- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 49 - มีเงินซะอย่าง จะหาคนไม่ได้เชียวเหรอ?
บทที่ 49 - มีเงินซะอย่าง จะหาคนไม่ได้เชียวเหรอ?
บทที่ 49 - มีเงินซะอย่าง จะหาคนไม่ได้เชียวเหรอ?
บทที่ 49 - มีเงินซะอย่าง จะหาคนไม่ได้เชียวเหรอ?
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
การถูกชม แถมยังถูกคนที่ตัวเองชอบชมอีกต่างหาก ไม่ว่าหญิงหรือชาย ในใจย่อมต้องมีความสุขเป็นธรรมดา
เหมือนอย่างฉินเย่ในตอนนี้ หัวใจของเขา... หวานฉ่ำราวกับได้กินน้ำผึ้ง
"คุณก็สวยเหมือนกัน" คำชมนี้ออกมาจากใจจริงล้วนๆ
เมียเขาสวยจริงๆ
โดยเฉพาะวันนี้... เขารู้สึกว่าเธอสวยกว่าวันแต่งงานเสียอีก
วันแต่งงานเขามองเธอแค่ผ่านๆ ตอนนั้นเธอทำหน้าบึ้งตึงไม่เต็มใจ ส่วนเขาก็มองเธอเป็นแค่คนแปลกหน้า
เพราะเขารู้ดีว่าเธอรังเกียจเขา
แน่นอนว่าตอนนั้นเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมากนัก คิดแค่ว่าเป็นงานแต่งที่จำใจต้องจัดให้จบๆ ไป
ใครจะไปคิดว่าผ่านไปไม่ถึงสองสามวัน ใจของเขาจะเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้... เขาอยากให้การแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องจริง
เขาไม่อยากให้เธอจากไป
เขาอยากรั้งเธอไว้ อยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอไปชั่วชีวิต
นี่เป็นความปรารถนาอันแรงกล้าที่เขาไม่เคยมีมาก่อน
ต่อให้มันจะเป็นแค่ความเพ้อฝัน เขาก็อยากจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
หรงเยียน: ...
นี่มันรายการไก่กาอาราเล่ผลัดกันอวยเหรอเนี่ย?
"ฉันจะตื่นแล้ว"
เธอลุกขึ้นปีนข้ามตัวเขาออกไป
ต้องบอกเลยว่ามันไม่สะดวกจริงๆ ไม่สะดวกเอาซะเลย
"จริงสิ คุณจะล้างหน้าใช่ไหม? เดี๋ยวฉันให้ฉินอวี่เอาน้ำเข้ามาให้"
งานปรนนิบัติพัดวีแบบละเอียดอ่อนพวกนี้ เธอทำไม่เป็นจริงๆ
"ครับ" ฉินเย่พยักหน้า "อ้อ ผมรู้สึกว่าอาการดีขึ้นกว่าเมื่อวานอีก ความเจ็บลดลงไปเยอะเลย ยาของคุณนี่วิเศษจริงๆ"
เมื่อก่อนเขาเจ็บตัวมาไม่น้อย
ครั้งนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุด แต่กลับรู้สึกว่าหายเร็วที่สุด
หรงเยียนได้ยินก็ยิ้มอย่างมั่นใจ "มันแน่อยู่แล้ว ไม่ดูซะบ้างว่าฝีมือใคร" ยาใครล่ะจ๊ะ
ในโลกนี้ไม่มียาตัวไหนเห็นผลไวเท่านี้อีกแล้ว
"...งั้นอีกไม่กี่วันผมก็ลงจากเตียงได้แล้วใช่ไหม?" ให้คนที่ทำงานหนักมาตลอดมานอนเฉยๆ แบบนี้ เขานอนไม่ติดจริงๆ
ใจมันร้อนรนกระวนกระวายไปหมด
หรงเยียนปรายตามองเขา "รีบลุกไปไหนคะ?"
ฉินเย่ฟังไม่ออกว่าน้ำเสียงเธอโกรธหรือเปล่า แต่เขาก็เลือกคำตอบอย่างระมัดระวัง "ประเด็นคือ... ไหนคุณบอกว่าวันนี้จะหาคนมาสร้างบ้านใหม่ ผมอยากช่วยบ้าง"
"เรื่องนี้คุณไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง ถ้าไม่อยากขาเป๋ไปตลอดชีวิตที่เหลือ ก็อยู่นิ่งๆ ไปเถอะ"
"...ครับ" แค่ได้ยินคำว่าเป๋ เขาก็ใจหายวาบแล้ว
ลำพังแค่ตอนนี้เขาก็แทบจะไม่คู่ควรกับเธออยู่แล้ว ถ้าต้องมาร่างกายพิการอีก... เขาจะเหลืออะไรไปสู้หน้าเธอ?
หรงเยียนเดินออกไปข้างนอก
เธอนึกว่าตัวเองตื่นเช้าแล้วนะ แต่ดูเหมือนสองพี่น้องฝาแฝดจะตื่นเช้ากว่าเธอเยอะ
ฉินอวี่กำลังถือไม้กวาดกวาดหิมะในลานบ้าน
"พี่สะใภ้"
"จ้ะ" หรงเยียนขานรับ แล้วมองดูสีขาวโพลนตรงหน้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ "เมื่อคืนหิมะตกหนักขนาดนี้เชียว"
เมื่อคืนเธอหลับสนิทมาก ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
ตอนนี้พอมองเห็นสีขาวสุดลูกหูลูกตา อารมณ์ก็ดีขึ้นมาทันที
"นายกวาดหิมะมากองรวมกันไว้นะ เดี๋ยวฉันจะทำอะไรสนุกๆ ให้ดู"
ฉินอวี่: ...?
สนุกอะไรหว่า?
หรงเยียนไม่เสียเวลา เธอรีบไปล้างหน้าแปรงฟัน เดินตรงไปที่ห้องครัว
ฉินเหมยต้มน้ำร้อนไว้เสร็จสรรพ นั่งเฝ้าหน้าเตาทำอาหารเช้าอยู่
พอเห็นพี่สะใภ้เข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้น "พี่สะใภ้ จะล้างหน้าเหรอคะ?"
หรงเยียนพยักหน้า "ใช่จ้ะ"
ทันใดนั้นเธอก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ล้วงเอาแปรงสีฟันกับยาสีฟันสามหลอดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "อะ นี่ของพวกเธอ ยาสีฟันกับแปรงสีฟัน"
ยาสีฟันในมิติมีโลโก้ยี่ห้อ ใช้ไม่ได้ อันนี้เธอเอาตั๋วแลกของจากตลาดมืดไปซื้อที่สหกรณ์มาเมื่อวาน
ส่วนแปรงสีฟันเอามาจากในมิติได้เพราะไม่มีตัวหนังสือ และคุณภาพดีกว่าที่ขายในสหกรณ์เยอะ
ฉินเหมยเห็นของที่พี่ยื่นให้ ตาก็ลุกวาว
แต่เธอยังลังเลไม่กล้ารับ
หรงเยียนวางลงบนโต๊ะดื้อๆ "ต้องแปรงฟันเช้าเย็นนะ รักษาฟันให้ดีๆ เข้าใจไหม"
ฉินเหมยได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างจริงจัง
ถึงจะเป็นเด็กน้อย แต่ก็รักสวยรักงามเหมือนกัน
เธอหยิบแปรงสีฟันด้ามสีชมพูขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีแปรงสีฟันเป็นของตัวเอง เธอชอบและหวงแหนมันมาก
"อ้อ อันสีดำนี่เอาไปให้พี่ใหญ่นายนะ"
"พี่ใหญ่มีแล้วค่ะ" จู่ๆ ฉินเหมยก็พูดขึ้นมา
ในบ้านนี้มีแค่พี่ใหญ่คนเดียวที่มีแปรงสีฟัน
หรงเยียน: ...
ไอ้อันที่ขนแปรงบานจนแทบจะใช้ขัดส้วมได้นั่นน่ะเหรอ?
"เอาไปเปลี่ยนให้เขาเถอะ"
"ได้ค่ะ" ฉินเหมยเชื่อฟังคำสั่งพี่สะใภ้ทุกอย่าง
เธอหอบยาสีฟันกับแปรงสีฟันวิ่งตึกตักออกไป...
หรงเยียนเริ่มล้างหน้าแปรงฟัน
พอจัดการตัวเองเสร็จ เปิดฝาหม้อดูก็เห็นข้าวต้มขาวข้นน่ากิน
กลิ่นหอมฉุยเลย ดูท่าเมื่อวานแม่หนูน้อยจะฟังคำสั่งเธอเข้าหูจริงๆ
มื้อเช้านั้น ทั้งสามคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
สองพี่น้องรู้สึกมีความสุขเปี่ยมล้นมาตั้งแต่เมื่อวาน ท้องอิ่มทุกมื้อไม่มีอด
"เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกหน่อยนะ" ถ้าเป็นเมื่อก่อน หรงเยียนไม่เคยต้องรายงานใครเวลาจะไปไหน
แต่พอเห็นสายตาของเจ้าสองหน่อนี่... มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนพวกเขากลัวว่าเธอออกไปแล้วจะไม่กลับมาอีก
เธอเดินตรงไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านก่อน
ประตูบ้านเปิดอยู่พอดี หัวหน้าหมู่บ้านกำลังจะเดินออกมา
พอเห็นหรงเยียน สีหน้าเขาก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำท่าเหมือนอยากจะชักเท้ากลับเข้าบ้าน
เห็นได้ชัดว่าเรื่องเมื่อวานที่หรงเยียนไม่ไว้หน้าใคร เรียกตำรวจมาลากตัวสองยุวปัญญาชนกับหลิวเอ้อร์ไป... ใช่แล้ว หลิวเอ้อร์ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็โดนหิ้วไปด้วย
หัวหน้าหมู่บ้านเลยรู้สึกเคืองๆ อยู่นิดหน่อย
น้ำเสียงเลยไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่ "...มีธุระอะไร?"
"หัวหน้า ลองสูบนี่ดูสิคะ" หรงเยียนยื่นบุหรี่ให้มวนหนึ่ง
แน่นอนว่าให้แค่มวนเดียว คนบางคนโลภมากถมไม่เต็ม เธอจะไม่สร้างนิสัยเสียให้ใคร
หัวหน้าหมู่บ้าน: ...
ไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าวันหนึ่งจะมีสาวรุ่นลูกมายื่นบุหรี่ให้
แต่ไอ้บุหรี่นี่มัน... ปฏิเสธยากซะด้วยสิ
ตาเขาไว มองปราดเดียวก็รู้ นี่มันยี่ห้อหงเหมย บุหรี่ชั้นดีเชียวนะ!
มือไวกว่าสมอง ยื่นออกไปรับมาเรียบร้อยแล้ว
พอมารู้ตัวอีกที หน้าก็ตึงเปรี๊ยะ
จะคืนก็เสียฟอร์ม
"...มีเรื่องอะไร?"
มือสั่นระริก ของร้อนลวกมือแต่ก็ไม่อยากปล่อย
"จริงๆ ก็ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ คือฉันอยากจะซ่อมแซมบ้านเก่าที่ฉินเย่อยู่สักหน่อย จะเริ่มสักวันสองวันนี้ อยากให้หัวหน้าช่วยประกาศหาคนให้หน่อย บอกว่าค่าแรงวันละแปดเหมา ข้าวเที่ยงหากินเอง ใครอยากทำก็มา ไม่ทำก็ไม่เป็นไรค่ะ"
มีเงินซะอย่าง จะหาคนไม่ได้เชียวเหรอ? แค่เธอขี้เกียจไปหาคนนอกหมู่บ้านเท่านั้นแหละ
ตอนแรกหัวหน้าหมู่บ้านได้ยินว่าจะซ่อมบ้าน ก็กะว่าจะคืนบุหรี่แล้วปฏิเสธไป
แต่พอได้ยินประโยคหลัง เขาคิดว่าบุหรี่มวนนี้เขาสูบได้สบายใจแล้ว
วันละแปดเหมา? นั่นไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ
"ให้แปดเหมาจริงเหรอ?"
ถ้าจริง เขาก็อยากไปทำด้วยเหมือนกัน
[จบแล้ว]