- หน้าแรก
- ร้านอาหารจักรวาลอินฟินิตี้
- บทที่ 1 ชาร์จไฟ
บทที่ 1 ชาร์จไฟ
บทที่ 1 ชาร์จไฟ
บทที่ 1 ชาร์จไฟ
"คุณบอกว่า สิ่งนี้สามารถส่งฉันไปยังจักรวาลอื่นได้เหรอ"
มาหลู่จ้องมองไข่สีขาวในมือของเขาอย่างระมัดระวัง แต่กลับมองไม่เห็นความแตกต่างใดๆ ระหว่างมันกับไข่ไก่ธรรมดา
ขนาดและน้ำหนักที่เหมือนกัน เปลือกที่มีประกายเหมือนกัน สัมผัสที่ขรุขระเล็กน้อยเมื่อใช้มือสัมผัส และเมื่อส่องแสงแดด ยังมองเห็นแสงที่ทะลุผ่านมาจากอีกด้านได้อย่างรางๆ
"ไข่แมลง ไม่สามารถพาคุณไปยังจักรวาลอื่นโดยตรงได้ มันเหมือนกับการจำลองเงาของคุณไปที่นั่นมากกว่า" เฒ่าหวังอธิบาย
"เมื่อหมดเวลาเงาจะหายไป และถ้าได้รับบาดเจ็บถึงชีวิตก็จะจบการเดินทางของคุณก่อนกำหนด"
"ฟังดูเหมือนกับการล็อกอินเข้าเกม ค่อนข้างปลอดภัยนะ แต่ถ้าของชิ้นนี้แตกล่ะ ยังใช้ต่อได้ไหม"
"ไข่แมลง เป็นหนึ่งในสสารที่แข็งแกร่งที่สุดในหลากหลายจักรวาล ในจักรวาลนี้ยังไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำร้ายมันได้"
"จริงเหรอ" มาหลู่เอาไข่ในมือไปเคาะโต๊ะ เปลือกไข่บุ๋มลงทันทีที่สัมผัสหน้าโต๊ะ แต่พอออกจากโต๊ะก็กลับคืนสู่สภาพเดิมทันที กลับมาเต็มอิ่มเหมือนเดิม
มาหลู่มองด้วยความประหลาดใจ ขณะที่เฒ่าหวังหยิบของอีกหลายอย่างออกมาจากใต้เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินของเขา
ได้แก่ กำไลสีส้ม มีดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ถุงพลาสติกขนาดกลาง และชิป 1 เหรียญ
…………
มาหลู่พบกับเฒ่าหวังในวันที่42 หลังจากพิธีจบการศึกษา วันนั้นเขาต้องไปสัมภาษณ์งานจึงต้องลุกจากเตียงแต่เช้า
แต่เมื่อไปถึงสถานที่สัมภาษณ์ กลับพบว่าที่นั่นวุ่นวายราวกับข้าวต้มเละ
นักลงทุนที่โกรธเคืองและพนักงานที่งุนงง ส่งเสียงพูดคุยจอแจราวกับนกกระจอกบนเสาไฟฟ้า
ยังมีคนในห้องการเงินส่งเสียงครวญคราง "ทำไม! ทำไมถึงเป็นแบบนี้! เงินไปไหนหมดแล้ว" และอื่นๆ
มาหลู่ดักทางพี่สาวคนหนึ่งที่อุ้มจอมอนิเตอร์ไว้ใต้รักแร้และถือถุงกระดาษ 2 ใบใหญ่ เดินออกมา อีกฝ่ายเฝ้าระวังจนกว่ามาหลู่จะอธิบายเหตุผลที่มาพบ เธอจึงผ่อนคลาย
"บริษัทไม่มีแล้ว เช้านี้เจ้านายแยกกลุ่มทำงานอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นไม่นานโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้เลย มีคนบอกว่าไอ้คนนั้นหนีออกนอกประเทศแล้ว ก่อนจะไปยังเอาเงินที่เหลือในบัญชีไปด้วย"
"เงินชดเชยคงไม่มีแน่นอน เงินเดือนที่ค้าง 2 เดือน ก็คงไม่ได้คืนมา ทุกคนก็แค่หยิบของกลับไปเท่าที่จะหยิบได้"
"เมื่อมาถึงแล้วก็อย่าเกรงใจ หยิบอะไรไปเป็นค่าเดินทางหน่อยก็ได้ ของที่มีค่าถูกแย่งไปหมดแล้วอยู่ดี" พี่สาวพูดอย่างใจกว้าง
ด้วยน้ำใจดี มาหลู่จึงหยิบต้นลิ้นมังกรที่วางอยู่มุมหนึ่งไปในที่สุด
ระหว่างนั้น ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนนักลงทุนวิ่งออกมาจากห้องการเงิน ตาแดง เอาแต่พล่านตะโกน "วางลง วางลงให้หมด นี่เป็นทรัพย์สินของบริษัท ห้ามใครแตะต้อง"
แต่เขายิ่งไม่โผล่หน้ายิ่งดีกว่า พอออกมาก็ถูกพนักงานที่โกรธเคืองล้อมรอบ ยังมีคนจับปกเสื้อเขาบังคับให้ใช้หนี้แทนเจ้านาย
ในออฟฟิศก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
มาหลู่อุ้มต้นลิ้นมังกรที่ใบเหลืองเล็กน้อยเดินออกจากตึกสำนักงาน ตั้งใจจะไปขึ้นรถไฟใต้ดิน
ระหว่างทาง เดินผ่านสวนสาธารณะเล็กๆ เห็นเด็กหนุ่มอายุ 16 - 17 ปี กลุ่มหนึ่งล้อมวงกัน พร้อมกับด่าทอและเตะต่อยอะไรบางอย่าง
มาหลู่เห็นแล้วอยากรู้จึงเข้าไปดู พบชายวัยกลางคนหัวล้านคนหนึ่ง นอนหลับตาขดตัวอยู่บนพื้น
"เกิดอะไรขึ้น"
"เขามาตอนเราเล่นบาส แอบจะขโมยเพาเวอร์แบงค์ของไฮจื่อ"
เด็กหนุ่มสูงกว่า 1.8 เมตร ที่กอดลูกบาสเกตบอลพูดอย่างดุดัน "ต้องให้เขาได้บทเรียน"
"ใช่! อาทิตย์นี้สนามบาสมีคนของหายบ่อยๆ ในที่สุดก็จับได้ คนนี้อวดดีเกินไป กลางวันแสกๆ ต่อหน้าเราเลยยังกล้าลงมือ นี่มันหยามกัน" มีคนเห็นด้วยพร้อมเตะชายคนนั้นเพิ่มอีก 2-3 ครั้ง
ชายคนนั้นไม่ต่อสู้กลับ แค่ขดตัวอยู่ในท่าแปลกๆ ทั้งสองมือกอดอก แต่กลับปล่อยให้เห็นใบหน้า
"รู้สึกว่าน่าจะเข้าใจผิด ฉันรู้จักคนนี้ เขาอยู่ชั้นล่างฉัน ตรงนี้มีปัญหาน่ะ!" มาหลู่ชี้ศีรษะของตัวเอง
"จริงเหรอ คุณไม่ใช่พวกเดียวกันกับเขาใช่ไหม" เด็กหนุ่ม 1.8 เมตร มองมาหลู่อย่างสงสัย
"คนที่สมองปกติ จะใส่เสื้อแจ็คเก็ตในอุณหภูมิ 38 องศากันเหรอ?" มาหลู่พูดขณะดึงเสื้อเชิ้ตระบายอากาศ
"เรื่องของเขานี่คนในชุมชนเรารู้กันหลายคน เดิมเขาเป็นโปรแกรมเมอร์ ช่วงอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูก็ทำเงินได้ซักหน่อย แต่หลังจากนั้นพ่อแม่เขาตายจากอุบัติเหตุ เขาเล่นหุ้นไม่เพียงเอาเงินที่หามาได้ไปเสียหมด แถมยังเป็นหนี้อีกตั้งเยอะ เมียก็หนีไปกับคนอื่น ลูกตรวจแล้วก็ไม่ใช่สายเลือดของเขา เขารับไม่ได้ก็เลยเป็นบ้าไป ตอนนี้อยู่กับคุณยายอายุ 80 กว่า แค่สองคน แต่คุณยายแก่แล้วดูแลเขาไม่ไหว บางทีเขาก็เลยวิ่งหลุดออกมาข้างนอก"
"แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ" เด็กหนุ่ม 1.8 เมตร ตกใจ
เด็กหนุ่มคนอื่นๆ ก็หยุดมือ มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
มาหลู่เปลี่ยนมือกอดกระถางต้นไม้
"ฉันไม่ใช่พวกเดียวกับเขา ฉันทำงานแถวนี้ ชั้น 12 ตึกเอนไฟรัส บริษัทเทคโนโลยีดาวอังคาร เคยได้ยินไหม"
พวกเขาหันมองหน้ากัน เด็กหนุ่ม 1.8 เมตร พูด "แม่งซวยจริง! ช่างเหอะ! ไม่จำเป็นต้องไปคิดมากกับคนบ้า กลับไปเล่นบาสกันดีกว่า"
รอจนพวกเขาเดินไปไกลแล้ว มาหลู่จึงพูดกับชายที่นอนอยู่บนพื้น "เฮ้ย เป็นไรไหม"
ชายคนนั้นลืมตาแล้วส่ายหัว
"คุณยังจำได้ไหมว่าบ้านอยู่ที่ไหน หรือเบอร์ญาติ ฉันจะโทรให้"
"ขอบคุณ เซกเตอร์ของฉันเสียหายมาก สูญเสียข้อมูลจำนวนมาก" ถ้อยคำของชายคนนั้นแปลกมาก
"เอ่อ" มาหลู่ได้ยินแล้วไม่ค่อยแปลกใจ
แม้เขาจะโกหกเด็กพวกนั้นไปเยอะ แต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่ได้โกหก นั่นคือชายหัวล้านตรงหน้า สมองและจิตใจผิดปกติจริง! ถ้าไม่เห็นประเด็นนี้มาหลู่ก็คงไม่มาช่วย
"ไปเถอะ เราไปโรงพักกันก่อน ดูว่าตำรวจช่วยกู้คืนข้อมูลให้ได้ไหม" มาหลู่พูดตามเขา
ชายคนนั้นส่ายหัวอีกครั้ง "ตามกฎข้อที่หนึ่งของ 'คู่มือการท่องเที่ยวหลากหลายจักรวาล' นักท่องเที่ยวต้องดูแลไม่ให้อารยธรรมนอกสมาพันธ์ใหญ่รู้จักตัวตน ฉันควรจะสิ้นสุดการสื่อสารครั้งนี้ทันที"
"แต่คุณกำลังมีปัญหานี่" มาหลู่พูด
"ถ้าไม่แก้ไขอาจจะเกิดปัญหาใหญ่กว่านี้ ตอนนั้นคุณอยากไม่ให้คนสังเกตเห็น ก็ยากแล้ว"
ชายคนนั้นได้ยินแล้วลังเล สักพักจึงพูดสองคำ "ชาร์จไฟ"
"ชาร์จไฟ"
"ฉันต้องชาร์จไฟ"
"อ๋อ คุณหมายถึงโทรศัพท์เหรอ ไม่แปลกที่ต้องไปขโมยเพาเวอร์แบงค์ เพราะโทรศัพท์แบตหมด นี่ จะใช้ของฉันไหม"
มาหลู่ยื่นโทรศัพท์ให้
ชายคนนั้นคว้าโทรศัพท์ แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่วินาทีก็คืนให้ "ไม่พอ"
"อะไรไม่พอ" มาหลู่รับโทรศัพท์อย่างประหลาดใจ ที่โทรศัพท์ที่เพิ่งมีแบตเตอรี่ 40% ตอนนี้แบตหมด หน้าจอดับสนิท กดปุ่มไหนก็ไม่มีปฏิกิริยา
"แปลกจริงๆ ทำไมถึงแบตหมดกะทันหันล่ะ" มาหลู่ตรวจสอบโทรศัพท์ พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าชายคนนั้นเดินไปหาเสาไฟแรงสูงใกล้ๆ
มาหลู่รีบจับเสื้อแจ็คเก็ตของเขา "อย่าคิด! เอาแบบนี้ดีกว่า ฉันพาคุณไปที่ที่ชาร์จแบตได้ เผอิญว่าโทรศัพท์ฉันก็แบตหมดด้วย"
5 นาทีต่อมา มาหลู่พาชายคนนั้นเข้าร้านกาแฟริมถนน สั่งน้ำมะนาว 2 แก้วที่ถูกที่สุด แล้วขอหัวชาร์จจากพนักงาน
มาหลู่วางต้นลิ้นมังกรตรงกลางโต๊ะ มองผ่านใบไม้ใบใหญ่ของต้นลิ้นมังกร เขาเห็นสายโลหะเงาวาว 3 เส้น โผล่ออกมาจากใต้เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินของเฒ่าหวัง
สายโลหะทั้ง 3 เส้น ราวกับมีชีวิต ตอนแรกแค่แอบโผล่ครึ่งหัวออกมา มองซ้ายมองขวาอย่างแอบๆ ดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครในร้านกาแฟมองมาทางนี้ แล้วจึงบิดตัวคล่องแคล่วไถลลงไปใต้โต๊ะ หาจังหวะเสียบเข้าเต้าเสียบ 3 รู ตรงมุมผนัง
วินาทีต่อมา
โคมไฟที่ห้อยบนเพดานของร้านกาแฟ เริ่มกะพริบอย่างรวดเร็ว สว่างมืดสลับกัน
เครื่องใช้ไฟฟ้าในร้านก็ส่งเสียงแหลมแจ้งเตือน "บี๊บ! บี๊บ! บี๊บ!" หน้าจอแอลซีดีขึ้นข้อความแสดงข้อผิดพลาดไม่หยุด เหมือนการแสดงดนตรีที่ตลกและบ้าระห่ำ
ฉากแปลกๆนี้ ดำเนินต่อไปราว 10กว่าวินาที จนกว่าจะได้ยินเสียง "แป๊ก" จากตู้ไฟหลัก โลกจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
--------------------------------
ฝากติดตาม สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ
หากพบคำผิด แจ้งได้เลย