เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

OS ตอนที่ 76 ผู้สังหารก็อบลิน PART 1

OS ตอนที่ 76 ผู้สังหารก็อบลิน PART 1

OS ตอนที่ 76 ผู้สังหารก็อบลิน PART 1


หัวหน้าก็อบลินมุ่งหน้าเข้าหาคันลาออน โดยมีก็อบลินนักเวทย์คอยสนับสนุนอย่างไม่ลดละ

อีควิน็อกซ์ที่เห็นดังนั้นก็ต้องการเข้าไปช่วยคันลาออน แต่กลับถูกก็อบลินนักรบสองตัวขวางทางเอาไว้

ก่อนหน้านี้ เขาได้ลองยิงโจมตีก็อบลินนักรบหนึ่งครั้งโดยเล็งลูกศรไปที่ศีรษะของมัน ด้วยค่าปรับแต่งความเสียหายของสกิลที่มาพร้อมกับผลเจาะเกราะ ส่งผลให้การโจมตีของเขาทรงพลัง และสร้างความเสียหายได้อย่างน่าพอใจ

ขณะนี้มานาของเขาอยู่ที่ 233 และกำลังเพิ่มขึ้นหนึ่งแต้มทุก ๆ 3 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการฟื้นตัวที่รวดเร็วมากสำหรับเลเวลนี้ ทั้งหมดเป็นผลมาจากไอเทมเสริมพลังที่ช่วยเร่งการฟื้นฟูมานาของเขาให้เร็วกว่าปกติ

อีควิน็อกซ์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจัดการกับก็อบลินนักรบพวกนี้ให้หมดเสียก่อน เพื่อที่จะได้เข้าไปช่วยคันลาออน ดังนั้น เขาจึงสั่งให้เซน่าไปสนับสนุนคันลาออนในขณะที่ตัวเขาจะต้องเผชิญกับศัตรูตรงหน้าด้วยตัวเอง

เจ้านกสาลิกาไม่รอช้า มันบินไปหาเพื่อนของมันอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้อีควิน็อกซ์กำลังเผชิญหน้ากับก็อบลินนักรบที่ได้รับการเสริมพลังสองตัวด้วยตัวคนเดียว แทนที่จะกลัว เขากลับดูตื่นเต้นมาก

หลังจากดูเชิงไปสักพัก อีควิน็อกซ์ได้เปิดใช้ทักษะพุ่งจู่โจมกับนักรบก็อบลินสองตัว พวกมันไม่ทันตั้งตัวเพราะความสนใจของพวกมันเปลี่ยนทางเซน่าที่กำลังบินไปทางก็อบลินนักเวทย์

[คุณสร้างความเสียหายทางกายภาพ 3,548 ให้กับก็อบลินนักรบ]

ก็อบลินนักรบอีกตัวที่ไม่ได้ถูกโจมตี มันใช้โอกาสนี้ฟันดาบใส่อีควิน็อกซ์ทันที แต่อีควิน็อกซ์ได้เตรียมรับมือไว้แล้ว เขาเปิดใช้งานทักษะโครโนแลค ส่งผลให้การฟันของก็อบลินนักรบช้าลง จนเขาสามารถหลบได้ทัน

โชคดีที่เขามีแก่นแท้ครบ และตอนนี้กำลังได้รับบัฟ 10% สำหรับค่าสถาะทั้งหมดของเขา ซึ่งเป็นผลมาจากสกิลติดตัว ผู้สะสมแก่นแท้

จากนั้น อีควิน็อกซ์ก็ฟาดถุงมือของเขาใส่ก็อบลินนักรบที่ฟันใส่เขา ด้วยสถานะผิดปกติ ทำให้มันไม่สามารถหลบหมัดที่อีควิน็อกซ์เหวี่ยงเข้ามาได้

ตูม!!!

[คุณสร้างความเสียหายทางกายภาพ 5,668 ให้กับก็อบลินนักรบ]

ดูเหมือนว่าการโจมตีที่ศีรษะของพวกมันจะสร้างความเสียหายมากกว่าที่อีควิน็อกซ์คาดไว้ เพราะก็อบลินนักรบเหล่านั้นไม่ได้สวมหมวกป้องกันตัวเองเลยแม้แต่น้อย มีเพียงหัวหน้าก็อบลินเท่านั้นที่สวมหมวกทำจากกะโหลกของสัตว์เลื้อยคลาน

