- หน้าแรก
- ฉายาป่วน กวนยุทธภพ
- บทที่ 6 - ก้าวสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน!
บทที่ 6 - ก้าวสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน!
บทที่ 6 - ก้าวสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน!
บทที่ 6 - ก้าวสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน!
★★★★★
หลังจากท่านผู้อาวุโสสูงสุดจากไป ทุกคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แรงกดดันที่ท่านผู้อาวุโสปล่อยออกมาเมื่อครู่มันหนักหนาสาหัสเกินไปจริงๆ
ไม่ได้ยินหรือไง ขนาดท่านเจ้าสำนักไท่ชิงผู้ยิ่งใหญ่ของเรา ยังถูกนางเรียกว่า เสี่ยวเฉา เหมือนเด็กๆ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาสนใจมากกว่าคือ ปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์อีกสองตัวที่เหลือ ใครเป็นคนตกไปได้
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างดูน่าสงสัยไปหมด
"ไป ไป ไป รีบไปกันเถอะ!" เหยียนเสี่ยวหู่ปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก แล้วหันหลังเดินหนีทันที
เรื่องนี้กลายเป็นแผลใจที่ฝังลึกยากจะลืมเลือน ขืนท่านผู้อาวุโสย้อนกลับมาอีกรอบ...
โจวชิงรีบพยักหน้าเห็นด้วย
เขาเองก็ไม่กล้าอยู่ต่อแล้วเหมือนกัน เพราะตอนนี้ลู่เหยาเหยากำลังกอดปลาตัวนั้นพลางมองมาที่เขา
ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ ขืนนางเกิดนึกครึ้มใจยื่นปลาให้เขาขึ้นมา ลองเดาสิว่าจะเกิดหายนะอะไรขึ้น
ทั้งสองคนหันหลังกลับแล้วจ้ำอ้าว ยิ่งเดินยิ่งเร็ว จนสุดท้ายกลายเป็นวิ่งหน้าตั้ง
มองดูทั้งคู่ที่ชิ่งหนีจากงานไปดื้อๆ เหล่าศิษย์หลักต่างพากันหัวเราะ
ก็นะ ท่านผู้อาวุโสเมื่อครู่ คือหนึ่งในคนที่เคยโดนสองคนนี้แอบดูตอนอาบน้ำนี่นา
จะว่าไป ถ้าตัดเรื่องฐานะผู้อาวุโสออก รสนิยมของสองคนนี้ก็ถือว่าหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
ภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืน เมื่อทั้งสองกลับมาถึงตีนเขายอดเขาเสี่ยวหลิง ก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หรากับพื้น หอบหายใจแฮกๆ
"เกือบตายแล้วไหมล่ะ!" เหยียนเสี่ยวหู่ลูบเสื้อผ้าตัวเอง ไม่รู้ว่าเปียกโชกไปด้วยเหงื่อตั้งแต่เมื่อไหร่
โจวชิงเองก็รู้สึกคอแห้งผาก แต่ก็ดีใจที่รอดตัวมาได้
พอตั้งสติได้ เขาก็เด้งตัวลุกขึ้น มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าทางสะดวก แล้วค่อยๆ หยิบข้องใส่ปลาออกมาอย่างมีพิรุธ
"ศิษย์พี่สาม แบ่งกันคนละตัว!" โจวชิงชี้ไปที่ปลา
เหยียนเสี่ยวหู่เหลือบมองผ่านๆ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง รีบคลานเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยความตื่นตะลึง
"เชี่ย! เจ้าทำได้ไงวะเนี่ย"
อาศัยแสงจันทร์ส่องสว่าง เขาเพ่งมองให้ชัดๆ
ใช่จริงๆ ด้วย นี่มันปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์ของแท้ เหมือนกับตัวที่ลู่เหยาเหยากอดไว้เปี๊ยบ
โจวชิงได้แต่เกาหัวแก้เขิน บอกไปว่าโชคช่วยล้วนๆ
ใครจะไปคิดว่าทำเลห่วยๆ ที่ใครก็เมิน จะตกได้ของดีแบบนี้
แต่เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าน่าจะเป็นผลจากทักษะพรสวรรค์ [ลดตัวตน] ที่ทำให้ปลาพวกนี้มองข้ามเขาที่อยู่ริมฝั่ง เห็นแต่เหยื่อล่ออันโอชะ ทุกอย่างมันก็เลยลงล็อค
เหยียนเสี่ยวหู่มองโจวชิง อ้าปากค้างพูดไม่ออก สุดท้ายก็ยกนิ้วโป้งให้
"เจ๋ง เจ๋งจริงๆ โดยเฉพาะเวลานี้เจ้ายังอุตส่าห์นึกถึงศิษย์พี่ ไม่เสียแรงที่ข้ารักและเอ็นดูเจ้ามาตลอด แต่ปลาพวกนี้ข้าไม่เอาหรอก ตอนนี้เจ้าจำเป็นต้องใช้มันมากกว่าข้า แต่ว่าเกล็ดย้อนสองชิ้นบนตัวมันสำคัญกับข้ามาก ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ..."
