- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 11 - ไม่เคยมีใครดีกับพวกเขาขนาดนี้มาก่อน
บทที่ 11 - ไม่เคยมีใครดีกับพวกเขาขนาดนี้มาก่อน
บทที่ 11 - ไม่เคยมีใครดีกับพวกเขาขนาดนี้มาก่อน
บทที่ 11 - ไม่เคยมีใครดีกับพวกเขาขนาดนี้มาก่อน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หรงเยียนยื่นห่อเสื้อผ้าให้เจ้าแฝดทั้งสอง ส่วนตัวเธอเองก็หันไปปลดข้าวของอื่นๆ ลงจากรถ
การจะเข้าเมืองแต่ละทีมันยุ่งยากจะตายไป
ดังนั้นของพวกนี้บางส่วนเธอซื้อมาจริงๆ แต่บางส่วนเธอก็แอบเอาออกมาจากในมิติระหว่างทางเพื่อทำให้ดูเหมือนว่าซื้อมาอย่างถูกต้องมีที่มาที่ไป
ตอนนี้ทั้งเบาะหลังและแฮนด์จักรยานเลยเต็มไปด้วยข้าวของพะรุงพะรัง
ของเยอะจริงๆ นั่นแหละ
ฉินอวี่กับฉินเหมยยังไม่ยอมเปิดห่อผ้านั้นดู
"พวกเรามีเสื้อผ้าใส่แล้ว พี่สะใภ้เอาไปคืนเถอะครับ!" เขาเป็นผู้ชายจะใส่เสื้อผ้าใหม่ไปทำไม
ฉินเหมยเองก็พยักหน้าตามพี่รอง ส่งเสียงเบาหวิวเหมือนยุงบิน "หนูเองก็มีเสื้อผ้าใส่แล้ว..."
หรงเยียนเห็นสีหน้าท่าทางของเด็กทั้งสองก็รู้ทันทีว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่
เธอเลิกคิ้วขึ้น "พวกเธอจะไม่ใส่เหรอ? งั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปแจกให้เด็กคนอื่นในหมู่บ้านใส่แทนก็แล้วกัน ยังไงฉันก็ไม่คืนหรอกนะ"
พอฉินอวี่ได้ยินว่าจะเอาไปให้คนอื่น เขาก็รีบคว้าห่อผ้าที่ยื่นออกไปกลับคืนมาทันที
"ไม่ให้นะ"
เรื่องอะไรจะเอาไปให้คนอื่น? นี่มันของที่พี่สะใภ้ของเขาซื้อมานะ
แววตาของหรงเยียนฉายแววขบขัน "งั้นพวกเธอก็ลองไปใส่ดูก่อน ถ้าเล็กไปก็เปลี่ยนได้ แต่คืนไม่ได้นะ"
เธอกะไซซ์ด้วยสายตาคร่าวๆ แล้ว
ด้วยสายตาอันเฉียบคมของเธอ ไม่น่าจะพลาดหรอกน่า
ฉินอวี่ยังคงรู้สึกเสียดายเงินอยู่บ้าง เขาเงยหน้ามองหรงเยียนแล้วถามอย่างลังเลว่า "คืนไม่ได้จริงๆ เหรอครับ?"
"แน่นอนว่าไม่ได้ ตอนซื้อเขาก็บอกไว้แล้ว เลิกคิดมากเรื่องนี้เถอะน่า ก็แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดเอง รีบไปลองใส่ดูสิ อ้อ แล้วก็มีรองเท้าด้วยนะ"
ไม่รู้ว่าฉินเย่เป็นพี่ใหญ่ประสาอะไร รองเท้าของเจ้าหนูฉินอวี่นี่ขาดจนเป็นรูโหว่แถมหน้าหนาวขนาดนี้ตรงหัวรองเท้ายังมีรอยแตกอีก
ไม่ต้องพูดถึงถุงเท้าเลย
เธอเห็นแล้วยังหนาวแทน
สองพี่น้องจึงจำใจต้องถือห่อผ้าเดินออกไป
หรงเยียนเองก็ไม่ได้ยืนรอให้เสียเวลา เธอขนข้าวสารอาหารแห้งที่ซื้อมาเข้าไปเก็บในครัว
อาศัยจังหวะที่เด็กๆ ไม่อยู่ เธอก็รีบเอาข้าวสารกับแป้งสาลีชั้นดีออกมาจากในมิติเพิ่มอีกนิดหน่อย
พอมองดูเสบียงที่อัดแน่นเต็มครัว เธอก็รู้สึกพอใจมาก
จังหวะที่เธอหันหลังเตรียมจะเดินออกไป ก็เห็นเจ้าหนูฉินอวี่หน้าแดงก่ำ... ยืนบิดไปบิดมาอยู่ที่หน้าประตูครัว
สองมือไม้ดูเกะกะไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
หรงเยียนมองเขาในชุดใหม่แล้วตาเป็นประกาย ต้องบอกว่าไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งจริงๆ เจ้าเด็กนี่พอจับแต่งตัวหน่อยความหล่อก็พุ่งกระฉูดขึ้นมาทันที
"ไม่เลว ใส่ได้พอดีเป๊ะ เห็นไหมล่ะว่าสายตาฉันดีแค่ไหน" บอกแล้วว่าเธอวัดด้วยสายตาแม่นจะตาย
ฉินอวี่ที่โดนชมถึงกับหูแดงเถือก
"ขอเปลี่ยนเป็นตัวใหญ่กว่านี้หน่อยได้ไหมครับ?"
หรงเยียนเลิกคิ้ว "ทำไมต้องเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นด้วยล่ะ? ที่ใส่อยู่นี่ก็พอดีแล้วไม่ใช่เหรอ"
"เอาใหญ่หน่อย จะได้ใส่ได้อีกหลายปีครับ ตัวนี้ใส่ได้แค่ปีเดียวเอง" ยังไงเขาก็ต้องโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอ?
เผื่อไซซ์ไว้หน่อยไม่ดีกว่าเหรอ?
หรงเยียนก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง
"ปีนี้ใส่ได้ก็พอแล้ว ปีหน้าค่อยซื้อให้ใหม่ อากาศหนาวจะตายฉันไม่อยากออกไปเปลี่ยนหรอกนะ อีกอย่างฉันว่าเธอใส่ชุดนี้กำลังดูดีเลย ถ้าใหญ่เกินไปเดี๋ยวก็โชว์ความหล่อไม่ได้พอดี"
ฉินอวี่หน้าแดงแปร๊ด
หรงเยียนมองท่าทางเขินอายของเขาแล้วก็หลุดขำออกมาเบาๆ ก่อนจะถามต่อ "ลองรองเท้าหรือยัง?"
"ลองแล้วครับ ใส่ได้..." เพียงแต่เขาอยากเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นอีกเบอร์ เพราะปีหน้าเท้าเขาก็คงจะใหญ่อีก
"ใส่ได้ก็พอแล้ว งั้นก็ใส่ชุดนี้เลยนะ ฉันซื้อมาสองชุด ชุดหนึ่งเก็บไว้ใส่ตอนตรุษจีน อีกชุดก็ใส่เลย เดี๋ยวฉันไปดูน้องสาวเธอหน่อย"
พูดจบเธอก็เดินออกไป
ฉินอวี่รีบหลีกทางให้
เขายืนเหม่อมองแผ่นหลังของเธอ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
ตั้งแต่จำความได้ นอกจากพี่ใหญ่แล้ว เธอก็เป็นคนที่ดีกับเขาที่สุด
ทางด้านฉินเหมยเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเหมือนกัน
ในใจของเด็กน้อยเปี่ยมไปด้วยความยินดี เสื้อนวมตัวใหม่ทั้งสวยทั้งอุ่น รองเท้าคู่ใหม่ก็อุ่นมาก
เกิดมาจนป่านนี้เธอไม่เคยรู้สึกอบอุ่นในหน้าหนาวแบบนี้มาก่อนเลย
เธอรักพี่สะใภ้คนนี้จัง
พี่สะใภ้เหมือนแม่แท้ๆ เลย
พอหรงเยียนเดินเข้ามา เห็นแม่หนูน้อยสวมชุดใหม่เรียบร้อยแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ
"ไม่เลว สวยมาก เดี๋ยวไว้ฉันจะถักเปียสวยๆ ให้ รับรองว่าจะยิ่งน่ารักขึ้นไปอีก"
เครื่องหน้าของสามพี่น้องบ้านนี้ถือว่าดีมาก เสียดายแค่ว่าผอมแห้งไปหน่อยเท่านั้นเอง
"พี่สะใภ้..." ฉินเหมยมองหรงเยียนตาแป๋ว ในดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เทิดทูน
หรงเยียนลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ "สวยจ้ะ ใส่ชุดนี้แหละ ต่อไปพี่สะใภ้จะซื้อให้หนูอีกนะ"
จากนั้นเธอก็รีบเสริมขึ้นมาอีกประโยค "พี่สะใภ้รวยนะจะบอกให้" เด็กน้อยคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ!
