เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 พ่อกับลูก

บทที่ 16 พ่อกับลูก

บทที่ 16 พ่อกับลูก


บทที่ 16 พ่อกับลูก

มาหลู่และเฒ่าหวังยืนอยู่ที่ทางเข้ารถไฟใต้ดินมาครบ 20 นาทีแล้ว แต่ยังขายเนื้อทอดไม่ได้สักชิ้นเดียว

ระหว่างนั้น ก็มีคนเดินเข้ามาดูบ้าง แต่พอได้ยินราคาแล้วก็เลิกคิดที่จะลองชิม และยังมีคนที่ถูกป้ายโฆษณา ซีฟู้ดราดซอสดึงดูดใจจากที่ไกลๆ แต่พอเดินเข้ามาใกล้ถึงได้รู้ว่าขายเนื้อทอด!

ปากบ่นว่า "โรคจิตอะไรเนี่ย ไม่เปลี่ยนป้ายใหม่สะบ้าง!" แล้วก็เดินจากไป

เห็นแก่เวลาผ่านไปเร็วแล้ว คนหน้าทางเข้ารถไฟใต้ดินคนก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่แผงขายสร้อยข้อมือลูกประคำของพี่ใหญ่ชาวเหอหนานยังมีคนแวะดู ส่วนแผงข้างๆที่ขายไส้กรอกย่าง ข้าวเหนียวย่าง และโร่วเจียหมัวเนื้อ(แฮมเบอร์เกอร์จีน) ก็พอมีคนบ้าง

แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เขาเหล่านั้นก็ทำธุรกิจไปได้ 7-8 รายการแล้ว ส่วนฝั่งมาหลู่กลับยังไม่เปิดกิจการสักที!

พี่ใหญ่ชาวเหอหนาน ใจดีเดินมาช่วยคิดแผนการอีกครั้ง เขาแนะนำว่า "พวกนายเปิดร้านครั้งแรกใช่มั้ย ตอนที่ไม่มีอะไรทำ มือก็ต้องเคลื่อนไหวบ้าง แสร้งทำเป็นว่ายุ่ง แบบนี้จะดึงดูดลูกค้าได้ง่ายกว่า"

เห็นเฒ่าหวังหยิบกระทะใส่น้ำมันขึ้นมา โบกไปโบกมา! เขาก็เหงื่อแตกด้วยความตกใจ รีบเสริมว่า

"ก็ไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนั้น แค่เช็ดเตา หยิบช้อนอะไรแบบนั้นก็พอ อืม…ดีที่สุดคือทอดชิ้นหนึ่งไว้โชว์ ให้คนอื่นได้มีตัวอย่างให้ดู"

"มีเหตุผล!" มาหลู่ชูนิ้วโป้งขึ้น

"พี่เข้าใจดีจริงๆ เคยขายอาหารไหมครับ?"

"ไม่ๆ ฉันขายสร้อยข้อมือที่นี่มาตลอด เห็นมาเยอะแล้วก็ค่อยๆเข้าใจ จริงๆแล้วสิ่งสำคัญที่สุด คือต้องทำให้อร่อย คนถึงจะยอมจ่ายเงิน แล้วก็..." พี่ใหญ่ชาวเหอหนานพูดไม่จบ

"ไม่เป็นไรครับ พี่พูดมาได้เลย พวกเราก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ กำลังต้องการเรียนรู้"

"งั้นฉันขอพูดตรงๆนะ ราคาที่พวกนายตั้ง ฉันว่าสูงไปหน่อย 18 หยวน ซื้อไก่ย่างทั้งตัวได้แล้ว! หลายคนเห็นราคานี้ แค่ชิมก็ยังไม่อยากจะชิม ตอนเริ่มต้นควรลดกำไรนิดหน่อย เอาธุรกิจให้มันไปรอดก่อน"

มาหลู่เองก็รู้สึกว่า 18 หยวนแพงไปหน่อย แต่คิดดูแล้วนี่ทำจากวัตถุดิบ 2 ดาว และเป็นวัตถุดิบ 2 ดาวที่จักรวาลนี้หากินไม่ได้ ก็รู้สึกว่าราคานี้ยังสมเหตุสมผลแล้ว อีกอย่างจากปฏิกิริยาของหยางน้อยที่ผ่านมา ก็เห็นได้ว่า 18 หยวน ไม่ใช่ราคาที่ไม่มีใครยอมจ่าย!

