- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 93 - เจ๊หรงคนจริง โหดจัดจบปิ๊ง
บทที่ 93 - เจ๊หรงคนจริง โหดจัดจบปิ๊ง
บทที่ 93 - เจ๊หรงคนจริง โหดจัดจบปิ๊ง
บทที่ 93 - เจ๊หรงคนจริง โหดจัดจบปิ๊ง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ชายคนนั้นเพียงแค่ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วหลับตาลงต่อ ส่วนยายแก่คนนั้นยิ่งไม่สนใจเธอเลย
หรงเยียนเห็นท่าทีของพวกเขาก็รู้ทันทีว่าคนพวกนี้กะจะยึดที่นั่งของพวกเธอแบบหน้าด้านๆ แน่นอน
เธอเอ่ยปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พวกคุณนั่งทับที่ของฉันอยู่ รบกวนช่วยลุกออกไปหน่อยค่ะ"
ฉินอวี่จ้องจนตาแทบจะถลนออกมาด้วยความโกรธ แต่ชายคนนั้นตัวใหญ่บึ้ก เขาเลยไม่กล้าเข้าไปดึง
ตัวเขาเองน่ะไม่เป็นไร โดนทุบสักทีสองทีก็ไม่สะเทือน แต่พี่สะใภ้จะโดนไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นเขาเลยทำได้แค่ส่งสายตาอาฆาตใส่คนที่มาแย่งที่นั่ง
ผู้คนในตู้โดยสารเริ่มหันมามอง ก่อนหน้านี้ตอนหรงเยียนเดินผ่านมาพวกเขาก็สังเกตเห็นเธอแล้ว
หลักๆ ก็เพราะหน้าตาที่สะสวยโดดเด่นนั่นแหละ
ตอนนี้ไม่นึกเลยว่าจะมามีเรื่องกับผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนั้น
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสองคนพี่น้องนี่ต้องเสียเปรียบแน่นอน
ชายร่างยักษ์ลืมตาขึ้น เขาถลึงตาใส่หรงเยียน "จะโวยวายหาอะไร พวกข้าก็ซื้อตั๋วมาเหมือนกัน ตอนที่พี่ชายคนนี้ยังอารมณ์ดีๆ รีบไสหัวไปซะ"
ตอนนั้นเอง ยายแก่ที่นั่งข้างๆ ก็เริ่มเปิดปาก "นั่นสิ พวกข้าจะนั่งตรงนี้ เอ็งจะทำไม"
ตอนขึ้นรถไฟมามันเหลือแต่ตั๋วยืน แถมเดินหาที่ว่างมาตั้งหลายตู้ก็ไม่เจอ ต้องนั่งพื้นทนเมื่อยมาตั้งวันหนึ่งเต็มๆ
รอบนี้พอมีคนลงรถไฟ อุตส่าห์ได้ที่นั่งสบายๆ แล้ว ให้ตายยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางลุกให้ใครแน่
ยิ่งเป็นแค่นังหนูตัวเปราะบางแบบนี้ ฝันไปเถอะว่าจะยอมลุกให้
หรงเยียนแค่นเสียงหัวเราะ เธอเลิกคิ้วขึ้น "พวกคุณจะไม่ลุกจริงๆ ใช่ไหม"
"ไม่ลุก อย่ามาพล่ามให้น่ารำคาญแถวนี้นะ คนจะหลับจะนอน รีบไสหัวไป ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เกรงใจ" ชายร่างยักษ์ตะคอกเสียงดังฟังชัด
พูดจบเขาก็เบ่งกล้ามโชว์กำปั้นข่มขวัญไปหนึ่งที
แววตาของยายแก่ฉายแววลำพองใจ ลูกชายของนางแรงเยอะเป็นที่หนึ่ง แถมตัวสูงใหญ่ขนาดนี้ มีหรือจะขู่แม่สาวน้อยคนนี้ไม่ได้
นางเตรียมจะหลับตาลงนอนอย่างสบายใจเฉิบ
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าแม่สาวน้อยคงจะต้องยืนร้องไห้น้ำตาซึมแล้วเดินจากไป
กลับเห็นหญิงสาวที่ดูบอบบางราวกับโดนลมพัดก็ปลิวคนนั้น... หันไปพูดกับเด็กชายตัวเล็กว่า "ยืนห่างๆ หน่อย"
แล้วภาพที่เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น
แม่สาวน้อยที่ดูอ้อนแอ้นคนนั้น... โยนสัมภาระในมือทิ้งไปด้านข้างอย่างป่าเถื่อน แล้วคว้าหมับเข้าที่ผมของชายร่างยักษ์ ออกแรงกระชากวูบเดียว ก็ลากตัวผู้ชายคนนั้นหลุดออกมาจากที่นั่งได้หน้าตาเฉย
แค่นั้นยังไม่พอ เธอยังถีบเขาจนล้มคว่ำคะมำ แล้วกระทืบเท้าลงไปบนหลังมือของเขาเต็มแรง
ความเจ็บปวดทำให้ชายคนนั้นแหกปากร้องลั่น
ทุกคน...