เหยียนเสี่ยวหู่ถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น
โจวชิงไม่รังเกียจอยู่แล้ว
"ได้สิ ได้เลย เอ้านี่ ท่านเอาไปเลย!"
เหยียนเสี่ยวหู่ค่อยๆ ดึงเกล็ดออกมาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หยิบไหสุราออกมาวาง
"ใช้เหล้านี้ต้มซุปปลา จะช่วยดึงสรรพคุณของปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์ออกมาได้สูงสุด ขอให้เจ้าโชคดีนะ!"
เหยียนเสี่ยวหู่กำชับเรื่องรายละเอียดอีกเล็กน้อย แล้วก็เดินจากไปอย่างมีความสุข
โจวชิงรีบกลับเข้าที่พัก ไม่รอช้า รีบลงมือต้มซุปทันที
กลางดึกคืนนั้น มองดูเนื้อปลาสีขาวนวลในชามใบโต กลิ่นหอมฉุยเคล้ากลิ่นสุราลอยมาเตะจมูก ทำเอาเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่
จากนั้นมหกรรมเขมือบแหลกก็เริ่มขึ้น
พอซดน้ำซุปคำสุดท้ายลงท้อง ร่างกายเขาก็สั่นสะท้าน ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัว พร้อมกับพลังปราณมหาศาลที่วิ่งพล่านไปทั่วเส้นชีพจร
สีหน้าเขาเปี่ยมไปด้วยความยินดี รีบโคจรเคล็ดวิชาไท่ชิงเสวียนชี่ หมุนวนพลังรอบแล้วรอบเล่าอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งฟ้าสาง โจวชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็หน้าแดงก่ำ พลังอำนาจในกายขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
"ดูถูกเจ้าปลาเกล็ดทมิฬจิตเหมันต์นี่ไม่ได้เลยจริงๆ ปรับพื้นฐานลมปราณเสร็จแล้วยังมีพลังเหลืออีกเพียบ งั้นก็ลองเสี่ยงดูสักตั้ง!"
โจวชิงประสานมือทำท่ามุทรา พลังอันบ้าคลั่งราวกับเขื่อนแตกไหลบ่าไปทั่วร่าง
เขากัดฟันข่มความเจ็บปวด ชักนำพลังเหล่านั้นไปรวมที่จุดตันเถียน วังวนลมปราณที่เดิมเป็นเพียงหมอกจางๆ เริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว ดูดซับพลังที่ถาโถมเข้ามา
"มีลุ้น!"
เห็นแบบนั้นโจวชิงก็ลิงโลด บางทีคราวนี้เขาอาจจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้ในรวดเดียว
วังวนลมปราณหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุพลังงานที่มั่นคงและทรงพลัง
เวลาผ่านไป ใจกลางของพายุนั้น แก่นพลังงานอันเจิดจรัสก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
ทันทีที่แก่นวิญญาณแห่งการสร้างรากฐานปรากฏขึ้น คลื่นพลังมหาศาลเกินบรรยายก็ระเบิดออกทันที แรงกดดันรุนแรงจนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน
วินาทีนั้นเอง ดวงตาของโจวชิงก็เบิกโพลง
แสงสีเขียวเจิดจ้าพุ่งออกมาจากดวงตา เพียงแค่ส่งกระแสจิต ทุกสรรพสิ่งในรัศมีร้อยจ้วงก็ปรากฏชัดในห้วงสติ
ทะเลจิต สัญลักษณ์ของผู้บรรลุขอบเขตสร้างรากฐาน
แก่นวิญญาณ แหล่งกำเนิดพลังของผู้บรรลุขอบเขตสร้างรากฐาน
"สร้างรากฐานขั้นต้น..." โจวชิงพึมพำ สัมผัสถึงขุมพลังในร่างกาย ใบหน้าฉายแววตื่นเต้นยินดี
นับจากวันนี้ไป อายุขัยของเขาจะยืนยาวถึงสองร้อยปี และสามารถขี่กระบี่เหินเวหาได้เป็นเวลานาน
เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[ชื่อ: โจวชิง] [อายุ: 19 ปี] [พลังยุทธ์: ขอบเขตสร้างรากฐาน ขั้นต้น] [วิชา: เคล็ดวิชาไท่ชิงเสวียนชี่] [ทักษะพรสวรรค์: ลดตัวตน] [ระดับ: LV1 (87/100)] [ชิ้นส่วนทักษะ: 2/3 (ยังไม่ได้รับ)]
ไม่ต้องพูดถึงทักษะ [ลดตัวตน] เลย ถ้าไม่มีมัน เขาคงตกปลาวิเศษไม่ได้ถึงสองตัว และคงไม่มีทางเลื่อนขั้นเป็นสร้างรากฐานได้ในคืนเดียวแบบนี้
"ตามคำอธิบายก่อนหน้านี้ ถ้าอัปเต็มร้อยเมื่อไหร่ ศิษย์ระดับกลั่นลมปราณจะมีโอกาสมองข้ามข้าถึง 90% ตอนนี้ถึงจะยังไม่เต็ม แต่ก็ใกล้เคียงมากแล้ว ทีนี้พอเลื่อนเป็นระดับสร้างรากฐาน ก็ต้องรีบอัปให้ถึง LV2 ไวๆ"
โจวชิงพึมพำ พอถึง LV2 ก็จะมีโอกาสถูกระดับสร้างรากฐานมองข้ามได้ ตามระดับความชำนาญที่เพิ่มขึ้น
จากนั้น โจวชิงหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาดูวันที่ แล้วดวงตาก็เป็นประกาย
"วันนี้ศิษย์พี่หญิงสือเจินแห่งยอดเขาอวี้ชิงมีบรรยายพอดี คนน่าจะแห่ไปฟังกันตรึม ถือเป็นโอกาสทอง!"
โจวชิงรีบลุกขึ้น เปลี่ยนไปใส่ชุดสีขาวของศิษย์สายนอก
ช่วยไม่ได้ ยอดเขาเสี่ยวหลิงมีศิษย์หลักแค่สี่หน่อ ใส่ชุดไหนไปคนเขาก็จำหน้าได้หมด
มีแต่ต้องไปปะปนกับยอดเขาอื่นเท่านั้นถึงจะเนียนได้
การไปนั่งฟังบรรยายท่ามกลางฝูงชนศิษย์สายนอก ถ้าไม่มีใครสนใจเป็นเวลานานๆ ก็จะได้แต้มถูกเมินเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้เยอะเท่าสถานการณ์ตื่นเต้นและเสียเวลาหน่อยก็เถอะ
แต่ตอนนี้ขาดอีกไม่เท่าไหร่ แถมโอกาสถูกศิษย์ระดับกลั่นลมปราณเมินก็สูงปรี๊ด ถือว่าคุ้มค่าที่จะลอง
เปลี่ยนชุดเสร็จ โจวชิงก็มุ่งหน้าสู่ยอดเขาอวี้ชิงทันที
......
