- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกโปเกมอน ผมขอเป็นเจ้าของฟาร์มที่เทพที่สุด
- บทที่ 6 - มาถึงเมืองฮารุฮานะ
บทที่ 6 - มาถึงเมืองฮารุฮานะ
บทที่ 6 - มาถึงเมืองฮารุฮานะ
บทที่ 6 - มาถึงเมืองฮารุฮานะ
ภายใต้การรักษาของคาเอเดะ สุบาเมะก็กลับมาฟิตปั๋งเหมือนใหม่ แถมมันยังรู้สึกได้ว่าพลังในกายเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิมอีกระดับหนึ่ง
เจ้าสุบาเมะดีใจจนบินว่อนรอบตัวคาเอเดะไปมา
"เอาล่ะ สุบาเมะ กินอะไรหน่อยสิ เพิ่งสู้มาหนักๆ คงหิวแย่"
พูดจบคาเอเดะก็หยิบเนื้อแดดเดียวกับผลไม้จากห่อผ้าออกมาให้มันกิน
จากนั้นเขาถึงมีเวลาหันมาสนใจเจ้ามัสสึกุมะที่นอนหมอบอยู่
แม้ว่ามันจะโดนสุบาเมะจิกจนพรุนไปทั้งตัว แต่คาเอเดะรู้ดีว่าอีกไม่นานมันก็คงฟื้น
และก็เป็นอย่างที่คิด ไม่นานเจ้ามัสสึกุมะก็ได้สติ แต่พอเห็นมนุษย์จ้องมองอยู่ มันก็ค่อยๆ หรี่ตาลงแกล้งตายซะงั้น กะว่าจะเนียนรอดไปได้
"มัสสึกุมะ ฉันรู้นะว่าแกตื่นแล้ว ฉันจะไม่ฆ่าแกหรอก แต่แกต้องพาฉันไปที่รังของแกเดี๋ยวนี้"
แน่นอนว่านั่นแค่คำขู่
คาเอเดะรู้ว่ามัสสึกุมะมีนิสัยชอบสะสมของ เลยกะจะไปดูหน่อยว่ามีไอเทมเด็ดๆ บ้างไหม
ตอนนี้สุบาเมะหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนมัสสึกุมะเจ็บหนักขยับแทบไม่ได้ มันไม่มีทางทำอันตรายพวกเขาได้แน่
"โฮก! โฮก!"
แม้มันจะเจ็บใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนน ร้องครางหงิงๆ อย่างน่าสงสาร
กฎป่ามันก็แบบนี้ ผู้แพ้ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ต่อให้อีกฝ่ายจะเอาชีวิตก็ต้องยอม นี่แค่โดนไถทรัพย์สินก็ถือว่าบุญแล้ว
คาเอเดะเดินตามเจ้าหมีขี้ขโมยที่เดินกะเผลกๆ ไปยังโพรงไม้ไม่ไกลนัก เขาให้สุบาเมะเฝ้ามันไว้ที่ปากทาง ส่วนตัวเองมุดเข้าไปข้างใน
"แค่ก แค่ก!"
เป็นหมีที่ซกมกชะมัด กลิ่นในโพรงเหม็นจนแทบสำลัก
กว่าจะปรับจมูกได้ก็พักใหญ่ คาเอเดะเริ่มสำรวจภายใน โพรงไม่ได้ลึกมาก มองแวบเดียวก็ทั่ว
กวาดสายตาไปรอบๆ เขาก็เจอของสะสมกองพะเนินอยู่ที่มุมหนึ่ง น่าจะเป็นสมบัติบ้าของเจ้านี่แหละ
คุ้ยเขี่ยอยู่พักหนึ่ง เขาก็สะดุดตากับหินก้อนหนึ่งที่มีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายใน
"หินอัคคี!" (Fire Stone)
คาเอเดะจำได้แม่นยำ นี่คือไอเทมสำหรับวิวัฒนาการร่างเฉพาะทาง มูลค่าของมันไม่ใช่น้อยๆ
"คุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ!"