นี่มันผิดคิวหรือเปล่า
ยายแก่เองก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า นางนึกไม่ถึงว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง จะโดนนังแพศยานี่เหยียบจมดินได้ง่ายๆ
พอมารู้สึกตัวอีกที นางก็รีบลุกขึ้นเตรียมจะกระโจนใส่หรงเยียน หมายมั่นปั้นมือว่าจะข่วนหน้าสวยๆ นั่นให้เสียโฉม
แต่หรงเยียนหรือจะเปิดโอกาสให้นาง สองมือที่ว่างอยู่คว้าตัวนางไว้ได้ทันที
แล้วผลักตูมเดียว ส่งร่างยายแก่ให้ล้มทับลูกชายของนางกลายเป็นกองภูเขามนุษย์
หรงเยียนยืนกอดอกมองลงมาจากมุมสูง สีหน้าเย็นชา แววตาแผ่รังสีอำมหิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเธอดูน่าเกรงขามจนน่าขนลุก
ริมฝีปากแดงสดขยับเอื้อนเอ่ย "ไสหัวไป"
แค่คำคำเดียว แต่ไม่รู้ทำไมสองแม่ลูกถึงหมดแรงจะต่อต้าน
จังหวะนั้นเอง ตำรวจรถไฟก็เดินเข้ามาพอดี "เกิดอะไรขึ้น"
สองแม่ลูกเตรียมจะฟ้องว่าหรงเยียนทำร้ายร่างกาย
แต่ฉินอวี่ไวกว่า "พวกมันแย่งที่นั่งพวกเรา แล้วยังจะตบพี่สะใภ้ผมด้วย"
ตำรวจมองดูหญิงสาวหน้าตาสะสวยดูบอบบาง แล้วหันไปมองสองแม่ลูกที่นอนทับกันอยู่บนพื้น
จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แต่ไอ้สองคนที่นอนกองกันอยู่บนพื้นนี่ดูอุจาดตาชะมัด "พวกคุณน่ะ ยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก"
ชายร่างยักษ์คงจะรู้ตัวว่าท่านอนนี้มันดูไม่ดี เลยรีบผลักแม่ตัวเองออกไปให้พ้นตัว
ตำรวจรถไฟจำหน้าหมอนี่ได้ทันที "พวกคุณอีกแล้วเหรอ ตั๋วที่พวกคุณถือมันตั๋วยืนไม่ใช่หรือไง แล้วมาแย่งที่นั่งคนอื่นทำไม"
ตอนขึ้นรถไฟก็แอบขึ้นมา พอเขาตรวจเจอก็ให้ซื้อตั๋วยืน
ผลสุดท้ายยังมาก่อเรื่องตรงนี้อีก
หน้าของชายร่างยักษ์ชาวาบ "พวกข้าก็แค่ขอนั่งพักแป๊บเดียวเอง ก็กะว่าจะคืนที่ให้พวกเขาอยู่แล้ว แต่ว่า..."
เขาเปลี่ยนเรื่องทันควัน "เรื่องที่นังนี่มันตบผมกับแม่ยังไม่จบนะ ยังไงก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลมา..."
หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี ต้องเป็นคนมีเงินแน่นอน
"รู้ไหมว่าข้อหากรรโชกทรัพย์มีโทษยังไง" หรงเยียนถามหน้านิ่ง
เพื่อเงินแล้ว ชายร่างยักษ์ย่อมไม่ยอมถอยง่ายๆ เขายืดคอเถียง "กรรโชกทรัพย์อะไร ใครๆ ในตู้รถไฟก็เห็นกันทั้งนั้นว่าหล่อนลงไม้ลงมือกับพวกข้า แถมแม่ข้ายังนอนกองอยู่กับพื้นนั่น เห็นไหมว่าแม่ข้าเจ็บจนลุกไม่ขึ้นแล้ว"
ยายแก่ได้ยินลูกชายพูดเปิดทาง ก็รีบแหกปากร้องรับลูกคู่ทันที "โอ๊ย... กระดูกยายแก่คนนี้หักหมดแล้ว..."
