เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - ส่งตัวหวงกั๋วฝู

บทที่ 45 - ส่งตัวหวงกั๋วฝู

บทที่ 45 - ส่งตัวหวงกั๋วฝู


บทที่ 45 - ส่งตัวหวงกั๋วฝู

หลังจากหลินเจ๋อกรอกเหล้าลงคอไปสองตำลึงและจัดการเป็ดจนเกลี้ยงจาน แผนการในหัวก็ตกผลึกเป็นรูปเป็นร่าง เขาจุดบุหรี่สูบตบท้ายมื้ออาหารแล้วเตรียมตัวเข้านอน

สองพี่น้องต้มน้ำร้อนรอไว้แล้ว เริ่มจากช่วยล้างเท้าให้เขา ก่อนที่หลินเจ๋อจะผสมน้ำอุ่นยกออกไปอาบที่ลานบ้าน กู้ซีเยว่เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าตามออกไปช่วยตักน้ำราดตัวให้เขา

การอาบน้ำท่ามกลางความขาดแคลนช่างทุลักทุเล หลินเจ๋อหมายมั่นปั้นมือว่าวันหน้าจะต้องสร้างห้องอาบน้ำดีๆ ไว้ในบ้านสักห้อง

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเจ๋อแวะไปตรวจตราความเรียบร้อยของด่านตรวจค้นตามหน้าที่ แล้วแอบเซ็นออกใบพำนักปลอมที่ป้อมตำรวจมาปึกหนึ่ง จากนั้นก็แวะซื้อข้าวของเครื่องใช้ มุ่งหน้าตรงไปยังโรงบ่อนเก่าที่ตลาดเสี่ยวซื่อโข่ว เมื่อแจกแจงแผนการให้ฟัง หวงกั๋วฝูมีท่าทีลังเล "มันจะรอดแน่เหรอครับ"

หลินเจ๋อชักสีหน้า "บอกให้ทำก็ทำ จำสิ่งที่ฉันสั่งไว้ให้ขึ้นใจแล้วแกจะได้ออกไปจากที่นี่ ถ้าไม่เอาก็เชิญมุดหัวอยู่ที่นี่ต่อไป อีกสักสามสี่เดือนเรื่องเงียบเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน"

หวงกั๋วฝูกัดฟันกรอด "ผมต้องรีบไปเทียนจิน... ตกลงครับ ผมจะเชื่อคุณ"

หลินเจ๋อสั่งให้เซี่ยเฉวียนไปซื้อตั๋วรถไฟ ใบหนึ่งใช้ชื่อจริงของหวังเสียวโส่ว ส่วนใบอื่นๆ ใช้ชื่อปลอมจากเอกสารที่เขาเพิ่งทำขึ้น จากนั้นก็เริ่มลงมือแปลงโฉมหวงกั๋วฝู โชคดีที่รูปร่างของหวงกั๋วฝูใกล้เคียงกับหวังเสียวโส่ว แถมตอนนี้ยังโกนหัวโล้นเหมือนกัน พอจับแต่งตัวเข้าหน่อยก็ดูคล้ายคลึงกันถึงแปดส่วน

ขั้นตอนต่อไปคือการฝึกบุคลิกท่าทาง หลินเจ๋อบังคับให้หวงกั๋วฝูเลียนแบบกิริยาของหวังเสียวโส่ว ทั้งการเดินตัวงอๆ การผงกหัวปลกๆ และรอยยิ้มประจบสอพลอ หวงกั๋วฝูรู้ดีว่านี่คือเดิมพันด้วยชีวิตจึงตั้งใจฝึกอย่างหนัก

เมื่อเซี่ยเฉวียนกลับมาพร้อมตั๋ว หลินเจ๋อก็ยื่นให้หวงกั๋วฝู "ให้เซี่ยเฉวียนคุมแกซ้อม ห้ามอู้นะ จำไว้ บ่ายนี้แกต้องเดินอาดๆ ไปขึ้นรถไฟตามเวลาในตั๋ว ไม่ว่าใครจะเข้ามาซักถาม แกต้องโค้งคำนับ ยิ้มประจบ ทำตัวให้นอบน้อมที่สุด เข้าใจไหม"

หวงกั๋วฝูพยักหน้า มองหลินเจ๋อด้วยสายตาซาบซึ้ง "ขอบคุณครับ!"

หลินเจ๋อตบไหล่เขาเบาๆ "บางทีเราอาจได้เจอกันอีก"

หลินเจ๋อคว้าตั๋วรถไฟปลอมกับตั๋วอีกใบที่มีเวลาใกล้เคียงกัน แล้วบึ่งไปหาหวังเสียวโส่วที่ป้อมตำรวจ

"ไอ้เสียวโส่ว! ตามข้ามาที่ห้องทำงาน มีเรื่องจะคุยด้วย"

หวังเสียวโส่วได้ยินเจ้านายเรียกก็รีบวิ่งกระดิกหางตามขึ้นไปทันที พอปิดประตูห้อง หลินเจ๋อก็เริ่มบ่นกระปอดกระแปด "ร้อนชิบหาย อาบน้ำที่บ้านโคตรจะลำบากเลยว่ะ"

หวังเสียวโส่วยิ้มเผล่ "งั้นบ่ายนี้ไปลงอ่างแช่น้ำโรงนวดกันไหมครับท่าน"

หลินเจ๋อทำท่าครุ่นคิด "จะให้ไปโรงนวดทุกวันมันก็ใช่ที่ ข้าได้ยินเด็กในร้านตงเซิงผิงมันคุยกันว่า เดี๋ยวนี้เขาฮิตติดตั้งหม้อต้มน้ำร้อนไว้ในบ้านกันแล้ว เห็นว่าเดินท่อก๊อกน้ำ พอหมุนปุ๊บน้ำร้อนก็ไหลโจ๊ก จะเอาเย็นเอาร้อนปรับได้ดั่งใจ สะดวกชะมัด"

หวังเสียวโส่วร้องอ๋อ "ผมรู้แล้วครับท่าน พวกบ้านฝรั่งหรือโรงแรมหกชาติเขามีใช้กัน เรียกว่าเครื่องทำน้ำร้อน นำเข้ามาจากเขตเช่าในเทียนจินครับ ข้างบนเป็นถังน้ำ ข้างล่างเป็นเตาต้ม ต่อท่อเข้ากับก๊อกน้ำประปา สะดวกจริงๆ นั่นแหละครับ"

สิ่งที่เขาพูดไม่ผิด ยุคนี้สุขภัณฑ์เริ่มทันสมัยขึ้น แม้จะไม่แพร่หลายแต่ก็มีใช้กันในหมู่ชนชั้นสูงและชาวต่างชาติ หวังเสียวโส่วหัวไวรีบเสนอตัวทันที "ท่านครับ ให้ผมวิ่งไปเทียนจินสักเที่ยวไหมครับ ไปหาซื้ออุปกรณ์พร้อมจ้างช่างกลับมาติดตั้งให้ที่บ้านท่านเลย"

หลินเจ๋อทำท่าลังเล "จะดีเหรอวะ ช่วงนี้เบื้องบนยิ่งเร่งรัดให้ตรวจค้นคนร้าย ข้าส่งเอ็งไปเทียนจินเพื่อไปซื้อเครื่องทำน้ำร้อน ถ้าใครรู้เข้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

หวังเสียวโส่วรีบแก้ต่าง "โธ่ ท่านก็นั่งบัญชาการอยู่ที่นี่ไงครับ ส่วนผมก็แอบไปเงียบๆ ใครจะไปจำผมได้ อีกอย่างท่านทำงานหนักขนาดนี้ จะติดเครื่องทำน้ำร้อนที่บ้านสักเครื่องใครจะกล้าว่า พวกข้าราชการใหญ่โตเขายังแต่งบ้านกันหรูหรายิ่งกว่าวัง ทั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียง โทรศัพท์ หรือไอ้เครื่องลมเย็นที่เรียกว่าแอร์คอนดิชันเนอร์เขายังมีกันเลย ท่านแค่จะทำห้องน้ำแค่นี้จิ๊บจ๊อยมากครับ"

ในยุคนั้นเครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่จะติดตั้งในรถยนต์ แต่เศรษฐีบางคนก็นำมาติดในบ้านโดยใช้เครื่องปั่นไฟดีเซลแยกต่างหาก ตัวอย่างเช่นวิลล่าของขุนศึกเหยียนซีซานที่ต้าเหลียนก็ยังมีแอร์รุ่นโบราณหลงเหลือให้เห็นจนถึงปัจจุบัน

หลินเจ๋อทำทีเป็นคล้อยตาม "งั้นเอางี้ เอ็งเบิกเงินแล้วแอบไปเงียบๆ อย่าให้ใครจับได้นะ ถ้างานสำเร็จข้ามีรางวัลให้อย่างงาม เดี๋ยวข้าจะไปหาตั๋วรถไฟชื่อคนอื่นมาให้ เอ็งมารับไปแล้วกัน"

เขาควักเหรียญเงินร้อยเหรียญ พร้อมแบงก์ทหารและตั๋วแลกเงินอีกจำนวนหนึ่งยัดใส่มือลูกน้อง กำชับว่าถ้าเงินไม่พอให้วางมัดจำแล้วโทรเลขมาบอก เขาจะโอนตามไปให้ หวังเสียวโส่วตบอดยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าจะจัดการให้เนียนกริบ

บ่ายวันนั้น หวังเสียวโส่วมาเอาตั๋วรถไฟ หลินเจ๋อเห็นสภาพลูกน้องแล้วถึงกับหลุดขำ มันช่างแต่งตัวได้แนบเนียน เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนท่าเดิน จากที่เคยพูดจาประจบสอพลอก็แสร้งทำเสียงห้าวหาญ แถมยังไปหาวิกผมมาใส่เสียอีก! หลินเจ๋อกำชับให้ระวังตัวแล้วปล่อยเขาไป

จากนั้นหลินเจ๋อก็รีบบึ่งไปบ้านลับที่เสี่ยวซื่อโข่ว เปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าแต่งตัวเลียนแบบหวงกั๋วฝู พร้อมสะพายห่อผ้าขึ้นหลัง เรียกหารถลากมุ่งหน้าตรงไปยังประตูหย่งติ้งเหมินเพื่อออกจากเมือง

คนลากรถยิ้มแก้มแทบแตก ระยะทางไกลขนาดนี้ได้เงินก้อนโตแน่!

เมื่อถึงประตูหย่งติ้งเหมิน หลินเจ๋อลงเดินเข้าสู่ด่านตรวจ ชาวบ้านยืนต่อแถวยาวเหยียดรอการค้นตัว เจ้าหน้าที่ประจำด่านมีทั้งทหารสารวัตรญี่ปุ่นและพวกทหารหุ่นเชิดขายชาติ

พอถึงคิว หลินเจ๋อก็แสร้งทำตัวลีบเล็ก ยื่นใบพำนักให้ตรวจสอบ "เรียนใต้เท้า ข้าน้อยจะไปเยี่ยมญาติที่ชานเมืองทางใต้ขอรับ"

ทหารหุ่นเชิดทำหน้ากร่าง "เยี่ยมญาติ? ในห่อผ้านั่นมีอะไร" มันกระชากห่อผ้าไปเขย่า ได้ยินเสียงกุ๊งกิ๊งก็ตาเป็นประกาย รีบโยนลงพื้นแล้วเอาปากกระบอกปืนเขี่ยเปิดออก

ข้างในมีเสื้อผ้าเก่าๆ รองเท้าผ้าคู่ใหม่สองคู่ และถุงแป้งผสมใบเล็กๆ มันรื้อค้นจนกระจุยกระจาย ในที่สุดก็เจอเหรียญเงินสามเหรียญซ่อนอยู่ ทหารเลวแสยะยิ้ม โยนเหรียญขึ้นลงในมืออย่างย่ามใจ

หลินเจ๋อรีบก้มลงกราบกราน "ใต้เท้า... ใต้เท้าได้โปรดเถอะขอรับ ญาติที่บ้านนอกกำลังป่วยหนัก เงินนั่นข้าน้อยจะเอาไปซื้อยา..."

ทหารหุ่นเชิดถลึงตา ยกปืนขึ้นขู่ "หุบปากซะไอ้เวร! จะไสหัวไปดีๆ หรือจะให้ข้ายัดลูกตะกั่วใส่กบาล!"

หลินเจ๋อยังคงคร่ำครวญไม่เลิก ทหารเลวกลัวสารวัตรทหารญี่ปุ่นจะเห็นว่าตนไถเงิน จึงถีบหลินเจ๋อกลิ้งโคโล่ไปกับพื้น หลินเจ๋อแสร้งร้องโอดโอยแล้วรีบโกยข้าวของวิ่งหนีออกจากประตูเมืองไป

[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์ตบตาเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ รางวัล: สูทสั่งตัดสามชิ้น]

ในขณะเดียวกัน ณ ชานชาลาสถานีรถไฟเจิ้งหยางเหมิน รถไฟขบวนหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานี หวงกั๋วฝูมองทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เลื่อนผ่านหน้าต่างพลางกล่าวลาในใจ 'ลาก่อน ปักกิ่ง'

อีกยี่สิบนาทีต่อมา รถไฟอีกขบวนก็เคลื่อนตัวออก หวังเสียวโส่วในมาดหนุ่มขรึมสวมหมวกกดต่ำนั่งเงียบกริบไม่สุงสิงกับใคร

สองชั่วโมงผ่านไป ชายแต่งตัวซอมซ่อคนหนึ่งเดินย้อนกลับเข้ามาทางประตูหย่งติ้งเหมิน แล้วเรียกต่อนั่งรถลากกลับไปที่เสี่ยวซื่อโข่ว

ตกค่ำ กองสารวัตรทหารและหน่วยสืบสวนที่เสียเวลาเปล่าไปสองวันกับการค้นบ้านพักพนักงานรถไฟ ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าควรตรวจสอบคนงานซ่อมบำรุง เมื่อพบว่าหวงกั๋วฝูหายตัวไป จึงรีบออกหมายจับและกระจายกำลังค้นหาทั่วเมือง

ไม่นานนัก ข่าวจากยามเฝ้าประตูหย่งติ้งเหมินก็รายงานเข้ามาว่า วันนี้เห็นชายที่มีลักษณะตรงตามประกาศเดินออกจากเมืองไปแล้ว...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 45 - ส่งตัวหวงกั๋วฝู

คัดลอกลิงก์แล้ว