เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ลูกผู้ชายเลือดร้อน

บทที่ 9 - ลูกผู้ชายเลือดร้อน

บทที่ 9 - ลูกผู้ชายเลือดร้อน


บทที่ 9 - ลูกผู้ชายเลือดร้อน

“หมิ่นฮุ่ย มันคงไม่ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องถามตารางเรียนมาตีสนิทเธอหรอกนะ”

“ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานมันเพิ่งโดนรุ่นพี่ทิ้ง คงไปทำเรื่องเสื่อมเสียข้างนอกมาจนโดนจับได้แน่ๆ คนประเภทนี้พวกเธออยู่ให้ห่างไว้ดีที่สุด”

หลี่จานเผิงนั่งลงข้างๆ ฝางหมิ่นฮุ่ย พลางบ่นกระปอดกระแปด

ฝางหมิ่นฮุ่ยขมวดคิ้วเรียวสวย เริ่มรู้สึกไม่พอใจนิดๆ

หลี่จานเผิงไม่ทันสังเกตสีหน้าของเธอ มองไปทางโต๊ะเสิ่นหยวนแล้วพูดจาดูถูกต่อ

“แถมฉันยังได้ยินมาว่ามันปฏิเสธไม่ขอทุนการศึกษาด้วยนะ บ้านช่องก็เป็นแบบนั้นแล้ว ยังจะมาวางมาดผู้ดีตีนแดงอะไรอีก”

“คนแบบนี้ ไม่รู้จักแบ่งเบาภาระครอบครัวเอาซะเลย”

พูดจบ หลี่จานเผิงก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่มีใครรับมุกเลย พอหันกลับมาเห็นสีหน้าทะแม่งๆ ของฝางหมิ่นฮุ่ย ก็หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง

“อ้าว พวกเธอกินกันแล้วเหรอ? บอกแล้วไงว่ามื้อเช้าเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

เฉินหลิงที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะมองบน นัดกันไว้แปดโมงที่โรงอาหาร พ่อคุณเล่นลีลาลากยาวลงมาตอนแปดโมงสิบนาที

จะบ้าตาย มื้อเช้ามันจะกี่ตังค์กันเชียว

เมื่อวานเธอฟังฝางหมิ่นฮุ่ยบ่นให้ฟังว่า ตั๋วหนังรอบทุ่มครึ่ง จริงๆ กินข้าวข้างนอกก่อนแล้วค่อยไปดูยังทัน

แต่หลี่จานเผิงบอกต้องกลับหอไปเปลี่ยนชุด ลากยาวจนหกโมงครึ่งถึงจะลงมา แล้วยังมาพูดดีเข้าตัวว่าวันนี้กินโรงอาหารแก้ขัดไปก่อน วันหลังค่อยไปกินข้างนอก

มิน่าล่ะฝางหมิ่นฮุ่ยถึงดูหนังจบแล้วรีบกลับเลย

คนประเภทนี้ บ้านก็รวยแต่ดันขี้งกชะมัด

ดูอย่างเสิ่นหยวนสิ เอ่ยปากชวนทีก็ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับท็อป มื้อเดียวแพงกว่าตั๋วหนังของนายยี่สิบใบรวมกันอีก

ข้าวสักมื้อยังไม่กล้าเลี้ยง ยังจะริอ่านมาจีบสาว!

ฝางหมิ่นฮุ่ยเองก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ตอนแรกนึกว่าหลี่จานเผิงบ้านรวยแล้วจะใจป้ำ

แต่เดตแรกเมื่อวาน พ่อเจ้าประคุณดันพาเธอกินข้าวแกงโรงอาหาร

ประเด็นคืองกก็ส่วนงก แต่ดันชอบสร้างภาพว่าตัวเองป๋า

อีกด้านหนึ่ง เสิ่นหยวนกลับมาที่โต๊ะ เตรียมจะจัดการก๋วยเตี๋ยวที่เหลืออีกครึ่งชามให้หมด หวงไห่เป่าอดรนทนไม่ไหวต้องยื่นหน้าเข้ามาถามเสียงเบา

“พี่สาม เป็นไงบ้าง”

เสิ่นหยวนส่ายหน้า “ยังไม่ตอบตกลง”

“ฉันว่าแล้ว”

เฉาซุ่นจินทำหน้าเหมือนรู้ดีที่สุด “พี่สามไม่ใช่พี่สามคนเดิมแล้ว ฝางหมิ่นฮุ่ยก็ไม่ใช่ฝางหมิ่นฮุ่ยคนเดิมเหมือนกัน”

“พี่สาม เห็นนายจีบไม่ติดแบบนี้ ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยว่ะ”

หวงไห่เป่าตบไหล่เสิ่นหยวน

“สัส! เมื่อกี้มึงยังเชียร์กูอยู่เลยนะ!”

