เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 065 – สองแผนร้าย(6)

บทที่ 065 – สองแผนร้าย(6)

บทที่ 065 – สองแผนร้าย(6)


บทที่ 065 – สองแผนร้าย(6)

“ช่ายยยยยย⎯⎯ถูกต้องแล้ว⎯⎯ฝ่าบาทททท ดันทาเลี่ยน⎯⎯”

บาร์บาทอสจมอยู่ในห้วงความคิด? ทำไมหมอนั่นถึงมาข้าหาเวลานี้?

เธอพยายามคิดหลายต่อหลายความเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างนั้น เธอชอบที่จะทำตามสัญชาตญาณการหยั่งรู้ของตนเองมากกว่าจะใช้ตรรกะซับซ้อนเพื่อการตัดสินใจ หลังจากคิดแล้วก็ได้พบข้อสรุปว่า ไม่ว่าจะมุมใด การใช้เหตุผลของดันทาเลี่ยนนั้นน่าสนใจเสมอ

เธอจึงพูดขึ้น

“บอกให้เขามาที่นี่ เดี๋ยวนี้! ไม่สิ ข้าจะไปรับเขาด้วยตัวเอง”

“ตามมม⎯⎯ที่ฝ่าบาทปรารถนาาาาาาา⎯⎯.”

ผีโปร่งใสตอบรับทั้งที่ยังลากเสียงยาว เจ้าผีนั้นจมหายไปในพื้นดิน ปกติแล้วเธอจะถอนใจกับการที่ลูกน้องของเธอนั้นมุดไปมุดมาผ่านดินแทนที่จะเข้ามาทางเดินที่สร้างไว้ให้เป็นอย่างดี แต่บาร์บาทอสกัดนิ้วอย่างทนรอไม่ไหว

‘เป็นไปได้ หรือเป็นไปได้ว่า……เขาจะรู้ถึงสิ่งที่ข้าทำ?’

ไขสันหลังของบาร์บาทอสสะดุ้งเหมือนถูกหนามแทง มันไม่มีทาง แม้เธอจะรู้ว่า ไม่มีทางที่เขาจะล่วงรู้ได้ ความคิดที่ว่าเขาอาจจะรู้ถึงสิ่งที่เธอทำกลับทำให้เธอตื่นเต้นขึ้น

หัวใจเธอเต้นระรัวจนแทบจะหายใจไม่ทัน แต่มันก็เร็วไปที่จะสรุปอย่างนั้น มันเป็นปกติของคนที่เปี่ยมด้วยความหวังจะผิดหวัง ดังนั้นจึงควรจะรู้จักการเลิกตั้งความหวังด้วย

แต่ถึงกระนั้น

‘แม้โอกาสจะมีเพียงน้อยนิดที่เขารู้ ข้าก็จะพึงพอใจเป็นอย่างที่สุดเลย เจ้าหนู’

มุมปากของบาร์บาทอสยกยิ้มขึ้น ลิ้นสีแดงของเธอมอบความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากตน

ไม่นานนัก ดันทาเลี่ยนก็ได้เข้ามาทางประตูหลักในชุดผ้าคลุมดำ ต้องขอบคุณอุปกรณ์เทเลเพอร์ทที่สร้างไว้เพื่อแขกของปราสาทจอมมารบาร์บาทอส เขาจึงมาถึงได้รวดเร็ว พอดันทาเลี่ยนเห็นเธอเข้า ก็โบกมืออย่างสบายๆ การกระทำของเขานั้นเหมือนกับได้มาเจอกับเพื่อนเก่า

“ไม่เจอกันนานเลย บาร์บาทอส”

ตอนนั้นเองที่เธอหลงลืมไปเลยว่าจะพูดอะไร หรือจะบอกว่า เธอไม่ทันตั้งตัวก็ได้

เธอไม่คาดหวังว่า เขาจะพูดตรงไปตรงมาแบบนั้น จริงอยู่ที่ทั้งดันทาเลี่ยนและบาร์บาทอสนั้นตัดสินใจไม่พูดเป็นทางการต่อกัน แต่พวกเขาก็ยังเป็นระดับ 8 กับระดับ 71 หากเทียบชนชั้นในทางสังคมมนุษย์ก็เหมือนกับจักรพรรดินีกับอัศวินบ้านนอก ใครจะสามารถเลิกพูดอย่างสุภาพได้ง่ายๆเพียงเพราะอีกฝ่ายบอกกันล่ะ?

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เธอไม่ได้รับการทักทายเช่นนี้?

รอยยิ้มเต็มใบหน้าปรากฏขึ้น

“ไอ้นี่มันช่างหยาบชะมัด นี่แกเผลอเอาความอ่อนน้อมไปทาขนมปังกินซะแล้วเรอะ? ถ้าแกจะมาเยี่ยมบ้านของสุภาพสตรีอย่างน้อยก็หัดเตรียมไปป์ให้พร้อมสูบซะบ้าง”

“โอ้ แหมที่รัก ข้าที่ช่างหยาบกระด้างเหลือเกิน แต่ท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ? ข้านั้นตื่นเต้นที่ได้เห็นหญิงสาวผู้งดงามจนลืมแม้แต่ความสุภาพ แต่อย่างที่เข้าใจกันว่า เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าความงดงามแล้ว การเสแสร้งและความสุภาพอันไร้สาระก็สลายไปในทันที”

“คั่ก คั่กคั่ก”

เธอนั้นไม่ชอบการป้อยอ แต่หากเป็นการป้อยอเพื่อหยอกล้อเธอชอบมาก

การล้อเล่นนั้นเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงสิ่งอันน่าเบื่อที่เรียกว่า ชีวิต แม้จะชีวิตนั้นจะแสนเปราะบางจนน่าสะอิดสะเอียน แต่หากเหยาะเครื่องปรุงลงไปสักหน่อยก็อร่อยถูกปากได้

“แกนี่ คารมคมคายดีจริงๆ ข้ารู้แล้วล่ะว่า พรสวรรค์ของแกคือ การซัดหน้านังกะหรี่ไพมอน แต่ถึงอย่างนั้นข้ากับมัน คนละชั้นกันเว่ย”

“โอ้ ? นี่ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน?”

“ข้าไม่ใช่พวกอ่อนหัดที่จะมองข้ามพฤติกรรมหยาบคายง่ายๆเพียงเพราะลิ้นสองแฉกของแกหรอกน่า การเผยเรือนร่างอันงดงามอย่างแท้จริงให้แกได้เห็นมันเป็นสิ่งที่สมควรต่อจากยกย่องอยู่แล้ว”

คิดไว้แล้วมาต้องเป็นแบบนี้

ดันทาเลี่ยนแสดงความเห็นพร้อมกับหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า มันเป็นขวดเหล้า ตาของบาร์บาทอสเบิกกว้าง แบรนด์บนขวดนั้น มันเป็นแบรนด์ที่เธอเคยเห็นมาเมื่อนานมากแล้ว อยู่ๆบาร์บาทอสก็พูดตะกุกตะกักขึ้นมาทันที

“ยะ-อย่าบอกข้านะ ว่า ไอ้เจ้านั่น?”

ดันทาเลี่ยนยิ้มชั่วร้ายออกมากว้างๆ

“นรกน้ำเดือด เป็นที่รู้จักกันดีในโลกปีศาจว่า เป็นไวน์ชั้นสูง ในบรรดาไวน์ชั้นดีทั้งหลาย นี่คือ ไวน์ที่อยู่เหนือไวน์ทั้งปวงทำขึ้นแค่ปีละครั้งในดินแดนของเอิร์ลลาวา จากปี 505 ตามปฏิทินภูมิภาคบาเล่อ(Baler) แหมช่างบังเอิญเหลือเกิน ปีนี้ก็ครบรอบพันปีพอดีเลย”

“ไม่มีทาง!”

บาร์บาทอสร้องออกมา

“นั่นมันไวน์ชั้นสูงที่แม้แต่ ตาแก่บาอัล(Rank 1 Baal)ยังดิ้นรนหามาเพื่อให้ได้ครอบครอง!”

“อะแฮ่ม ข้าใช้เส้นสายนิดหน่อยได้มา”

“บ้าไปแล้ว นี่มันบ้าเกินไปแล้ว! มันใช่ของจริงใช่ไหม!? ไม่ มันไม่ใช่ของจริง หรือใช่ของจริงวะ!?”

