เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 หลี่หูมีแต่ความกล้าแต่ไร้สมอง

บทที่ 13 หลี่หูมีแต่ความกล้าแต่ไร้สมอง

บทที่ 13 หลี่หูมีแต่ความกล้าแต่ไร้สมอง


บทที่ 13 หลี่หยูมีแต่ความกล้าแต่ไร้สมอง

ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ

ลุงสามที่เพิ่งถูกหลี่หยูเล่นงานไปหมาด ๆ พอมาโดนเพื่อนเก่าเลิกคบซ้ำอีก เขาก็แทบจะกลั้นไม่อยู่แล้ว

ที่สำคัญกว่านั้น เขายังอธิบายอะไรไม่ได้เลย มันเหมือน คนเป็นใบ้กลืนบอระเพ็ด—มีแต่ความขมขื่นแต่พูดไม่ได้

“นี่แหละกรรม! กรรมชัด ๆ! ฉันไปหลอกหลี่หยู มันก็สมควรแล้วที่จะได้ผลลัพธ์แบบนี้! เป็นกรรมของฉันเอง!”

ลุงสามมองไปที่จุดตกปลาของตัวเอง พลางนึกถึงภาพตอนที่ตัวเองต้มตุ๋นหลี่หยูเมื่อครู่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันคือเวรกรรมที่ตัวเองก่อ เป็นการชดใช้ที่เลี่ยงไม่ได้

สุดท้าย เขาก็หอบเอาถังเปล่า ๆ กลับบ้าน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความอึดอัด

อีกฟากหนึ่ง

หลี่หยูเอาปลาตัวใหญ่สามสิบตัวไปขายจนหมด เหลือเพียงปลาตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครซื้อ เขาขี้เกียจที่จะรอขายต่อ เลยเก็บเงินไปซื้อของใช้จำเป็นกลับมา

หม้อ ชาม ตะเกียบ ผ้าเช็ดตัว ตะเกียงน้ำมัน เสื้อผ้า ซองจดหมาย กระดาษเขียนจดหมาย รวมถึงเสบียงเล็กน้อย…

เงินที่ขายปลาได้ก็หมดไปเกือบทั้งหมด เหลือเก็บไว้เพียงหนึ่งหยวนเผื่อใช้ยามฉุกเฉิน ส่วนที่ซื้อซองกับกระดาษ ก็ตั้งใจเอาไว้เขียนจดหมายส่งกลับไปยังหมู่บ้านจาง เขาอยากบอกข่าวให้ผู้ใหญ่บ้านที่เคยช่วยเหลือเขาได้รับรู้บ้าง ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจ

หลังจากออกจากร้านค้า หลี่หยูก็หิ้วของกลับไปที่บ้านซื่อเหอหยวน แต่พอถึงหน้าประตู เขาก็เจอซาชูกับเจียตงสวี่” ยืนคุยกันอยู่พอดี ตอนแรกทั้งคู่ก็ทำเหมือนไม่อยากสนใจ แต่พอเห็นหลี่หยูหอบของกลับมาเต็มสองมือก็อดประหลาดใจไม่ได้

เจียตงสวี่เองก็มีอคติกับหลี่หยู เพราะแม่ของเขาเคยมีเรื่องทะเลาะกับอีกฝ่ายจนบาดหมางกัน แต่คราวนี้เขากลับเก็บอารมณ์ไว้ ไม่แสดงออกแม้แต่น้อย กลับยิ้มทักอย่างเป็นมิตรแทน

“หลี่หยู ไปซื้อของมาเหรอ? ซื้อซะเยอะเชียว คงเสียเงินไม่น้อยนะ”

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก เดิมทีฉันไม่มีเงินเลย แต่โชคดีที่ลุงเหยียนพาไปตกปลา เจอบ่อปลาดี ๆ ก็เลยได้กำไรมาหน่อย พอซื้อของใช้พวกนี้ได้ แต่น่าเสียดาย เงินแทบหมด เหลือแค่หยวนเดียว” หลี่หยูตอบพลางถอนหายใจ