อีควิน็อกซ์ต้องรีบจัดการก็อบลินนักรบให้เร็วที่สุด เพราะแถบพลังชีวิตของคันลาออนกำลังลดลง แม้ว่าแถบพลังชีวิตจะเพิ่มขึ้นหลายครั้งก็ตาม แต่มันก็ลดลงจนเพิ่มขึ้นไม่ทัน ซึ่งหมายความว่าเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่ทั้งเซน่าและคันลาออนจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้

แม้ว่าอีควิน็อกซ์จะมีทักษะย้อนเวลา แต่หากเขาไม่ได้อยู่ในระยะใกล้ มันก็ย่อมไร้ประโยชน์ ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาด มุ่งกำจัดก็อบลินนักรบที่ได้รับการเสริมพลัง โดยไม่เสียเวลาพะวงกับแถบพลังชีวิตของตนเอง

ในขณะเดียวกัน ห่างจากตำแหน่งของอีควิน็อกซ์ไปเพียงไม่กี่เมตร ซิริอุสกำลังต่อสู้กับก็อบลินเรนเจอร์

อย่างไรก็ตาม การปะทะของพวกมันดูเหมือนการเผชิญหน้าระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่าเสียมากกว่า เพราะก็อบลินเรนเจอร์ติดตั้งกับดักไว้ทั่วบริเวณเพื่อขัดขวางไม่ให้ซิริอุสเข้าใกล้ เนื่องจากมันมีจุดอ่อนในการต่อสู้ระยะประชิด

กลยุทธ์ของก็อบลินเรนเจอร์ดูเหมือนจะได้ผล ซิริอุสจึงตกเป็นฝ่ายรับอย่างเต็มตัว แถมไม่มีอีควิน็อกซ์คอยชี้นำอย่างเต็มที่ ทำให้มันไม่สามารถใช้ความเร็วและพลังทำลายล้างได้อย่างเต็มศักยภาพ

อีควิน็อกซ์สังเกตเห็นว่าซิริอุสยังลังเลที่จะลงมืออย่างเด็ดขาด เขาจึงเริ่มให้คำสั่ง แม้จะไม่ใช่การสั่งโดยตรง เนื่องจากเขาไม่ทราบสถานการณ์การต่อสู้โดยละเอียด แทนที่จะบอกให้เจ้าหมาป่าใช้ทักษะ พอร์ทัลแอสซอลท์ ในทันที เขาเลือกให้มันรอจนกว่าอีกฝ่ายจะถูกต้อนจนมุม และมีระยะที่เหมาะสมแล้วค่อยใช้มัน จากนั้นจึงค่อยใช้ทักษะ แฟนท่อมรัช

นอกจากนี้ เขายังเตือนซิริอุสว่าอย่าเพิ่งใช้ทักษะ แร็กนาร็อก เพราะพวกเขาจะต้องเก็บไว้จัดการหัวหน้าก็อบลินในภายหลัง

เมื่อได้รับคำสั่งที่ชัดเจน แม้จะฟังดูคลุมเครือ แต่ก็เพียงพอให้ซิริอุสรู้ว่าควรรับมือกับก็อบลินเรนเจอร์อย่างไร

ซิริอุสพยายามโจมตีตามที่เจ้านายของมันบอก โดยเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ เพื่อหาช่องว่าง ก่อนที่จะใช้พอร์ทัลแอสซอลท์เพื่อปิดช่องว่างระหว่างมันกับก็อบแรนเจอร์

การใช้พอร์ทัลแอสซอลท์ทำให้ซิริอุสเคลื่อนที่ได้ไกลสุด 10 เมตร แต่เจ้าหมาป่าเข้าใกล้ไปเพียง 7 เมตรเท่านั้น เนื่องจากก็อบลินแรนเจอร์คอยถอยห่างอย่างต่อเนื่อง

ถึงจะดูยากลำบาก แต่ซิริอุสก็ไม่ยอมแพ้ และยังคงไล่ตามต่อไปโดยโดนกับดักหนามแหลมที่วางไว้ระหว่างทาง ซึ่งทำให้พลังชีวิตของมันลดลง

เมื่อซิริอุสลดระยะห่างจากก็อบลินเรนเจอร์เหลือเพียง 10 เมตร มันก็ใช้ทักษะ แฟนท่อมรัช พุ่งเข้าใส่เป้าหมายทันที

กรงเล็บอันแหลมคมข่วนเข้าที่ร่างของก็อบลินเรนเจอร์ ตามด้วยเขี้ยวแหลมที่กัดฝังลึก ทำให้สถานะเลือดออกเริ่มสะสมขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยความคล่องแคล่วที่เพิ่มขึ้นตามสัญชาตญาณนักล่า ซิริอุสจึงกลายเป็นศัตรูที่น่าหวั่นเกรงสำหรับเป้าหมายที่ยังมีชีวิตอยู่