ถึงปากจะด่าไปแบบนั้น แต่ลึกๆ แล้วเสิ่นหยวนค่อนข้างมั่นใจ

ร้านซิงอี้ทำการตลาดออนไลน์เก่งมาก เป็นร้านดังที่ดาราชอบไปเช็กอิน

ผู้หญิงทั่วไปยากที่จะปฏิเสธร้านหรูดูแพงแบบนี้ได้ลง

พอขึ้นปีสาม ตารางเรียนก็ไม่แน่นเหมือนปีหนึ่งปีสอง วันนี้วันพฤหัสฯ มีเรียนแค่เช้าวิชาบ่ายวิชา

เวลาเรียนช่างน่าเบื่อหน่าย เสิ่นหยวนเช็กชื่อเสร็จก็ฟุบหลับคาโต๊ะ จนกระทั่งใกล้พักเที่ยง เขาถึงส่งไลน์หาฝางหมิ่นฮุ่ย

“เย็นนี้หกโมงครึ่งนะ รออยู่”

พร้อมกับแนบโลเคชันร้านซิงอี้ไปด้วย

ฝางหมิ่นฮุ่ยกำลังตั้งใจเรียน รู้สึกมือถือสั่น พอเปิดดูก็เห็นข้อความจากเสิ่นหยวน

เธอหันกลับไปมองเสิ่นหยวนที่นั่งอยู่หลังห้อง คิดในใจว่าฉันยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อย ตานี่ทึกทักเอาเองเฉยเลย

เธอลังเลใจนิดหน่อย ผู้ชายชวนครั้งแรกก็ยอมออกไปง่ายๆ แบบนี้จะดูใจง่ายไปไหมนะ

ขนาดหลี่จานเผิงยังต้องตามตื๊อตั้งหลายรอบกว่าเธอจะยอมตกลง

แต่อีกใจหนึ่ง โอกาสที่จะได้ไปเช็กอินร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูแบบนี้มันหายากจริงๆ

ฝางหมิ่นฮุ่ยกำลังสองจิตสองใจ เฉินหลิงที่นั่งข้างๆ ก็เห็นข้อความเหมือนกัน เลยศอกเข้าที่เอวบางๆ ของเพื่อนเบาๆ กระซิบยุ

“ร้านซิงอี้เชียวนะ ไม่ไปก็โง่แล้ว แค่ไปกินข้าวเฉยๆ เอง”

ฝางหมิ่นฮุ่ยทัดผมอย่างใช้ความคิด คิดไปคิดมาที่เพื่อนพูดก็ถูก แค่กินข้าวเอง อีกอย่างเสิ่นหยวนก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะจีบสักหน่อย

เธอหยิบมือถือขึ้นมา ส่งสติกเกอร์ “OK” กลับไป พร้อมข้อความกำกับ

“งั้นนายพาฉันไปด้วยนะ หกโมงเย็นเจอกันหน้ามอ”

เสิ่นหยวนส่งข้อความเสร็จก็หลับต่อ ตื่นมาอีกทีตอนต่อแถวซื้อข้าวเที่ยงถึงเพิ่งเห็นข้อความตอบกลับ

“ปลาติดเบ็ดแล้วจริงๆ ด้วย”

เสิ่นหยวนพึมพำยิ้มๆ หวงไห่เป่ายืนอยู่ข้างหลังได้ยินพอดีเลยถามงงๆ “เบ็ดอะไรวะ?”

“ไม่มีไร”

เสิ่นหยวนยิ้มเรียบๆ ยังไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเหล่าหวง จิตใจมันเปราะบาง ขืนรู้ความจริงคงรับดาเมจไม่ไหว

ห้าโมงห้าสิบนาทีตอนเย็น เสิ่นหยวนมายืนรอที่หน้าประตูมหาลัย เขาเรียกรถผ่านแอปไว้แล้ว ระบบแจ้งว่ารถจะมารับตอนหกโมงตรง

หกโมงตรงเป๊ะ ฝางหมิ่นฮุ่ยเดินนวยนาดเข้ามา เพื่อเดตคืนนี้ เธอจงใจเปลี่ยนชุดให้ดูเรียบร้อยขึ้น ท่อนล่างเป็นกระโปรงยาวทรงสอบสีครีม ท่อนบนเป็นเสื้อไหมพรมเข้ารูปสีอ่อน

เทียบกับลุคเปรี้ยวจี๊ดเมื่อเช้า ลุคนี้ดูเป็นกุลสตรีขึ้นมาหน่อย แต่ชุดที่รัดรูปก็ยังเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวนได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะสัดส่วนเอวกับสะโพกนั่น พระเจ้ายอดยาหยี!

เสิ่นหยวนมองจนใจเต้นโครมคราม สมกับเป็นเด็กนาฏศิลป์ หุ่นดีไร้ที่ติจริงๆ!

