- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 18 - ถ้าโผล่หัวมาอีก แม่จะฟาดให้ยับ
บทที่ 18 - ถ้าโผล่หัวมาอีก แม่จะฟาดให้ยับ
บทที่ 18 - ถ้าโผล่หัวมาอีก แม่จะฟาดให้ยับ
บทที่ 18 - ถ้าโผล่หัวมาอีก แม่จะฟาดให้ยับ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
กู้หลานฟังอยู่ตั้งนาน ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
นังสวีเข่อนี่มันตอแหลตัวแม่จริงๆ คราวนี้ขายขี้หน้าครั้งใหญ่ ดูซิว่าต่อไปจะยังเชิดหน้าอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้ยังไง?
นี่แหละกรรมตามสนอง เมื่อกี้ยังบีบให้เธอขอโทษอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ถึงคราวนังสวีเข่อบ้างแล้ว
ความคับแค้นใจเมื่อครู่ มลายหายไปจนหมดสิ้น
ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนอยู่เยอะแยะ เธอคงแหงนหน้าหัวเราะให้สะใจไปแล้ว
แต่พอนึกถึงหรงเยียน ความดีใจของเธอก็ลดฮวบลงเหมือนน้ำลด
สีหน้ากลับมามืดมนอีกครั้ง
ในเมื่อหรงเยียนสามารถบีบให้เย่ยวี่กับสวีเข่อออกประกาศขอโทษได้ แถมทั้งคู่ยังยอมทำเรื่องน่าอายขนาดนี้ นั่นก็แสดงว่าเงินที่หรงเยียนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายวันนี้เป็นเงินของเธอเองจริงๆ
แล้วนังหรงเยียนไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?
หรือว่าจะเป็นเงินของฉินเย่?
คิดดูแล้วก็ไม่น่าเป็นไปได้ บ้านฉินเย่จนกรอบจนแทบจะไม่มีข้าวกิน จะมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ยังไง
ยุวปัญญาชนคนอื่นๆ ก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน
หรงเยียน... เดี๋ยวนี้ร้ายกาจขนาดนี้แล้วเหรอ?
แล้วก็ หรงเยียนมีเงินเยอะขนาดนั้นจริงๆ เหรอ
พวกเขาก็เพิ่งรู้เรื่องนี้เหมือนกัน ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าเธอรวยขนาดนี้... พวกเขาคงไม่ทำตัวห่างเหินจนมองหน้ากันไม่ติดแบบนี้หรอก
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่คิดมาก แม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านก็แปลกใจกันสุดขีด
ที่แท้สองคนนั้นเข้าใจผิดว่าหรงเยียนเก็บเงินได้ ก็เลยต้องมาขอโทษนี่เอง
ชาวบ้านหลายคนที่ตอนแรกสงสัยที่มาของเงินหรงเยียน ตอนนี้เลิกสงสัยกันหมดแล้ว
จุ๊ๆ สมกับเป็นคนจากในเมือง อูฐผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าอยู่วันยังค่ำ
ทางด้านสวีเข่อและเย่ยวี่สีหน้าย่ำแย่สุดๆ
ขายขี้หน้าจริงๆ
ตอนที่หัวหน้าหมู่บ้านรีบวิ่งมา ก็สวนกับสองคนนี้ที่กำลังจะกลับพอดี
ทีแรกหัวหน้าหมู่บ้านกะว่าจะมาซักไซ้ไล่เลียงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? แต่พอเห็นใบหน้าอาบเลือดของสวีเข่อ เขาก็ตกใจแทบสะดุ้ง
"ยุวปัญญาชนสวี หน้าผากเธอไปโดนอะไรมา? ใครทำร้ายเธอ?"
สวีเข่อกำลังจะอ้าปากบอกว่าเป็นเพราะหรงเยียน แต่เย่ยวี่ที่อยู่ข้างๆ ชิงตัดหน้าพูดขึ้นมาก่อน "สวีเข่อซุ่มซ่ามหกล้มเองครับ เดี๋ยวผมจะพาเธอไปทำแผลที่อนามัยในเมือง"
ตอนนี้เขาจินตนาการออกเลยว่าถ้ากลับไป คนอื่นจะมองพวกเขาด้วยสายตาแบบไหน เพราะงั้นเขาไม่อยากกลับไปเจอหน้าใครทั้งนั้น
หัวหน้าหมู่บ้าน: ...
เห็นเขาโง่หรือไง?
ล้มอีท่าไหนถึงได้แผลเหวอะหวะขนาดนี้?
"นี่เธอล้มเองจริงๆ เหรอ?"
สวีเข่อไม่อยากทำให้เย่ยวี่โกรธอีก เธอเลยจำใจพยักหน้า "ใช่ค่ะ ฉันไม่ระวังเองเลยหกล้ม"
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเอาใจเย่ยวี่ อย่าให้เขาโกรธเธออีก
หัวหน้าหมู่บ้านแทบจะกรอกตามองบน แต่ในเมื่อทั้งคู่ยืนยันว่าล้มเอง เขาก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ให้มากความ
"ถ้าล้มเอง งั้นก็รีบไปหาหมอที่อนามัยในเมืองเถอะ"
พวกยุวปัญญาชนพวกนี้มีแต่เรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน
ยังดีที่เย่ยวี่กำลังจะไปแล้ว
ไปซะได้สักคนก็ยังดี
เย่ยวี่ไม่อยากเสียเวลาอีก เขารีบพาสวีเข่อเดินออกไป มุ่งหน้าไปทางปากทางหมู่บ้าน
ประจวบเหมาะกับที่สวีเข่อเองก็ไม่อยากกลับหอพักยุวปัญญาชนตอนนี้เหมือนกัน
หัวหน้าหมู่บ้านมองตามหลังคนทั้งคู่ แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามาทำไม
กะจะมาถามเรื่องประกาศขอโทษไม่ใช่เหรอ? ช่างเถอะ ไม่สนใจแล้ว
บ้านของฉินเย่ถึงจะอยู่ห่างไกล แต่ก็ยังได้ยินเสียงตามสายชัดเจน
หรงเยียนแค่นหัวเราะ หึ เรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจัดการนังสวีเข่อนั่นตอนนี้
เพราะในมือเธอยังไม่มีหลักฐานจริงๆ นั่นแหละ
"พี่สะใภ้ ต่อไปผู้หญิงคนนั้นคงไม่กล้ามาอีกแล้วครับ" ฉินอวี่ยิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก
หรงเยียนหันไปมองเขา "ถ้าหล่อนโผล่หัวมาอีก เราก็ช่วยกันฟาดให้กระเจิงออกไปเลย"
[จบแล้ว]