เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 วิถีเจ้าแคว้น

บทที่ 10 วิถีเจ้าแคว้น

บทที่ 10 วิถีเจ้าแคว้น


บทที่ 10 วิถีเจ้าแคว้น

เซินถังกัดเข้าไปอีกคำ เปรี้ยวจนหน้าตาแทบบิดเบี้ยวผิดรูป

"ถึงจะเปรี้ยวมาก วาจาสิทธิ์หนึ่งครั้งก็ได้แค่ลูกเดียว ผลผลิตต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่กินได้ก็บุญโขแล้ว"

'ของฟรีนี่นา จะเอาอะไรมาก'

นางวางแผนว่าจะสร้างออกมาเยอะๆ แล้วเอาไปทำบ๊วยดองเค็ม บ๊วยแช่อิ่ม หรือสุราบ๊วย ยังไงซะก็เป็นการลงทุนแบบจับเสือมือเปล่า ต่อให้ไม่รวยเละเทะ เลี้ยงตัวเองให้รอดย่อมไม่มีปัญหา

นางเลือกบ๊วยลูกใหญ่สีเขียวสดที่แค่มองก็เข็ดฟันอย่างตั้งใจลูกหนึ่ง ยื่นให้ฉีซ่าน

"อ่ะ ท่านฉีลองชิมดูสิ?"

ฉีซ่านไม่ได้ยื่นมือมารับในทันที เขาหลุบตามองบ๊วยเขียวในมือของอีกฝ่าย ก่อนจะเหลือบมองรอยยิ้มภาคภูมิใจแบบ 'จับหมาป่าอ้วนพีได้ด้วยมือเปล่า' บนใบหน้าของเซินถัง คิ้วของเขากระตุกอย่างแรง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ

'คุณชายน้อยผู้นี้รู้ตัวหรือไม่ว่า…' ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉีซ่านถึงถอนหายใจออกมา เขาใช้ชายแขนเสื้อเช็ดลวกๆ แล้วกัดลงไปหนึ่งคำ

เปรี้ยวจริง! ไม่ว่าจะสัมผัสหรือรสชาติ ล้วนเหมือนบ๊วยเขียวดิบๆ ทุกประการ

เห็นฉีซ่านเริ่มคุมสีหน้าไม่อยู่ เซินถังก็หัวเราะร่า "ถ้าสุกกว่านี้ รสชาติน่าจะดีกว่านี้ ไม่รู้ว่าจะมีวาจาสิทธิ์ที่สร้างสุราได้บ้างหรือไม่?

ถ้ามี หมักสุราบ๊วยเก็บไว้ รอหิมะตกในฤดูหนาว ไปนั่งชมวิวกลางทะเลสาบ ต้มชาจิบสุราแกล้มบ๊วย จะมีความสุขเพียงใดหนอ?"

ฉีซ่านมองเซินถังด้วยสายตาซับซ้อน เขาถอนหายใจ "หากเจ้าคิดว่าดี นั่นก็ดี หวังว่าวันหน้าเจ้าจะไม่เสียใจกับการกระทำวู่วามในวันนี้ก็แล้วกัน..."

เซินถังหยุดแทะบ๊วย ทำหน้างง "คำพูดของท่านฉีหมายความว่าอย่างไร... สร้างของกินออกมาได้ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ? เหตุใดข้าถึงจะเสียใจกันเล่า?"

"สำหรับผู้อื่นย่อมเป็นเรื่องดี แต่สำหรับเจ้า…อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป"

สายตาที่เขามองเซินถังเจือแววเสียดาย ราวกับอีกฝ่ายทำของวิเศษหล่นหายโดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่เซินถังจะซักไซ้ไล่เลียง เขาก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน "แน่นอน หากคุณชายเซินไม่มีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่อะไร ขอแค่มีข้าวกินอิ่มสองมื้อ มีบ้านคุ้มกะลาหัว นี่ก็นับเป็นเรื่องดีได้"

เซินถังเคี้ยวบ๊วย ภายนอกทำหน้า 'งงเต็ก' แต่ภายในใจขมวดคิ้วมุ่น พยายามคาดเดาเหตุผลที่ฉีซ่านพูดเช่นนั้น

นางลองหยั่งเชิงถาม "เกี่ยวกับแก่นปราชญ์ของข้าหรือ?"

