เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

OS ตอนที่ 74 การอาละวาดของปีศาจ

OS ตอนที่ 74 การอาละวาดของปีศาจ

OS ตอนที่ 74 การอาละวาดของปีศาจ


เมื่ออีควิน็อกซ์ดีดนิ้ว เสียงที่คล้ายกับเสียงกระจกแตกก็ดังขึ้น แต่มันไม่ใช่กระจกแต่เป็นห้วงอวกาศต่างหากที่แตกออก จากนั้น หลุมดำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตรก็ก่อตัวขึ้น และดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปของใน

อีควิน็อกซ์รู้สึกทึ่งกับพลังอันมหาศาลของทักษะ กระแสวังวน อยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงเพราะมันสามารถดึงดูดทุกสิ่งที่เขามองว่าเป็นศัตรูได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัตถุอย่างรั้ว ดาบ และสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ได้ยึดติดกับพื้นอย่างมั่นคง หรือไม่สามารถต้านแรงดูดของกระแสได้ ทุกสิ่งเหล่านั้นล้วนถูกดูดกลืนเข้าสู่ศูนย์กลางของมัน

วัตถุเหล่านี้สร้างความเสียหายเพิ่มเติมให้กับศัตรูที่ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ ซึ่งถือเป็นข้อดีในสายตาอีควิน็อกซ์ และด้วยเหตุนี้ การแจ้งเตือนจำนวนมากจึงปรากฏบนแถบแจ้งเตือนของเขา

[คุณสร้างความเสียหายเวทย์มนตร์ 3,879 แต้มให้กับก็อบลินเรนเจอร์ฝึกหัด ความเสียหายเพิ่มเติม 467 แต้มเกิดขึ้นจากวัตถุที่หมุนวนในหลุมดำ]

[คุณสร้างความเสียหายเวทย์มนตร์ 4,149 แต้มให้กับก็อบลินนักเวทย์ฝึกหัด ความเสียหายเพิ่มเติม 638 เกิดขึ้นเนื่องจากวัตถุหมุนวนในหลุมดำ]

[คุณได้สร้างความเสียหายเวทย์มนตร์ 3,268 ให้กับก็อบลินนักรบฝึกหัด ความเสียหายเพิ่มเติม 159 เกิดขึ้นเนื่องจากวัตถุหมุนวนในหลุมดำ]

...

นี่คือการแจ้งเตือนที่เกิดขึ้นในมุมมองของอีควิน็อกซ์ และไม่กี่วินาทีต่อมา แม้แต่เต็นท์ที่พักของหัวหน้าก็อบลินก็ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ เผยให้เห็นก็อบลินสวมชุดคลุมที่สร้างบาเรียขึ้นมาเพื่อป้องกันพวกมันทั้งสามตัว

ก็อบลินนักรบทั้งสองที่เฝ้าทางเข้าแทงดาบลงบนพื้น เพื่อใช้มันยึดตัวเองไว้กับที่ ราวกับจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเคลื่อนที่ไปไหน

นอกจากพวกมันเหล่านี้แล้ว ก็อบลินทั้งหมดในสนามฝึกก็ถูกดูดเข้าไปในหลุมดำ

หลายคนอาจคิดว่าก็อบลินหลายร้อยตัวจะไม่สามารถเข้าไปในหลุมดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงสิบเมตรได้อย่างไร แต่ความคิดนั้นอาจจะดูเหมือนเป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่เคยได้รับการศึกษาในด้านนี้ เพราะแนวคิดเรื่องอวกาศนั้นแตกต่างจากสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจ

ผู้พัฒนาเกมได้เลือกใช้แนวคิดที่หลุมดำมีพื้นที่ไม่สิ้นสุดและหมุนวนตลอดเวลา ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนมีขนาดเล็กน้อยกลับสามารถดูดกลืนวัตถุขนาดใหญ่ได้ในพริบตา

อีควิน็อกซ์เริ่มเข้าใจหลักการทำงานของมันในระดับหนึ่ง เขาเคยเห็นต้นไม้ยักษ์และสิ่งไม่มีชีวิตอื่น ๆ ถูกดูดเข้าไปในกระแสวังวน ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุหรือพลังงาน เมื่อถูกกลืนเข้าไปแล้ว พวกมันจะกลายเป็นพลังทำลายล้างที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตที่ติดอยู่ภายใน

“คันลาออนพ่นลมหายใจมังกรไฟของแกเข้าไปในหลุมดำเร็วเข้า” อีควิน็อกซ์สั่งหลังจากที่เขาเห็นว่าก็อบลินทั้งหมดในสนามฝึกถูกดูดเข้าไปในหลุมดำแล้ว

คันลาออนพ่นเปลวไฟเข้าไปในหลุมดำโดยตรง ก่อนที่เปลวเพลิงจะถูกดูดกลืนเข้าไปในพริบตา ไม่นานหลังจากนั้น เสียงระเบิดก็ดังก้องออกมาจากภายใน หากตั้งใจฟังให้ดี อาจได้ยินเสียงปะทุที่เกิดขึ้นภายในหลุมดำ… แต่ใครกันจะกล้าพอที่จะเข้าไปใกล้มัน?

เหล่าเสาหลักของค่ายก็อบลินมองอีควิน็อกซ์ด้วยความโกรธแค้น หากการจ้องมองสามารถฆ่าอีควิน็อกซ์ได้ เขาก็คงจะต้องตายไปหลายรอบแล้ว

หลังจากผ่านไปพักใหญ่ หลุมดำก็หยุดลง ซึ่งหมายความว่าระยะเวลาของทักษะได้สิ้นสุดลงแล้ว และทางเสาหลักของค่ายก็อบลินต่างหวังว่ากองกำลังของเขาจะรอดชีวิตจากหลุมดำนี้

แต่โชคชะตาช่างโหดร้าย ก็อบลินทั้งหมดที่ถูกขับออกจากหลุมดำกลายเป็นแสงวาบ เมื่อศพของพวกมันตกลงบนพื้น

[คุณได้ฆ่าก็อบลินนักเวทย์ฝึกหัดสำเร็จ ได้รับประสบการณ์]

[คุณได้ฆ่าก็อบลินนักรบฝึกหัดสำเร็จ ได้รับประสบการณ์]

[คุณได้ฆ่าก็อบลินเรนเจอร์ฝึกหัดสำเร็จ ได้รับประสบการณ์]

การแจ้งเตือนหลายร้อยรายการปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าอีควิน็อกซ์ จนเขาต้องปิดการแจ้งเตือนเหล่านี้ชั่วคราว เพราะมันทำให้เขาเสียสมาธิ

อีควิน็อกซ์และเหล่าสัตว์อัญเชิญได้รับประสบการณ์จำนวนมากทันที โดยตัวเขาเลเวลขึ้นห้าเลเวล ส่วนพวกเด็ก ๆ ของเขาเลเวลขึ้นประมาณเจ็ดเลเวล

หัวหน้าก็อบลินซึ่งมีตัวใหญ่ที่สุดจากเสาหลักทั้งหมดได้ส่งเสียงคำรามออกมา แต่อีควิน็อกซ์ไม่สะทกสะท้าน เพราะทักษะติดตัวของเขา

[หัวหน้าก็อบลินใช้ทักษะ 'เสียงคำรามแห่งสงคราม']

[คุณต้านทานสถานะหวาดกลัวได้เนื่องจากทักษะ 'อำนาจของแอสโมเดียน' ของคุณ]

หัวหน้าก็อบลินกำลังโกรธจัด และพุ่งเข้าหาอีควิน็อกซ์ แต่ดวงตาของอีควิน็อกซ์กลับจ้องไปที่บริเวณอื่น เขากำลังมองไปที่กรงเหล็กที่ก่อนหน้านี้คลุมด้วยผ้าสกปรก ตอนนี้ผ้าคลุมนั้นได้ถูกดูดออกไป และเผยให้เห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งในกรง ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยมนุษย์เพศหญิง

อีควิน็อกซ์โกรธมาก แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงตัวละครในเกม แต่การได้เห็นเหยื่อในระยะใกล้ ๆ นั้นแตกต่างจากการอ่านหรือเห็นในสื่อต่าง ๆ

