- หน้าแรก
- ปรมาจารย์ผู้รังสรรค์สัตว์เทพ
- บทที่ 3 อยากเป็นสัตว์เทพไหม?
บทที่ 3 อยากเป็นสัตว์เทพไหม?
บทที่ 3 อยากเป็นสัตว์เทพไหม?
บทที่ 3 อยากเป็นสัตว์เทพไหม?
"สัตว์เทพ? สัตว์เทพคือตัวตนพิเศษ ทางทฤษฎีแล้วไม่มีใครรองรับพลังอันยิ่งใหญ่ของสัตว์เทพได้หรอก แต่ตัวสัตว์เทพเองสามารถเก็บกักพลังของตัวเองไว้ได้ ดังนั้นขอแค่ถูกใจใครเข้า ต่อให้เป็นเด็กตัวเล็กๆ ก็ทำสัญญารับพลังสะท้อนกลับจากสัตว์เทพได้ แต่สัญญาที่ว่าไม่ใช่สัญญาสัตว์วิญญาณนะ แต่เป็นสัญญาสัตว์เทพ"
อาจารย์ย้ำเสียงหนักแน่นอีกครั้ง
"อย่าพยายามทำสัญญาที่เกินขีดจำกัดพลังจิตของตัวเอง! สัตว์วิญญาณตัวแรกต้องเลือกตัวที่มีศักยภาพสูงสุดที่พวกเธอจะทำสัญญาได้เท่านั้น!"
"จี้..."
หลังเลิกเรียน เฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีเดินมาหาชีเฉินแล้วบ่นอุบ
"จริงๆ เลย! อาจารย์เหยียนจะพูดอะไรก็พูดไปสิ ทำไมต้องมองมาทางฉันตลอดด้วย ดูสิเสี่ยวจีจิตตกไปหมดแล้ว!"
ชีเฉินมองเสี่ยวจีที่ห่อเหี่ยวอยู่ในอ้อมกอดของเฟิงหยวนแล้วพูดอย่างจนใจ
"นายไม่ลองพิจารณาคำแนะนำของอาจารย์ดูหน่อยเหรอ?"
เฟิงหยวนปรายตามองชีเฉินแล้วสวนกลับ
"แล้วถ้าให้เปลี่ยนอามู่ของนาย นายจะยอมไหมล่ะ?"
"เอ่อ... ฉันกับอามู่ทำสัญญากันมาสักพักแล้วนะ มันมีความผูกพันกันแล้ว แต่นายกับเสี่ยวจี..."
"ฉันก็ดูแลเสี่ยวจีมาเกือบปีเหมือนกันนะ!"
"แต่นั่นมันแค่ไข่นี่นา เสี่ยวจีเพิ่งจะฟักออกมาเอง..."
"ไม่สน! สัตว์วิญญาณตัวแรกของฉันต้องเป็นเสี่ยวจีเท่านั้น!"
เห็นเฟิงหยวนอุ้มเสี่ยวจีวิ่งหนีไป ชีเฉินก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
เฟิงหยวนพาเสี่ยวจีวิ่งเข้าไปในป่าละเมาะที่ไร้ผู้คน เขาวางเสี่ยวจีลงอย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า
"มาเถอะ มาทำสัญญาสัตว์วิญญาณกัน"
"จี้..."
"เป็นอะไรไป? ไม่เต็มใจเหรอ?"
พอเห็นว่าแค่ยื่นมือออกไป เสี่ยวจีก็ถอยกรูด เฟิงหยวนถามด้วยความไม่เข้าใจ
"อย่าไปสนคำพูดพวกนั้นเลย ฉันไม่ได้สนใจศักยภาพของเธอสักหน่อย"
เสี่ยวจีถอยหลังไปอีกสองสามก้าวแล้วร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
"เสี่ยวจี..."
เฟิงหยวนพยายามยื่นมือไปหาเสี่ยวจีอีกครั้ง แต่คราวนี้เสี่ยวจีกลับหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึก เฟิงหยวนรีบตะโกนเรียก
"เฮ้ย! เสี่ยวจี อย่าหนีนะ!"
ยิ่งเฟิงหยวนตะโกนเรียก เสี่ยวจียิ่งวิ่งเร็วขึ้น พอวิ่งมาได้สักพักแล้วไม่เห็นเฟิงหยวนตามมา เสี่ยวจีก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มองใบไม้ที่ร่วงหล่นด้วยสายตาเลื่อนลอย
"จี้..."
ปล่อยให้ใบไม้ร่วงหล่นใส่หัว เสี่ยวจียังคงจ้องมองใบไม้บนพื้นนิ่งไม่ไหวติง ทันใดนั้นมือคู่หนึ่งก็โผล่มาจากด้านหลังแล้วกอดเสี่ยวจีไว้แน่น
"เสี่ยวจี จริงๆ เลย จะวิ่งหนีทำไมเนี่ย ถึงป่าหลังโรงเรียนจะไม่มีอันตรายอะไร แต่ถ้าเธอหลงทางขึ้นมาจะทำยังไง"
พอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเฟิงหยวน เสี่ยวจีก็ดิ้นรนสุดฤทธิ์ในอ้อมกอด เฟิงหยวนกอดมันไว้แน่นพลางตะโกน
"เสี่ยวจี ใจเย็นๆ ก่อน!"
