เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 066 – สองแผนร้าย(7)

บทที่ 066 – สองแผนร้าย(7)

บทที่ 066 – สองแผนร้าย(7) 


บทที่ 066 – สองแผนร้าย(7)

เขาจับขวดไวน์ตามแต่ที่เขาต้องการแล้วรินไวน์ลงไป ดวงตาของบาร์บาทอสนั้นเบิกกว้างขึ้น

“เฮ้ยนี่ เฮ้!”

“ไวน์น่ะมีไว้เพื่อความสุขนะ ทำไมถึงปล่อยให้วิธีการถือและการเทมาทำให้เสียเรื่องด้วยล่ะ? ชีวิตจะเหี่ยวแห้งเพราะเธอเอาแต่กังวลกับเรื่องแบบนั้นน่ะแหละ”

“นี่แหละน้า ทำไมพวกผู้ชายมันไม่ได้เรื่อง! ทุกอย่างมันมีกฏที่จะสามารถเพลิดเพลินกับมันอย่างถูกต้องทั้งนั้น!”

“คร้าบ คร้าบ”

ดันทาเลี่ยนตอบไปตามมารยาท บาร์บาทอสเม้มริมฝีปากราวกับจำยอมกับวิธีการที่เขาเท  มันช่วยไม่ได้นี่

มันมีโอกาสที่แต่ละหยดที่มีค่าดั่งทองจะหกหากเธอไปขยับมันตอนนี้ หลังจากนั้นดันทาเลี่ยนก็รินให้กับแก้วของตนด้วย

“เชียร์ส”

“ช-เชียร์ส”

กริ้ง

เสียงของแก้วไวน์ที่ทำจากคริสตัลส่งเสียงกระทบกัน เมื่อเทียบกับดันทาเลี่ยนที่ขยับแก้วไปมา ก่อนจะดื่มลงไปแล้ว บาร์บาทอสกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว เธอจ้องมองดันทาเลี่ยนที่ไม่แม้แต่จะสัมผัสถึงกลิ่นหอมอย่างถูกต้อง แล้วกระดกดื่มลงไปราวกับบาเล่อไวน์นั้นเป็นเบียร์

“ฮ่าชช์”

“มัน……ดีไหม?”

“มันดี ดีสุดๆไปเลย หืมม จริงๆแล้วข้าไม่ได้ชอบไวน์เป็นการส่วนตัวนะ แต่เจ้านี่มันสุดยอดไปเลย”

ดวงตาสีทองของทองเป็นประกายระยิบ

“แล้วรสชาติมันเป็นยังไงล่ะ? หา? ข้ากำลังถามเจ้าเรื่องรสชาตินะ อธิบายมาให้ละเอียด ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเล่าได้เลย”

“……ท่านก็แค่ดื่มเข้าไปน่า”

“นะ-นั่นสิ.”

บาร์บาทอสนั้นสูดหายใจเข้าลึก ฟู่ว ฟู่ เธอพยายามสะกดจิตตัวเอง นี่มันไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าไวน์แดง มันไม่เป็นอะไรมากไปกว่าของเหลวสีแดง…….

เธอบ่นกับตัวเองเพื่อให้สงบใจลงได้

ในขณะที่ดันทาเลี่ยนมองเธอเหมือนเห็นคนบ้า

ในที่สุด

ทุ่งหญ้าไสว ไวน์ไหลลง ปลายลิ้นและริมฝีปากของเธอแตะสัมผัสของเหลว

“……!?”

เวลานั้นเอง ที่บาร์บาทอสเข้าใจแล้วว่า เธอมีชีวิตอยู่เพื่อชั่วขณะนี้

เธอยอมรับความจริงนั่น จวบจนถึงบัดนี้เธอได้กักขังตัวเองอยู่ในห้องเล็กๆที่รู้จักกันว่า กระโหลกศีรษะ ไม่เพียงแต่ที่นั่นจะมืด แต่เธอยังเห็นแสงที่สาดส่องลงมาผ่านเบ้าตา แต่นั่นมันอะไรกันน่ะ?

บาร์บาทอสพึมพัมกับตัวเองจากที่อันห่างไกล จากดินแดนแห่งจิตสำนึก ไม่สิ หรือเทพเจ้ากำลังกระซิบกับเธออยู่จากที่ไกลๆ

นั่นมันอะไรกันน่ะ? นั่นมันแสงไม่ใช่หรือ? ช้าก่อน ทำไมถึงมีแสงมาจากที่ตรงนั้นได้ล่ะ?

ช่างน่าประหลาดใจ แสงนั้นกลับยิ่งกว่าสว่างขึ้นเรื่อยๆ!

‘อะ, อ๊าาาาาา’

บาร์บาทอสนั้นเป็นประจักษ์พยานแห่งความเหนือล้ำเกินจินตนาการ เธอกลายเป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่กำลังเคลื่อนตัวไป

เธอกลับเป็นพวกชนเผ่าที่แท้จริง ที่ได้ควบขี่ม้าอย่างไม่ลังเลสงสัย เคลื่อนผ่านภูมิประเทศอย่างเร็วรี่ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของโลกที่กระเด้งขึ้นมา การกระตุกกระตุ้นม้าที่ไม่มีอยู่จริง

ดึงสายบังเหียนที่ไม่อยู่ให้แน่น แล้วยังคงควบตามไปยังที่ราบอย่างนุ่มนวลที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้าเธอ ส่วนท้ายของม้ากลับหายไปเหลือแต่เพียงหัว เห็นแต่เพียงแผงคอที่ยังโบกพริ้ว…….

“ฮึก,อื้ออื้ออ ฮึก”

การไถ่บาป การไถ่บาปของจริงเริ่มจากตรงนี้

ดันทาเลี่ยนถึงกับตื่นตระหนก

“กะ-เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?”

“ข้าดีใจที่ ยังมีชีวิตอยู่ อืออฮือออ ทุกๆวันที่ผ่านมามันยากลำบากมาก เป็นสองพันปีที่เหนื่อยและทรมาน ฮืออ แต่ข้าดีใจ ข้าดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่”

เธอปาดน้ำตาเช่นเดียวกับที่ยังคงดื่มไวน์ต่อ จนดูคล้ายกับว่า เธอชดเชยน้ำที่ไหลออกมาจากตาด้วยไวน์นั้น มันเกิดขึ้นอย่างนี้ เธอดมรับกลิ่นของมัน ม้วนไวน์ไว้บนลิ้น รับถึงสัมผัสของของเหลวก่อนจะไหลลงคอ

เธอทำให้แน่ใจว่า ทุกขั้นตอนที่จำเป็นในการลิ้มชิมรสไวน์นั้นครบถ้วนในทุกจิบ บาร์บาทอสพูดด้วยน้ำตาออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ดันทาเลี่ยนรู้สึกเหมือนเห็นทุ่งจากภาพยุคโพสโมเดิร์นที่ปรากฏตรงหน้า

“ส่งมันมา”

หลังจากแก้วของเธอว่างเปล่าในชั่วพริบตา บาร์บาทอสก็ชิงขวดไวน์ไป เธอวางนิ้วโป้งขวา ไว้ที่ร่องขวด

ด้วยการล็อคขวดไว้ในตำแหน่งนั้นทำให้สามารถเธอสามารถรินไวน์ลงสู่แก้วไวน์ในมือซ้ายได้ หลังจากรินอย่างไหลลื่น เธอก็ยกขวดอันหรูหรานั้นโดยไม่ให้กระเซ็นแม้สักหยดเดียว เธอได้ดื่มตามมารยาทโดยไม่มีความวิตกกังวลใดอีก

ภาพฉากนั้นเกิดขึ้นซ้ำๆ

ร้องไห้,รินไวน์และดื่ม

“ฮึก,ฮึก.”

ริน

“อืออือฮืออ,มันดี, มันดีมากๆ, ฟัค.”

ริน

ดันทาเลี่ยนลืมที่จะดื่มไวน์ตัวเอง เด็กสาวที่ดูเหมือนอายุ12ปี กำลังรินไวน์ให้ตัวเองแล้วก็ร้องไห้ไปด้วย มันช่างเป็นสิ่งที่ดูดี ดูสมจริง ดูแย่ ออกจะบ้าหน่อยๆ

ดันทาเลี่ยนรู้ว่า จอมมารบาร์บาทอสนั้นมีชื่อเสียงมากเรื่องการชื่นชอบแอลกฮออล์ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็เกินกว่าที่จินตนาการได้

เขาเปิดปากถามขึ้นมา

“ข้ามีคำถาม ทำไมท่านถึงต้องพูดว่า ฟัค อยู่ตลอดเวลาที่รู้สึกว่า มันดีด้วยล่ะ?”

“ฟืดดด ก็มันดีจริงๆนี่หว่า ทุกครั้งที่ข้าดื่มมันลงไปนะ มันก็จะหายไปจากขวด ซึ่งความจริงแล้ว แม่งโคตรของโคตรจะล้อเลียนกันเลย อึก

ว่ากันว่า ไม่ควรคุยอะไรกับใครดื่มบาเลอโดยไม่เคล้าด้วยน้ำตา”

ที่มาของไอ้คำพูดที่ว่านั่น ช่างน่าสงสัยเหลือเกิน แต่ดันทาเลี่ยนก็ตัดสินใจที่จะพูดถึงเป้าหมายของตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้าเวลาได้ไหลผ่านไปนานเหลือเกินเพราะการแกล้งแหย่บาร์บาทอสเล่นนั้นช่างน่าสนุกอย่างไม่น่าเชื่อเลย

“อย่างนั้นเองหรือ ? ข้ายังคงไม่สามารถพูดกับท่านได้สินะ?”

ดันทาเลี่ยนบ่นกับตัวเองราวกับเป็นปัญหาใหญ่

“เป็นปัญหาซะแล้วสิ”

“อุฮุฮุ ปัญหาอะไร เจ้าหนู?”

“ข้ามาที่นี่เพื่อคุยกับท่านเรื่องสัญลักษณ์ที่ท่านน่ะทิ้งไว้บนศพของริฟ ท่านบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ข้าไม่สามารถคุยได้ถ้ายังไม่หลั่งน้ำตาให้กับไวน์บาเลอก่อน ข้าเลยคิดว่า เป็นปัญหาใหญ่แล้วล่ะ”

ขณะนั้นเอง

การที่บาร์บาทอสนั้นไม่ได้ทำแก้วไวน์ในมือตกนั้นไม่ได้แปลว่า สิ่งที่ได้ยินนั้นมันไม่มีผลกระทบต่อเธอ หรือแกล้งทำเป็นไม่รับไม่รู้

เธอนั้นไม่สามารถตอบสนองอะไรได้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่า ร่างกายของเธอถูกแช่แข็งไปโดยสมบูรณ์นับแต่แต่ปลายมือที่ถือแก้วจนถึงริมฝีปาก

“……อ่า”

เธอดึงสถานการณ์กลับมาได้ทัน นิสัยและญาณหยั่งรู้ที่เธอลับคมมาเกือบสองพันปีได้บอกกับเธอว่า ตอนนี้เธอถูกซัดเข้าอย่างจัง มันเป็นการลอบโจมตีที่สมบูรณ์แบบ จะไม่ประทับใจได้อย่างไรเล่า?

ความมึนเมาในดวงตาสีทองหายไปแล้วกลายเป็นการจ้องของนางสิงโตแทน เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่บาร์บาทอสได้เปลี่ยนจากคนคลั่งไวน์กลายเป็นจอมมารลำดับ 8

หลังจากที่กลับมาขยับได้ตามเดิม เธอก็วนแก้วไวน์

“เพราะอย่างนั้นนายถึงได้นำ ไวน์เบเลอปี 505 มาด้วย”

แม้ประโยคนั้นจะไร้บริบท แต่ชายตรงหน้าเธอนั้นก็เข้าใจถึงความหมายทั้งหมดเป็นอย่างดี

“ถูกต้อง ถึงอย่างนั้น ฝ่าบาทก็เป็นจอมมารลำดับ 8 อยู่ดี ดังนั้นข้าจึงได้ลงทุนให้สูงพอ เพื่อที่จะได้ให้ท่านลดความระวังลง”

“ข้าว่า ข้าเริ่มจะเข้าใจเจ้าขึ้นมาแล้ว เจ้าวางแผนนับตั้งแต่โยนไวน์เบเลอขึ้นไปบนอากาศแล้ว เจ้าบังคับให้ข้านั้นให้แต่ความสนใจการกระทำเปิดเผยเบื้องหน้าของเจ้า”

เธอมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ? คนแบบไหนกันที่เอาของมาฝากด้วยการโยนขึ้นไปบนอากาศ?

ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายให้คุณค่ามากกว่าสิ่งใดๆทั้งสิ้น

ใครกันที่จะโยนความปรารถนาทิ้งอย่างตั้งใจ โยนสิ่งที่เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าที่กว่าได้มาแสนจะยากเย็น มันมิเป็นการกระทำที่เกินเหตุและไม่อาจเข้าใจได้อย่างนั้นหรือ?