ยอดเขาอวี้ชิงอยู่ไม่ไกลจากยอดเขาเสี่ยวหลิง ถือเป็นเพื่อนบ้านกัน
ยิ่งตอนนี้โจวชิงบินได้แล้ว ระยะทางแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก
แต่ถึงจะมาเร็วแค่ไหน พอเขาลงทะเบียนมาถึง [หอแสดงธรรม] ที่นั่งก็เต็มเอียดไปหมดแล้ว
ต้องบอกก่อนว่า หอแสดงธรรมขนาดมหึมาจุคนได้เป็นพัน และนี่ก็ยังไม่ถึงเวลาเริ่มด้วยซ้ำ
สมแล้วที่เป็นศิษย์หลัก แถมยังเป็นสาวงาม ย่อมดึงดูดใจได้มากกว่าพวกตาแก่หัวหงอกเยอะ
"ไม่ต้องมองแล้ว ที่เต็ม วันหลังให้มาเช้ากว่านี้!"
โจวชิงกำลังชะเง้อมอง ศิษย์สายในชุดเหลืองสองคนที่เฝ้าประตูอยู่ก็เดินเข้ามาไล่
สำนักไท่ชิงแบ่งศิษย์เป็นสี่ระดับ สายนอก สายใน สายตรง และศิษย์หลัก
เสื้อผ้าเป็นตัวบ่งบอกสถานะหลัก สายนอกชุดขาว สายในชุดเหลือง สายตรงชุดม่วง ส่วนศิษย์หลักจะใส่อะไรก็ได้ตามใจฉัน
เพื่อลดตัวตน โจวชิงจงใจใส่ชุดขาว เลยโดนเหมาว่าเป็นศิษย์สายนอกไปโดยปริยาย
เขาหันกลับไปมอง ด้านหลังยังมีคนอีกเพียบที่มาไม่ทัน กำลังทำหน้าเสียดาย
เขาเลยแอบหยิบป้ายประจำตัวออกมาแกว่งให้ดูแวบหนึ่ง
ศิษย์สายในสองคนเห็นปุ๊บก็หน้าถอดสี ทำท่าจะทำความเคารพ แต่โจวชิงรีบยกมือห้ามไว้
"ไม่เป็นไรๆ ข้าแค่แวะมาดูศิษย์พี่สือเจิน พวกเจ้าทำหน้าที่ต่อไปเถอะ"
โจวชิงพูดจบก็กระแอมเบาๆ แล้วเดินอาดๆ เข้าไป
ศิษย์สายในสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นี่ศิษย์หลักยอดเขาไหนเนี่ย
ถึงจะบอกว่าใส่อะไรก็ได้ แต่เล่นใส่ชุดศิษย์สายนอกมาแบบนี้ มันจงใจแกล้งให้พวกเราล่วงเกินชัดๆ
"ศิษย์พี่ทั้งสอง หมายความว่ายังไง ไหนบอกว่าเต็มแล้ว แล้วเขาเข้าไปได้ไง"
"นั่นสิ ข้ามาก่อนเขาอีกนะ ไม่ยุติธรรม!"
"ทุกคนเห็นกันหมดนะ ศิษย์พี่ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย!"
......
พอเห็นโจวชิงเดินผ่านเข้าไปง่ายๆ พวกศิษย์สายนอกข้างหลังก็เริ่มโวยวาย
ศิษย์สายในชุดเหลืองคนหนึ่งขี้เกียจจะอธิบาย ขมวดคิ้วปล่อยแรงกดดันระดับสร้างรากฐานออกมา
"ไสหัวไป!!!"
......
[จบแล้ว]