ฉีซ่านประหลาดใจในความเฉียบแหลมของเซินถัง พยักหน้า "เกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง"

เซินถังทำท่าตั้งใจฟังเต็มที่ แต่ใครจะรู้ว่าฉีซ่านกลับไม่ให้ความร่วมมือ ไม่คิดจะอธิบายรายละเอียด

ก็จะให้เขาพูดอะไรล่ะ? บอกว่าตราลัญจกรแผ่นดินที่ตระกูลกงซ่อนไว้อาจจะอยู่ที่ตัวคุณชายเซินอย่างนั้นหรือ? ต่อให้เขาไม่สนใจตราลัญจกรแผ่นดิน แต่คุณชายเซินอาจไม่คิดเช่นนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็น แกล้งทำเป็นไม่รู้จะดีกว่า

ที่สำคัญที่สุดคือ เขาสงสัยว่าแก่นปราชญ์ของคุณชายเซินได้สื่อประสานกับตราลัญจกรแผ่นดิน และปลุก 'วิถีเจ้าแคว้น' ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

แก่นปราชญ์ แก่นยุทธ์ และตราลัญจกรแผ่นดิน มีความสัมพันธ์ที่พิเศษมาก ซึ่งตราลัญจกรแผ่นดินไม่เพียงปกปักรักษาดวงชะตาเมือง ป้องกันศัตรูภายนอก แต่ยังมีความสามารถสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ 'วิถีเจ้าแคว้น'

เจ้าแคว้นผู้ครอบครองแก่นปราชญ์หรือแก่นยุทธ์เมื่อถือตราลัญจกรแผ่นดิน จะมีโอกาสสื่อประสานกับมัน และได้รับความสามารถพิเศษแบบสุ่มตามจิตปรารถนา

สิ่งที่เจ้าแคว้นส่วนใหญ่เลือกมักจะเป็น 'การปกครอง' 'ความใกล้ชิดราษฎร' 'ฐานเสียงสนับสนุน' หรือแม้แต่ความสามารถในการเสริมพลังแก่นปราชญ์แก่นยุทธ์ให้ขุนนางใต้บังคับบัญชา ซึ่งสามารถใช้ดึงดูดผู้มีฝีมือมารับใช้ได้มากมาย

เขาไม่รู้แน่ชัดว่าวิถีเจ้าแคว้นของเซินถังคืออะไร แต่ต้องเกี่ยวข้องกับ 'การเกษตร' อย่างแน่นอน มิฉะนั้น จะสร้างบ๊วยเขียวออกมาได้อย่างไร?

เจ้าแคว้นที่มีพรสวรรค์ด้าน 'การเกษตร' แค่ฟังก็รู้แล้วว่าไม่มีอนาคต แต่ทว่า คุณชายเซินดูไม่มีความทะเยอทะยาน ขอแค่เอาตัวรอด ความสามารถนี้กลับเหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็ไม่อดตาย

เซินถังผู้ถูกความสงสัยเกาหัวใจยิกๆ 'เกลียดที่สุดคือพวกพูดครึ่งๆ กลางๆ ทิ้งปมให้คนอื่นเดาไปเรื่อย'

"ท่านไม่อยากลงรายละเอียด ย่อมมีเหตุผล ตามหลักแล้วข้าไม่ควรซักไซ้ แต่ในเมื่อมันเกี่ยวกับตัวข้าเอง..." เซินถังใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก เลียบเคียงถาม "ข้าเดาว่า แก่นปราชญ์ของข้าผิดปกติใช่หรือไม่? อาการหนักหรือ... พอจะรักษาได้หรือไม่?"

ฉีซ่านตอบอย่างเด็ดขาด "ไม่ได้"

เท่าที่เขารู้ ตราลัญจกรแผ่นดินหนึ่งอัน สอดคล้องกับเจ้าแคว้นหนึ่งคน และ 'วิถีเจ้าแคว้น' หนึ่งอย่าง ซึ่งพรสวรรค์เช่นนี้ต้องใช้ตราลัญจกรแผ่นดินเป็นสื่อกลางในการสำแดง ยกเว้นกรณีเดียว นอกนั้นจะคงอยู่ถาวรตลอดชีวิต

กรณีไหน? --- ความตาย! ต้องตายเท่านั้นจึงจะเปลี่ยนได้!

ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ตราลัญจกรแผ่นดินในมือคุณชายเซินก็จะมีความสามารถเช่นนี้ตลอดไป แต่ข้อดีอย่างเดียวคือไม่ต้องกลัวอดตาย แต่หากคุณชายเซินมีความทะเยอทะยาน นั่นสิถึงจะน่าเวทนา

เริ่มต้นก็เสียเปรียบ พิการแต่กำเนิด ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพยัคฆ์ร้ายเหล่านั้นแม้แต่น้อย

เห็นสีหน้าเคร่งเครียดลงเรื่อยๆ ของฉีซ่าน เซินถังก็รู้สึกว่าบ๊วยในมือไม่อร่อยเสียแล้ว

'นาง--- ชะตาขาดแล้วหรือ?'

ชั่วขณะหนึ่ง ความคิดนับร้อยพันหมุนวนในหัวนาง หากฉีซ่านไม่เอ่ยเรียกสติ นางคงจินตนาการภาพตัวเองนอนป่วยร่อแร่เขียนพินัยกรรมไปแล้ว

"คุณชายเซิน นอกจากบ๊วยเขียวจาก 'มองบ๊วยแก้กระหาย' แล้ว เจ้ายังสร้าง

อย่างอื่นได้อีกหรือไม่?"

