- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ
บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ
บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ
บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ฉินอวี่เห็นคนที่กลับมา สีหน้าดูไม่ค่อยดี เขาใจหายวาบ "พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นครับ?"
"ฉันมีธุระต้องเข้าไปในเมืองหน่อย เดี๋ยวก็กลับ เธอเฝ้าบ้านไว้นะ อย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด" หรงเยียนกำชับ "เข้าใจไหม?"
ฉินอวี่พยักหน้าอย่างจริงจังโดยสัญชาตญาณ "เข้าใจครับ"
"งั้นดี ฉันไปในเมืองก่อนนะ" หรงเยียนยังอยากจะรีบกลับมากินเกี๊ยวน้ำอยู่นะ
"...ระวังตัวนะครับ" ฉินอวี่มองคนที่เข็นจักรยานออกไป สีหน้ายังคงฉายแววกังวล
รอจนคนลับสายตาไปแล้ว เขาถึงได้ปิดประตูใหญ่ แล้วรีบวิ่งแจ้นไปที่ห้องพี่ใหญ่
น้ำเสียงร้อนรน:
"พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ขี่จักรยานเข้าเมืองไปแล้วครับ เหมือนจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น..."
เขาเริ่มรู้สึกเสียใจ ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่ถามพี่สะใภ้ให้รู้เรื่องนะว่าเกิดอะไรขึ้น?
ฉินเย่ได้ยินเสียงแว่วๆ มาบ้างเมื่อกี้ แต่ได้ยินไม่ถนัด
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกว่า "ลองออกไปดูในหมู่บ้านหน่อยซิว่าเกิดอะไรขึ้น? แล้วรีบกลับมานะ"
ฉินอวี่ตาเป็นประกาย เตรียมจะสับขาตีนผีวิ่งออกไป
แต่จู่ๆ หน้าก็ยุ่ง "แต่พี่สะใภ้สั่งให้ผมเฝ้าบ้านดีๆ"
ฉินเย่: ...
เจ้าน้องคนนี้เชื่อฟังเมียเขาขนาดนี้ เขาควรจะดีใจหรือควรจะดีใจดีนะ?
"แกออกไปดูแป๊บเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วรีบกลับมาก็พอ มีฉันอยู่บ้านทั้งคนจะมีอะไรเกิดขึ้นได้?"
ฉินอวี่คิดในใจ... ก็สภาพพี่ตอนนี้แหละที่พึ่งพาไม่ได้สุดๆ!
แต่พอสบสายตาขรึมๆ ของพี่ใหญ่ เขาก็สะดุ้งโหยง
"...งั้นผมไปเดี๋ยวนี้แหละ"
เขาวิ่งออกไปแล้วก็ไม่ลืมที่จะล็อคประตูรั้วด้านนอกด้วย
ฉินเหมยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นท่าทางพี่รองแบบนั้น ในใจเธอก็เริ่มกลัว
ฉินเย่รู้นิสัยน้องสาวว่าขี้กลัว ก็เลยมอบหมายงานให้ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"เหมยจ๊ะ ไปต้มน้ำร้อนหน่อยไป"
"...อ้อ ได้ค่ะ..." พอมีอะไรทำ ความกลัวก็น้อยลงไปบ้าง
ทางด้านชาวบ้าน จริงๆ ก็ยังรอดูสถานการณ์อยู่ อยากรู้ว่าหรงเยียนจะไปแจ้งความที่ในเมืองจริงหรือเปล่า
ส่วนใหญ่ไม่เชื่อหรอก
พอดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว พวกเขาก็เริ่มทยอยกันกลับ เพราะตัวต้นเรื่องไม่อยู่แล้ว
ความคิดของกู้หลานก็เหมือนกับชาวบ้าน พอความกลัวจางหาย ความกล้าก็กลับมาอีกครั้ง
เหอะ นังแพศยา คิดจะมาขู่เธอเรอะ!
เธอใช่คนที่เติบโตมากับการถูกขู่หรือไง?
พอมองเห็นคนอยู่เยอะแยะ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง นี่เป็นโอกาสดีที่จะแก้ต่างเรื่องเมื่อวาน
เธอเลยตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ:
"เรื่องเมื่อวาน จริงๆ แล้วฉันโดนหล่อนวางแผนใส่ร้าย คิดไม่ถึงว่าวันนี้หล่อนจะบุกมาหาเรื่องฉันถึงหอพักอีก... หล่อนคิดว่าฉันไม่กล้าไปฟ้องตำรวจจริงๆ เหรอ? ฉันก็แค่เห็นว่าเป็นยุวปัญญาชนมาจากที่เดียวกัน แถมยังเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ฉันถึงได้ไม่ถือสาหาความหล่อน..."
ทุกคนมองเธอด้วยสายตาที่บรรยายไม่ถูก... เห็นพวกเราตาบอดหรือปัญญาอ่อนกันแน่?
แน่นอนว่า มีบางคนก็หลงเชื่อเธอ
ถึงกู้หลานจะไม่ค่อยพอใจปฏิกิริยาของทุกคนนัก แต่ขณะที่เธอกำลังเตรียมจะปล่อยของชุดใหญ่ เพื่อทำลายชื่อเสียงของนังหรงเยียนให้ป่นปี้
ใครคนหนึ่งในฝูงชนก็ตะโกนขึ้นมา "ยุวปัญญาชนกู้ ในเมื่อเธอบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ ประจวบเหมาะเลย เมียเจ้าฉินเย่เพิ่งไปเมื่อกี้ เธอก็ตามหล่อนไปสถานีตำรวจในเมืองแล้วพูดให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยสิ... จะได้ไม่ต้องมาโดนหล่อนใส่ร้าย..."
"ใช่ๆ นั่นสิ รู้สึกว่าโดนใส่ร้ายก็รีบตามไปสิ อย่าปอดแหก เมียเจ้าฉินเย่ยังไม่เห็นกลัวเลย เธอจะกลัวหัวหดทำไม?"
......
กู้หลานได้ยินคำยุยงพวกนี้ หน้าก็เปลี่ยนเป็นสีตับหมู
ปอดแหกพ่อน่ะสิ
จะให้เธอรีบไปหาที่ตายหรือไง?
[จบแล้ว]