“ยิ่งไปกว่านั้น แกยังพูดเหมือนแกนั้นดูถูกเหล้าไวน์ด้วย แกสร้างความประทับใจได้ดี ไอ้ลูกกะหรี่  ไอ้ดันทาเลี่ยนผู้ไม่รู้อะไรเลยเรื่องเหล้า”

บาร์บาทอสหัวเราะคิกออกมา เธอกลับรู้สึกสดชื่นที่ไม่ต้องยั้งตัวเองไว้

“มาคิดๆดู มันก็ไม่เม้คเซ้นส์นั่นแหละ แกเป็นคนที่หาไวน์ขวดนี้มา แกจะไม่รู้ได้ยังไงกันว่า เจ้าสิ่งนี้มีคุณค่าแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นแกยังพร่ำบนเหมือนข้าเป็นคนขี้เหล้า ทั้งหมดนั่นก็เพื่อลวงให้ข้าลดความระวังลงสินะ

ฮื่ออ…… ฮืมมม เจ้านี่มันช่างเป็นคนเจ้าเล่ห์ที่น่าประทับใจเสียจริง”

ดันทาเลี่ยนยักไหล่

“ข้าไม่ปฏิเสธ”

“จะโม้สักหน่อยก็ได้ เจ้าจัดการให้ข้าลดความระวังลงได้เชียวนะ เจ้าหนู

ตัวข้า,บาร์บาทอส,ลอร์ดแห่งเวทย์มนตร์ดำ,ราชนุกูลแห่งดวงวิญญาณนับพันดวง,นักฆ่าล้างมนุษย์

ในท้ายที่สุดแล้วตอนที่จู่ๆแกยกเรื่องศพริฟมาพูด ข้าก็ตัวแข็งนิ่งไปในทันที นั่นเป็นสิ่งที่ขอยอมรับเลยว่า ข้าทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ”

ดวงตาสีทองของเธอนั้นจดจ่ออยู่ที่ดันทาเลี่ยนสักพัก แววตาของเธอนั้นมันคล้ายกับสัตว์นักล่าที่กับกำลังจ้องคู่ต่อสู้ มันเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

“ดันทาเลี่ยน,จอมมารลำดับ 71 ที่ใครๆก็รู้ว่าอ่อนแอ นี่เจ้าเล่นละครมานานแค่ไหนกัน นับตั้งแต่แรกที่เข้ามาแล้วใช่ไหม? วิธีการที่เจ้าพูดกับข้าอย่างเป็นกันเองตอนนั้นก็เป็นการแสดงแต่แรกแล้วเรอะ?”

คำตักเตือนของเธอทำให้รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของดันทาเลี่ยนนั้นดูฝืน

“เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าความงดงามแล้ว การเสแสร้งและความสุภาพอันไร้สาระก็สลายไปในทันที”

คำพูดเหล่านั้นที่พูดกันยามที่พบกันตอนแรก

“นี่ บาร์บาทอส แต่ไวน์ที่ประทับบนริมฝีปากของท่านก็งดงามจริงไม่ใช่หรือไง?”

“โฮ่ ที่เจ้ากำลังจะพูดว่า ไวน์นี้มันเพียงพอที่จะช่วงชิงเวลานั้นไปจากข้าอย่างนั้นรึ”

บาร์บาทอสอึ้งเล็กน้อย

“แกพูดถูก แม้ข้าจะรู้เรื่องนี้แต่กลับทำอะไรไม่ได้แล้วปล่อยให้มันเกิดขึ้น

ฮาช์ แกนี่ไม่เพียงทำให้ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ แต่ยังทำให้ข้าน่ะยอมรับมันอย่างมีความสุขด้วย

แบบนั้นก็ได้ ข้าจะเฉลิมฉลองช่วงเวลานี้ให้เต็มเหนี่ยว มันช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมเสียจริง”

เธอถือแก้วไวน์คริสตัลไว้

“ข้า,บาร์บาทอส ขอดื่มอวยพรให้เจ้า ดันทาเลี่ยน แด่ดันทาเลี่ยน”

“แด่ดันทาเลี่ยน”

เกร้ง

เสียงใสสะท้อนกังวาล

บาร์บาทอสนั้นกลืนไวในอึกเดียว จากนั้นเธอก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย รสชาติของมันยังคงน่าตื่นใจ ก็ในเมื่อไวน์มันดีขนาดนี้ ก็ไม่เห็นมีอะไรแย่ ถ้าจะยอมถูกหลอกสักครั้ง

เธอบอกกับตัวเองอย่างนั้น แม้เขาจะเอาไวน์คุณภาพสูงมาฝาก ดันทาเลี่ยนก็ยังคงเป็นคนหลอกเธออยู่ดี