“ลุงเหยียนเหรอ? เขาเป็นใคร?” ซาชู ทำหน้างง

“เหยียนปู้กุ้ยนั่นน่ะสิ”

เจียตงสวี่ฉลาดกว่าหน่อย พอได้ยินชื่อก็คิดออกทันทีว่าเป็นลุงเหยียนที่ชอบตกปลา

“ใช่แล้ว เขาดีมาก แถมใจกว้างสุด ๆ ถึงขั้นสละที่ที่มีฝูงปลาให้ฉันไปตก เลยได้ตังค์มาใช้กินอยู่” หลี่หยูเล่า

“หะ? เหยียนปู้กุ้ยใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่มีทางน่า! ไอ้แก่นั่นขี้เหนียวจะตาย จะไปใจกว้างตรงไหนกัน” ซาชูพูดค้านออกมาทันที

“พวกแกคงเข้าใจเขาผิดไปเองแหละ เอาเถอะ ฉันขี้เกียจจะอธิบายแล้ว ฉันกลับก่อนนะ” หลี่หยูพูดจบก็เดินหอบของเข้าบ้านไป หลังเขาลับตาไปแล้ว ซาชูกับเจียตงสวี่ก็ยังยืนมึน ๆ กันอยู่

“นี่ หลี่หยู…คงไม่ใช่ว่าโดนลุงเหยียนหลอกหรอกนะ?” ซาชูพูดเดาขึ้นมา

“ชัวร์! ต้องโดนหลอกแน่ ๆ ลุงเหยียนขี้เหนียวขนาดนั้น จะใจกว้างได้ยังไง? แต่ก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ ฝีมือหลอกคนของลุงเหยียนก็ไม่ได้เก่งอะไร แต่อย่างหลี่หยูกลับยังโดนต้มจนได้” เจียตงสวี่หัวเราะหยัน

“ฉันว่า หลี่หยูมันเป็นพวกกล้าหาญแต่กลับไม่มีปัญญา กล้าแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ต่อให้สู้กับใครก็กล้า แต่จุดอ่อนคือหลงเชื่อคนง่าย” ซาชูพูดสรุป

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง! ถึงว่าทำไมตั้งแต่ย้ายมา ก็กล้าแข็งข้อกับทุกคนในลานซื่อเหอหยวน ที่แท้ก็มีแต่ความกล้าแต่   ไร้สมองนี่เอง” เจียตงสวี่พยักหน้าเข้าใจ

“จริง ๆ คนแบบนี้ก็อยู่ร่วมกันง่ายนะ” ซาชูพูดทิ้งท้าย

“ใช่ แล้วก็ง่ายต่อการควบคุมด้วย เมื่อวานเขาทำแม่ของฉันโมโหหนัก เรื่องนี้ไม่สามารถปล่อยผ่านได้ เราต้องหาวิธีสักหน่อยให้หลี่หยูได้รับบทเรียน” เจียตงสวี่พูด

“จำเป็นไหมล่ะ แค่ทะเลาะกันไม่กี่คำเอง” ซาชูรู้สึกลังเล

“ไม่จำเป็นได้ยังไง นั่นแม่ฉันนะ เธอเป็นเพื่อนฉัน เธอจะช่วยหรือไม่?” เจียตงซวีถามด้วยเสียงเข้ม

“ช่วยสิ เพื่อนกันขนาดนี้ ฉันช่วยแน่นอน” ซาชูพยักหน้า

“งั้นดี เราต้องหาวิธีเล่นงานเขา แต่ไม่ต้องสู้ตรง ๆ หลี่หยูมีความกล้าแต่ไร้สมอง เราแค่ต้องหลอกเขาก็พอ” เจียตงสวี่รีบอธิบาย

“โอเค แกบอกมา ฉันจะทำตาม”

“ตามฉันมา เราจะเรียกเหยียนเจียเฉิงกับคนอื่น ๆ มาคุยด้วย แชร์จุดอ่อน ‘มีแต่ความกล้าแต่ไม่คิด’ ของหลี่หยูให้ทุกคนรู้”

“โอเค”

