เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ

บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ

บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ


บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ฉินอวี่เห็นคนที่กลับมา สีหน้าดูไม่ค่อยดี เขาใจหายวาบ "พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นครับ?"

"ฉันมีธุระต้องเข้าไปในเมืองหน่อย เดี๋ยวก็กลับ เธอเฝ้าบ้านไว้นะ อย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด" หรงเยียนกำชับ "เข้าใจไหม?"

ฉินอวี่พยักหน้าอย่างจริงจังโดยสัญชาตญาณ "เข้าใจครับ"

"งั้นดี ฉันไปในเมืองก่อนนะ" หรงเยียนยังอยากจะรีบกลับมากินเกี๊ยวน้ำอยู่นะ

"...ระวังตัวนะครับ" ฉินอวี่มองคนที่เข็นจักรยานออกไป สีหน้ายังคงฉายแววกังวล

รอจนคนลับสายตาไปแล้ว เขาถึงได้ปิดประตูใหญ่ แล้วรีบวิ่งแจ้นไปที่ห้องพี่ใหญ่

น้ำเสียงร้อนรน:

"พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ขี่จักรยานเข้าเมืองไปแล้วครับ เหมือนจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น..."

เขาเริ่มรู้สึกเสียใจ ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่ถามพี่สะใภ้ให้รู้เรื่องนะว่าเกิดอะไรขึ้น?

ฉินเย่ได้ยินเสียงแว่วๆ มาบ้างเมื่อกี้ แต่ได้ยินไม่ถนัด

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกว่า "ลองออกไปดูในหมู่บ้านหน่อยซิว่าเกิดอะไรขึ้น? แล้วรีบกลับมานะ"

ฉินอวี่ตาเป็นประกาย เตรียมจะสับขาตีนผีวิ่งออกไป

แต่จู่ๆ หน้าก็ยุ่ง "แต่พี่สะใภ้สั่งให้ผมเฝ้าบ้านดีๆ"

ฉินเย่: ...

เจ้าน้องคนนี้เชื่อฟังเมียเขาขนาดนี้ เขาควรจะดีใจหรือควรจะดีใจดีนะ?

"แกออกไปดูแป๊บเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วรีบกลับมาก็พอ มีฉันอยู่บ้านทั้งคนจะมีอะไรเกิดขึ้นได้?"

ฉินอวี่คิดในใจ... ก็สภาพพี่ตอนนี้แหละที่พึ่งพาไม่ได้สุดๆ!

แต่พอสบสายตาขรึมๆ ของพี่ใหญ่ เขาก็สะดุ้งโหยง

"...งั้นผมไปเดี๋ยวนี้แหละ"

เขาวิ่งออกไปแล้วก็ไม่ลืมที่จะล็อคประตูรั้วด้านนอกด้วย

ฉินเหมยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นท่าทางพี่รองแบบนั้น ในใจเธอก็เริ่มกลัว

ฉินเย่รู้นิสัยน้องสาวว่าขี้กลัว ก็เลยมอบหมายงานให้ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

"เหมยจ๊ะ ไปต้มน้ำร้อนหน่อยไป"

"...อ้อ ได้ค่ะ..." พอมีอะไรทำ ความกลัวก็น้อยลงไปบ้าง

ทางด้านชาวบ้าน จริงๆ ก็ยังรอดูสถานการณ์อยู่ อยากรู้ว่าหรงเยียนจะไปแจ้งความที่ในเมืองจริงหรือเปล่า

ส่วนใหญ่ไม่เชื่อหรอก

พอดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว พวกเขาก็เริ่มทยอยกันกลับ เพราะตัวต้นเรื่องไม่อยู่แล้ว

ความคิดของกู้หลานก็เหมือนกับชาวบ้าน พอความกลัวจางหาย ความกล้าก็กลับมาอีกครั้ง

เหอะ นังแพศยา คิดจะมาขู่เธอเรอะ!

เธอใช่คนที่เติบโตมากับการถูกขู่หรือไง?

พอมองเห็นคนอยู่เยอะแยะ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง นี่เป็นโอกาสดีที่จะแก้ต่างเรื่องเมื่อวาน

เธอเลยตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ:

"เรื่องเมื่อวาน จริงๆ แล้วฉันโดนหล่อนวางแผนใส่ร้าย คิดไม่ถึงว่าวันนี้หล่อนจะบุกมาหาเรื่องฉันถึงหอพักอีก... หล่อนคิดว่าฉันไม่กล้าไปฟ้องตำรวจจริงๆ เหรอ? ฉันก็แค่เห็นว่าเป็นยุวปัญญาชนมาจากที่เดียวกัน แถมยังเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ฉันถึงได้ไม่ถือสาหาความหล่อน..."

ทุกคนมองเธอด้วยสายตาที่บรรยายไม่ถูก... เห็นพวกเราตาบอดหรือปัญญาอ่อนกันแน่?

แน่นอนว่า มีบางคนก็หลงเชื่อเธอ

ถึงกู้หลานจะไม่ค่อยพอใจปฏิกิริยาของทุกคนนัก แต่ขณะที่เธอกำลังเตรียมจะปล่อยของชุดใหญ่ เพื่อทำลายชื่อเสียงของนังหรงเยียนให้ป่นปี้

ใครคนหนึ่งในฝูงชนก็ตะโกนขึ้นมา "ยุวปัญญาชนกู้ ในเมื่อเธอบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ ประจวบเหมาะเลย เมียเจ้าฉินเย่เพิ่งไปเมื่อกี้ เธอก็ตามหล่อนไปสถานีตำรวจในเมืองแล้วพูดให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยสิ... จะได้ไม่ต้องมาโดนหล่อนใส่ร้าย..."

"ใช่ๆ นั่นสิ รู้สึกว่าโดนใส่ร้ายก็รีบตามไปสิ อย่าปอดแหก เมียเจ้าฉินเย่ยังไม่เห็นกลัวเลย เธอจะกลัวหัวหดทำไม?"

......

กู้หลานได้ยินคำยุยงพวกนี้ หน้าก็เปลี่ยนเป็นสีตับหมู

ปอดแหกพ่อน่ะสิ

จะให้เธอรีบไปหาที่ตายหรือไง?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - อย่าปอดแหก รีบตามไปสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว