- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 79 - นี่อาจจะไม่ใช่น้องชายผม น้องผมไม่วางยาพี่ตัวเองแบบนี้
บทที่ 79 - นี่อาจจะไม่ใช่น้องชายผม น้องผมไม่วางยาพี่ตัวเองแบบนี้
บทที่ 79 - นี่อาจจะไม่ใช่น้องชายผม น้องผมไม่วางยาพี่ตัวเองแบบนี้
บทที่ 79 - นี่อาจจะไม่ใช่น้องชายผม น้องผมไม่วางยาพี่ตัวเองแบบนี้
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ของพวกนี้ไม่ต้องขน ทิ้งไปให้หมด"
คำพูดของหรงเยียนทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของฉินอวี่ปูดโปน "....ของพวกนี้ยังใช้ได้อยู่นะครับ..."
เขารู้สึกว่าเสียงของตัวเองช่างเบาหวิว ไร้น้ำหนัก เลยหันไปหาพวก
หันไปมองพี่ชายบนเตียง "พี่ใหญ่ พี่ว่าจริงไหม? ของพวกนี้ยังใช้ต่อได้อีกตั้งหลายปีไม่ใช่เหรอ?"
เขาหารู้ไม่ว่าตอนนี้พี่ใหญ่ของเขาเชื่อฟังเมียทุกอย่าง
"พี่สะใภ้นายบอกไม่เอา ก็คือไม่เอา"
ฉินอวี่ช็อก: ...
พี่ครับ เป็นคนต้องมีจุดยืนสิครับ
แล้วอีกอย่าง พี่ลืมวันเวลาที่ยากลำบากพวกนั้นไปแล้วเหรอ?
พี่จะมาทำตัวลอยชายเพราะเพิ่งจะมีกินมีใช้แค่สองวันไม่ได้นะ
"เชื่อพี่สะใภ้ค่ะ" ฉินเหมยก็เลือกข้างด้วย
วินาทีนั้น ฉินอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ
"...ก็ได้"
แต่ละคนช่างใช้ชีวิตไม่เป็นกันซะเลย จะทำยังไงดีเนี่ย? เขารู้สึกวังเวง... อะไรนะ โดดเดี่ยวอะไรสักอย่าง? เขานึกถึงคำศัพท์ที่เคยได้ยินยุวปัญญาชนชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา
ถ้าเป็นไปได้ ให้เขาขนคนเดียว เขาจะขนของพวกนี้ไปให้หมดไม่ให้ตกหล่นแม้แต่ชิ้นเดียว
ของไม่ได้หนักอะไรมาก หรงเยียนเลยสั่งให้ฉินอวี่เก็บของของพี่ชายให้เรียบร้อย
ฉินอวี่ขนของด้วยท่าทางห่อเหี่ยว... อันนี้ก็ไม่เอา อันนั้นก็ไม่ขน
โฮ... ปวดใจเหลือเกิน...
หรงเยียนชอบมองสีหน้าที่แสดงออกชัดเจนของเจ้าเด็กนี่จริงๆ
ของส่วนตัวของเธอมีไม่เยอะ แค่กระเป๋าเดินทางใบเดียว กับหนังสือไม่กี่เล่ม ซึ่งเป็นของเจ้าของร่างเดิม
เธอแบกมันไปที่บ้านใหม่
"เตียงเตานี่ดีจัง"
ฉินเย่ค่อยๆ เดินตามมา พอได้ยินประโยคนี้ หัวใจก็กระตุกวูบ
เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เตียงเตานี่มันกว้างกว่าเตียงเก่าตั้งเยอะ แล้วแบบนี้... เวลาหนาว เธอจะกลิ้งมาหาเขาได้ยังไง?
"...ก็ดีครับ ปูที่นอนตรงนี้เถอะ"
หรงเยียนกวาดตามอง ไม่ได้ปฏิเสธ "โอเค"
แล้วเธอก็จัดการปูที่นอนอย่างคล่องแคล่ว ผ้าห่มผืนนี้เป็นของใหม่ที่เธอเพิ่งซื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน
ไม่ใช่แค่ห้องนี้ เธอซื้อของใหม่ให้สองพี่น้องด้วยเหมือนกัน แต่พวกนั้นบอกว่าขอย้ายเข้าบ้านใหม่ก่อนค่อยเปลี่ยน
หรงเยียนก็ไม่ได้ว่าอะไร
ปูที่นอนเสร็จอย่างรวดเร็ว
แต่ฉินเย่ไม่ได้ล้มตัวลงนอน พักฟื้นมาหลายวัน... เขารู้สึกว่าตัวเองฟื้นตัวเร็วเหมือนติดจรวด ขาที่หักแทบจะหายดีแล้วด้วยซ้ำ
ไม่ต้องพูดถึงซี่โครง เขาไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด
ถ้าไม่เกรงใจคนงานข้างนอก กับคนตรงหน้า... เขาคงขึ้นเขาไปล่าสัตว์แล้ว
"วันนี้ผมรู้สึกดีมาก ไม่นอนได้ไหม?"
คำถามนี้ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ หรงเยียนเลยหันมามองเขา แล้วพูดว่า "แล้วแต่คุณ..."
ฉินเย่: ...?
น้ำเสียงแบบนี้ ตกลงโกรธหรือไม่โกรธ?
เขาเดาทางไม่ออก
เลยได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม
หรงเยียนเห็นเขายืนตัวแข็งทื่อแบบนั้น ก็อดขำไม่ได้ "ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องนอนก็ได้ แต่... ห้ามทำงานหนักเด็ดขาด แล้วเวลาเดินก็ระวังหน่อย หาไม้มาทำไม้เท้า... ช่วยพยุงสักหน่อย"
ฉินเย่อยากจะปฏิเสธไม้เท้าใจจะขาด แต่เขารู้ดีว่าห้ามปฏิเสธ "....ครับ เชื่อคุณทุกอย่าง"
หรงเยียน: ...
ทำไมรู้สึกว่าคำพูดนี้มันมีกลิ่นแปลกๆ?
"ฉันไปดูพวกนั้นหน่อยนะ"
พูดจบเธอก็เดินออกไปเลย
พอมาถึงห้องฉินเหมย ก็เห็นเด็กน้อยกำลังเก็บของ ปูที่นอนใหม่เรียบร้อย
รอยยิ้มบนใบหน้าบอกได้เลยว่าเธอมีความสุขแค่ไหน
"เหมยจ๊ะ ห้องดีไหม?"
ฉินเหมยได้ยินเสียงก็รีบหันกลับมา
เป็นครั้งแรกที่เสียงของเธอสดใสขนาดนี้ "ดีค่ะ"
ดวงตาของเธอเป็นประกาย ไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะได้อยู่บ้านใหม่แบบนี้
ไม่ใช่แค่ห้องกั้นแบ่ง แต่เป็นห้องส่วนตัวของเธอคนเดียว ผนังทาด้วยปูนขาว... ทั้งกว้างทั้งสว่าง
หรงเยียนเห็นเธอชอบ ก็ดีใจไปด้วย "ตอนนี้ปิดกระดาษไปก่อนนะ เดี๋ยวอีกหน่อย ฉันให้คนเอาหน้าต่างกระจกมาส่ง ถึงตอนนั้นจะดีกว่านี้อีก"
หน้าต่างกระจกให้เถี่ยจู้ช่วยหาแล้ว ที่นี่ไม่มีของ ต้องสั่งจากในเมือง
เธอแจ้งขนาดและจำนวนไปแล้ว ให้เถี่ยจู้ช่วยจัดการ เห็นว่าต้องรออีกสองสามวัน
ยังไงก่อนปีใหม่ก็น่าจะได้
ฉินเหมยพอได้ยินว่าจะได้หน้าต่างกระจกใสเหมือนกระจกเงา ก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ ดวงตาสวยๆ ของเธอยิ่งเป็นประกายวิบวับ
หรงเยียนยิ้ม "ได้ข่าวว่าอีกไม่กี่วันหมู่บ้านเราจะมีไฟฟ้าใช้แล้ว ถึงตอนนั้น พอมีไฟ เราจะติดหลอดไฟทุกห้อง แล้วก็ซื้อทีวีสักเครื่อง"
พอได้ยินคำว่า ทีวี ฉินเหมยก็กระพริบตาปริบๆ นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะฝัน
ก่อนที่พี่สะใภ้จะเข้ามาบ้านนี้ ความหวังสูงสุดของเธอคือได้กินหมั่นโถวแป้งขาววันละลูก
ตอนนี้ไม่ใช่แค่หมั่นโถว แต่ได้กินทั้งเนื้อ ทั้งข้าวสวย แถมยังได้อยู่ห้องเดี่ยวใหม่เอี่ยมอ่อง
ยังมีทีวีอีก... เธอรู้สึกมีความสุขจนจะเป็นลม
ฉินอวี่เดินเข้ามา พอได้ยินคำว่าทีวี เส้นเลือดที่ขมับก็เต้นตุบๆ
"...ทีวีอะไรนะครับ?"
ฉินเหมยอธิบายอย่างตื่นเต้น "พี่สะใภ้บอกว่ารอหมู่บ้านมีไฟ จะซื้อทีวี ที่มันมี... คนอยู่ในกล่องน่ะ..."
เธอไม่รู้จัก แต่เคยได้ยินคนพูดถึง เลยทำท่าทางประกอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า
ฉินอวี่ตกใจจนตาถลน "ซื้อทีวี?" นั่นมันต้องใช้เงินเท่าไหร่กัน?
เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น "...พี่สะใภ้ครับ ผมว่าบ้านเราไม่จำเป็นต้องมีทีวี... เงินทองควรประหยัดไว้นะครับ คนโบราณบอกว่าเงินคือความมั่นคงของคนเรา พี่จะใช้เงินจนหมดเกลี้ยงไม่ได้นะ... ไม่งั้นวันข้างหน้าถ้าพี่ใหญ่รังแกพี่จะทำยังไง?"
ฉินเย่ที่เพิ่งจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินมาถึงหน้าประตู พอได้ยินคำพูดของน้องชายตัวเอง ก็รู้สึกหน้ามืดทันที
หน้าดำคร่ำเครียดสุดขีด
ไอ้เด็กเวรนี่รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา?
มันอยากโดนเตะใช่ไหม?
อะไรคือใช้เงินหมด แล้วพี่ใหญ่รังแก?
มันใส่ร้ายป้ายสีพี่ชายตัวเองให้กลายเป็นคนเลวร้ายขนาดไหนกันเนี่ย?
เขาผลักประตูเข้าไปทันที
คนในห้องหันมามองเขาเป็นตาเดียว
ฉินอวี่: ...
เห็นสีหน้าพี่ใหญ่แล้ว เขารู้สึกว่าชะตาขาดแน่ๆ
และก็เป็นไปตามคาด ฉินเย่หน้าดำทะมึน เสียงเข้ม แววตาดุร้าย เรียกชื่อเต็มยศ "ฉินอวี่ ฉันยังเป็นพี่แกอยู่ไหม?"
ฉินอวี่: ...
เขารู้สึกผิดจนไม่กล้าสบตา ตอบอ้อมแอ้มในลำคอ "...เป็ เป็นสิครับ"
ฉินเย่แสยะยิ้มเย็น "งั้นแกก็น่ารักมากนะ" ถ้าไม่เข้ามาได้ยิน เขาคงไม่รู้เลยว่าน้องชายตัวเองใส่ร้ายเขาขนาดนี้
ฉินอวี่: ...
ฉินเหมยก็ไม่กล้าพูดอะไร
แต่เธอคิดว่าพี่รองสมควรโดนแล้ว
ใครใช้ให้พูดจาเลอะเทอะล่ะ
หรงเยียนมองสองพี่น้อง แล้วตัดสินใจยืนข้างฉินอวี่อย่างเด็ดขาด
ก็เจ้าเด็กนี่พูดแทนใจเธอซะขนาดนั้น
"ล้อเล่นน่า จริงสิ คุณเดินมาทำไม?"
[จบแล้ว]