อีควิน็อกซ์รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเธอได้ในทันที บางคนมีดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่บางคนสูญเสียขาไปจนต้องนอนหมดสภาพ แม้แต่เด็กเล็กก็ยังถูกขังอยู่ในกรง

อีควิน็อกซ์โกรธจัด และสั่งซิริอุสและคันลาออนผ่านสายใยวิญญาณ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่ดีและไม่ดีในเวลาเดียวกัน เนื่องจากแม้แต่ความโกรธของอีควิน็อกซ์ก็ถูกส่งต่อไปยังเหล่าสัตว์อัญเชิญด้วย

"ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าเหลือแม้แต่ตัวเดียว!" อีควิน็อกซ์สั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

ในขณะเดียวกัน ทักษะเสน่ห์ของอีควิน็อกซ์ถูกลบออกโดยคาถาของก็อบลินนักเวทย์ ซึ่งเขาไม่คิดแม้แต่จะหลบ เมื่อสีผิวของอีควิน็อกซ์เปลี่ยนไป และเขาแหลมของเขาเผยออกมา สิ่งเหล่านี้ทำหเหล่าก็อบลินต่างรู้สึกประหลาดใจ

ซิริอุสมุ่งตรงไปที่ก็อบลินแรนเจอร์ ในขณะที่คันลาออนพุ่งเข้าหาก็อบลินนักเวทย์ เมื่อผู้บัญชาการก็อบลินทั้งสามอยู่ใกล้อีควิน็อกซ์อยู่ในระดับสายตา เขาก็สามารถเห็นค่าสถานะของพวกมันเสียที

==

ชื่อ: ก็อบลินแรนเจอร์

เลเวล: 48

HP: 60,000 / 60,000 (100%)

MP: 20,000 / 20,000

คำอธิบาย: สายพันธุ์ก็อบลินที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธระยะไกล เช่น ธนู มันคล่องแคล่วและว่องไวกว่าก็อบลินที่พัฒนาแล้วตัวอื่น ๆ มันใช้กลยุทธ์แบบกองโจรเพื่อจัดการกับเหยื่อให้อยู่ในสภาพจนตรอก พวกมันชอบเล่นกับเหยื่อมากกว่าที่จะฆ่าทันที

==

==

ชื่อ: ก็อบลินนักเวทย์

เลเวล: 48

HP: 50,000 / 50,000 (100%)

MP: 50,000 / 50,000

คำอธิบาย: สายพันธุ์ก็อบลินที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเชี่ยวชาญในการใช้มานา มันเรียนรู้วิธีใช้มานาในร่างกายของมันอย่างเหมาะสม มันมีระดับสติปัญญาที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับก็อบลินที่วิวัฒนาการแล้ว มันสามารถใช้เวทมนตร์ธาตุได้

==

จากมุมมองของอีควิน็อกซ์ สองตัวนี้ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นก๊อบลินที่มีขนาดเท่ากับผู้ชายผู้โตเต็มวัยที่กำลังพุ่งเข้าหาเขา

==

ชื่อ: หัวหน้าก็อบลิน

ระดับ: 50

HP: 100,000 / 100,000 (100%)

MP: 40,000 / 40,000

คำอธิบาย: สายพันธุ์ก็อบลินที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องพละกำลังกายที่แข็งแกร่งและมหาศาล หัวหน้าก็อบลินถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเป็นอันดับสามรองจากแม่ทัพก็อบลินเท่านั้น มันรู้วิธีนำกองทัพก็อบลินไปโจมตีเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ ว่ากันว่าหากเหล่าก็อบลินเริ่มทำการโจมตีเมืองหรือหมู่บ้านอย่างเป็นระเบียบ มันบ่งบอกว่าพวกมันต้องมีหัวหน้าก็อบลินอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อสั่งการพวกมัน

==

หัวหน้าก็อบลินพุ่งเข้าหาอีควิน็อกซ์อย่างไม่ระมัดระวัง ทว่าก็อบลินนักรบทั้งสองที่มีเลเวล 45 กลับหยุดมันไว้ พร้อมกับพูดกับหัวหน้าก็อบลินด้วยภาษาที่อีควิน็อกซ์ไม่คุ้นเคย