เมื่อทักษะแฟนท่อมรัชสิ้นสุดการใช้งาน พลังชีวิตของก็อบลินแรนเจอร์ก็เหลือเพียงหนึ่งในสามจากพลังชีวิตทั้งหมด

ซิริอุสใช้ทักษะพอร์ทัลแอสซอลท์อีกครั้งเพื่อเข้าประชิดตัว แต่ดูเหมือนว่าก็อบลินแรนเจอร์จะทำนายได้ว่าซิริอุสจะปรากฏตัวจากที่ใด มันจึงยิงลูกศรที่มีพลังงานสีน้ำตาลไปที่เจ้าหมาป่า ส่งผลให้มันถูกผลักถอยหลังไป 40 เมตร และก็อบลินแรนเจอร์ก็ขยับเข้ามาใกล้มัน

ตอนนี้ผู้ล่าได้กลับกลายเป็นผู้ถูกล่าอีกครั้งแล้ว

ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรจากอีควิน็อกซ์ การต่อสู้อีกกลุ่มซึ่งกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด

ศึกครั้งนี้เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง ก็อบลินนักเวทย์และหัวหน้าก็อบลิน กับ คันลาออนและเซน่า เปลวไฟลุกโชนพร้อมกับการระเบิดของเวทมนตร์สารพัดอย่าง สลับกับเสียงคมดาบของหัวหน้าก็อบลินที่ตวัดเข้าใส่คู่ต่อสู้เป็นระยะ ๆ

ก่อนหน้านี้ คันลาออนสามารถกดดันก็อบลินนักเวทย์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อหัวหน้าก็อบลินเข้าร่วมศึก ทุกอย่างก็พลิกผันไปในทันที

คันลาออนต้องเผชิญหน้ากับศัตรูถึงสองตัวพร้อมกัน แม้ว่าเซน่าจะรีบเข้ามาช่วยและคอยรักษาให้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้นเลย

หัวหน้าก็อบลินสามารถปัดป้องการโจมตีด้วยลมหายใจของมันได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากได้รับการเสริมพลังจากก็อบลินนักเวทย์ที่ร่วมรบอยู่ข้าง ๆ

ในขณะเดียวกัน คันลาออนกลับกลายเป็นเป้าหมายของกระสุนมืดและเวทมนตร์ธาตุต่าง ๆ ที่พุ่งเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน เจ้ามังกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเวทมนตร์ที่ไม่ใช่ธาตุไฟ เพราะมันไม่สามารถต้านทานธาตุอื่นได้นอกจากธาตุไฟเท่านั้น!

เมื่อคันลาออนตอบโต้ด้วยลมหายใจมังกรไฟเสร็จแล้ว หัวหน้าเผ่าก็อบลินก็จะกระโจนเข้าหามัน และฟันเกล็ดของมันด้วยดาบ แม้ว่าเกล็ดมังกรจะแข็งมากตามตำนานที่กล่าวไว้ แต่ไม่ใช่กับมังกรที่เพิ่งเกิดและเป็นมังกรชั้นต่ำ

มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งและภาคภูมิใจในความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ตนเอง พวกมันเชื่อว่าตนคือเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก

ลูกมังกรที่เพิ่งเกิดจะได้รับการปกป้องอย่างเข้มงวดจากพ่อแม่ เนื่องจากยังไม่เติบโตเต็มที่ และอ่อนแอเกินกว่าจะเอาตัวรอดได้ตามลำพัง หากเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่า มันอาจถูกสังหารได้โดยง่าย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มีผู้เล่นและ NPC บางคนได้รับฉายา ‘นักล่ามังกร’ จากการล่ามังกรวัยเยาว์ซึ่งยังไร้ซึ่งพลังอันแท้จริงของเผ่าพันธุ์มังกร

แม้ว่าจะยังเป็นเด็ก แต่การที่มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังมหาศาลก็ทำให้เหล่า NPC สามารถได้รับฉายาจากพวกมันได้ แต่การได้มาซึ่งฉายานี้ไม่ได้มาพร้อมกับผลดีเสมอไป

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการตอบโต้จากพ่อแม่ของมังกรน้อย ซึ่งโกรธอย่างรุนแรงกับการกระทำของ NPC จนทำให้เกิดการทำลายล้างครั้งใหญ่ที่มากพอจะทำให้ประเทศหนึ่งหายออกจากแผนที่ได้เลย ด้วยเหตุนี้เอง เหล่า NPC ที่ได้รับฉายานักล่ามังกรจึงมีจำนวนน้อยมาก

โดยเรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งที่เพนน์บอกกับอีควิน็อกซ์เมื่อตอนที่คันลาออนฟักตัวออกมา

หัวหน้าก็อบลินที่มีเลเวลสูงกว่ามากสามารถขูดเกล็ดของคันลาออนได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อมันยังเด็กและประสบการณ์การต่อสู้ยังน้อย การโจมตีของหัวหน้าก็อบลินที่มีทั้งเวทมนตร์ และการโจมตีทางกายภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พลังชีวิตของคันลาออนลดลงจนเหลือครึ่งหนึ่ง แม้ว่าเซน่าจะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ในขณะเดียวกัน พลังกายของเซน่าก็กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะมันถือเป็นสัตว์อัญเชิญที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสัตว์อัญเชิญทั้งหมด แม้จะมีสายเลือดจากนกในตำนานก็ตาม ความอ่อนแอของมันเริ่มแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาที่การต่อสู้ยืดเยื้อไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม เจ้ามังกรก็ไม่ได้เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว คันลาออนยังคงโต้กลับทุกครั้งที่หัวหน้าก็อบลินฟันมันด้วยท่าทางที่เด็ดขาด แม้ว่ามันจะถูกโจมตีอย่างหนักจากพละกำลังของหัวหน้าก็อบลิน แต่มันก็ยังไม่ยอมแพ้ การที่มันสามารถรักษาระดับการต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความแข็งแกร่งของมันเอง

ในขณะเดียวกัน มานาของก็อบลินนักเวทย์ก็เหลือเพียงหนึ่งในสี่จากทั้งหมด หลังจากที่มันต้องใช้มานาไปอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างบาเรียมานาให้กับตัวเอง อีกทั้งยังต้องเสริมพลัง และใช้เวทย์มนตร์โจมตีอย่างหนัก ก่อนที่หัวหน้าก็อบลินจะเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้มานาของมันลดลงไปอย่างรวดเร็ว

ก็อบลินนักเวทย์พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะฆ่ามังกรตัวนั้นก่อน เพราะมันสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ลดลงของก็อบลินแรนเจอร์ ในขณะของตัวมันเองก็กำลังลดลงตามไปติด ๆ

ก็อบลินนักเวทย์เริ่มร่ายมนตร์เผามานา ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาลเท่ากับมานาที่ใช้ไปแลกกับการลดพลังชีวิตของผู้ใช้ลงเหลือ 10% ของพลังชีวิตสูงสุดทั้งหมด

การใช้ทักษะเผามานาถือเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงมากสำหรับนักเวทย์ เนื่องจากมันมีข้อเสียที่ร้ายแรง ไม่เพียงแต่จะลดพลังชีวิตลงเหลือแค่ 10% ของพลังชีวิตสูงสุดเท่านั้น แต่ยังทำให้ตัวผู้ใช้ทักษะอยู่ในสถานะอ่อนแอ และยังส่งผลให้ค่าสถานะสติปัญญาลดลง 3% ถาวรอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์ฉุกเฉิน นักเวทย์บางคนยังคงเลือกใช้ทักษะนี้เพื่อเอาตัวรอดหรือเพื่อให้การต่อสู้มีทิศทางที่ดีขึ้น และแม้มันจะมีความเสี่ยงสูง แต่กิลด์ต้นสังกัดของพวกเขากลับสนับสนุนให้พวกนักเวทย์ใช้ทักษะนี้ในสถานการณ์ที่จำเป็น

ก็อบลินนักเวทย์เกือบจะร่ายเวทย์เผามานาสำเร็จแล้ว แต่ทันใดนั้น วงแสงจันทร์เสี้ยวสีดำก็พุ่งเข้าโจมตีมัน แม้ว่าหัวหน้าก็อบลินรีบยกโล่ขึ้นป้องกันโดยสัญชาตญาณ แต่การโจมตีนี้กลับเป็นพลังพิเศษที่ไม่สามารถป้องกันได้  ส่งผลให้ก็อบลินนักเวทย์ถูกโจมตีเข้าเต็มแรง และเสียการควบคุมเวทมนตร์ การร่ายเวทเผามานาถูกขัดโดยสิ้นเชิง!!!

จบบทที่ OS ตอนที่ 76 ผู้สังหารก็อบลิน PART 1

คัดลอกลิงก์แล้ว