แม้เธอจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างหลังจากรู้ว่าทุกเป็นแค่แผน

เธอก็ยังรู้สึกว่าควรจะให้เขาพูดแบบเป็นกันเองต่อไป  เธอกระตุ้นเตือนให้อย่ากังวลถึงไพมอน และพยายามเปิดใจต้อนรับการมาเยือนแม้จะถูกหลอกใช้และหักหลัง

ดันทาเลี่ยนนำไวน์ที่เลอค่าที่สุดในโลก นั่นเป็นสิ่งเดียวที่มีความหมาย

‘ต้องใช้สิ่งที่มีคุณค่าเท่านี้ถึงจะใช้หลอกท่านได้’

นี่มันไม่ใช่ความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเกินจะคาดฝันถึงหรืออย่างไร?

นี่มันเป็นการให้กำลังใจและความใจดีที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยไม่ใช่หรือ?

เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอจึงดื่มไวน์อย่างมีความสุขหลังจากถูกหลอก

เธอดูหมิ่นคำเยินยอเพราะโดยมากแล้ว มันไม่ได้เป็นอะไรมากเกินไปกว่าคำลวง

แต่ดันทาเลี่ยนนั้นไม่ใช่ เขายืนประจันหน้าแล้วมองเธออย่างกล้าหาญ

เขาสำเร็จตามเป้าหมายของตนและยังเชิดชูเธอด้วย มันไม่ใช่การป้อยอกันไปมาของพวกสกปรก

แต่เป็นเหมือนนักดาบผู้ยอมรับแล้วว่า คู่ต่อสู้ตรงหน้านั้นคู่ควรต่อการดวลกันถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย ความเป็นญาติสาโลหิตกันจะสร้างขึ้นได้ในรูปแบบของนักรบเท่านั้น

ไม่เพียงแต่ดันทาเลี่ยนจะได้รับชัยชนะ แต่เขายังได้รับความชื่นชมจากคู่ต่อสู้ด้วย มันเป็นชัยชนะโดยแท้จริง

บาร์บาทอสยิ้ม

“แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าเป็นข้าล่ะ?”

“มันเป็นช่วงเวลาที่ท่านควรจะเพลิดเพลินไปกับไวน์ ไม่ใช่เหรอ?”

“ไอ้หนูนี่ ข้าเป็นคนที่ทนไม่ได้ถ้ามันคาใจ ถ้าแกไม่บอกข้า ข้าก็จะคิดวนอยู่อย่างนั้นตอนที่ดื่มเบเลอที่สุดยอดเนี่ยแหละ”

ดันทาเลี่ยนหัวเราะออกมา

“ก็ได้ เป็นปัญหาเสียจริง มันคงแย่มากหากเพื่อนข้าไม่สามารถเพลินไปกับของขวัญที่ข้าต้องทนเจ็บปวดกว่าจะได้มันมา”

“ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว ก็รีบๆพูดมาเหอะน่า รีบตีฝีปากฉลาดๆของเจ้าได้แล้ว”

“หลังจากข้าดื่มนี่เสร็จนะ”

ดันทาเลี่ยนจิบไวน์ของตัวเอง เขาจงใจจะยั่วกวนอีกฝ่าย บาร์บาทอสเริ่มหงุดหงิดกับแทคติกชั้นต่ำแต่ก็ยังคงรออย่างเงียบๆ ในฐานะผู้แพ้ เธอไม่สามารถพูดอะไรได้กับผู้ชนะ

“อ้าาา อร่อยเหลือเกิน”

“ไอ่ หนู”

“โอเค โอเค บอกแล้วๆ”

ดันทาเลี่ยนหัวเราะออกมา

“ก็ตอนแรกน่ะ ทุกคนที่เข้ามาร่วมกันในราตรีวัลเพอกีสต่างเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งนั้น จนกระทั่งได้เวลา มันเป็นไปไม่ได้ที่คนที่ไม่ได้อยู่ในงานจะสามารถสนับสนุนปาร์ตี้ของริฟได้”

“ฟัค! ช่างแม่งเหอะ ข้าเข้าใจแล้ว”

รอยย่นปรากฏบนหน้าผากซีดๆของบาร์บาทอส

“แต่ตรงนั้นมีจอมมารถึง 32 ตนในคืนนั้น แล้วทำไมแกถึงคิดว่าเป็นข้าล่ะ?”

“มันง่ายมาก”

จบบทที่ บทที่ 066 – สองแผนร้าย(7)

คัดลอกลิงก์แล้ว