เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย

บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย

บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย


บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย

"นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากนายจะแปลกแล้ว สัตว์วิญญาณของนายก็แปลกพอกัน!"

หลังจากพ่ายแพ้การประลอง หัวหน้าทีมฝ่ายตรงข้ามก็เดินเข้ามามองเฟิงหยวนที่กำลังขยี้หัวเสี่ยวจีอย่างมันเขี้ยวด้วยความหงุดหงิด เฟิงหยวนปรายตามองอีกฝ่ายแล้วตอบอย่างไม่ยี่หระ

"ขอบคุณที่ชม"

"จี้~"

"แก!"

เห็นท่าทางไม่สะทกสะท้านของเฟิงหยวน อีกฝ่ายก็อยากจะด่าต่อ แต่พอคิดถึงความแข็งแกร่งของเฟิงหยวนก็ลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความโกรธ เฟิงหยวนมองตามหลังไปพลางนวดหัวเสี่ยวจีที่จ้องอีกฝ่ายตาขวางแล้วยิ้มบอก

"เอาน่า~ อย่าไปสนใจคนบ้าเลย~"

"จี้?"

"จะโกรธไปทำไม เขาชนะเราไม่ได้ก็ทำได้แค่ปากเก่งเพื่อความสะใจไปวันๆ แหละ จะไปใส่ใจทำไม"

"...จี้... จี้!"

"เฮ้ย! จะวิ่งไปไหน!"

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

เฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีกลับมาที่อัฒจันทร์ เห็นหงจื้อกำลังปลอบนาเจียอยู่ไม่ห่าง ก็เกาหัวงงๆ ชีเฉินเห็นเฟิงหยวนกลับมาก็รีบดึงตัวมาถาม

"เมื่อกี้ไม่รู้อยู่ดีๆ ก็เป็นแบบนี้ไปเฉยเลย"

"พวกนายคุยอะไรกันหรือเปล่า?"

"เปล่านะ ก็คุยกันเรื่องทั่วๆ ไป"

"จี้~"

เสี่ยวจีกระโดดออกจากอ้อมกอดเฟิงหยวนวิ่งไปหานาเจีย ลูกมังกรนิทราลอยจากไหล่เฟิงหยวนไปตรงหน้านาเจีย ใช้หัวเล็กๆ ถูไถหัวนาเจียเพื่อปลอบโยน เสี่ยวจีวิ่งมาถึงก็ใช้ปีกปัดหัวลูกมังกรนิทราออก ลูกมังกรนิทรามมองเสี่ยวจีอย่างน้อยใจ เสี่ยวจีปรายตามองลูกมังกรนิทราแล้วหันไปร้องเรียกนาเจีย

เห็นเสี่ยวจีปลอบแล้วไม่ได้ผล เฟิงหยวนก็ถอนหายใจ อุ้มนาเจียขึ้นมาแล้วบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ฉันจะพาไปคุยด้วยแป๊บนึง เดี๋ยวกลับมานะ"

"จี้?"

"เสี่ยวจี แกอยู่รอฉันตรงนี้แหละ"

"จี้!"

เห็นเสี่ยวจีดื้อจะตามไปด้วย เฟิงหยวนก็ส่ายหน้าบอกชีเฉิน

"จับเสี่ยวจีไว้ที"

"นายจะทำอะไร?"

"จะไปคุยกับนาเจียหน่อย ขืนปล่อยไว้แบบนี้มันจะแย่เอา"

"จี้!"

"คุยตรงนี้ไม่ได้เหรอ?"

เฟิงหยวนมองชีเฉินแล้วแกล้งทำหน้าเจ้าเล่ห์

"ทำไม? อยากแอบฟังความลับของฉันเหรอ~"

"ไอ้บ้า! อย่ามาทำหน้าขนลุกใส่ฉัน!"

ชีเฉินขนลุกซู่ด่ากลับไป เสี่ยวจีเอาหัวถูไถขาเฟิงหยวน เฟิงหยวนก้มลงมือหนึ่งอุ้มนาเจีย อีกมือดันเสี่ยวจีไปทางชีเฉินแล้วกระซิบ

"เอาเถอะ แกอยู่เป็นเพื่อนชีเฉินรอฉันตรงนี้แหละ ฉันอยู่แถวนี้เอง เดี๋ยวก็กลับมา"

"จี้!"

"เรื่องบางเรื่องเด็กไม่ควรฟัง อย่าแอบฟังเลยนะ ไปเถอะ~ เด็กดี~"

"จี้!"

เสี่ยวจีถูกดันไปหาชีเฉิน มันมองค้อนเฟิงหยวนอย่างโกรธเคืองแล้วหันหลังให้ทันที เห็นเสี่ยวจีงอนตุ๊บป่อง ชีเฉินก็พูดอย่างกังวล

"ทำแบบนี้จะดีเหรอ? ให้เสี่ยวจีไปด้วยก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา?"

"เรื่องบางเรื่องฉันยังไม่อยากให้มันรู้ เอาเถอะ ตามนี้แหละ ฝากดูเสี่ยวจีแป๊บนะ"

เฟิงหยวนแกล้งทำหน้าเศร้า ชีเฉินส่ายหน้าแล้วนั่งลงคุยกับเสี่ยวจี เฟิงหยวนอุ้มนาเจียเดินเลี่ยงไปอีกทาง พอเห็นเฟิงหยวนกางบาเรียสีดำขึ้นมา หงจื้อก็เกาหัวงงๆ

"ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ? มีเรื่องอะไรที่พูดไม่ได้ขนาดนั้นเชียว? ถึงต้องปิดบังแม้กระทั่งสัตว์วิญญาณของตัวเอง?"

"โฮก~"

"จี้!"

เห็นลูกมังกรนิทราพยักหน้าเห็นด้วย เสี่ยวจีเหมือนได้ใจ กระโดดจะวิ่งไปหาเฟิงหยวน ชีเฉินรีบสั่งให้อามู่ใช้เถาวัลย์รั้งตัวเสี่ยวจีไว้ พอเห็นเสี่ยวจีจ้องตาขวาง ชีเฉินก็นั่งยองๆ มองมันแล้วพูดอย่างจนใจ

"ในเมื่อเขาไม่อยากให้รู้ แกจะดื้อไปทำไม?"

"จี้!"

"ถ้าขืนเข้าไปแล้วเขาโกรธขึ้นมาล่ะ?"

"...จี้!"

เสี่ยวจีนั่งแหมะลงกับพื้นแก้มป่องด้วยความโมโห ชีเฉินลุกขึ้นมองบาเรียสีดำที่อยู่ไม่ไกลแล้วคุยสัพเพเหระกับหงจื้อฆ่าเวลา โต้วเยียนหลานกอดเหมียนฮวามองดูบาเรียสีดำอย่างสนใจ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ผ่านไปพักใหญ่ เฟิงหยวนก็อุ้มนาเจียเดินกลับมา เห็นนาเจียยังดูซึมๆ หงจื้อก็เกาหัวยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี

"บรู๊ว~"

"เสี่ยวเฮยอย่ากวน รอเดี๋ยวนะ"

"บรู๊ว~"

ทันใดนั้นหมาป่าอัคคีตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามางับขากางเกงหงจื้อเบาๆ เหมือนอยากให้เขาไปไหนสักแห่ง เฟิงหยวนถามด้วยความสงสัย

"มีธุระด่วนเหรอครับ?"

"สงสัยเสี่ยวเฮยคงเห็นว่าดึกแล้วมั้ง เลยอยากให้รีบกลับ"

หงจื้อนั่งลงลูบหัวเสี่ยวเฮย เสี่ยวเฮยหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ลูกมังกรนิทราลอยเข้ามาจ้องเสี่ยวเฮยตาแป๋ว เฟิงหยวนวางนาเจียไว้บนหัวเสี่ยวเฮย หงจื้อกลัวนาเจียตกรีบสั่งให้เสี่ยวเฮยอยู่นิ่งๆ เสี่ยวเฮยยืนนิ่งทื่อมองหงจื้อตาละห้อย เห็นหงจื้อประคองนาเจียอย่างทะนุถนอม เฟิงหยวนก็ก้มลงจิ้มพุงเสี่ยวจีที่กำลังงอนตุ๊บป่อง

"เป็นอะไรไป? แค่นี้ก็โกรธแล้วเหรอ?"

"จี้!"

"โธ่เอ๊ย~ ก็แค่มีบางเรื่องที่ยังไม่อยากให้รู้ตอนนี้แค่นั้นเอง~"

"จี้!"

เห็นเสี่ยวจีหันหลังหนี เฟิงหยวนก็ยิ้มแล้วจับตัวมันหันกลับมากอดไว้ในอ้อมแขน เสี่ยวจีดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดเฟิงหยวนพักหนึ่ง จู่ๆ ก็จิกแขนเฟิงหยวนอย่างแรง เฟิงหยวนเจ็บจนเผลอปล่อยมือ เสี่ยวจีฉวยโอกาสกระโดดหนี พอเห็นเลือดซึมออกมาจากแขนเฟิงหยวน เสี่ยวจีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีไป

"เฮ้ย! เสี่ยวจี!"

"...จิน่า..."

เห็นนาเจียยื่นมือออกมา เฟิงหยวนส่ายหน้าแล้ววิ่งตามเสี่ยวจีออกไป เห็นนาเจียทำท่าเสียใจ หงจื้อก็รีบปลอบโยนมัน เสี่ยวเฮยงับกางเกงหงจื้อพยายามลากให้เดินตามไป แต่หงจื้อสาละวนอยู่กับการปลอบนาเจียจนไม่สนใจมัน สักพักเสี่ยวเฮยก็งอน เดินไปนอนหมอบอยู่ข้างๆ แลบลิ้นออกมาแล้วปรายตามองหงจื้ออย่างไม่พอใจ หงจื้อเห็นเข้าก็ต้องรีบหันไปง้อเสี่ยวเฮยอีก นาเจียในอ้อมกอดหงจื้อเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม ชีเฉินมองดูหงจื้อที่วิ่งวุ่นปลอบทั้งเสี่ยวเฮยทั้งนาเจียสลับไปมาแล้วส่ายหน้า หันไปช่วยจัดใบไม้บนหัวให้อามู่

"เมี๊ยว~"

"นาเจียดูจะไม่ใช่สัตว์วิญญาณธรรมดาๆ นะ"

ได้ยินโต้วเยียนหลานพูดขึ้นมา ชีเฉินก็เกาหัวถามอย่างไม่เข้าใจ

"หมายความว่าไง? นาเจียพิเศษตรงไหนเหรอ?"

โต้วเยียนหลานมองนาเจียในอ้อมกอดหงจื้อที่กำลังวุ่นวาย มือซ้ายเผลอไปเกาพุงเหมียนฮวาเล่นแล้วพูดว่า

"มันน่าจะอายุยืนมาก

"แค่นั้นเหรอ?"

ชีเฉินมองโต้วเยียนหลานอย่างไม่เข้าใจ โต้วเยียนหลานหันมามองชีเฉินด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แล้วพูดเรียบๆ

"เซนส์ของฉันบอกว่า มันน่าจะมีเจ้าของอยู่แล้ว

"เอ๊ะ! แล้วทำไมถึงมาอยู่กับเขาได้ล่ะ? เจ้าของมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า!"

เห็นชีเฉินร้อนรน โต้วเยียนหลานก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย พูดเสียงเบา

"ไม่รู้สิ เป็นไปได้สูงว่าถูกทิ้ง หรือไม่เจ้าของเก่าก็ตายไปแล้ว

"มิน่าล่ะถึงได้ดูเศร้าขนาดนั้น"

ชีเฉินมองนาเจียด้วยความสงสาร เหมือนนาเจียจะสัมผัสได้ถึงสายตาของชีเฉินจึงหันมามอง ชีเฉินรีบหลบตา สักพักนาเจียก็หันไปมองเสี่ยวเฮยที่กำลังอาละวาด

"นายเชื่อเซนส์ของฉันขนาดนั้นเชียว?"

โต้วเยียนหลานพูดเรียบๆ มือยังคงเกาพุงเหมียนฮวาเล่น ชีเฉินหันมามองเธอ เกาหัวเขินๆ แล้วตอบว่า

"ก็เซนส์ของเธอแม่นมาตลอดนี่นา ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อนี่ อีกอย่าง... ปกติเธอไม่ควรทำหน้าบึ้งตึงนะ... ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่คิดว่าตอนเธอยิ้มมันดูน่ารักดี"

"ยิ้มเหมือนคนบ้าล่ะสิ"

โต้วเยียนหลานมองค้อนชีเฉินแล้วเดินหนีไป เหมียนฮวาสะบัดหางเงยหน้ามองโต้วเยียนหลานที่ดูอารมณ์ดีขึ้น หงจื้อเริ่มจนปัญญาที่จะปลอบเสี่ยวเฮย ทันใดนั้นนาเจียก็กระโดดลงจากอ้อมกอดมายืนตรงหน้าเสี่ยวเฮย เสี่ยวเฮยปรายตามองนาเจียอย่างเหยียดๆ แล้วหมอบลงครางฮือใส่หงจื้ออย่างไม่พอใจ ทันใดนั้นเสียงเพลงอันไพเราะกังวานก็ดังขึ้น หูของเสี่ยวเฮยกระดิก มันหลับตาลงอย่างไม่ใส่ใจ

จบบทที่ บทที่ 45 ปลอบโยนนาเจีย

คัดลอกลิงก์แล้ว