- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย
บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย
บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย
บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย
"นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากนายจะแปลกแล้ว สัตว์วิญญาณของนายก็แปลกพอกัน!"
หลังจากพ่ายแพ้การประลอง หัวหน้าทีมฝ่ายตรงข้ามก็เดินเข้ามามองเฟิงหยวนที่กำลังขยี้หัวเสี่ยวจีอย่างมันเขี้ยวด้วยความหงุดหงิด เฟิงหยวนปรายตามองอีกฝ่ายแล้วตอบอย่างไม่ยี่หระ
"ขอบคุณที่ชม"
"จี้~"
"แก!"
เห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านของเฟิงหยวน อีกฝ่ายก็อยากจะด่าต่อ แต่พอคิดถึงความแข็งแกร่งของเฟิงหยวนก็ลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความโกรธ เฟิงหยวนมองตามหลังไปพลางนวดหัวเสี่ยวจีที่จ้องอีกฝ่ายตาขวางแล้วยิ้มบอก
"เอาน่า~ อย่าไปสนใจคนบ้าเลย~"
"จี้?"
"จะโกรธไปทำไม เขาชนะเราไม่ได้ก็ทำได้แค่ปากเก่งเพื่อความสะใจไปวันๆ แหละ จะไปใส่ใจทำไม"
"...จี้... จี้!"
"เฮ้ย! จะวิ่งไปไหน!"
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
เฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีกลับมาที่อัฒจันทร์ เห็นหงจื้อกำลังปลอบนาเจียอยู่ไม่ห่าง ก็เกาหัวงงๆ ชีเฉินเห็นเฟิงหยวนกลับมาก็รีบดึงตัวมาถาม
"เมื่อกี้ไม่รู้อยู่ดีๆ ก็เป็นแบบนี้ไปเฉยเลย"
"พวกนายคุยอะไรกันหรือเปล่า?"
"เปล่านะ ก็คุยกันเรื่องทั่วๆ ไป"
"จี้~"
เสี่ยวจีกระโดดออกจากอ้อมกอดเฟิงหยวนวิ่งไปหานาเจีย ลูกมังกรนิทราลอยจากไหล่เฟิงหยวนไปตรงหน้านาเจีย ใช้หัวเล็กๆ ถูไถหัวนาเจียเพื่อปลอบโยน เสี่ยวจีวิ่งมาถึงก็ใช้ปีกปัดหัวลูกมังกรนิทราออก ลูกมังกรนิทรามมองเสี่ยวจีอย่างน้อยใจ เสี่ยวจีปรายตามองลูกมังกรนิทราแล้วหันไปร้องเรียกนาเจีย
เห็นเสี่ยวจีปลอบแล้วไม่ได้ผล เฟิงหยวนก็ถอนหายใจ อุ้มนาเจียขึ้นมาแล้วบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันจะพาไปคุยด้วยแป๊บนึง เดี๋ยวกลับมานะ"
"จี้?"
"เสี่ยวจี แกอยู่รอฉันตรงนี้แหละ"
"จี้!"
เห็นเสี่ยวจีดื้อจะตามไปด้วย เฟิงหยวนก็ส่ายหน้าบอกชีเฉิน
"จับเสี่ยวจีไว้ที"
"นายจะทำอะไร?"
"จะไปคุยกับนาเจียหน่อย ขืนปล่อยไว้แบบนี้มันจะแย่เอา"
"จี้!"
"คุยตรงนี้ไม่ได้เหรอ?"
เฟิงหยวนมองชีเฉินแล้วแกล้งทำหน้าเจ้าเล่ห์
"ทำไม? อยากแอบฟังความลับของฉันเหรอ~"
"ไอ้บ้า! อย่ามาทำหน้าขนลุกใส่ฉัน!"
ชีเฉินขนลุกซู่ด่ากลับไป เสี่ยวจีเอาหัวถูไถขาเฟิงหยวน เฟิงหยวนก้มลงมือหนึ่งอุ้มนาเจีย อีกมือดันเสี่ยวจีไปทางชีเฉินแล้วกระซิบ
"เอาเถอะ แกอยู่เป็นเพื่อนชีเฉินรอฉันตรงนี้แหละ ฉันอยู่แถวนี้เอง เดี๋ยวก็กลับมา"
"จี้!"
"เรื่องบางเรื่องเด็กไม่ควรฟัง อย่าแอบฟังเลยนะ ไปเถอะ~ เด็กดี~"
"จี้!"
เสี่ยวจีถูกดันไปหาชีเฉิน มันมองค้อนเฟิงหยวนอย่างโกรธเคืองแล้วหันหลังให้ทันที เห็นเสี่ยวจีงอนตุ๊บป่อง ชีเฉินก็พูดอย่างกังวล
"ทำแบบนี้จะดีเหรอ? ให้เสี่ยวจีไปด้วยก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา?"
"เรื่องบางเรื่องฉันยังไม่อยากให้มันรู้ เอาเถอะ ตามนี้แหละ ฝากดูเสี่ยวจีแป๊บนะ"
เฟิงหยวนแกล้งทำหน้าเศร้า ชีเฉินส่ายหน้าแล้วนั่งลงคุยกับเสี่ยวจี เฟิงหยวนอุ้มนาเจียเดินเลี่ยงไปอีกทาง พอเห็นเฟิงหยวนกางบาเรียสีดำขึ้นมา หงจื้อก็เกาหัวงงๆ
"ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ? มีเรื่องอะไรที่พูดไม่ได้ขนาดนั้นเชียว? ถึงต้องปิดบังแม้กระทั่งสัตว์วิญญาณของตัวเอง?"
"โฮก~"
"จี้!"
เห็นลูกมังกรนิทราพยักหน้าเห็นด้วย เสี่ยวจีเหมือนได้ใจ กระโดดจะวิ่งไปหาเฟิงหยวน ชีเฉินรีบสั่งให้อามู่ใช้เถาวัลย์รั้งตัวเสี่ยวจีไว้ พอเห็นเสี่ยวจีจ้องตาขวาง ชีเฉินก็นั่งยองๆ มองมันแล้วพูดอย่างจนใจ
"ในเมื่อเขาไม่อยากให้รู้ แกจะดื้อไปทำไม?"
"จี้!"
"ถ้าขืนเข้าไปแล้วเขาโกรธขึ้นมาล่ะ?"
"...จี้!"
เสี่ยวจีนั่งแหมะลงกับพื้นแก้มป่องด้วยความโมโห ชีเฉินลุกขึ้นมองบาเรียสีดำที่อยู่ไม่ไกลแล้วคุยสัพเพเหระกับหงจื้อฆ่าเวลา โต้วเยียนหลานกอดเหมียนฮวามองดูบาเรียสีดำอย่างสนใจ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปพักใหญ่ เฟิงหยวนก็อุ้มนาเจียเดินกลับมา เห็นนาเจียยังดูซึมๆ หงจื้อก็เกาหัวยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
"บรู๊ว~"
"เสี่ยวเฮยอย่ากวน รอเดี๋ยวนะ"
"บรู๊ว~"
ทันใดนั้นหมาป่าอัคคีตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามางับขากางเกงหงจื้อเบาๆ เหมือนอยากให้เขาไปไหนสักแห่ง เฟิงหยวนถามด้วยความสงสัย
"มีธุระด่วนเหรอครับ?"
"สงสัยเสี่ยวเฮยคงเห็นว่าดึกแล้วมั้ง เลยอยากให้รีบกลับ"
หงจื้อนั่งลงลูบหัวเสี่ยวเฮย เสี่ยวเฮยหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ลูกมังกรนิทราลอยเข้ามาจ้องเสี่ยวเฮยตาแป๋ว เฟิงหยวนวางนาเจียไว้บนหัวเสี่ยวเฮย หงจื้อกลัวนาเจียตกรีบสั่งให้เสี่ยวเฮยอยู่นิ่งๆ เสี่ยวเฮยยืนนิ่งทื่อมองหงจื้อตาละห้อย เห็นหงจื้อประคองนาเจียอย่างทะนุถนอม เฟิงหยวนก็ก้มลงจิ้มพุงเสี่ยวจีที่กำลังงอนตุ๊บป่อง
"เป็นอะไรไป? แค่นี้ก็โกรธแล้วเหรอ?"
"จี้!"
"โธ่เอ๊ย~ ก็แค่มีบางเรื่องที่ยังไม่อยากให้รู้ตอนนี้แค่นั้นเอง~"
"จี้!"
เห็นเสี่ยวจีหันหลังหนี เฟิงหยวนก็ยิ้มแล้วจับตัวมันหันกลับมากอดไว้ในอ้อมแขน เสี่ยวจีดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดเฟิงหยวนพักหนึ่ง จู่ๆ ก็จิกแขนเฟิงหยวนอย่างแรง เฟิงหยวนเจ็บจนเผลอปล่อยมือ เสี่ยวจีฉวยโอกาสกระโดดหนี พอเห็นเลือดซึมออกมาจากแขนเฟิงหยวน เสี่ยวจีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีไป
"เฮ้ย! เสี่ยวจี!"
"...จิน่า..."
เห็นนาเจียยื่นมือออกมา เฟิงหยวนส่ายหน้าแล้ววิ่งตามเสี่ยวจีออกไป เห็นนาเจียทำท่าเสียใจ หงจื้อก็รีบปลอบโยนมัน เสี่ยวเฮยงับกางเกงหงจื้อพยายามลากให้เดินตามไป แต่หงจื้อสาละวนอยู่กับการปลอบนาเจียจนไม่สนใจมัน สักพักเสี่ยวเฮยก็งอน เดินไปนอนหมอบอยู่ข้างๆ แลบลิ้นออกมาแล้วปรายตามองหงจื้ออย่างไม่พอใจ หงจื้อเห็นเข้าก็ต้องรีบหันไปง้อเสี่ยวเฮยอีก นาเจียในอ้อมกอดหงจื้อเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม ชีเฉินมองดูหงจื้อที่วิ่งวุ่นปลอบทั้งเสี่ยวเฮยทั้งนาเจียสลับไปมาแล้วส่ายหน้า หันไปช่วยจัดใบไม้บนหัวให้อามู่
"เมี๊ยว~"
"นาเจียดูจะไม่ใช่สัตว์วิญญาณธรรมดาๆ นะ"
ได้ยินโต้วเยียนหลานพูดขึ้นมา ชีเฉินก็เกาหัวถามอย่างไม่เข้าใจ
"หมายความว่าไง? นาเจียพิเศษตรงไหนเหรอ?"
โต้วเยียนหลานมองนาเจียในอ้อมกอดหงจื้อที่กำลังวุ่นวาย มือซ้ายเผลอไปเกาพุงเหมียนฮวาเล่นแล้วพูดว่า
"มันน่าจะอายุยืนมาก
"แค่นั้นเหรอ?"
ชีเฉินมองโต้วเยียนหลานอย่างไม่เข้าใจ โต้วเยียนหลานหันมามองชีเฉินด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แล้วพูดเรียบๆ
"เซนส์ของฉันบอกว่า มันน่าจะมีเจ้าของอยู่แล้ว
"เอ๊ะ! แล้วทำไมถึงมาอยู่กับเขาได้ล่ะ? เจ้าของมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า!"
เห็นชีเฉินร้อนรน โต้วเยียนหลานก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย พูดเสียงเบา
"ไม่รู้สิ เป็นไปได้สูงว่าถูกทิ้ง หรือไม่เจ้าของเก่าก็ตายไปแล้ว
"มิน่าล่ะถึงได้ดูเศร้าขนาดนั้น"
ชีเฉินมองนาเจียด้วยความสงสาร เหมือนนาเจียจะสัมผัสได้ถึงสายตาของชีเฉินจึงหันมามอง ชีเฉินรีบหลบตา สักพักนาเจียก็หันไปมองเสี่ยวเฮยที่กำลังอาละวาด
"นายเชื่อเซนส์ของฉันขนาดนั้นเชียว?"
โต้วเยียนหลานพูดเรียบๆ มือยังคงเกาพุงเหมียนฮวาเล่น ชีเฉินหันมามองเธอ เกาหัวเขินๆ แล้วตอบว่า
"ก็เซนส์ของเธอแม่นมาตลอดนี่นา ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อนี่ อีกอย่าง... ปกติเธอไม่ควรทำหน้าบึ้งตึงนะ... ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่คิดว่าตอนเธอยิ้มมันดูน่ารักดี"
"ยิ้มเหมือนคนบ้าล่ะสิ"
โต้วเยียนหลานมองค้อนชีเฉินแล้วเดินหนีไป เหมียนฮวาสะบัดหางเงยหน้ามองโต้วเยียนหลานที่ดูอารมณ์ดีขึ้น หงจื้อเริ่มจนปัญญาที่จะปลอบเสี่ยวเฮย ทันใดนั้นนาเจียก็กระโดดลงจากอ้อมกอดมายืนตรงหน้าเสี่ยวเฮย เสี่ยวเฮยปรายตามองนาเจียอย่างเหยียดๆ แล้วหมอบลงครางฮือใส่หงจื้ออย่างไม่พอใจ ทันใดนั้นเสียงเพลงอันไพเราะกังวานก็ดังขึ้น หูของเสี่ยวเฮยกระดิก มันหลับตาลงอย่างไม่ใส่ใจ