สำคัญคือ ต้องให้ทุกคนรู้จักรสชาติอันอร่อยของเนื้อหมาป่าทอดก่อน

มาหลู่ยังคิดอยู่ว่า ควรใช้กลยุทธ์อะไรในการดึงดูดลูกค้า ข้างๆหูก็ได้ยินเสียงหนึ่งพูดว่า "เอาเนื้อทอดให้ 1 ชิ้นครับ เจ้าของร้าน"

คนพูดเป็นชายใส่แว่นตา ดูสุภาพเรียบร้อย ข้างๆตัวยังมีเด็กชายอายุประมาณ 8-9 ขวบเดินตามมาด้วย น่าจะเป็นลูกชายของเขา

พอออกจากทางเข้ารถไฟใต้ดิน เด็กก็เริ่มเอะอะขอกินไส้กรอกย่าง ชายใส่แว่นไม่ยอม ลูกเขาก็นั่งยองๆลงไม่ยอมลุกขึ้น

ท้ายที่สุด ทำอะไรไม่ได้ ชายใส่แว่นจึงจำใจพาลูกมาหน้าแผงขายไส้กรอกย่าง แต่เห็นน้ำมันสีน้ำตาลเข้มในกระทะแล้ว ก็รีบดึงลูกชายเดินหนี

หลังจากนั้นพวกเขาดูแผงขายอาหารไปหลายแผง กว่าจะมาหยุดตรงหน้ารถสามล้อของมาหลู่

"ได้เลยครับ 18 หยวนชิ้นหนึ่ง"

ได้ยินราคา ชายใส่แว่นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มาหลู่รีบอธิบายเสริม "พวกเราใช้เนื้อจากทะเลทรายเกรดพิเศษเลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่มีฮอร์โมน ปล่อยเลี้ยงแบบอิสระ ฆ่าสดใหม่ ขนส่งทางอากาศ วัตถุดิบดีจึงถึงขายแพง"

ชายใส่แว่นลังเล แต่ก็เอามือถือออกมาสแกนจ่ายเงิน

เฒ่าหวังก็นำเนื้อลงกระทะทอด รอจนทั้งสองด้านทอดจนสีเหลืองสวย เขาเอาถุงกระดาษใส่โรตีมาใบหนึ่ง ใส่ผักกะหล่ำปลีซอยลงไป หยิบเนื้อทอดออกมา กำลังจะราดซอสแต่ถูกชายคนที่สวมแว่นห้ามไว้

"นั่นคือซอสอะไร?"

"น้ำมะนาวกับซอสมะเขือเทศ ล้วนเป็นของจากธรรมชาติ ไม่มีสารเติมแต่ง ทำเองครับ" มาหลู่ตอบ

"อืม" สีหน้าของชายใส่แว่น ค่อยๆผ่อนคลายลง

เด็กชายที่ตอนแรกยังเอะอะขอซื้อไส้กรอกย่าง แต่พอได้กลิ่นหอมของเนื้อทอดก็เริ่มเงียบ จ้องมองที่กระทะอย่างจริงจัง

"ระวังร้อนนะครับ" มาหลู่ส่งเนื้อทอดที่เพิ่งทำเสร็จให้คู่พ่อลูก มองดูพวกเขาเดินจากไป

แม้จะมาช้าหน่อย แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็ถือเป็นการทำธุรกิจรายการแรกหลังออกมาได้สำเร็จ แต่รายการที่สอง ไม่รู้จะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่

มาหลู่ดูเวลาในโทรศัพท์ ตอนนี้เป็นเวลา 12:13 น. เขาต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นจะพลาดช่วงเวลาทองของอาหารกลางวันเปล่าๆ

หลังจากตัดสินใจแล้ว เขาก็บอกเฒ่าหวังว่า "ทอดเนื้ออีก 4 ชิ้น เอาไว้โชว์บนชั้น 2 ชิ้น ส่วนอีก 2 ชิ้น หั่นเป็นชิ้นเล็กๆเอาไว้ให้ลูกค้าชิม"

แม้การลดราคาจะเป็นทางออกที่ง่ายและได้ผลที่สุด แต่หากไม่จำเป็นจริงๆ มาหลู่ไม่อยากเดินเส้นทางนี้

ด้วยค่าความอร่อยที่สูงถึง 1 ดาวครึ่ง ของสูตรเนื้อหมาป่าทอด เพียงพอที่จะเอาชนะคู่แข่ง 99% ที่มีในตลาด สมควรกับราคาปัจจุบันอย่างยิ่ง อีกอย่างการเก็บวัตถุดิบแต่ละครั้งของเขา ต้องห่างกันอย่างน้อย 6 วัน

แม้ครั้งหน้าจะไปอีก ก็ไม่มีทางรับประกันได้ว่าเขาจะล่าเนื้อหมาป่าสองหัวกลับมาได้อีก ในฐานะร้านอาหารที่วางขายแบบจำกัดเวลา แน่นอนว่าจะขายถูกเกินไปไม่ได้!