เธอไม่สามารถอดใจรอได้อีกต่อไป ก้นของเธอยกขึ้นจากที่นั่งบัลลังค์หิน เธอนั้นนิยามตนเป็นผู้ที่รักเหล้ามากที่สุดในหมู่จอมมารด้วยกัน และจอมมารตนอื่นก็รู้ความจริงข้อนี้ ดังนั้นไวน์ขวดนี้จึงเป็นเหมือนจอกศักดิ์สิทธิ์สำหรับเธอ

บาร์บาทอสนั้นโยนความสูงส่งและเกียรติภูมิไปกองไว้ก่อน แล้วกระโดดเข้าตะครุบอย่างรวดเร็ว

“ให้ข้าดูหน่อยยย!”

“แน่นอนครับ นี่ครับ”

ดันทาเลี่ยนโยนขวดให้ เขาโยนมันลอยสูงเหมือนลูกบอล บาร์บาทอสตกตะลึงกับการที่เขากล้าทำอย่างนั้น

นี่เขากล้าโยนไวน์คุณภาพชั้นเลิศที่สุดในโลกต่อหน้าคนรักไวน์ได้อย่างไรกัน!?  มันเหมือนกับเอางานชิ้นเอกระดับศตวรรษมาโยกควงเล่นต่อหน้าศิลปิน การทำแบบนั้นยังถือว่า มารยาทดีกว่าที่หมอนี่ทำด้วยซ้ำ

เธอกรีดร้องออกมา

“อ๊าาาาา อ๊ากกกก! ไอ้บ้าห่าเอ้ยยยย!”

บาร์บาทอสนั้นใช้เวทย์มนตร์โดยไม่ตั้งใจเพื่อจับขวดไวน์จากอากาศตรงหน้า เวทย์มนตร์ดำสามระดับนั้นใช้ออกมาทันทีโดยไร้คำร่าย

<คว้าจับล่องหน> (Invisible Grasp),<ลมหายใจแห่งความเมตตา>(Breath of Mercy), และ <ก้าวย่างของผี> (Ghost Steps) เวทย์ทั้งสามนั้นเป็นเวทย์ระดับสูงที่ต้องมีระดับอย่างต่ำ คือ ห้าวงเวทย์

บาร์บาทอสนั้นเหยียบพื้นแล้วกระโดดขึ้นสูงกว่า 10 เมตร เธอได้สร้างหมอกเวทย์มนตร์ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ทำให้ความเร็วของขวดไวน์นั้นช้าลง จากนั้นเธอก็จับขวดไวน์ด้วย <คว้าจับล่องหน>

หากมีนักเวทย์มนุษย์มาเป็นพยานการใช้เวทย์สำเร็จโดยฉับพลันทันใด กรามพวกเขาคงอ้ากว้างชนพื้น และคงจะช็อคด้วยหลายๆเหตุผล

เริ่มจากความจริงที่ว่า เธอไม่ได้ใช้งานเวทย์แค่2 หากแต่เป็นถึง 3 เวทย์ในเวลาเดียวกัน

อย่างที่สอง เธอร่ายทั้งสามเวทย์โดยละคำร่าย และส่งผลในทันที

และอย่างสุดท้าย เธอใช้มหาเวทย์นั้นเพื่อคว้าไวน์หนึ่งขวด

บาร์บาทอสไม่แคร์ว่า พวกนักเวทย์มนุษย์จะมองยังไง เธอโฟกัสความสนใจทั้งหมดไปที่ไวน์ บาเล่อปี 505 ที่อยู่ในอากาศ

เวทย์มนตร์ที่เธอฝึกมาซ้ำแล้วซ้ำอีก มาตลอด 2,000 ปี นั้นนำมาใช้ ณ เวลานี้ เพื่อใช้กับไวน์ขนาด 45 เซนติเมตร

นี่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานหนักของเธอตลอดไม่ใช่หรือ?

ไวน์ขนาดนั้นจอดลงสู่มือของบาร์บาทอส แล้วตัวเธอก็ลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย

“เยสสสสสสสสสสสสสสสสสส!”

บาร์บาทอสยกชูขวดขึ้นด้วยมือของเธอ เธอตะโกนออกมาเหมือนนักบาสเก็ตบอลที่เพิ่งรีบาวในช่วงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขันได้ทัน ตอนนี้เธอแทบจะเป็นราชันย์แห่งสนามก็ไม่ปาน

“เอ็งเห็นไหมมม!? ไอ้ห่า! นี่คือ สุดยอดระดับ 8 บาร์บาทอสโว้ย!”

“……ข้าไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่รู้สึกเหมือนได้มาเป็นพยานบางสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ในตอนนี้”

“ดันทาเลี่ยน ไอ้ลูกกะหรี่เอ๊ย! เอ็งไม่มีสิทธิแม้แต่จะชิมขวดนี้แม้แต่จิบเดียว!”

บาร์บาทอสหันขวับกลับมาจ้องหน้าดันทาเลี่ยน แม้จะพยายามมองจ้อง แต่จากภาพนอกก็เห็นเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสามปี ที่แผ่ออร่าเข้มข้นออกมา อย่างน่ากังขา

“โอ้ ข้าหมดคำจะพูด! ข้าไม่อยากเชื่อ ไม่อยากเชื่อเลยแม้แต่น้อย! เจ้าไวน์ที่ผ่านการบ่มมานานถึงพันปี!

ผลงานชิ้นเองที่จะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ผ่านมาหลายต่อหลายรุ่น จากการกลั่นสกัดด้วยเวทย์มนตร์ในโรงกลั่นที่สุดพิเศษบนโลกนี้มานานถึง 15 วัน เวทย์มนตร์พิเศษจำเพาะที่มีไว้เพื่อถนอมรักษาคุณภาพแอลกฮอล์!

นี่แกกล้าดียังไงวะถึง มาโยนสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ ที่ไม่มีทางหาซื้อได้ทั่วไป และเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่แม้แต่อาร์คดยุคแห่งนรกน้ำเดือดยังไม่กล้าที่จะมอบมันให้กับหญิงสูงศักดิ์ผู้งดงามด้วยซ้ำ!

แกกล้าโยนมันเหมือนขยะได้ไงวะ ไอ้ห่าเอ้ย!?

แกนี่มันเลวทรามยิ่งกว่าคราบดินในซอกเล็บอีกาซะอีก!”

“เอ่อมม เท่าที่ข้ารู้แน่ๆแล้ว คือ ท่านนี่มันพวกติดแอลกอฮอล์ระยะสุดท้ายแล้วล่ะ”

“ผู้เชี่ยวชาญแอลกอฮอล์โว้ย ไม่ใช่ ไอ้ขี้เมาพวกนั้น เจ้างั่ง!”

บาร์บาทอสนั้นเขย่าขวดไวน์ด้วยมือที่สั่นเทา เธอคงสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบด้วยฝ่ามือของเธอ

‘โหว๋’

เธอบอกได้ในทันที นับตั้งแต่เธอเป็นจอมเวทย์มนตร์ดำผู้ยิ่งใหญ่ ขวดนี้ไม่ใช่ขวดแก้วธรรมดาเช่นกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นขวดคุณภาพดี ที่ใช้การรักษาอุณหภูมิแบบกึ่งถาวร แล้วเคลือบให้ชุ่มโชกด้วยเวทย์มนตร์ป้องกันอย่างดี ความสงสัยว่า ขวดในมือนั้นเป็นของจริงหรือไม่ ได้เปลี่ยนเป็นความหวังที่จะได้ลิ้มลองของจริงแล้ว

“กะ-แก……ถ้านี่ไม่ใช่ของจริงล่ะก็, เตรียมใจรับการลงโทษที่หลอกลวงข้าได้เลย , ข้าจะl…….”

“ข้าจะให้ท่านได้จิบแรกไป”

“อึก”

บาร์บาทอสกลืนน้ำลายโดยไม่ทันรู้ตัว

“แต่จิบแรกนั่น……ระ-รสเยี่ยมที่สุด?”

“นั่นแหละสาเหตุที่ข้ามอบให้ท่าน”

ดันทาเลี่ยนแสยะยิ้มชั่วร้าย

“เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”

“แกมัน ไอ้……ไอ้ลูกกะหรี่  แต่เป็นลูกกะหรี่ที่ดี”

“นั่นฟังดูเหมือนท่านกำลังชมข้าอยู่เลย ถ้าอย่างนั้นข้าจะขอรับคำชมเชยนั่นไว้ด้วยความเคารพ”

บาร์บาทอสขยับตัว

ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่จบลงแค่นั้น การที่คิดว่าจะได้จิบแรกของ บาเลอไวน์ ปี505 นั้นทำให้เธอลน

“มะ-มันต้องเวลาแบบนี้แหละ! แก้วไวน์! ข้าเอาแก้วไวน์ไปไว้ไหน!?”

