เร็วกว่าข้า เอานี่ไป!" โจวชิงพูดจบก็โยนยันต์ให้นางดื้อๆ

ลู่เหยาเหยาอึ้งไปชั่วขณะ กำลังจะอ้าปากแย้ง โจวชิงก็ทำท่าจุ๊ปากห้าม

ช่วยไม่ได้ ขืนเจ้าเดินช้าเป็นเต่าคลาน ข้าก็ต้องเดินตามหลังเจ้าต้อยๆ แล้วจะเอาเวลาไหนไปแอบปั๊มแต้มถูกเมินล่ะ

เล่นหันมามองข้าทุกสามวิแบบนี้ ข้าก็มีตัวตนแย่สิ

เพื่อให้ลู่เหยาเหยาวางใจ โจวชิงเลยทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น "ข้าไม่สนที่หนึ่งหรอก สู้ถือโอกาสอาศัยแรงกดดันตรงนี้ขัดเกลารากฐานพลังให้มั่นคงดีกว่า เจ้าต้องสู้ๆ นะ เมื่อก่อนข้าอ่อนแอที่สุดในหมู่ศิษย์หลัก แต่ตอนนี้ตำแหน่งนั้นตกเป็นของเจ้าแล้ว"

เห็นท่าทางจริงจังของโจวชิง ลู่เหยาเหยากัดริมฝีปากเบาๆ จู่ๆ ก็ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาเป็นประกายวิบวับ พยักหน้าหงึกหงักอย่างหนักแน่น

ทันใดนั้น ฉายา [เก่งจังเลย] บนหัวนาง ก็เปลี่ยนเป็น [พ่อพระผู้เมตตา] ในพริบตา

เห็นแบบนั้นโจวชิงแทบสำลักอากาศตาย

อะไรคือพ่อพระผู้เมตตา

ข้าไม่ใช่พ่อเจ้านะเว้ย!

ใช้คำเปรียบเปรยได้สิ้นคิดมาก นี่ในใจเจ้ามองข้าเป็นคนแก่รุ่นพ่อไปแล้วรึไง

[แต้มส่องใจ +7]

พอได้ยินเสียงแต้มเด้ง ความหงุดหงิดถึงค่อยทุเลาลงหน่อย

เห็นคนข้างหน้าเดินไปไกลแล้ว โจวชิงรีบโบกมือไล่

"ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเจ้าค่ะ!"

ลู่เหยาเหยามองด้วยสายตาซาบซึ้งกินใจ ให้คำมั่นสัญญาเสร็จก็หันหลังแบกความกดดันเดินหน้าต่อ

ต้องยอมรับว่าแรงกดดันที่นี่ช่วยปรับพื้นฐานลมปราณได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เลื่อนระดับเร็วเกินไปอย่างพวกเขา

ถ้าไม่มีปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์ช่วย ที่นี่คงเป็นสถานที่ฝึกตนชั้นยอด

พอมองเห็นแผ่นหลังของทุกคนเริ่มเลือนราง โจวชิงก็รีบลุกขึ้น กัดฟันเดินฝ่าแรงกดดันตามไป

เงื่อนไขการปั๊มแต้มถูกเมินคือต้องอยู่ในสถานการณ์ตื่นเต้นและมีคนเยอะๆ ถ้าคนหายหมดแล้วใครจะมาเมินเขา

ก็เหมือนตอนตกปลาที่หลังเขาเสินเยว่นั่นแหละ ต่อให้หาที่มุมอับแค่ไหน ก็ต้องอยู่ในระยะสายตาของคนอื่นบ้าง

โจวชิงเดินตามหลังขบวนไปห่างๆ

[แต้มการถูกเมิน +1... +1... +1...]

แต่พอเดินไปได้ครึ่งทาง เสียงหวีดหวิวชวนขนลุกก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฝูงวิญญาณเร่ร่อนจำนวนมากกว่าเดิมสามเท่าพุ่งออกมาจากความมืด

ตัวจ่าฝูงเป็นวิญญาณระดับสร้างรากฐานที่น่ากลัวนับสิบตัว

โจวชิงเห็นแล้วรีบหมอบลงกับพื้น ตาแทบถลน

"ทำไมมันเยอะขนาดนี้วะเนี่ย"

พวกท่านผู้อาวุโสนี่เชื่อถือไม่ได้เลย เอาพวกเรามาเป็นเหยื่อล่อชัดๆ

ตูม ตูม ตูม!