ค้นต่ออีกหน่อยก็ไม่เจออะไรมีค่าแล้ว คาเอเดะเลยถอยออกมา เพราะทนกลิ่นไม่ไหว แต่แค่หินอัคคีก้อนเดียวก็ถือว่ากำไรมหาศาลแล้ว
เขาไม่ได้ผิดคำพูด พอได้ของก็พาสุบาเมะเดินจากไป ปล่อยเจ้ามัสสึกุมะไว้อย่างนั้น
หลังจากผ่านด่านมัสสึกุมะมาได้ คาเอเดะก็มุ่งหน้าออกจากป่าต่อ ทิวทัศน์ยังคงเป็นป่าทึบสุดลูกหูลูกตา แต่ยิ่งเดินไปข้างหน้า โปเกมอนที่เจอก็ยิ่งอ่อนแอลง และจำนวนก็น้อยลงเรื่อยๆ
คาเอเดะรู้ทันทีว่าเขามาถูกทางแล้ว ตอนนี้น่าจะอยู่แถวชายขอบป่า
เพราะบริเวณนี้มักจะมีมนุษย์เข้ามาฝึกโปเกมอนหรือจับโปเกมอน ทำให้พวกโปเกมอนป่าอยู่ไม่เป็นสุขจนต้องหนีเข้าไปในป่าลึก
และก็เป็นจริงตามคาด เดินต่ออีกแค่วันเดียว ต้นไม้ก็เริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด
"เฮ้! สนใจมาสู้โปเกมอนแบทเทิลกันหน่อยไหม!"
จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มถือสวิงจับแมลงกระโดดพรวดออกมาจากพงหญ้า ตะโกนท้าทายคาเอเดะ
เล่นเอาทั้งคาเอเดะและสุบาเมะสะดุ้งโหยง ถ้าเขาห้ามไว้ไม่ทัน ป่านนี้เจ้าสุบาเมะคงพุ่งเข้าไปเจาะกบาลเด็กนั่นแล้ว
แต่ลึกๆ แล้วคาเอเดะดีใจจนเนื้อเต้น เขาใช้ชีวิตคนเดียวมาเกือบเดือน ต้องระแวงหลังตลอดเวลา มันทรมานสุดๆ
พอได้เห็นมนุษย์ด้วยกัน ความรู้สึกอบอุ่นใจมันเอ่อล้นออกมา
"นายดูสภาพฉันสิ คิดว่าเหมาะจะสู้กับใครไหมเนี่ย"
หลังจากดีใจเสร็จ คาเอเดะก็ตอบกลับไปแบบเพลียๆ
สภาพเขาตอนนี้ดูไม่ต่างจากผู้อพยพ หัวยุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่น เอวห้อยขวดพลาสติกกับห่อผ้ายับเยิน
ใช่แล้ว เนื้อแดดเดียวเหลือแค่ไม่กี่ชิ้น ห่อผ้าเลยแฟบลงไปเยอะ
"เอ่อ... ขอโทษที นายหลงทางมาเหรอ"
เด็กหนุ่มจับแมลงเพิ่งสังเกตเห็นสภาพของคาเอเดะ ก็เกาหัวแกรกๆ อย่างรู้สึกผิด
"ไม่เป็นไร ฉันชื่อ จิบะ คาเอเดะ เรียกว่า 'คาเอเดะ' ก็ได้ ฉันประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย โชคดีได้สุบาเมะช่วยพาออกมาจากป่า"
คาเอเดะเล่าเรื่องย่อๆ ให้ฟัง
"อ๋อ สวัสดี ฉันชื่อ ชิดะ เคียวเฮ เรียกว่า 'เคียวเฮ' ก็ได้ อนาคตฉันจะเป็นโปเกมอนมาสเตอร์สายแมลงให้ดู!"
เด็กหนุ่มแนะนำตัวอย่างภาคภูมิใจ
"เคียวเฮ พอจะบอกได้ไหมว่าเมืองที่ใกล้ที่สุดอยู่ไกลแค่ไหน"
"ที่ใกล้ที่สุดคือ 'เมืองฮารุฮานะ' บ้านฉันก็อยู่ที่นั่น เดินตรงไปไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว"
ได้ยินว่าอีกแค่อึดใจเดียวก็จะถึงเมือง คาเอเดะก็ยิ้มกว้างออกมา ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากป่านรกนี่สักที
"ฉันต้องรีบเข้าเมือง นายจะกลับพร้อมกันเลยไหม เคียวเฮ"
คาเอเดะถามตามมารยาท
"ฉันยังไม่อยากกลับน่ะ กะว่าจะหาโปเกมอนแมลงหายากแถวนี้อีกหน่อย"
เคียวเฮโบกมือปฏิเสธ
"งั้นไว้เจอกันใหม่นะ ฉันไปก่อนล่ะ บาย!"