คู่แฝดบ้านตระกูลฉินนี่กระตุ้นความเมตตาที่มีอยู่น้อยนิดในใจเธอออกมาได้จริงๆ
อย่างว่าแหละ คนเรามันต้องมีวาสนาต่อกัน คนที่ทำให้เธอรู้สึกถูกชะตาได้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
แม่หนูน้อยดีใจมาก ไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบเสื้อผ้าใหม่หรอก
"ไปเถอะ ออกไปกินข้าวกัน" เมื่อกี้ตอนทำกับข้าวเธอเห็นแล้วว่าข้าวในหม้อสุกพอดี
ตอนนี้คนที่แม่หนูน้อยสนิทใจด้วยที่สุดก็คือพี่สะใภ้คนนี้ ไม่ว่าพี่สะใภ้พูดอะไรเธอก็พยักหน้าเชื่อฟังหมด
ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ทำเอาใจของหรงเยียนแทบละลาย
พอฉินอวี่เห็นพวกเธอเดินออกมา โดยเฉพาะตอนที่เห็นน้องสาวใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ นัยน์ตาของเขาก็เป็นประกายวิบวับ
"สวย"
พอฉินเหมยได้รับคำชมจากพี่รอง ใบหน้าเล็กๆ ก็ยิ่งฉายแววดีใจ
เธอเงยหน้ามองพี่สะใภ้
หรงเยียนอ่านใจจากสายตานั้นออก "อยากไปอวดพี่ใหญ่ใช่ไหมล่ะ?"
ฉินเหมยรีบพยักหน้าหงึกหงัก
หรงเยียนยิ้มขำ เด็กหนอเด็ก ยังไงก็ชอบอวดของใหม่อยู่ดี
"ไปสิ"
พอได้รับอนุญาต แม่หนูน้อยก็รีบวิ่งตื๋อออกไป
ฉินอวี่เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรีบตามไปเหมือนกัน
หรงเยียนมองแผ่นหลังของเด็กทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงความสุขของพวกเขาในตอนนี้
เธอได้แต่ยิ้มส่ายหน้า ก่อนจะเดินตามไปยังห้องใหญ่
เธอไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน เพียงแค่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เท่านั้น
ฉินเย่เงยหน้ามาเห็นเธอพอดี "ขอบคุณนะ!" ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ทำให้พวกเขา
เขารู้ดีว่าเงินสิบหยวนที่ให้ไปนั้นไม่มีทางซื้อเสื้อผ้าได้เยอะขนาดนี้แน่ๆ ส่วนเกินนั้นเธอคงเป็นคนออกเอง
พอนานๆ ทีจะได้เห็นสีหน้าดีใจจนออกนอกหน้าของน้องๆ เขาถึงได้รู้ตัวว่าต่อให้เขาพยายามแค่ไหนก็ยังมีจุดที่ดูแลได้ไม่ทั่วถึง
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันเต็มใจ อ้อ ฉันซื้อรองเท้าให้คุณสองคู่ด้วยนะ เดี๋ยวค่อยเอาให้"
ฉินเย่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไป
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเธอจะซื้อของให้เขาด้วย
หรือว่า... เธออาจจะชอบเขาอยู่บ้างจริงๆ?
หรงเยียนไม่รู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอกวักมือเรียกเจ้าตัวเล็กทั้งสอง
"พอได้แล้ว ได้เวลากินข้าวแล้ว รีบไปกินข้าวกันก่อนค่อยว่ากันใหม่"
สองพี่น้องฉินอวี่ฉินเหมยเลิกเห่อของใหม่ชั่วคราว
รีบวิ่งออกมาหาเธอ
ทั้งสามคนไปกินข้าว คราวนี้หรงเยียนไม่ได้ป้อนข้าวฉินเย่ก่อน
เธอบอกกับเด็กทั้งสองว่า "ตักกับข้าวแบ่งออกมาหน่อย พวกเรากินกันก่อน กินเสร็จแล้วค่อยไปป้อนพี่ใหญ่พวกเธอ"
ไม่อย่างนั้นเจ้าสองคนนี้คงได้นั่งรอเธอกินพร้อมกันแน่ๆ
"ครับ/ค่ะ" สองแฝดรีบพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว
[จบแล้ว]