ข้างหน้าเกิดการปะทะกันสนั่นหวั่นไหว ไม่นานก็มีคนต้านไม่ไหว อาศัยแสงจากยันต์ที่ใกล้ดับเต็มที หันหลังวิ่งหนีป่าราบด้วยความหวาดกลัว

โจวชิงเริ่มนึกเสียใจที่หน้าใหญ่ยกยันต์ให้ลู่เหยาเหยาไป แม้ทักษะ [ลดตัวตน] จะเต็มเลเวล 1 แล้ว แต่ก็มีโอกาสถูกระดับกลั่นลมปราณเมินแค่ 90% อีก 10% ยังมีความเสี่ยง

เกิดซวยแจ็คพอตแตกขึ้นมาล่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น 90% นั่นมันสำหรับระดับกลั่นลมปราณ แต่ตอนนี้มีระดับสร้างรากฐานโผล่มาเพียบ ตอนนี้เขาเพิ่งอัปเกรดเป็น [LV2: (44/100)] เอง

นั่นแปลว่าระดับสร้างรากฐานมีโอกาสเห็นเขาตั้ง 60%

ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เขาหมุนตัวกลับหลังหัน เปลี่ยนแนวหลังเป็นแนวหน้า เตรียมโกยแน่บ

แต่เขาประเมินศักยภาพมนุษย์เวลาหนีตายต่ำไป ภายใต้แรงโน้มถ่วงมหาศาลขนาดนี้ ศิษย์พี่หญิงระดับสร้างรากฐานขั้นปลายคนหนึ่งกลับวิ่งฉิวแซงหน้าเขาไปราวกับสายลม

วิ่งไปก็กรีดร้องเสียงหลงไป แสบแก้วหูจนโจวชิงต้องนิ่วหน้า

เหมือนโดมิโน่ล้ม คนอื่นๆ ก็พากันวิ่งหนีตามมาติดๆ ศัตรูเยอะขนาดนี้ สู้ไปก็ตายเปล่า

เห็นคนวิ่งแซงไปทีละคนสองคน โโจวชิงยิ่งลนลาน

อาจจะเป็นเพราะรักตัวกลัวตาย หรือเพราะกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน เลยไม่มีใครชายตามองโจวชิงสักนิด อย่าว่าแต่จะช่วยดึงเลย

จนกระทั่งลู่เหยาเหยาวิ่งหน้าแดงแฮกๆ แซงผ่านเขาไป โจวชิงถึงมั่นใจว่าทักษะพรสวรรค์กำลังทำงาน

ตราบใดที่เขาไม่แหกปากร้อง ก็ไม่มีใครเห็นหัว

เขาเพิ่งจะอ้าปาก กะจะทวงยันต์คืน ฝูงวิญญาณกลุ่มใหญ่ก็ไล่กวดมาติดๆ

"ฉิบหาย!" โจวชิงหน้าซีดเผือด เตรียมงัดวิชาไม้ตายออกมาสู้ตาย

แต่ทว่า—

พวกวิญญาณพวกนั้น รวมถึงพวกระดับสร้างรากฐานนับสิบตัว กลับมองผ่านเขาไปเฉยๆ บินวูบผ่านหน้าเขาไปไล่กวดคนอื่นต่อ

หัวใจโจวชิงเต้นระรัว ชัดเจนเลยว่าในสถานการณ์วิ่งไล่จับสุดระทึกแบบนี้ ทุกคน (รวมถึงผี) ต่างตกอยู่ในโซน 40% ที่จะเมินเขา

เมื่อรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ โจวชิงก็ไม่รอช้า ลากขาที่หนักอึ้งรีบเดินย้อนกลับไปทางออก

เสียงการต่อสู้ข้างหน้ายังดังต่อเนื่อง ทำให้เขาไม่กล้าประมาท

ไม่นานนัก พอเขาหอบแฮกๆ มาถึงจุดที่ห่างจากทางออกประมาณสามร้อยเมตร สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รีบเอาหลังแนบกำแพง

วิญญาณจำนวนมหาศาลกำลังออ กันอยู่ที่ปากทางออก ส่งเสียงคำรามขู่คนข้างนอกไม่หยุด

"ซวยแล้ว!"

โจวชิงนึกภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ออก ตอนแรกที่พวกมันไล่ไปถึงปากทาง พออาละวาดสักพักพวกมันก็จะบินกลับเข้าไปข้างใน

ตอนนี้อย่าว่าแต่พวกมันกำลังบล็อคประตูอยู่เลย ถ้าเกิดพวกมัน...

