- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 8 - ทำไมฉายาที่ท่านตั้งให้ข้ามันยาวขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ?
บทที่ 8 - ทำไมฉายาที่ท่านตั้งให้ข้ามันยาวขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ?
บทที่ 8 - ทำไมฉายาที่ท่านตั้งให้ข้ามันยาวขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ?
บทที่ 8 - ทำไมฉายาที่ท่านตั้งให้ข้ามันยาวขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ?
★★★★★
นับตั้งแต่เหยียนเสี่ยวหู่ขอเกล็ดย้อนของปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์ไปสองชิ้น เขาก็เก็บตัวเงียบกริบ ไม่รู้ว่าซุ่มทำอะไรอยู่
พอโจวชิงลองถามดู เหยียนเสี่ยวหู่ก็ทำท่าลุกลี้ลุกลน ชะเง้อคอมองซ้ายขวาแล้วถามเสียงเบา "ตาแก่โม่ด่าข้าอีกแล้วเหรอ"
โจวชิง "......"
เห็นสีหน้าโจวชิง เหยียนเสี่ยวหู่ก็ร้องอ๋อทันที
ตาแก่โม่นี่ชอบยกเขาเป็นกรณีศึกษาอยู่เรื่อย
แต่ก็นะ เป็นเพราะเขาไม่ได้เรื่องเองแหละ ครั้งนี้เอาของไปหลอมก็ล้มเหลวอีกจนได้ โดนเยาะเย้ยไปตามระเบียบ
แต่ทว่า—
เหยียนเสี่ยวหู่มองสำรวจโจวชิงหัวจรดเท้า แล้วก็ต้องตกตะลึง
"ไม่ใช่สิ พลังงานของปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์แค่สองตัวมันมหาศาลขนาดนี้เชียวรึ ดันเจ้าขึ้นมาระดับสร้างรากฐานได้เลยเหรอเนี่ย"
โจวชิงเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องหนอนวิญญาณลี้ลับในเสาหยกยังไง ลำพังปลาสองตัวคงช่วยให้ข้ามขั้นถึงสามระดับไม่ได้หรอก
แต่ยังไม่ทันที่โจวชิงจะอ้าปาก เหยียนเสี่ยวหู่ก็ตบหน้าผากตัวเองดังฉาด
"ตายห่ะ เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลย ศิษย์พี่ใหญ่ฝากให้ข้าเอาของบางอย่างเข้าไปให้หน่อย!"
พูดจบเหยียนเสี่ยวหู่ก็ทำท่าจะเดินหนี
โจวชิงตาเป็นประกาย "ศิษย์พี่ใหญ่จะออกจากฌานแล้วเหรอ"
เหยียนเสี่ยวหู่ส่ายหน้า "อีกนานโข ใครจะไปรู้ว่ะว่ารอบนี้แกจะเก็บตัวนานแค่ไหน"
"งั้นเหรอ แล้วมีข่าวคราวของศิษย์พี่รองบ้างไหม" โจวชิงถามต่อ
ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ที่โลกนี้และโชคดีได้เข้าสำนักไท่ชิง ศิษย์พี่หญิงรองหลัวหลิงหลิงก็ดูแลเขาเหมือนน้องชายแท้ๆ
แต่เมื่อสองปีก่อน จู่ๆ นางก็บอกว่าจะออกไปทำธุระส่วนตัวข้างนอก แล้วก็หายจ้อยไปเลยจนถึงทุกวันนี้
ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง
เหยียนเสี่ยวหู่ส่ายหน้าอีกรอบ "ไม่มีเลย แต่วางใจเถอะ ศิษย์พี่รองน่ะโหดจะตาย บางทีศิษย์พี่ใหญ่ยังแหยงนางเลย ด้วยนิสัยขี้ระแวงรอบคอบขนาดนั้น คงไม่มีใครทำอันตรายนางได้หรอก"
ข้อนี้โจวชิงเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้าให้แข่งกันเรื่องความเจ้าเล่ห์เพทุบายและวิถีแห่งการซุ่มซ่อน พวกเขาสามหนุ่มมัดรวมกันยังเทียบชั้นศิษย์พี่รองไม่ได้เลย
จากนั้นเขาก็มองไปที่เครื่องหมายคำถามบนหัวศิษย์พี่สาม แล้วกดผูกมัดทันที
ถ้าจะปั๊มแต้มส่องใจ ศิษย์พี่สามนี่แหละเป้าหมายชั้นดี เพราะปกติถ้าไม่มีอะไรทำ ทั้งสองคนก็ตัวติดกันตลอดอยู่แล้ว
ไม่นานนัก บนหัวของเหยียนเสี่ยวหู่ที่กำลังรีบร้อนเดินจากไป ก็ค่อยๆ ปรากฏตัวอักษรสีทองเจ็ดตัว -- [ศิษย์น้องคนดีตลอดกาล]
เห็นแบบนั้น โจวชิงก็หลุดยิ้มออกมา
"ท่านเองก็เป็นศิษย์พี่คนดีตลอดกาลของข้าเหมือนกัน!"
......
พอกลับถึงที่พัก โจวชิงก็เริ่มวางแผนสำหรับก้าวต่อไป
นั่นคือการเดินหน้าปั๊มแต้มถูกเมินและแต้มส่องใจ ถ้าทั้งสองอย่างเกื้อหนุนกันได้ก็ยิ่งดี
โจวชิงหยิบสมุดคู่มือออกมาพลิกดู พบว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ไม่มีคิวศิษย์หลักคนไหนเปิดสอนเลย
ถ้าอยากได้แต้มถูกเมิน ก็ต้องหาวิธีอื่น
เว้นเสียแต่ว่า—
ดวงตาของโจวชิงเป็นประกายวิบวับ
อย่าลืมสิว่า เขาเองก็เป็นศิษย์หลัก มีสิทธิ์เปิดคลาสสอนเหมือนกัน
จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาสอนคือเมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นอยู่แค่ระดับกลั่นลมปราณชั้น 5 แทบไม่มีหมาตัวไหนมาฟัง เพราะศิษย์สายนอกบางคนพลังสูงกว่าเขาอีก
กลัวแต่จะเอาความรู้หางอึ่งไปพาคนอื่นลงเหว
"ถ้าข้ายืมชื่อศิษย์พี่สามมาใช้ล่ะ" โจวชิงหัวเราะ หึหึ แผนการผุดขึ้นในหัว
แต่ยังไงก็ต้องเตี๊ยมกับศิษย์พี่สามก่อน
วันรุ่งขึ้น พอเหยียนเสี่ยวหู่รู้เรื่อง ก็ตบไหล่โจวชิงพลางพูดด้วยความเอ็นดู "เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวถึงเวลาข้าโผล่หน้าไปหน่อยก็พอแล้ว อีกอย่างตอนนี้เจ้าอยู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว ย่อมมีความเข้าใจในการฝึกตนเป็นของตัวเอง การสอนหนังสือแค่นี้จิ๊บจ๊อยน่า"
ได้ยินศิษย์พี่สามพูดแบบนี้ โจวชิงก็ค่อยมั่นใจขึ้นมาหน่อย
พอข่าวแพร่ออกไปว่า อีกสองวันศิษย์หลักเหยียนเสี่ยวหู่จะเปิดสอนที่ [หอแสดงธรรม] ศิษย์สายนอกแห่งยอดเขาเสี่ยวหลิงก็แตกตื่นกันยกใหญ่
บางคนถึงขั้นรีบไปต่อแถวรอตั้งแต่ตอนนี้ กลัวจะไปสาย
ช่วยไม่ได้ ยอดเขาเสี่ยวหลิงมีศิษย์หลักแค่สี่คน คนหนึ่งเก็บตัวยาว คนหนึ่งไม่อยู่ คนเล็กสุดก็ไม่รู้อะไรเลย
มีแค่เหยียนเสี่ยวหู่ที่พอจะมีฝีมือหน่อย ดังนั้นพอสบโอกาสดีๆ แบบนี้ ทุกคนเลยแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน
เห็นภาพนี้แล้ว โจวชิงก็ได้แต่ยิ้มแห้ง
สุดท้ายก็เป็นเพราะตัวเองอ่อนแอเกินไป เลยไม่มีใครศรัทธา
แต่เนื่องจากคนแห่มากันเยอะเกินคาด มีกระทั่งศิษย์สายในและศิษย์สายตรงจากยอดเขาอื่นมามุงดูด้วย หอแสดงธรรมธรรมดาๆ เลยจุคนไม่ไหว
ด้วยคำแนะนำของโจวชิง สถานที่สอนเลยเปลี่ยนไปเป็นลานหินเขียวแทน
"เจ้าแน่ใจนะว่าจะเอาอยู่ ไม่ต้องให้ข้าช่วยจริงดิ" เหยียนเสี่ยวหู่ถามอย่างกังวล
เพราะตอนที่ศิษย์น้องเล็กสอนเมื่อหลายปีก่อน มีคนมาแค่สองร้อยกว่าคน สุดท้ายเหลือคนนั่งฟังอยู่แค่สามสิบกว่าคน
บรรยากาศตอนนั้นโครตจะกระอักกระอ่วน ดีที่ศิษย์น้องเล็กจิตใจเข้มแข็ง กัดฟันสอนจนจบได้
โจวชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอบว่า "วางใจเถอะศิษย์พี่ ข้ามั่นใจ"
เห็นแววตามุ่งมั่นของโจวชิง เหยียนเสี่ยวหู่ก็รู้สึกปลื้มใจ
[แต้มส่องใจ +6]
"หือ"
ได้ยินเสียงเตือน โจวชิงก็มองไปที่ศิษย์พี่สามอย่างสงสัย
นั่นไง ฉายาบนหัวที่เคยเป็น [ศิษย์น้องคนดีตลอดกาล] ตอนนี้เปลี่ยนเป็น [ศิษย์น้องผู้เข้มแข็ง] ภายในพริบตา
โจวชิงพูดไม่ออก เข้มแข็งอะไรกัน ข้าก็แค่อยากจะปั๊มแต้มเท่านั้นแหละ
[แต้มส่องใจ +7]
ยังไม่ทันที่โจวชิงจะพูดอะไร เสียงเตือนก็ดังขึ้นอีก
เขารีบมองไปดู แต่ฉายาบนหัวศิษย์พี่สามไม่ได้เปลี่ยน
หมายความว่าไง
เป็นลู่เหยาเหยา หรือว่าศิษย์พี่ใหญ่หลี่เต้าเสวียน
[แต้มส่องใจ +9]
วินาทีถัดมา เสียงเตือนดังขึ้นอีกรอบ เล่นเอาโจวชิงงงตึ๊บ
สองคนนั้นเป็นอะไรกันมากไหม
อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อข้าเฉยเลย
"เจ้ามองหัวข้าทำไม ผมข้าร่วงเหรอ"
เห็นโจวชิงจ้องหัวตัวเองสามรอบติด เหยียนเสี่ยวหู่ก็ใจเสีย รีบเอามือลูบหัว แล้วก้มหัวให้โจวชิงดู
โจวชิงรู้ตัวว่าทำให้เข้าใจผิด เลยรีบแก้ตัว "เปล่าๆ ไม่มีอะไร ข้าแค่เพิ่งสังเกตว่าหัวศิษย์พี่กลมดีจัง"
"ตกใจหมด แต่เจ้าพูดผิดนะ ข้าหน้ากลมหัวก็ต้องกลมสิ เจ้าลองไปหาคนหน้ากลมแต่หัวแบนมาให้ข้าดูหน่อยซิ"
พอเหยียนเสี่ยวหู่พูดจบ ทั้งสองคนก็นึกภาพตาม แล้วมองหน้ากัน ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
......
เมื่อถึงเวลาสอน เหยียนเสี่ยวหู่ยืนอยู่ต่อหน้าศิษย์สายนอกเกือบสามพันคนที่ลานหินเขียว แล้วเริ่มบรรยาย
แต่ผ่านไปได้ไม่นาน จู่ๆ เขาก็เอามือกุมท้อง สีหน้าดูทรมานสุดขีด
จากนั้นเขาก็ขอโทษขอโพยทุกคน แล้วเรียกโจวชิงขึ้นมาสอนแทนชั่วคราว ส่วนตัวเองก็รีบชิ่งหนีไป
ทุกคนมองตาละห้อยส่งเหยียนเสี่ยวหู่ แล้วจำใจต้องรอต่อไป ส่วนโจวชิงที่อยู่บนเวที ทุกคนก็ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
ไม่รู้ทำไม ฟังไปฟังมา ทุกคนก็เริ่มมองข้ามโจวชิงที่กำลังพล่ามน้ำไหลไฟดับ หันไปคุยกันเองบ้าง บางคนถึงกับหลับคาที่ไปเลยก็มี
เห็นคนเริ่มเมินตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ มุมปากของโจวชิงก็ยกยิ้ม
ได้ผล!
เขาเลยค่อยๆ ลดสปีดการสอนลง
[แต้มการถูกเมิน +1]
[แต้มการถูกเมิน +1]
[แต้มการถูกเมิน +1]
[ชิ้นส่วนทักษะ +1]
......
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ บางคนเริ่มทนรอเหยียนเสี่ยวหู่ไม่ไหว แถมยังมองข้ามโจวชิงที่ไร้ตัวตนไปอย่างสมบูรณ์ เลยลุกเดินหนีไปดื้อๆ
โจวชิงก็ไม่ห้าม ยิ่งเห็นชิ้นส่วนทักษะใหม่เด้งขึ้นมา เขายิ่งตื่นเต้น
เหมือนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขารีบนั่งตัวตรงกวาดตามองรอบๆ ไม่นานก็เห็นลู่เหยาเหยากับหลี่เต้าเสวียนยืนอยู่ที่ขอบลานหินเขียวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าซับซ้อน
ฉายาบนหัวลู่เหยาเหยาที่เคยเป็น [เก่งจังเลย] ไม่รู้เปลี่ยนกลับมาเป็น [น่ารักจัง] ตั้งแต่ตอนไหน
ส่วนฉายาบนหัวหลี่เต้าเสวียน จาก [ศัตรูหัวใจที่น่าอิจฉา] ก็เปลี่ยนเป็น [ไอ้ลามกชอบแอบดูคนอาบน้ำ]
อ๋อ ที่แท้แต้มส่องใจ 16 แต้มที่เด้งเมื่อวานก็มาจากตรงนี้นี่เอง
ไม่ใช่สิ มีเรื่องนึงที่ไม่เข้าใจ ศิษย์พี่หลี่ ทำไมฉายาที่ท่านตั้งให้ข้ามันยาวขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ
เรื่องแอบดูคนอาบน้ำนี่จะไม่จบง่ายๆ ใช่ไหม
[แต้มส่องใจ +5]
เหมือนจะสังเกตเห็นสายตาของโจวชิง ลู่เหยาเหยาก็ฝืนยิ้มส่งให้ พร้อมทำท่าชูกำปั้นให้กำลังใจ
แต่ฉายา [น่ารักจัง] บนหัวนาง กลับเปลี่ยนเป็น [น่าสงสารจับใจ] ด้วยความเร็วแสง
[แต้มส่องใจ +6]
โจวชิงรีบหันไปมองหลี่เต้าเสวียน ฉายาบนหัวเขายังเหมือนเดิม พอกวาดตามองไปรอบๆ ก็เจอศิษย์พี่สามหลบอยู่มุมหนึ่ง
ฉายาบนหัวเขาเปลี่ยนเป็น [ศิษย์น้องผู้รันทด]
เวลานี้ เหยียนเสี่ยวหู่มองโจวชิงที่ยืนเคว้งอยู่บนเวทีด้วยความสงสารจับใจ
คนเยอะขนาดนี้ แต่ไม่มีใครเห็นหัวศิษย์น้องเล็กเลย
แกล้งทำเป็นตั้งใจฟังหน่อยก็ไม่ได้ ทำไมต้องทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนด้วย อย่างน้อยก็ให้เกียรติฐานะศิษย์หลักหน่อยสิวะ
ทำไม พลังน้อยแล้วไม่คู่ควรจะมาสอนพวกเจ้าหรือไง
กลัวจะพาลลงเหวรึ
ศิษย์น้องเล็กตอนนี้คงจะเจ็บปวดน่าดู
เห็นคนเดินหนีไปเยอะขึ้นเรื่อยๆ โจวชิงก็ถอนหายใจยาว แล้วโบกมือเรียกศิษย์พี่สามที่อยู่ไกลๆ
เพราะตอนนี้โดนลู่เหยาเหยากับหลี่เต้าเสวียนจ้องอยู่ จะปั๊มแต้มถูกเมินก็คงไม่ได้แล้ว
อีกอย่าง ตามแผนเดิมก็คือรอจังหวะให้ศิษย์พี่สามกลับขึ้นมาสอนต่ออยู่แล้ว จะให้เห็นแก่ตัวทำลายชื่อเสียงศิษย์พี่ก็คงไม่ได้
เหยียนเสี่ยวหู่เห็นดังนั้น ก็รีบกระโดดขึ้นมาบนเวที ทันใดนั้นตาทุกคนก็ลุกวาว ตื่นเต้นกันยกใหญ่
ศิษย์สายนอกที่กำลังจะเดินหนี พอได้ยินเสียงเหยียนเสี่ยวหู่ ก็รีบนั่งลงตั้งใจฟังกันหน้าสลอน...
[จบแล้ว]