……

เจียตงสวี่และซาชูรีบกลับไปที่บ้านซื่อเหอหยวนและกระจายข่าวทันที ไม่นาน ทุกคนในบ้านซื่อเหอหยวนก็รู้กันหมดแล้ว ว่าหลี่หู่มีความกล้าแต่ไร้สมองและง่ายต่อการหลอก

อีกฝั่งหนึ่ง

หลี่หยูจัดของเรียบร้อยแล้ว ถือปลาตัวเล็กไปที่บ้านลุงสาม

เรื่องตกปลาเมื่อวันนี้ ลุงสามทำตัวไม่ค่อยดี ทั้งคิดหลอกหลี่หยูสารพัด แต่หลี่หยูก็จัดการตอบโต้กลับ ทำให้ลุงสามเจ็บตัวไม่เบา เพื่อให้ได้คำแนะนำจากลุงสามในอนาคต หลี่หยูตั้งใจจะเอาปลาตัวเล็กนี้ไปให้เป็นของขวัญ แถมยังได้แกล้งลุงสามอีกนิดด้วย

คิดได้เช่นนั้น เขาก็เดินสบาย ๆ ไปที่บ้านลุงสามแล้วเคาะประตู

“มาแล้ว”

ป้าสามมาเปิดประตู พอเห็นปลาตัวเล็กก็ถึงกับเบิกตากว้าง แม้ว่าจะเป็นปลาตัวเล็ก แต่ก็ยังเป็นเนื้อสัตว์ มีค่าไม่ใช่น้อย

“ลุงเหยียน ยังไม่กลับเหรอ?” หลี่หยูถาม

“ยังค่ะ น่าจะกำลังตกปลาอยู่” ป้าสามอธิบาย

“นี่ครับ ปลาตัวนี้ให้ลุงนะ วันนี้ลุงเหยียนพาฉันไปตกปลา ฉันรู้สึกขอบคุณเขามาก เขาบอกชอบปลาตัวเล็ก เลยเก็บตัวนี้ไว้ให้” หลี่หยูยิ้มกว้าง ยื่นปลาตัวเล็กให้ทันที

“หือ? ชอบปลาตัวเล็ก?” ป้าสามรับปลามาด้วยความเคยชิน แต่พอได้ยินคำว่า ‘ปลาตัวเล็ก’ ก็ชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกว่าหลี่หยูพูดอะไรแปลก ๆ เพราะปกติใคร ๆ ก็ชอบปลาตัวใหญ่ ทำไมหลี่หยูถึงบอกว่าลุงชอบปลาตัวเล็ก? มันดูแปลกประหลาด แต่ป้าสามไม่ได้ถามอะไรต่อ ต้องรอลุงกลับมาถึงจะถาม

“ฉันไปก่อนนะ เห็นคุณยุ่งอยู่” หลี่หยูพูดพลางเดินกลับบ้านไปอย่างสบายใจ

“แปลกจัง…”

ป้าสามคิ้วขมวด งุนงงกับสถานการณ์ ทำอะไรไม่ได้ ต้องรอให้ลุงกลับมา

ไม่นาน ลุงสามกลับมาบ้าน สีหน้าเหมือนคนหมดแรง หมดอาลัยตายอยาก “เป็นอะไรไป ทำไมดูหมดแรงแบบนี้?”ป้าสามถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไร เหนื่อยเฉยๆ อยากพักสักหน่อย” ลุงสามตอบ ไม่อยากอธิบาย เพราะเรื่องนี้มันน่าอับอายเกินไป

“อย่าเพิ่งนอน หลี่หยูเอาปลามาให้ บอกว่าขอบคุณที่พาเขาไปตกปลา” ป้าสามอธิบาย

“อ้อ? เอาปลามาให้เหรอ? ดีขนาดนั้นเลย?”

ลุงสามมีแรงขึ้นมาทันที จินตนาการภาพหลี่หยูเอาปลาตัวใหญ่มาให้ในหัว

จบบทที่ บทที่ 13 หลี่หูมีแต่ความกล้าแต่ไร้สมอง

คัดลอกลิงก์แล้ว