เซินถังส่ายหน้า "ไม่รู้สิ แต่ลองดูก็ได้"

ฉีซ่านหยิบม้วนคัมภีร์อีกม้วนออกมา ชี้ไปที่วาจาสิทธิ์ท่อนหนึ่งแล้วกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น เจ้าลองวาจาสิทธิ์บทนี้ดู"

เซินถังชะโงกหน้าเข้าไปดู พึมพำว่า "วาดรูปขนมเปี๊ยะบนพื้น มิอาจกินได้?"

"วาจาสิทธิ์บทนี้คล้ายคลึงกับ 'มองบ๊วยแก้กระหาย' " ในเมื่อ 'มองบ๊วยแก้กระหาย' สร้างบ๊วยได้ วาจาสิทธิ์บทนี้ก็อาจจะสร้างขนมเปี๊ยะแผ่นใหญ่ได้

เซินถังแย้งว่า "แต่มันบอกว่า 'มิอาจกินได้' แล้วขนมเปี๊ยะที่วาดออกมาจะกินได้อย่างไร? สู้ย่อเหลือแค่ 'วาดขนมเปี๊ยะประทังหิว' ไม่ดีกว่าหรือ?"

ขนมเปี๊ยะอยู่ท้องกว่าบ๊วยเขียว ซึ่งบ๊วยเขียวสดก็จริง แต่ลูกเล็กแถมเปรี้ยว กระเพาะเหล็กของเซินถังยังไม่กล้ากินเยอะเกินไป เมื่อครู่แทะไปยี่สิบกว่าลูก เหงือกก็เปรี้ยวจนชาไปหมดแล้ว

ทว่าลองไปสิบกว่ารอบก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางเริ่มท้อแท้ หางตาเหลือบไปเห็นบันทึกวาจาสิทธิ์ยิบย่อยบนม้วนคัมภีร์เข้าโดยบังเอิญ ดวงตาพลันเป็นประกาย

นิ้วของนางเลื่อนไปหยุดที่ข้อความท่อนหนึ่ง "ท่านฉี เทียบกับการวาดขนมเปี๊ยะ ข้าว่าท่อนนี้น่าสนใจกว่า ชี้หินเป็นทอง ใช้ชดเชยภาษี!"

"ชี้หินเป็นทอง?" เขาเข้าใจเจตนาแอบแฝงของเซินถังได้ในทันที

"ใช่สิ ชี้หินเป็นทอง! ทองคำก้อนเล็กๆ ซื้อบ๊วยซื้อขนมเปี๊ยะได้กี่ชั่ง? วัดกันที่มูลค่า วาจาสิทธิ์บทนี้ย่อมสูงกว่า มิหนำซ้ำ ยังมี 'วิมานทองขังใจสาวงาม' อีก ก็จัดไปอย่าให้เสีย แต่ไม่รู้ว่าจะสร้างได้ 'วิมานทอง' หรือ 'สาวงาม' แต่ถ้าเป็น 'สาวงาม' สาวงามนั้นจะเป็นหญิงหรือชาย งดงามหรือดูไม่ได้..."

ฉีซ่านมองเซินถังด้วยสายตาราวกับมองคนบ้าเพ้อฝันกลางวันแสกๆ 'อายุน้อยแค่นี้ ฝันหวานเชียวนะ'

"ถ้าเจ้าไม่กลัวตายคาที่ จะลองดูก็ได้"

เซินถัง "???"

ฉีซ่านยิ้มเยาะ "คุณค่าและผลลัพธ์ของวาจาสิทธิ์ ขึ้นอยู่กับการเผาผลาญแก่นปราชญ์ แก่นปราชญ์ยิ่งแกร่ง การเผาผลาญยิ่งมาก อานุภาพวาจาสิทธิ์ยิ่งรุนแรง"

"หากฝืนใช้วาจาสิทธิ์ที่เกินขีดความสามารถ ล้มเหลวยังพอว่า อย่างมากก็แค่อ่อนเพลียไปพักหนึ่ง แต่ถ้าสำเร็จ ผู้ใช้จะต้องถูกพลังตีกลับอย่างแน่นอน เช่น อายุขัยสั้นลง ตายตั้งแต่วัยหนุ่มสาว โรคภัยรุมเร้า นอนติดเตียง หรือบางคนถึงขั้นเลือดออกทวารทั้งเจ็ด ตายคาที่"

"ตั้งแต่โบราณกาลมา โศกนาฏกรรมเช่นนี้มีให้เห็นถมเถ คุณชายเซินอย่าได้เห็นแก่ความอยากรู้อยากเห็นหรือความโลภชั่ววูบจนต้องเดินตามรอยพวกเขาล่ะ"

บ๊วยหนึ่งลูก ขนมเปี๊ยะหนึ่งแผ่น จะมีค่าเทียบเท่าทองคำหยกได้อย่างไร?

ทุกสิ่งล้วนต้องจ่ายค่าตอบแทน

จบบทที่ บทที่ 10 วิถีเจ้าแคว้น

คัดลอกลิงก์แล้ว