"โชคดีนะ คาเอเดะ!"
หลังจากแยกทางกับเคียวเฮ คาเอเดะเดินต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็มองเห็นเมืองเก่าแก่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
แม้จะไม่ใช่เมืองที่ดูทันสมัยหวือหวา แต่เรื่องพื้นที่สีเขียวนี่กินขาด
พอเดินเข้าเขตเมือง ผู้คนก็เริ่มพลุกพล่าน เห็นโปเกมอนหลากหลายเดินตามเจ้าของกันขวักไขว่
ชาวเมืองที่นี่ใจดีมาก พอเห็นเด็กสภาพเหมือนขอทานอย่างคาเอเดะ ก็พากันเข้ามาถามไถ่ว่าจะให้ช่วยอะไรไหม
คาเอเดะได้แต่ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยืนยันตัวตน ไม่งั้นเป็นคนเถื่อนจะทำอะไรก็ลำบาก
เขาถามทางไปสถานีตำรวจ แล้วรีบตรงดิ่งไปทันที
จากความทรงจำ ครอบครัวของเขานั่งเรือของบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่จากเมืองไคนา ซึ่งธุรกิจข้ามภูมิภาคแบบนี้ต้องมีเส้นสายกับโปเกมอนลีกแน่นอน
ตอนนี้คาเอเดะจนกรอบ ถ้าไม่ขายหินอัคคีที่เพิ่งได้มา ก็คงไม่มีเงินกินข้าว
เมื่อมาถึงอาคารที่มีตราสัญลักษณ์ตำรวจ เขาผลักประตูเข้าไปทันที
เนื่องจากเมืองนี้สงบสุข ไม่ค่อยมีโจรผู้ร้าย ในสถานีเลยมีแค่ "คุณจุนซ่า" กับคู่หู "การ์ดี" ประจำการอยู่
คุณจุนซ่าชะงักไปนิดหน่อยที่เห็นเด็กหนุ่มผลักประตูเข้ามา
แต่พอเห็นสภาพยับเยินของเขา เธอก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง
"หนุ่มน้อย มีอะไรให้ฉันช่วยไหม"
คาเอเดะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คุณจุนซ่าฟังอย่างละเอียด
คุณจุนซ่าตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน
เพราะข่าวนั้นดังครึกโครมไปทั่วเมือง ข่าวเรือสำราญล่มเพราะพายุ เป็นประเด็นร้อนที่เพิ่งจะซาไปไม่นานนี้เอง
เมืองฮารุฮานะอยู่ไม่ไกลจากเมืองไคนา ข่าวทีวีฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ยอดผู้เสียชีวิต 53 คน สูญหายอีก 34 คน ถือเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดในรอบปี
เมื่อเทียบเรื่องราวกับสภาพของเด็กตรงหน้า คุณจุนซ่าก็เชื่อสนิทใจ
เธอรีบพาคาเอเดะไปฝากไว้ที่โปเกมอนเซ็นเตอร์ใกล้ๆ ซื้อเสื้อผ้าของใช้ให้ใหม่ และกำชับว่าห้ามไปไหนไกล เธอจะรีบประสานงานกับทางเมืองไคนาเพื่อตรวจสอบข้อมูล
ส่วนเจ้าสุบาเมะ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเพราะมันยังเป็นโปเกมอนป่า คาเอเดะเลยหน้าด้านขอยืมเงินคุณจุนซ่าซื้อ "มอนสเตอร์บอล" มาจับมันไว้
ทีนี้สุบาเมะก็ได้ชื่อว่าเป็นโปเกมอนของเขาอย่างเป็นทางการ
เจ้าตัวก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงแต่มันไม่ชอบอยู่ในบอล พอจับเสร็จคาเอเดะก็ปล่อยมันออกมาข้างนอกเหมือนเดิม แค่กำชับว่าห้ามซ่าไปทำร้ายใครมั่วซั่ว
เมื่อเข้ามาในห้องพักของศูนย์โปเกมอน คาเอเดะก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ
เขาไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือนแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเน่าจนทนไม่ไหวจริงๆ
[จบแล้ว]