เธอกวาดมือไปรอบข้าง พอเธอทำเช่นนั้น พวกกองขยะทั้งหลายก็บินออกไปทางประตูหน้า ไอเทมทั้งหลายที่อยู่ในห้องเก็บของก็ถูกเรียกออกมาด้วยเวทย์มนตร์อัญเชิญของบาร์บาร์ทอส ห้องจอมมารที่กว้างใหญ่นั้นเต็มไปด้วยขยะ แต่ก็ไม่นานนักบาร์บาทอสก็หาแก้วไวน์คริสตัลเจอ

เธอกลืนน้ำลายลงไป

“……จะ-จะดื่มละนะ?”

“ครับ เชิญเลยครับ ตามสบายเลย”

ดันทาเลี่ยนเริ่มเหนื่อยหน่ายกับความแปลกของคนขี้เมา เขาจึงตอบกลับพร้อมถอนใจ โดยปรกติแล้วบาร์บาทอสนั้นจะโต้ตอบต่อท่าทีที่หยาบคายแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่มีทางที่เธอจะมีเวลามาคิดเรื่องพรรค์นั้น

ความจริงแล้วคำพูดที่พูดว่า ‘จะดื่มละนะ’ นั้นไม่ได้พูดกับดันทาเลี่ยน เธอพูดกับตัวเองต่างหาก

“อะ-โอเค บาเลอร์ไวน์ ปี 505  ……จงเผยกลิ่นอันเซ็กซี่เย้ายวนของเจ้าออกมาเถิด”

“ข้าไม่คิดว่า กลิ่นไวน์จะเซ็กซี่เย้ายวนได้ ข้าว่าสมองท่าน…….”

“หุบปาก!”

บาร์บาทอสนั้นเริ่มร่ายเวทย์ มันเป็นเวทย์ที่เอาไว้เปิดจุกคอร์กให้ออกมาจากขวดไวน์โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดเลย ไม่สำคัญว่า จุกคอร์กที่มีนั้นจะดีแค่ไหน แต่มันก็จะมีบางส่วนของคอร์กนั้นที่หล่นไปในไวน์เมื่อดึงมันออกมา จุกคอร์กพวกนั้นจึงไปเจือปนกับรสชาติของไวน์ทำให้คุณภาพต่ำลงด้วย

เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันอันน่าสะเทือนใจนั่น บาร์บาทอสจึงได้พัฒนาเวทย์ <ถอนจุกคอร์ก>(Cork Removal) ออกมาเมื่อ 1,103 ปีที่แล้ว บาร์บาทอสนั้นมั่นใจว่าทุกสิ่งที่เธอทำสำเร็จมาตลอดชีวิตนั้น ความยิ่งใหญ่ใดที่เธอได้รับมาแล้ว ทั้งหมดมันก็มีแค่เวทย์มนตร์ระดับสองวงนี่ เท่านั้นที่จะสามารถใช้งานในการดึงจุกคอร์กจากขวดนี้ เธอมั่นใจอย่างนั้น

บาร์บาทอสผู้ใช้เวทย์มนตร์เหนือกว่าระดับห้าวงโดยไม่ต้องร่าย และยังใช้ได้ถึสามชั้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา ในตอนนี้เธอได้ใช้เวทย์ถอนจุกคอร์ก ที่เป็นแค่เพียงระดับสองวง อย่างระมัดระวัง เชื่องช้าที่สุด และเปี่ยมไปด้วยความจดจ่อมากที่สุด เมื่อเธอเริ่มร่ายจุกคอร์กก็ค่อยๆดันตัวขึ้นมาดัง ‘ป๊อป’

กลิ่นของไวน์ที่บ่มมานับพันปีได้ลอยขึ้นแตะจมูกบาร์บาทอส

“…….”