คิดได้แค่นั้น หน้าโจวชิงก็ซีดเผือดกว่าเดิม

เมื่อกี้โชคดีรอดมาได้ แต่ถ้าต้องเดินฝ่าดงตีนกลับไป แล้วดันไปแจ็คพอตแตกในโซน 60% ที่พวกมันมองเห็นล่ะ

วิญญาณระดับสร้างรากฐานตั้งเยอะ บวกกับลิ่วล้ออีกเป็นร้อย ฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ ได้สบาย

ต่อให้พวกผู้อาวุโสอยู่แค่เอื้อม ก็คงช่วยไม่ทัน แถมพวกนางไม่กล้าเข้ามาด้วย เพราะกลัวจะไปปลุกตัวตนน่ากลัวบางอย่างตื่น

"ต้องอาศัยจังหวะที่พวกมันยังไม่บินกลับมา ตอนนี้เหลือทางรอดแค่ทางเดียวแล้ว!"

โจวชิงกัดฟันกรอด มองไปที่ความมืดมิดปลายอุโมงค์ ไม่กล้ารอช้า รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย หันหลังวิ่งกลับเข้าไปข้างใน...

......

"เกิดอะไรขึ้น"

พวกผู้อาวุโสสูงสุดที่รออยู่ข้างนอก เห็นคนวิ่งหนีตายออกมาอย่างทุลักทุเล ก็รีบเข้าไปถามด้วยความตกใจ

ยังไม่ทันคุยรู้เรื่อง คนอื่นๆ ก็ทยอยวิ่งตามออกมา

เห็นสภาพเหงื่อท่วมตัว หอบตัวโยนของทุกคน เหล่าผู้อาวุโสก็ขมวดคิ้วมุ่น

"ทำไมถึงมีวิญญาณเยอะขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้!"

พวกนางเองก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ข้างในเหมือนกัน

"ศิษย์พี่โจว ศิษย์พี่โจวล่ะเจ้าคะ"

ขณะที่พวกผู้อาวุโสกำลังปรึกษาว่าจะเรียกศิษย์หลักระดับจินตันทมาช่วย จู่ๆ ลู่เหยาเหยาก็ร้องลั่น กวาดตามองหาไปทั่ว

ทุกคนที่เพิ่งหายตกใจก็รีบมองซ้ายมองขวา จริงด้วย ไม่เห็นเงาหัวโจวชิงเลย

"เขาอยู่รั้งท้ายไม่ใช่เหรอ"

"ใช่ๆ ตามหลักเขาต้องวิ่งออกมาถึงก่อนพวกเราสิ"

"ตอนพวกเจ้าวิ่งออกมา ไม่เห็นเขาเหรอ"

"ข้าเอาแต่หนีตาย ไม่ทันมองอะ"

ทุกคนต่างพูดย้อนแย้งกันไปมา แปลกมาก คนตัวเบ้อเริ่มแท้ๆ ตอนวิ่งออกมากลับไม่มีใครสังเกตเห็น

ลู่เหยาเหยาทรุดฮวบลงคุกเข่าต่อหน้าพวกหญิงชรา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความร้อนรน

"ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ได้โปรดช่วยศิษย์พี่โจวด้วยเถิดเจ้าค่ะ เขายกยันต์เพลิงสุริยันให้ข้า ตัวเปล่าแบบนั้นสู้พวกวิญญาณไม่ไหวแน่"

เหล่าหญิงชราขมวดคิ้วแน่น มองไปที่ประตูสำริดยักษ์กลางหุบเขา

"ให้ข้าลองเข้าไปดูไหม" ผู้อาวุโสคนที่เพิ่งสำเร็จวิชาเอ่ยถาม

แต่คนอื่นรีบห้ามทันควัน

"เสี่ยงเกินไป ถ้าเจ้านั่นตื่นขึ้นมา มันโจมตีไม่เลือกหน้าแน่ ดีไม่ดีจะทำลายโครงสร้างภายในจนกู้คืนไม่ได้ รอเดี๋ยว ข้าจะแจ้งให้เจ้าสำนักพาคนมาช่วย!"

หญิงชราคนหนึ่งกลายเป็นลำแสงพุ่งออกไปทันที

ลู่เหยาเหยาตาแดงก่ำ จ้องมองประตูสำริดด้วยใจที่ร้อนรุ่ม

ไม่นานนัก เจ้าสำนักเฉาเจิ้งหยางก็พาศิษย์เอกสองคนเหาะมาด้วยความเร่งรีบ

"พวกเจ้าสองคนรีบเข้าไป เดี๋ยวนี้! ต้องช่วยโจวชิงออกมาให้ได้ จำไว้ พยายามกดพลังไว้ให้ต่ำที่สุด!" เฉาเจิ้งหยางสั่งเสียงเครียด

ทั้งสองรับคำ แล้วพุ่งตัวเข้าไปในประตูทันที...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - พวกเจ้าออกมาแล้วไม่เห็นเขาเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว