- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 9 อาณาเขตภูตผีที่แปรเปลี่ยน
บทที่ 9 อาณาเขตภูตผีที่แปรเปลี่ยน
บทที่ 9 อาณาเขตภูตผีที่แปรเปลี่ยน
บทที่ 9 อาณาเขตภูตผีที่แปรเปลี่ยน
"อาณาเขตภูตผีเหนือการควบคุมแล้วสินะ"
เฟิงหยวนถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของชีเฉิน เขาจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนอธิบายเสียงเบา
"ตอนนี้อาณาเขตภูตผีเริ่มค่อยๆ หลุดจากการควบคุมของเจ้านั่นแล้ว ถ้าตอนแรกอาณาเขตภูตผีคือพื้นที่ที่สมบูรณ์ ตอนนี้พื้นที่ทั้งหมดก็เริ่มบิดเบี้ยวเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ดูสิ"
เฟิงหยวนชี้มือขวาออกไปนอกหน้าต่าง เสี่ยวจีกระโดดขึ้นไปเกาะขอบหน้าต่างมองออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น จังหวะนั้นเองถนนที่อยู่ไกลออกไปก็เกิดการบิดเบี้ยวของมิติและกลายสภาพเป็นตึกแถวเรียงราย เสี่ยวจีตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบกระโดดกลับมาเกาะบนหัวเฟิงหยวนแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง
เมื่อรู้สึกเหมือนมีของหนักๆ กดทับอยู่บนหัว เฟิงหยวนก็พูดขำๆ ว่า
"เสี่ยวจี เธออ้วนขึ้นนะเนี่ย ตัวหนักเชียว"
พอได้ยินเฟิงหยวนพูดแบบนั้น เสี่ยวจีก็ร้องประท้วงอย่างโกรธๆ ชีเฉินที่กำลังพยุงเฟิงหยวนอยู่พูดอย่างเอือมระอาว่า
"ไม่ใช่เสี่ยวจีอ้วนหรอก แต่นายไม่มีแรงต่างหาก!"
ถึงจะเขินอยู่นิดหน่อย แต่เสี่ยวจีก็ยังเกาะหนึบอยู่บนหัวเฟิงหยวนไม่ยอมลง
"ตอนนี้ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว ตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่ใจกลางอาณาเขตภูตผีกันเถอะ~"
"พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย!"
"เธอพูดถูกนะ ตอนนี้คงต้องทำแบบนั้นแล้วล่ะ"
"เอ๊ะ?"
ชีเฉินหันขวับไปมองโอลินนาที่กำลังจับคางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียดด้วยความตกตะลึง เฟิงหยวนมองไปรอบๆ แล้วพูดว่า
"ลองหาดูหน่อยสิว่าแถวนี้มีรถเข็นบ้างไหม~"
"นายจะเอาไปทำไม?"
"ก็นายพยุงฉันแบบนี้มันไม่สบายนี่นา~"
"นายไม่สบายตัว แต่ฉันไม่สบายใจย่ะ!"
ชีเฉินบ่นอุบ แต่สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ เพื่อหารถเข็น
"ตรงนี้ไม่มีหรอก เราไปหาที่อื่นกันเถอะ"
โอลินนาเดินนำลิ่วพลางกวักมือเรียกให้ทั้งสองคนตามมา ชีเฉินมองเสี่ยวจีบนหัวเฟิงหยวนอย่างไม่สบอารมณ์แล้วบ่นว่า
"ให้เสี่ยวจีลงมาเถอะ ไม่รู้หรือไงว่ามันหนัก"
"ช่างเถอะน่า มันคงกลัวจะพลัดหลงกับฉันน่ะ~"
"จะเวอร์ไปไหน? อามู่ ตามมาดีๆ นะ!"
ชีเฉินหันไปบอกอามู่ที่ลอยตามหลังมา อามู่ได้ยินดังนั้นก็กระโดดมาเดินข้างเท้าชีเฉิน พอเห็นอามู่ทำท่าจะกระโดดให้อุ้ม ชีเฉินก็รีบเบรก
"หยุด! เดินตามมาเฉยๆ ก็พอ"
"พรืด~ เสี่ยวจี เธอก็ลงมาด้วยสิ"
เสี่ยวจีร้องอย่างไม่พอใจ เกาะหัวเฟิงหยวนแน่นกว่าเดิม เฟิงหยวนเอื้อมมือไปตบแปะๆ บนหัวเสี่ยวจีแล้วพูดกลั้วหัวเราะว่า
"เด็กดี~ เดินตามมาใกล้ๆ ไม่เป็นไรหรอก"
เสี่ยวจีกระโดดลงมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เดินเบียดขาเฟิงหยวนแจและคอยเงยหน้ามองเขาเป็นระยะ
ระหว่างทางที่เดินตามโอลินนาไปยังโถงทางเดิน เฟิงหยวนเจอรถเข็นคันหนึ่งที่เคาน์เตอร์พยาบาล พอขึ้นไปนั่งปุ๊บ เขาก็กวักมือเรียกเสี่ยวจี
"เสี่ยวจี ขึ้นมาสิ~"
พอได้ยินคำเชิญ เสี่ยวจีก็ดีดตัวผึงกระโดดขึ้นมานั่งตักเฟิงหยวนอย่างร่าเริง
"สบายน่าดูเลยนะนาย"
ชีเฉินเข็นรถเข็นไปบ่นไป เฟิงหยวนลูบขนปุกปุยของเสี่ยวจีแล้วหันมายิ้มแฉ่ง
"ผู้มีความสามารถย่อมต้องทำงานหนักหน่อยนะ~ ลำบากนายแล้ว~"
"ไปไกลๆ เลย! ถ้านายไม่ใช้การพิพากษาแห่งความตายก็คงไม่วุ่นวายขนาดนี้หรอก!"
"แต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นอาจารย์หยานอาจจะเป็นอันตรายได้นี่นา"
"เอ๊ะ?"
"นายดูไม่ออกเหรอว่าอาจารย์หยานสู้คนของลัทธิ G คนนั้นไม่ได้?"
"แต่ฉันเห็นอาจารย์ก็สู้ได้สูสีนี่นา?"
"สองรุมหนึ่งยังแค่เสมอ นายคิดว่าอีกฝ่ายไม่มีสัตว์อสูรตัวอื่นหรือไง?"
เฟิงหยวนเขี่ยขนจุกบนหัวเสี่ยวจีเล่นแล้วพูดเสียงเบา
"แถมนายไม่สังเกตเหรอว่าตอนนั้นอาจารย์หยาน..."
เฟิงหยวนยังพูดไม่ทันจบ ภูตผีหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวหลายตนก็พุ่งออกมาจากกำแพงเข้าใส่ทั้งสามคน เสี่ยวจีพ่นลูกไฟใส่ภูตผีที่หลุดรอดจากการสกัดของเสี่ยวไฉ่และซามูไรกระต่ายหิมะจนแหลกสลาย เฟิงหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนยื่นมือออกไปในความว่างเปล่า ดึงเคียวสีดำทมิฬเล่มเก่งออกมา พอเห็นการกระทำของเฟิงหยวน ชีเฉินก็รีบร้องทัก
"นายจะทำอะไร? สภาพนายตอนนี้สู้ไม่ไหวหรอกนะ!"
"แค่เอาออกมาขู่เฉยๆ!"
เฟิงหยวนวางเคียวพาดไว้บนที่พักแขนของรถเข็น เสี่ยวจีจิกเคียวเล่นด้วยความสงสัย เฟิงหยวนลูบหัวมันแล้วพูดขำๆ ว่า
"พอแล้วน่าเสี่ยวจี นั่นไม่ใช่ของกินนะ~"
เสี่ยวจีเงยหน้ามองเฟิงหยวนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันก้นให้แล้วส่ายหางดุ๊กดิ๊กเป็นการแสดงความไม่พอใจ
"ขี้งกชะมัด~"
"ภูตผีพวกนี้เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เราต้องออกจากโรงพยาบาลจริงๆ เหรอ?"
"ยิ่งอยู่นานพวกมันก็จะยิ่งเยอะขึ้น ตอนนี้มีแค่ใจกลางอาณาเขตภูตผีเท่านั้นที่ปลอดภัยที่สุด ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้เจาะจงเล่นงานนาย นายก็จะปลอดภัย แต่พื้นที่ที่หลุดการควบคุมแบบนี้อันตรายมาก จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้"
"อีกอย่าง ตอนนี้พวกยอดฝีมือคงไปรวมตัวกันที่ใจกลางอาณาเขตกันหมดแล้ว ขืนไม่รีบจัดการอาณาเขตภูตผีคงมีคนตายไม่น้อยแน่"
"อันตรายขนาดนั้นเชียว!"
"เอ๊ะ? แล้วโถงทางเดินล่ะ?"
เมื่อมาถึงรอยต่อระหว่างตึกผู้ป่วยกับตึกหลัก ชีเฉินก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าประตูด้านหน้าไม่ใช่โถงทางเดินของโรงพยาบาล แต่กลายเป็นป่าทึบ
"เราถูกย้ายที่แล้ว ตึกผู้ป่วยนี้คงยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการสินะ?"
เฟิงหยวนวิเคราะห์สถานการณ์แล้วถามโอลินนาที่นำทางอยู่ โอลินนาสั่งให้ซามูไรกระต่ายหิมะออกไปลาดตระเวนในป่าพลางตอบว่า
"ใช่ ตึกผู้ป่วยหลักคนเต็มหมดแล้ว ตึกใหม่นี่แค่เปิดให้ผู้ป่วยอาการไม่หนักพักชั่วคราว ยังไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบป้องกันภัยของโรงพยาบาล"
"มิน่าล่ะถึงโดนอาณาเขตภูตผีกลืนกินได้เร็วขนาดนี้"
"ไปกันเถอะ เกาะกลุ่มกันไว้!"
ซามูไรกระต่ายหิมะสำรวจดูแล้วส่ายหน้าบอกโอลินนาว่าไม่พบอันตราย เธอจึงเรียกทั้งสองคนแล้วก้าวเท้าออกจากประตู ชีเฉินรีบเข็นเฟิงหยวนตามไปติดๆ
ทันทีที่ออกจากประตู เสี่ยวจีก็มองซ้ายมองขวาอย่างงุนงงแล้วร้องออกมาด้วยความสงสัย
"เธอก็จำได้เหรอ? นี่มันป่าในโรงเรียนนี่นา"
"ตอนนี้เราอยู่ที่โรงเรียนเหรอ?"
ชีเฉินมองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ เฟิงหยวนกวาดตามองป่ามืดสลัวรอบด้านแล้วเขี่ยขนบนหัวเสี่ยวจีเล่น จนมันหันขวับมามองค้อน
"ใช่ ตอนนั้นฉันก็ทำสัญญาสัตว์วิญญาณกับเสี่ยวจีที่นี่แหละ"
"ทำไมนายต้องมาทำสัญญาสัตว์วิญญาณในที่แบบนี้ด้วย?"
เสี่ยวจีรีบจ้องเฟิงหยวนด้วยสายตาเตือนภัยทันที
"ทายซิ~"
"ทายบ้าทายบออะไรเล่า ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก"
เห็นเสี่ยวจีเอาหัวถูไถเขาด้วยความเขินอาย เฟิงหยวนก็ขยี้ขนปุกปุยของมันด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ระวัง!"
โอลินนาถอยกรูดกลับมาหาทั้งสองคน
เสี่ยวไฉ่โบกมือเรียกบาเรียพลังงานสีฟ้าครามออกมาขวางกั้นระหว่างพวกเขากับฝูงวิญญาณที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ เฟิงหยวนยังไม่ทันได้พูดอะไร ฝูงวิญญาณเหล่านั้นก็เหมือนเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ต่างพากันหันหลังหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง
เสี่ยวไฉ่ปลดบาเรียออกแล้วเอียงคอมองโอลินนาอย่างไม่เข้าใจ โอลินนาลูบหัวเสี่ยวไฉ่แล้วหันไปมองเคียวบนตักเฟิงหยวน
"เคียวเล่มนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งความตายใช่ไหม?"
"ใช่ครับ"
"มิน่าล่ะ ฉันขอยืมใช้หน่อยได้ไหม?"
"น่าจะได้นะครับ ถ้าไม่ห่างจากตัวผมมากเกินไป"
เฟิงหยวนตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนัก โอลินนาเอื้อมมือมาคว้าเคียวไปลองเหวี่ยงดูสองสามทีแล้วพูดว่า
"โอเค ฉันจะลองใช้ดู พวกเธอระวังตัวด้วย"
"ครับ~"
เห็นโอลินนาถือเคียว ชีเฉินก็เกาหัวแกรกๆ ถามด้วยความสงสัย
"เคียวนั่นมีอะไรพิเศษเหรอ?"
"ธาตุความตายชนะทางธาตุวิญญาณโดยธรรมชาติ นายลืมไปแล้วหรือไง?"
"เปล่าหรอก แค่อาจารย์โอลินนาไม่น่าจะจำเป็นต้องใช้เคียวมั้ง?"
"ก็พอได้อยู่ ถึงจะไม่ค่อยถนัด แต่ก็พอถูไถ สถานการณ์แบบนี้เพิ่มพลังรบได้อีกนิดก็ยังดี~"
เสี่ยวจียืดตัวขึ้นร้องเรียกเฟิงหยวนด้วยท่าทางฮึกเหิม เฟิงหยวนเห็นดังนั้นก็ยิ้มร่า
"ฮ่าๆ เสี่ยวจี เธอเองก็อยากสู้เหรอ? เอาสิ วิญญาณพวกนี้ไม่ใช่คู่มือเธอหรอก ลุยเลย เรามีเสี่ยวไฉ่คอยคุ้มกัน น่าจะไม่มีปัญหา"
เห็นเสี่ยวจีกระโดดลงไปยืนระวังภัยที่พื้น เฟิงหยวนก็ยิ้มแล้วหันไปบอกเสี่ยวไฉ่ข้างๆ
"เดี๋ยวฝากเธอคุ้มกันด้วยนะ~"
เสี่ยวไฉ่สะบัดหน้าหนีอย่างหยิ่งๆ ทันใดนั้นท้องฟ้าไม่ไกลออกไปก็มีฝูงวิญญาณจำนวนมหาศาลรวมตัวกัน ลูกบอลแสงสีฟ้าครามพุ่งขึ้นจากพื้นดินระเบิดฝูงวิญญาณแตกกระจายเป็นระยะๆ
"ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน พวกเธอตามมานะ! เสี่ยวไฉ่ คุ้มกันพวกเขาให้ดี!"
โอลินนาสีหน้าเปลี่ยนไป เธอถือเคียวแล้วสั่งซามูไรกระต่ายหิมะให้พุ่งตัวนำออกไปก่อนจะรีบตามไปติดๆ