เสี่ยวจีร้องลั่นแล้วดิ้นแรงกว่าเดิม
"เลิกงอแงได้แล้วเสี่ยวจี!"
ผ่านไปครู่ใหญ่ แรงดิ้นของเสี่ยวจีถึงค่อยๆ เบาลง พอเห็นว่ามันหยุดดิ้นแล้ว เฟิงหยวนก็ชูเสี่ยวจีขึ้นมาตรงหน้าแล้วถามว่า
"เธอเป็นอะไรไป? กลัวว่าศักยภาพไม่ดีแล้วจะมาถ่วงฉันเหรอ?"
เสี่ยวจีหลบตา ไม่กล้ามองหน้าเฟิงหยวนตรงๆ
"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง"
เสี่ยวจีเชิดหน้าหันหนีไปอีกทาง
"ทำไมดื้อแบบนี้นะ จริงๆ เลย"
เสี่ยวจีร้องประท้วงเสียงดัง
"เอาล่ะ ถ้ามีวิธีที่ทำให้เธอมีโอกาสกลายร่างเป็นสัตว์เทพได้ แต่ขั้นตอนมันจะลำบากและอันตรายมาก เธอจะยอมไหม?"
เห็นท่าทางดื้อรั้นของเสี่ยวจี เฟิงหยวนจึงต้องงัดไม้ตายออกมา พอได้ยินคำพูดนั้น แววตาของเสี่ยวจีก็เปล่งประกายประหลาด มันส่งเสียงร้องตอบรับอย่างมุ่งมั่น
เฟิงหยวนวางเสี่ยวจีลงกับพื้นอย่างเบามือ แล้วเรียกคัมภีร์โบราณสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายลึกลับดำมืดออกมา ก่อนจะถามย้ำกับเสี่ยวจีอีกครั้ง
"ถ้าเลือกเส้นทางนี้แล้วจะกลับใจไม่ได้อีกนะ แน่ใจนะ? จริงๆ แล้วฉันไม่ได้สนใจหรอกว่าเธอจะเก่งหรือไม่เก่ง"
เห็นสายตามุ่งมั่นของเสี่ยวจี เฟิงหยวนถอนหายใจแล้วเปิดคัมภีร์สีดำวางลงบนพื้น เขาท่องคาถาเสียงต่ำ ลูกบอลแสงสีดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นเหนือคัมภีร์
"แตะลูกบอลแสงนั่น เลือกพลังในอนาคตของเธอ เมื่อตัดสินใจแล้วจะย้อนกลับไม่ได้อีก!"
เฟิงหยวนเตือนเสี่ยวจีอีกครั้ง เสี่ยวจีมองเฟิงหยวนแวบหนึ่งก่อนจะยื่นปีกขวาไปแตะลูกบอลแสงสีดำอย่างเด็ดเดี่ยว
เสี่ยวจีรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปในห้วงอวกาศ รอบตัวมีพลังงานหลากหลายรูปแบบล่องลอยอยู่เต็มไปหมด ในขณะที่มันกำลังทำตัวไม่ถูก เสียงของเฟิงหยวนก็ดังขึ้นในใจ
"สัมผัสถึงพลังที่เธอต้องการ มันจะเป็นพลังหลักของเธอในอนาคต อย่าโลภ พลังแห่งสัตว์เทพมีได้แค่ชนิดเดียว เข้าไปใกล้พลังที่เธอสัมผัสได้ แล้วดูดซับมันซะ"
เสี่ยวจีรีบตั้งสมาธิสัมผัสพลังรอบตัว ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้าหาพลังที่คุ้นเคยสายหนึ่ง เฟิงหยวนเห็นพลังที่เสี่ยวจีเลือกแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้
"ทำไมถึงเลือกอันนั้นล่ะ? พลังนั้นสิ่งมีชีวิตทั่วไปน่าจะเกลียดไม่ใช่เหรอ?"