เธอนั้นซาบซึ้งเป็นอย่างมาก จิตใจของเธอลอยล่องออกไปเกือบห้าร้อยเมตรในอากาศ เธอแน่ใจแล้ว ว่านี่ นี่มัน ของจริงเลย โดยไร้ข้อสงสัย ไร้ข้อกังขา

นี่คือ <ไวน์เบเลอ ปี 505 จากดินแดนลาวา ที่ชื่อ นรกน้ำเดือด> ของจริง ชัดเจนและยิ่งกว่า

⎯⎯ความลึกล้ำและพิศมัย หากแต่มันยังแตกต่างอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่าความดีงามใดๆทั้งปวง

แม้บาร์บาทอสจะยังไม่ได้ดื่มมันซักหยด แต่เธอก็ได้เมาไปแล้ว

“สะ-สวรรค์มีจริงหรือนี่?”

“ข้าดีใจที่กลิ่นอย่างเดียวก็สร้างความปลื้มปิติให้ท่านได้ ท่านควรลองจิบดูตอนนี้เลย”

“จะจิบ……? เจ้าสิ่งนี้……?”

เธอตัวสั่น

“ดันทาเลี่ยน……แกมันไม่เข้าใจคุณค่าของสิ่งนี้……ขะ-ข้าจะดื่มสิ่งนี้ได้อย่างไรกัน? เจ้าไม่ควรดื่มสมบัติรู้ไหม?……?”

“ก็ท่านชอบเหล้า ใช่ไหม? ก็เหล้าที่ดีที่สุดในโลกมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ทำไมยังไม่อยากจะดื่มอีกล่ะ?”

หมอนี่พูดถูก

บาร์บาทอสกลับสิ้นหวัง

“อ๊าากกกกก! มันช่างย้อนแย้ง ย้อนแย้งเหลือเกิน……!

เพราะข้ารักเหล้ากว่าใครๆทั้งปวง ข้าจึงอยากได้ ไวน์บาเลอ!

แต่ก็เพราะข้ารักมันยิ่งกว่าใคร ……เพราะแบบนั้นข้าต้องหักห้ามตัวเองจากการดื่มมัน! นี่มันปฏิทรรศ์อันย้อนแย้ง! ความไม่มีเหตุผล! มันช่างปวดร้าวใจเหลือเกิน!นี่หรือชีวิต!?”

“ไปต่ออีกหน่อยแล้วท่านจะจบลงที่ได้เจอความจริงของจักรวาลผ่านไวน์ขวดนี้

เฮ้ นี่ ส่งขวดกลับคืนมาให้ข้า ข้าจะรินให้ท่านเอง”

“อะ-โอเค”

บาร์บาทอสส่งขวดให้อย่างเชื่อฟัง มันไม่รู้สึกเหมือนว่าเธอจะสามารถรินไวน์ได้แม้จะใช้สองมือ มือขวาของเธอมันสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอถือแก้วไวน์รอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าเมื่อเธอเห็นวิธีที่ดันทาเลี่ยนถือขวดไวน์

“เฮ้ย ไอ้ลูกหมา! นั่นมันท่าอะไรวะ!?”

ดันทาเลี่ยนกะพริบตาขณะที่ถือขวดไวน์ด้วยสองมือ

“อะไรรึ?”

“ท่าถือขวดของแกน่ะมันผิด ท่ามันผิดโว้ย! แกต้องใช้มือเดียว ไม่ใช่สองมือ!”

“แบบนี้รึ?”

“ไม่ใช่โว้ย ไอ้ห่า! อย่าจับขวดแน่นด้วยฝ่ามือสิวะ ให้ประคองมันไว้เบาๆที่ก้น!”

“……แบบนี้รึ?”

บาร์บาทอสเริ่มเกรี้ยวกราด

“ชิบหาย! ข้าบอกแกแล้วว่า อย่าถือด้วยฝ่ามือ! ใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้แล้วก็นิ้วกลาง⎯⎯.”

“ดื่มเข้าไปเหอะน่า ยัยคนติดเหล้า!”

ดันทาเลี่ยนมองเด็กสาวด้วยความรำคาญ แม่นี่มันน่าสิ้นหวังเหลือเกิน

จบบทที่ บทที่ 065 – สองแผนร้าย(6)

คัดลอกลิงก์แล้ว