เมื่อได้ยินอย่างนั้น หัวหน้าก็อบลินจึงหยุดการพุ่งเข้าหา และสั่งการให้ก็อบลินนักรบทั้งสองเผชิญหน้ากับอีควิน็อกซ์แทน

เมื่อเห็นก็อบลินนักรบทั้งที่กำลังพุ่งมา อีควิน็อกซ์จึงเปิดใช้งานทักษะพลังแห่งธรณี และขยายถุงมือเสี้ยวสนธยาของเขา

เนื่องจากเลเวลของเขาเพิ่มขึ้น ถุงมือเสี้ยวสนธยาจึงสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่เคยทำ แต่ใช่ว่าเขาจะดูเบาก็อบลินนักรบทั้งสองได้ เนื่องจากพวกมันประสานการโจมตีได้อย่างยอดเยี่ยม และยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังได้รับบัฟจากหัวหน้าเผ่าก๊อบลินอีกด้วย

[หัวหน้าก๊อบลินใช้ความกล้าหาญของหัวหน้าเผ่า ทุกคนที่อยู่ภายใต้มันจะได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้น 15% และจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 5%]

หัวหน้าก็อบลินจ้องมองอีควิน็อกซ์อย่างไม่ละสายตาก่อนจะมุ่งหน้าไปหาก็อบลินนักเวทย์เพื่อช่วยเหลือมัน เนื่องจากมันกำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปัดป้องมังกรที่กำลังพ่นไฟใส่มันในขณะที่มันยังคงตั้งรับแทนที่จะร่ายคาถา

หัวหน้าเผ่าก็อบลินรู้ดีว่าเจ้าปีศาจที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือนักอัญเชิญ และวิธีที่ง่ายที่สุดในการเอาชนะสัตว์ประหลาดของนักอัญเชิญก็คือไม่โจมตีพวกมัน แต่ไปจัดการกับนักอัญเชิญโดยตรงแทน

อย่างไรก็ตาม เจ้าปีศาจที่อยู่ตรงหน้าพวกมันนั้นแตกต่างออกไป ไม่เพียงแต่มันเก่งกาจในการใช้เวทมนตร์แล้ว แต่ยังมีพละกำลังมหาศาลอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้จากปีศาจทั่วไป

และตามความเชื่อที่บรรพบุรุษก็อบลินส่งต่อมา พวกมันมักจะมองว่าปีศาจเป็นร่างอวตารของจอมทำลายล้าง

ผู้อาวุโสของก็อบลินมักเล่าเรื่องราวในตำนานเกี่ยวกับปีศาจในยุคโบราณ ผู้มีพละกำลังและพลังเวทมหาศาลจนสามารถสังหารราชาก็อบลินตนใดก็ได้เพียงแค่สะบัดนิ้วเพียงครั้งเดียว

เหล่าก็อบลินตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์ของตนกับปีศาจเป็นอย่างดี เพราะแม้แต่ราชาก็อบลินเองยังหวาดกลัวต่อปีศาจ

ด้วยเหตุนี้เอง ความหวาดกลัวจึงถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึมซับอยู่ในตำนานและเรื่องเล่าของพวกมันครั้งแล้วครั้งเล่า

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าก็อบลินไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อปีศาจที่อยู่ตรงหน้ามันเลย เพราะเขาของปีศาจยังไม่ปรากฏให้เห็น ในตำนานของพวกมัน ปีศาจที่แท้จริงจะมีเขาอันน่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาลจนทำให้ทุกผู้คนต้องก้มหัวสยบยอม แต่ปีศาจตนนี้กลับไม่มีสิ่งนั้น ทำให้หัวหน้าก็อบลินเชื่อว่ามันไม่ได้ทรงพลังอย่างที่เล่าขานกัน

หัวหน้าก็อบลินตัดสินใจช่วยเหลือเสาหลักคนอื่น ๆ ก่อน เพื่อที่จะกำจัดเจ้าปีศาจที่รุกรานพวกมันได้ง่ายขึ้น แต่ทว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น เนื่องจาก สัตว์ประหลาดที่เจ้าปีศาจอัญเชิญมาก็แข็งแกร่งเช่นกัน โดยพวกมันเป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่และสุนัขตัวโต

จบบทที่ OS ตอนที่ 74 การอาละวาดของปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว