- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 10 อาณาเขตภูตผีสลาย
บทที่ 10 อาณาเขตภูตผีสลาย
บทที่ 10 อาณาเขตภูตผีสลาย
บทที่ 10 อาณาเขตภูตผีสลาย
"เสี่ยวจี เธอก็ตามไปดูเถอะ พวกเราจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้แหละ"
เห็นเสี่ยวจีทำท่าอยากจะตามไป แต่ก็หันกลับมามองเฟิงหยวนแล้วยืนปักหลักอยู่ข้างรถเข็นอย่างแน่วแน่ เฟิงหยวนจึงเอ่ยปากบอกมัน
"จี้!"
เสี่ยวจีส่ายหัวดิก ยังคงเกาะติดอยู่ข้างรถเข็นไม่ห่าง พลางคอยระวังภัยรอบด้านเป็นระยะ
"อาจารย์หยาน!"
ชีเฉินเข็นรถพาเฟิงหยวนฝ่าเข้าไป แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอาจารย์หยานถูกภูตผีรุมล้อม ท่านกำลังสั่งการสัตว์วิญญาณทั้งสามตัวให้ประสานการโจมตีต้านทานฝูงภูตผีเหล่านั้น โอลินนาไม่รอช้า แกว่งเคียวร่วมกับซามูไรกระต่ายหิมะกระโจนเข้าสู่สมรภูมิทันที
"พวกเธอตามมาทำไม! บอกให้รออยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ!"
อาจารย์หยานตวาดดุขณะรับมือกับภูตผี โอลินนาหมุนตัวตวัดเคียวฟันภูตผีกลุ่มใหญ่สลายไปแล้วตะโกนตอบ
"อาณาเขตภูตผีหลุดการควบคุมแล้ว ตึกผู้ป่วยนั่นยังไม่เชื่อมต่อระบบป้องกันของโรงพยาบาล พวกเราเลยต้องออกมา"
หลังจากฟันภูตผีอีกกลุ่มจนแตกกระจาย โอลินนาก็คุ้มกันเด็กทั้งสองเข้ามาในเขตป้องกันอักขระของเต่าดำยักษ์ แล้วพูดต่อ
"แถมพอออกจากตึกมา ก็โผล่มาอยู่แถวนี้เฉยเลย"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?"
อาจารย์หยานมองทั้งสามคนด้วยความประหลาดใจ พอเห็นว่าโอลินนาไม่ได้โกหกจึงพูดว่า
"งั้นก็ได้ พวกเธอรออยู่ที่นี่ โอลินนา ขอยืมอาวุธหน่อย"
"ไม่ให้หรอก~ เคียวแบบนี้คุณใช้ไม่ถนัดมือหรอก~ ให้ฉันจัดการเองดีกว่า~"
โอลินนาหัวเราะเบาๆ กระชับเคียวแน่นแล้วหันหลังเดินออกจากเขตป้องกัน อาจารย์หยานถอนหายใจ พลางสั่งการสัตว์วิญญาณให้กำจัดภูตผีและคอยยิงกระสุนพลังจิตเก็บกวาดพวกที่หลุดรอดมา
"จี้!"
พอเห็นเฟิงหยวนปลอดภัยแล้ว เสี่ยวจีก็พุ่งออกไปใช้ท่าลูกไฟและลมหมุนใส่ภูตผีพวกนั้น เฟิงหยวนเห็นท่าทางของเสี่ยวจีก็ได้แต่ส่ายหน้าขำๆ อาจารย์หยานมองเสี่ยวจีด้วยสายตาชื่นชมแล้วหันไปจัดการภูตผีต่อ
"เสี่ยวจี กลับมาได้แล้ว"
"จี้!"
"พอเถอะน่าเสี่ยวจี รีบกลับมาเร็ว"
ผ่านไปสักพัก เห็นเสี่ยวจีเริ่มหมดแรง เฟิงหยวนก็ร้องเรียกให้กลับมาด้วยความขบขัน แต่เสี่ยวจีหันมามองแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปสู้ต่อ เฟิงหยวนเห็นท่าทางดื้อรั้นนั้นก็จนใจ หันไปบอกชีเฉิน
"เดี๋ยวรบกวนให้อามู่ช่วยลากเสี่ยวจีกลับมาหน่อยนะ"
"หะ?"
"สภาพแบบนั้นเดี๋ยวก็หมดแรงข้าวต้มแล้ว"
"ไม่มั้ง!"
"ช่วยหน่อยน่า~"
"ก็ได้"
"ตุ้บ~"
ไม่ทันขาดคำ เสี่ยวจีก็หมดแรงล้มลงไปกองกับพื้นจริงๆ ชีเฉินรีบให้อามู่ใช้เถาวัลย์ลากเสี่ยวจีกลับมา เฟิงหยวนมองเสี่ยวจีที่นอนแผ่หลาอยู่บนตักตัวเองแล้วลูบขนปุกปุยของมันพลางหัวเราะ
"จริงๆ เลย บอกให้รีบกลับมาก็ไม่เชื่อ"
"...จี้..."
เห็นเสี่ยวจีนอนหมดสภาพอยู่บนตัก เฟิงหยวนก็อดขำไม่ได้ เขาขยี้ตัวมันเล่นแล้วก็แหย่ขนจุกบนหัวมันไปมา เสี่ยวจีถึงจะไม่พอใจแต่ก็ทำได้แค่ร้องประท้วงเสียงอ่อยๆ
สักพักใหญ่ ภูตผีระลอกใหม่ก็หยุดโผล่ออกมา พอจำนวนภูตผีรอบๆ ลดลงจนถึงจุดหนึ่ง พวกมันก็แตกฮือหนีหายไป อาจารย์หยานมองเคียวในมือโอลินนาอย่างรู้ทัน
"ตามฉันมา เดี๋ยวจะพาไปที่ที่ปลอดภัยกว่านี้"
พอแน่ใจว่าไม่มีภูตผีโผล่มาอีก อาจารย์หยานก็บอกกับทั้งสามคนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม โอลินนาสะบัดเคียวอย่างไม่ยี่หระและไม่ได้คัดค้านอะไร พอทุกคนเดินตามอาจารย์หยานออกจากป่า ก็พบคนนอนสลบไสลอยู่หลายคนกลางสนามกีฬามองดูจากชุดคลุมสีดำที่สวมใส่อยู่ อาจารย์หยานก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
"ถอยไป!"
กุมารสมาธิพุ่งเข้าไปตรวจสอบแล้วหันมาส่ายหน้าให้อาจารย์หยาน ท่านจึงเดินเข้าไปตรวจดูอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังหนักใจว่าจะจัดการกับคนชุดดำที่นอนเกลื่อนกลาดพวกนี้ยังไงดี
ขณะที่อาจารย์หยานกำลังลังเล ชายหญิงในเครื่องแบบตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายนายก็วิ่งเข้ามา ชายวัยกลางคนที่นำหน้าทีมมองอาจารย์หยานด้วยความประหลาดใจ
"อ้าว! เหล่าหยาน นายจัดการพวกนี้คนเดียวเลยเหรอ?"
"ไม่ใช่"
อาจารย์หยานลุกขึ้นปัดมือ แล้วหันไปมองชายคนนั้น
"นายมาก็ดีแล้ว ฝากพวกนี้ด้วยละกัน"
"เฮ้ย เหล่าหยาน นายหมายความว่าไง? ช่างเถอะ พวกนายไปใส่กุญแจมือพวกนั้นซะ"
"บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ฉัน พอพวกฉันมาถึงสภาพก็เป็นแบบนี้แล้ว"
"งั้นเหรอ? เออจริงสิ พวกนายเจอตัวคนบงการอาณาเขตภูตผีหรือยัง?"
ชายคนนั้นสั่งลูกน้องให้คุมตัวคนชุดดำพลางเอ่ยถาม อาจารย์หยานชะงักไปนิดหนึ่งแล้วมองชายคนนั้นด้วยความแปลกใจ
"หัวหน้าทีมพวกนายยังหาตัวไม่เจออีกเหรอ?"
"หมายถึงหัวหน้าเหยียนน่ะเหรอ? เขาไปจัดการเรื่องลัทธิ G ที่เมืองชามู่ตั้งแต่เช้าแล้ว ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย"
"หมายความว่าตอนนี้พวกนายรับผิดชอบคดีนี้อยู่งั้นเหรอ?"
"เฮ้ย! เหล่าหยาน มองแบบนั้นหมายความว่าไง! ถึงพวกฉันจะไม่เก่งเท่าหัวหน้าเหยียน แต่ก็อย่ามาดูถูกกันนะเว้ย!"
ชายวัยกลางคนมองอาจารย์หยานอย่างไม่พอใจ แล้วเหลือบไปมองทั้งสามคนที่เดินตามมา
"สองคนนั้นลูกศิษย์นายเหรอ? พากันไปที่ประตูหน้าเถอะ ตรงนั้นมีคนมาช่วยดูแลพวกนักเรียนที่ช่วยออกมาได้ส่วนหนึ่งอยู่"
"จี้!"
"เธอก็รู้สึกเหมือนกันสินะ?"
ทันทีที่เข้าสู่สนามกีฬากลางแจ้ง เสี่ยวจีก็พยายามหันหัวไปจ้องมองตึกเรียนหลังหนึ่ง เฟิงหยวนลูบหัวเสี่ยวจีแล้วกระซิบเบาๆ ชายวัยกลางคนที่กำลังคุยกับอาจารย์หยานเดินเข้ามาบอกทั้งสามคนว่า
"ตามเธอคนนี้ไปนะ เธอจะพาพวกเธอไปที่จุดปลอดภัย"
"จี้!"
"มันมาแล้ว"
เฟิงหยวนไม่สนใจชายคนนั้น สายตาจ้องเขม็งไปที่ตึกเรียนหลังหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางพึมพำกับตัวเอง ชายวัยกลางคนกำลังจะอ้าปากถาม แต่จู่ๆ ชั้นสามของตึกเรียนที่เฟิงหยวนจ้องอยู่ก็เกิดระเบิดขึ้น เงาดำร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากจุดระเบิด ตรงดิ่งมาทางพวกเขา ไม่นานนักก็มีกลุ่มคนชุดดำพุ่งตามออกมาอีกหลายคน
"เตรียมต่อสู้!"
ชายวัยกลางคนไม่รอช้า ตะโกนสั่งการทันทีพร้อมกับเรียกสัตว์วิญญาณทั้งหมดของตัวเองออกมา โอลินนากระชับเคียวในมือ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งตามเข้าไปสมทบ
กรงเล็บภูตผีสีดำทมิฬปรากฏขึ้นกลางอากาศตะปบเข้าใส่ทุกคน ต่างคนต่างรีบสั่งการสัตว์วิญญาณให้ใช้ท่าไม้ตายทำลายกรงเล็บเหล่านั้น
"รู?"
ทันใดนั้น เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความสงสัยก็ดังขึ้น กรงเล็บภูตผีที่กำลังโจมตีจู่ๆ ก็หายวับไป ตุ๊กตาผ้าสีเทาตัวประหลาดค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางหมอกดำ
ตุ๊กตาตัวนั้นสวมหมวกตัวตลกสีน้ำตาลเข้มรูปทรงประหลาด ที่ปลายแหลมของหมวกแต่ละมุมมีกระดิ่งโบราณขนาดใหญ่ห้อยอยู่ บนใบหน้ามีรอยเย็บด้วยด้ายสีดำเป็นรูปปากฉีกยิ้มกว้างดูน่าขนลุก
ตุ๊กตาตัวนั้นมองมาที่ทุกคนด้วยความลังเล เมื่อเห็นเจ้าตุ๊กตาตัวนั้น ทุกคนก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือ มันเอียงคอสังเกตการณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาอาจารย์หยานอย่างกล้าๆ กลัวๆ เหมือนต้องการยืนยันอะไรบางอย่าง
"จิ๊บ~"
นกแก้วเสียงใสของอาจารย์หยานดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง มันกระพือปีกบินเข้าไปหาตุ๊กตาตัวนั้นเหมือนกำลังสื่อสารกัน ทันใดนั้นลูกศรสีดำทมิฬก็พุ่งมาจากด้านหลังตุ๊กตา ตุ๊กตาหันขวับกลับไป แววตาเปลี่ยนเป็นดุร้าย กรงเล็บภูตผีสีดำจำนวนมากโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ตะปบเข้าใส่กลุ่มคนชุดดำที่ไล่ตามมาอย่างโหดเหี้ยม
"อย่าเพิ่งไปสนใจกระดิ่งฝันร้าย! จัดการพวกบ้าลัทธิ G ก่อน!"
ชายวัยกลางคนเห็นโอกาสจึงตะโกนสั่ง ทุกคนพร้อมใจกันสั่งสัตว์วิญญาณให้เลี่ยงตุ๊กตาตัวนั้นแล้วระดมโจมตีใส่คนชุดดำ คนชุดดำเห็นท่าไม่ดีพยายามจะหนี แต่กลับถูกตุ๊กตาใช้สารพัดวิธีพิสดารขัดขวางไว้ จนในที่สุดก็ถูกทุกคนรุมสกัดจนล้มคว่ำไปกองกับพื้น
"รู"
พอเห็นตำรวจจับกุมคนชุดดำไว้ได้หมดแล้ว ร่างของตุ๊กตาก็โอนเอนไปมา ความมืดค่อยๆ จางหาย เมฆดำบนท้องฟ้าสลายตัวเผยให้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ตุ๊กตาตัวนั้นจู่ๆ ก็หันหลังเดินไปหาคนชุดดำคนหนึ่ง มันเรียกกรงเล็บภูตผีออกมาฉีกกระชากชุดคลุมสีดำของคนผู้นั้น แล้วค่อยๆ ล้วงเอาสร้อยคอโลหะเก่าๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เมื่อเห็นตุ๊กตาบรรจงสวมสร้อยเส้นนั้นเข้าที่คอ อาจารย์หยานก็ตะโกนออกมาด้วยความตกตะลึง
"นั่นเธอใช่ไหม! หลิงหลิง!"