เห็นเสี่ยวจีกำลังทนทุกข์ทรมานจากการถูกพลังนั้นปรับเปลี่ยนร่างกาย เฟิงหยวนทำได้แค่มองดูอย่างจนใจโดยช่วยอะไรไม่ได้ ผ่านไปนานโข ในที่สุดเสี่ยวจีก็ดูดซับพลังนั้นจนหมด เฟิงหยวนลูบหัวเจ้าตัวเล็กที่ดูอ่อนแรงแล้วพูดว่า
"เอาล่ะ ตอนนี้เธอมีพื้นฐานที่จะเป็นสัตว์เทพแล้ว ฉันจะพาเธอกลับไปพักผ่อนก่อน พอหายดีแล้วค่อยทำสัญญากัน"
เสี่ยวจีส่ายหัวอย่างอ่อนแรง เฟิงหยวนไม่มีทางเลือกจึงต้องยื่นมือออกไปทำสัญญาสัตว์วิญญาณกับมัน พอเห็นเสี่ยวจีนอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุขในอ้อมกอด เฟิงหยวนก็ส่ายหน้าแล้วเดินกลับหอพัก
พอกลับมาถึงห้อง เฟิงหยวนวางเสี่ยวจีลงบนเตียง พอหันกลับมาก็เห็นอาหารกล่องวางอยู่บนโต๊ะ ชีเฉินที่กำลังทำความสะอาดอามู่อยู่เงยหน้าขึ้นมองแล้วบอกว่า
"เห็นนายไม่ไปโรงอาหาร สงสัยคงยังไม่ได้กินอะไร เลยซื้อข้าวเย็นมาฝาก"
"ขอบใจนะ~"
"นายหายไปไหนมา? ทำไมข้าวปลาไม่ยอมกิน"
เฟิงหยวนกินข้าวไปพลางตอบไปพลาง
"ไปทำสัญญากับเสี่ยวจีน่ะสิ จริงๆ เล้ย ทั้งที่ฉันฟักมันออกมาเองแท้ๆ ดันต่อต้านไม่อยากทำสัญญากับฉันซะงั้น"
"เสี่ยวจีคงกลัวจะเป็นตัวถ่วงนายมากกว่ามั้ง? นี่นายคงไม่ได้บังคับฝืนใจทำสัญญากับมันใช่ไหม?"
"เปล่าสักหน่อย กล่อมตั้งนานกว่าจะยอมตกลง"
"นายนี่ตื๊อเก่งจริงๆ ทำไมถึงยึดติดกับเสี่ยวจีขนาดนั้นนะ? เลือกสัตว์วิญญาณระดับดีไม่ดีกว่าเหรอ?"
"ไม่อะ ฉันใช้เวลาตั้งเกือบปีกว่าจะช่วยเสี่ยวจีกลับมาได้ ฉันก็ต้องอยากทำสัญญากับมันสิ"
"นายนี่นะ ไม่รู้จะพูดยังไงดี"
"งั้นก็ไม่ต้องพูดสิ"
ชีเฉินจนปัญญาจะเถียง เลยได้แต่เงียบแล้วหันไปเช็ดตัวให้อามู่ต่อ เฟิงหยวนมองอามู่แล้วถามขึ้นว่า
"นายคิดไว้หรือยังว่าจะให้อามู่วิวัฒนาการเป็นร่างไหน? ร่างงู? ต้นไม้ยักษ์? ดอกไม้ใบหญ้า หรือว่าพวกแปลกๆ?"
ชีเฉินปรายตามองเฟิงหยวนแล้วตอบไปเช็ดตัวอามู่ไป
"แล้วแต่บุญแต่กรรมเถอะ สัตว์วิญญาณระดับดั้งเดิมจะวิวัฒนาการเป็นอะไรใครจะไปรู้ คิดมากไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์"
อามู่ร้องรับอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกชีเฉินเช็ดตัวให้
เฟิงหยวนเดินเข้ามาจิ้มพุงกลมดึ๋งดั๋งของอามู่แล้วพูดว่า
"นายไม่รู้เหรอว่ามันชักนำได้? แค่ใช้ยาที่เหมาะสมบวกกับความตั้งใจของสัตว์วิญญาณ ก็กำหนดร่างวิวัฒนาการได้แล้ว"
"อย่าจิ้มอามู่มั่วซั่วสิ! ที่นายพูดถึงคือน้ำยาชักนำใช่ไหม? ของแบบนั้นเราจะมีปัญญาหามาได้ยังไง อย่าว่าแต่เราเลย ต่อให้เป็นจ้งหลิวเหยียน หรือเผยอวี่ พวกนั้นก็คงไม่มีเหมือนกันแหละ"
"ไม่แน่หรอกนะ สูตรยาพวกนั้นฉันมีครบเลยล่ะ~"
ชีเฉินมองเฟิงหยวนด้วยความประหลาดใจ
"นายไม่ได้โม้ใช่ไหม?"
"จะโม้ทำไมล่ะ ว่าไง? คิดออกยังว่าจะให้เป็นร่างไหน?"
"ใครจะไปคิดปุบปับได้เล่า แล้วน้ำยาของนายน่ะมีของร่างไหนบ้าง?"
เห็นชีเฉินมองมาอย่างคาดหวัง เฟิงหยวนก็กลับไปนั่งที่โต๊ะ กินข้าวต่อแล้วตอบว่า
"มีทุกร่างแหละ นายบอกมาสิว่าอยากให้อามู่วิวัฒนาการเป็นแบบไหน?"
"ฉัน..."
ชีเฉินลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจได้ แล้วมองหน้าเฟิงหยวน