ชายร่างยักษ์เห็นแม่ให้ความร่วมมือดีเยี่ยม ในใจก็กระหยิ่มยิ้มย่อง วันนี้ถ้าไม่ได้เงินจากนังนี่สักสิบหยวนแปดหยวน เขาจะยอมเป็นหมันเลยคอยดู
ตำรวจรถไฟหน้าดำคร่ำเครียด "พวกคุณเลิกก่อกวนได้แล้ว ขืนยังไม่หยุดจะจับไปขังเดี๋ยวนี้แหละ"
ชายร่างยักษ์คิดถึงแต่เงิน ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
"คุณตำรวจอย่ามาลำเอียงเข้าข้างนังนี่เพราะเห็นว่าสวยหน่อยเลย ผมกับแม่ถูกซ้อมจนลงไปนอนกับพื้น... นี่มันเรื่องจริงนะ ไม่ใช่แค่คนทั้งตู้เห็น คุณเองเมื่อกี้ก็เห็นไม่ใช่เรอะ ผมไม่สน ถ้าหล่อนไม่จ่ายเงิน ก็ไม่จบ แล้วที่นั่งนี่ก็ต้องให้เรานั่งด้วย เพราะแม่ข้าโดนหล่อนซ้อมจนเจ็บตัว"
ตำรวจรถไฟโกรธจนควันแทบออกหู
ขณะที่กำลังจะอ้าปากด่านั้นเอง ไม่คาดคิดว่าแม่สาวน้อยแสนสวยจะคว้ามือชายคนนั้นหมับ ไม่รู้ว่าเธอทำยังไง เห็นแค่ว่าแขนซ้ายของชายคนนั้นห้อยตกลงมา... แบบไร้เรี่ยวแรง...
รูม่านตาของตำรวจขยายกว้าง
วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายร่างยักษ์ที่เพิ่งจะทำปากเก่งเมื่อกี้ก็ดังลั่นไปทั่วตู้รถไฟ
"อ๊าก... มือข้า..."
ส่วนตัวต้นเรื่อง... มุมปากยกยิ้มเย็นยะเยือก
"เห็นหรือยัง แบบนี้ต่างหากถึงเรียกว่าทำร้ายร่างกาย ไหนบอกซิว่าเจ็บตรงไหนอีก ฉันจะได้ช่วยทำให้มันเจ็บจริงๆ สมใจ... เพราะฉันน่ะ ไม่ชอบเป็นแพะรับบาป ถ้าจะโดนกล่าวหา สู้ทำให้มันเป็นเรื่องจริงไปเลยดีกว่า"
ทุกคน...
ผู้หญิงคนนี้เป็นใครมาจากไหน
ทำไมถึงได้โหดขนาดนี้
อากาศหนาวเหน็บขนาดนี้ แต่ชายร่างยักษ์กลับเจ็บจนเหงื่อท่วมตัว
ส่วนยายแก่ที่นอนสำออยอยู่บนทางเดิน พอเห็นลูกชายร้องโอดโอยปานจะขาดใจ ก็รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างไว
"ลูกแม่ มือเอ็งเป็นอะไร"
"แม่... มือข้า... มือข้าโดนนังสารเลวนี่หักไปแล้ว..."
ชายร่างยักษ์ยังมีคำด่าอีกเพียบ แต่พอสบเข้ากับสายตาของหรงเยียน เขาก็เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ พูดอะไรไม่ออกสักคำ
จู่ๆ เขาก็เกิดกลัวผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ขึ้นมาจับใจ
เมื่อกี้เขายังไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามือกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
ยายแก่นึกถึงตัวต้นเหตุขึ้นมาได้ นางหันขวับเตรียมจะกระโจนเข้าใส่หรงเยียน...
หรงเยียนเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน "ถ้าไม่อยากให้มือลูกชายหายดี ก็ดาหน้าเข้ามาเลย"
ประโยคนั้นทำให้ยายแก่ชะงักฝีเท้ากึก เหมือนถูกแช่แข็งอยู่กับที่
[จบแล้ว]