มาหลู่เพิ่งเริ่มดำเนินการ ไม่คิดว่าลูกค้ารายที่สองจะเดินเข้ามาเอง และยังเป็นลูกค้าเก่าด้วย

ชายใส่แว่นสุภาพคนเดิม เดินกลับมาจากฝั่งตรงข้าม สีหน้าเหนื่อยล้า พูดกับเขาว่า

"เอาเนื้อทอดให้อีกชิ้นหนึ่ง"

มาหลู่หันไปดูเด็กชายข้างหลังตัวเขา เจ้าตัวเล็กตอนนี้ก็กำลังหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าเปื้อนน้ำตา ดูเหมือนเพิ่งผ่านการสู้รบกันมา เครื่องแบบนักเรียนและกระเป๋าสะพายก็เปรอะเปื้อน คงนอนกลิ้งตัวบนพื้นนานไม่น้อย

ในใจก็แอบชื่นชมเด็กคนนี้ พร้อมกับพูดว่า "ครับ รอสักครู่นะ"

พอดีกับเฒ่าหวังทอดเนื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว ครั้งนี้ใช้เวลาแค่ 1 นาที เนื้อทอดก็พร้อมเสิร์ฟ

ชายใส่แว่นลังเล แล้วพูดว่า "เอา... เพิ่มอีกชิ้นหนึ่ง"

เขาไม่ค่อยมีความรู้สึกดีกับแผงลอยเหล่านี้ คิดว่าของที่พวกเขาขายรสชาติธรรมดา เทียบไม่ได้กับร้านอาหาร หรือแม้แต่อาหารที่ทำเอง อีกทั้งสุขอนามัยก็น่ากังวล วัตถุดิบยิ่งไม่รู้ใช้เทคโนโลยีอะไรและวิธีการกลอุบายซ่อนเร้นอะไรบ้าง

แต่ลูกชาย เอะอะโวยวายขอกินอีก เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เหตุผลที่เลือกแผงของมาหลู่นั้นก็เพราะ เห็นน้ำมันในกระทะที่ยังดูเหลืองใสพอใช้ได้

ส่วนเรื่องราคา เขาก็รู้สึกว่าแพงไปหน่อย เนื้อทะเลทรายเลี้ยงแบบธรรมชาติอะไรกัน ฟังแล้วก็เหลือเชื่อ แต่วัตถุดิบของร้านนี้อาจจะดีกว่าร้านอื่นจริงๆ เมื่อเทียบกับสุขภาพของลูกชาย ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อยนี้ เขายังพอรับได้

ชายใส่แว่น ตอนแรกหวังจะเอาเนื้อทอดนี้ไปอุดปากลูก หลังจากนั้นก็จะได้กลับบ้านอย่างสงบสุข แต่ไม่คิดว่าเดินไปได้ไม่ไกลลูกชายจะกินเนื้อทอดอย่างหิวโหย เคี้ยวเสียงดังกรอบแกรบ กินจนหมดภายในเวลาไม่นาน

แล้วไม่รู้เป็นเพราะเพิ่งได้รับพลังงานหรือเปล่า ก็เริ่มอาละวาดรอบใหม่ นอนกลิ้งบนพื้น แหกปากร้องไห้ เอาแต่บอกว่า ต้องกินอีกชิ้นหนึ่ง!

คนที่ไม่เคยเลี้ยงลูกอาจไม่เข้าใจความรู้สึกสิ้นหวังนี้ ทุกครั้งที่รับส่งลูกไปโรงเรียน เขารู้สึกเหมือนที่อยู่ข้างตัวไม่ใช่คน แต่เป็นหมีหิวโหย!

แถมยังเป็นหมีตัวอ้วนตุ๊บ! ที่ชอบเปิดสกิลเล่นใหญ่โต จะโกรธแค้นเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วก็ปล่อยพลังไปรอบทิศ!

แม้เขาจะพยายามสู้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นพ่อ แต่คน... ย่อมเอาชนะหมีไม่ได้!

อีกอย่างหลังจากต่อสู้กันสักพัก เขาก็เหนื่อย เห็นลูกชายกินอย่างเอร็ดอร่อย กลับเกิดความคิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ว่าอยากลองชิมดูบ้าง!!!

--------------------------------

ฝากติดตาม สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ

หากพบคำผิด แจ้งได้เลย

จบบทที่ บทที่ 16 พ่อกับลูก

คัดลอกลิงก์แล้ว