จังหวะนั้นรถที่เรียกไว้ก็มาถึงพอดี เสิ่นหยวนโบกมือเรียกเธอ “ขึ้นรถเถอะ”

“อื้ม”

ฝางหมิ่นฮุ่ยหน้าแดงระเรื่อ เดินตามเขาขึ้นไปนั่งเบาะหลัง

ลึกๆ แล้วเธอแอบคาดหวังและตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน ทั้งเพราะเป็นเดตแรกกับเสิ่นหยวน และเพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้ไปกินร้านหรูเบอร์นี้

ร้านซิงอี้จริงๆ แล้วร้านไม่ได้ใหญ่โต การตกแต่งก็ไม่ได้อลังการเว่อร์วัง มองผ่านๆ นึกว่าร้านซูชิทั่วไป

เสิ่นหยวนพาฝางหมิ่นฮุ่ยลงรถ เดินลัดเลาะตามซอยมาอีกสิบนาทีถึงจะเจอร้าน

พอถึงหน้าร้าน พนักงานต้อนรับในชุดกิโมโนก็เดินเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น “สวัสดีค่ะ จองไว้หรือเปล่าคะ”

“จองครับ เบอร์ลงท้าย 4115”

“คุณเสิ่นนี่เอง เชิญทางนี้ค่ะ”

พนักงานผายมือเชิญทั้งสองคนเข้าไปด้านใน

จริงๆ แล้วเสิ่นหยวนเป็นลูกค้าประจำร้านนี้ เมื่อก่อนพาโจวหว่านถิงมากินบ่อยๆ นานๆ ทีก็พาเหล่าหวงกับเหล่าเฉามาเปิดหูเปิดตาบ้าง

เขาถึงขั้นสมัครสมาชิกไว้ด้วย

ร้านนี้เป็นระบบจองล่วงหน้า รับลูกค้าจำนวนจำกัดต่อคืน ปกติต้องจองล่วงหน้า 3-5 วัน แต่สำหรับสมาชิกวีไอพีอย่างเสิ่นหยวน ถ้าต้องการก็สามารถลัดคิวได้เสมอ

“คุณเสิ่น เชิญนั่งค่ะ”

เข้ามาในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างอบอุ่น พนักงานสาวช่วยปูเบาะรองนั่งให้อย่างใส่ใจ แล้วยื่นไอแพดให้เสิ่นหยวน

“จะรับอะไรดีคะ หรือให้ทางเราแนะนำดี”

“แนะนำมาเลย ไม่ได้มานานแล้ว ไม่รู้มีเมนูอะไรใหม่บ้าง”

“ได้ค่ะ นอกจากซาชิมิที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์แล้ว ช่วงนี้เรามีตับห่านหน้าปลาไหลย่าง กับข้าวผัดเนื้อวากิวเข้ามาใหม่ค่ะ สนใจรับไหมคะ”

“จัดมาเลยครับ เอาปริมาณสำหรับสองคนนะ แล้วก็ขอซุปทะเลเห็ดมัตสึทาเกะคนละที่ด้วย”

“รับทราบค่ะ”

พนักงานสาวประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อมแล้วถอยหลังออกจากห้องไป พร้อมช่วยเลื่อนประตูปิดให้อย่างเบามือ

“บริการดีเยี่ยมจริงๆ”

ฝางหมิ่นฮุ่ยเปรยขึ้น สมกับเป็นร้านที่หัวละพันกว่า การบริการทำให้รู้สึกเหมือนเป็นแขกคนสำคัญจริงๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมากินร้านระดับนี้ ถือว่าได้เปิดโลกทัศน์ใหม่

“บริการก็งั้นๆ แหละ หลักๆ คือรสชาติโอเค เมื่อก่อนผมมาบ่อย”

เสิ่นหยวนพูดถ่อมตัว แต่ในใจแอบบ่น ร้านนี้สไตล์ญี่ปุ่นจ๋า ในห้องไม่มีเก้าอี้ ต้องนั่งขัดสมาธิหรือไม่ก็นั่งคุกเข่ากิน

ไม่เข้าใจว่าพวกยุ่นชอบกินข้าวท่านี้กันไปได้ยังไง

ปกติเสิ่นหยวนชอบนั่งหน้าบาร์ ดูเชฟทำไปกินไปมากกว่า

ถ้าไม่ใช่เพราะอยากสร้างบรรยากาศใกล้ชิด เขาไม่จองห้องส่วนตัวหรอก

เสิ่นหยวนนั่งขัดสมาธิ แล้วชี้ไปที่เบาะข้างๆ “นั่งสิ”

ฝางหมิ่นฮุ่ยใส่กระโปรงยาว นั่งขัดสมาธิไม่สะดวก เธอเลยต้องค่อยๆ รวบชายกระโปรงแล้วนั่งคุกเข่าลงช้าๆ

จากมุมมองของเสิ่นหยวน เห็นสะโพกกลมกลึงของฝางหมิ่นฮุ่ยได้เต็มตา ประเด็นคือท่านั่งแบบนี้ มันชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงชะมัด

เสิ่นหยวนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พูดตรงๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ออกกำลังกายบนเตียงก็ปาเข้าไปสองเดือนแล้ว

ตั้งแต่ตอนที่ยังคบกับโจวหว่านถิงโน่น

ความต้องการทางธรรมชาติผู้ชายทุกคนก็มีกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนอย่างเขาด้วยแล้ว

แต่เวลายังมาไม่ถึง ต้องใจเย็นไว้ เย็นไว้โยม...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - ลูกผู้ชายเลือดร้อน

คัดลอกลิงก์แล้ว