เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: พร้อมพลีชีพ

บทที่ 23: พร้อมพลีชีพ

บทที่ 23: พร้อมพลีชีพ


บทที่ 23: พร้อมพลีชีพ

แผนการของไป๋มู่จินที่จะค่อยๆ เก็บเลเวลอย่างระมัดระวังต้องสะดุดลงเล็กน้อย เนื่องจากแก๊งไฟป่าเริ่มจับตัวผู้เล่นมาแบบเป็นๆ ได้ยากขึ้นทุกที

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เล่นเริ่มมีความสามารถในการป้องกันตัวเองเมื่อต้องสู้กับสมาชิกระดับ 'ทั่วไป' ของแก๊งไฟป่า

ต้องขอบคุณเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นที่เพิ่มขึ้น และคลิปวิดีโอวิเคราะห์การต่อสู้ที่วาวาจีอัปโหลดลงบอร์ดเมื่อไม่กี่วันก่อน

หลังจากดูคลิปนั้น ผู้เล่นสองกลุ่มก็ก้าวออกมาสร้างความเปลี่ยนแปลง

กลุ่มแรกคือผู้เล่นที่มีภูมิหลังซับซ้อนหน่อย

ในกลุ่มนี้มีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านงานช่าง นักศึกษาวิศวะที่บังเอิญปิดเทอม วิศวกรที่ทำงานหนักจนมีเวลาเล่นแค่ชั่วโมงเดียวหลังเลิกงาน และพี่ๆ ช่างประปาช่างก่อสร้าง

หลังจากรู้ซึ้งถึงความอิสระของระบบการคราฟต์ในเกม 'เหนือห้วงดารา' พวกเขาก็งัดความรู้ที่มีมาใช้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างฐานการผลิตขนาดย่อม

ฐานการผลิตนี้ไม่เพียงแต่ผลิตกับดักเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ตามที่เหล่าเทพเขาคุยไว้ ถ้าวัตถุดิบพอ พวกเขาสามารถประกอบปืนทำมือขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ

ผู้เล่นกลุ่มที่สองนั้นตรงไปตรงมากว่ามาก คือพวกเน้นเล่นสกปรกล้วนๆ

ตอนแรกพวกเขาก็แค่เรียนรู้จากวาวาจีและคนอื่นๆ ในการปาปูนขาวและพริกไทย แต่พอพบว่าสมาชิกแก๊งไฟป่าส่วนใหญ่ใส่แว่นตากันลม พวกเขาก็ต้องงัดกลยุทธ์ใหม่ๆ ออกมา

ผู้เล่นบางคนจงใจเคลือบอาวุธด้วยอุจจาระ บางคนแต่งหญิงเพื่อล่อสมาชิกแก๊งไฟป่าที่อยู่ตามลำพัง และบางคนพัฒนาสกิลยั่วยุที่ใช้งานได้จริงในสนามรบ โดยการยืนด่าบรรพบุรุษสี่ชั่วโคตรของฝ่ายตรงข้ามอย่างเกรี้ยวกราด เปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมลอบโจมตี

ภายใต้การกระทำอันไร้มนุษยธรรมเหล่านี้ สมาชิกแก๊งไฟป่าบางส่วนเริ่มไม่อยากสู้กับพวกเขาแล้ว

เงินเดือนแค่นิดเดียว ใครจะไปเสี่ยงตายวะ?

แพ้ก็ตายคาที่ ชนะก็ขยะแขยงไปตลอดชีวิต

ไป๋มู่จินเคยเห็นสมาชิกแก๊งไฟป่าคนหนึ่งที่โดนระเบิดอึปาใส่ นั่งคุกเข่าอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ร้องไห้ไปอ้วกไปอย่างน่าเวทนา

"โหดร้ายเกินไปแล้ว!"

ไป๋มู่จินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

เธอดีใจมากที่สร้างสัมพันธ์อันดีกับพวกผู้เล่นไว้ก่อน

เจอการโจมตีไร้เหตุผลแบบนี้ ต่อให้เป็นเธอก็คงรับมือลำบาก เพราะเธออัปแต่ค่าความทนทาน ไม่ได้อัปค่าความคล่องตัวมาสักนิด

หลังจากหายตกใจ ไป๋มู่จินก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่คือโอกาสทอง

ในเมื่อคนอื่นไม่อยากสู้กับผู้เล่น ถ้าเธอเสนอตัวออกไปลุยเอง แล้วไม่ได้ค่าความชอบจากแก๊งไฟป่าสักระลอกใหญ่ เธอจะยอมเขียนคำว่า 'ฟู่' (ชื่อเธอ) กลับหัวเลยเอ้า!

ความจริงพิสูจน์แล้วว่าเธอเดาถูก

พอได้ยินว่าเธอสมัครใจไปฉะกับผู้เล่น ค่าความชอบของหัวหน้าแก๊งไฟป่าก็พุ่งขึ้นทันที 21 แต้ม จากเดิม 12 กลายเป็น 33 และทัศนคติก็เปลี่ยนจาก 'มีความประทับใจ' เป็น 'ชื่นชม'

ดี ดีมาก!

ใบหน้าของหัวหน้าแก๊งไฟป่าเต็มไปด้วยความโล่งใจ

มองดูความมุ่งมั่นในแววตาของไป๋มู่จิน เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงการวิ่งไล่ตามความฝันภายใต้แสงอาทิตย์อัสดงในวัยหนุ่ม

กาลครั้งหนึ่ง เขาก็เคยเป็นเด็กหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน แต่กาลเวลาได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นชายวัยกลางคนที่เป็นริดสีดวงทวาร

ต้องยอมรับว่าในยุคสมัยนี้ คนหนุ่มสาวที่ยอดเยี่ยมอย่างไป๋มู่จินช่างหาได้ยากยิ่ง

ฉลาด ซื่อสัตย์ ทะเยอทะยาน...

ถ้ามีคนอย่างไป๋มู่จินในแก๊งไฟป่าเยอะๆ เขาจะกลัวอะไรกับการขยายอำนาจ หรือแม้แต่ย้ายออกจากมุมอับของโรงงานหล่อเย็นร้างแห่งนี้?

"ไปหาหัวหน้าฝ่ายพลาธิการ เขาจะมอบหมายงานใหม่ให้เธอ" หัวหน้าแก๊งไฟป่าหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า "ผลงานของเธอในช่วงที่ผ่านมาดีมาก ถ้ามีคำขอเพิ่มเติมอะไรก็บอกมาได้ ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด"

นี่เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิด และไป๋มู่จินก็ไม่คิดจะเกรงใจ

"หัวหน้า ถ้าท่านพูดแบบนั้น ฉันก็มีคำขอเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ฉันอยากเข้าห้องสมุดไปยืมหนังสือสักสองสามเล่ม ฉันเก็บเด็กมาเลี้ยงคนหนึ่ง เธอถึงวัยต้องเรียนรู้แล้ว ฉันเลยอยากจะ..."

หัวหน้าแก๊งไฟป่าขัดจังหวะเธอ "ไม่ต้องพูดมาก ฉันเข้าใจแล้ว นอกจากห้องสมุดลับที่ล็อกไว้ จากนี้ไปเธอเข้าห้องสมุดไหนก็ได้ตามใจชอบ"

เขาโยนบัตรใบหนึ่งให้

ไป๋มู่จินรีบรับบัตรและกล่าวขอบคุณ

หลังจากขลุกอยู่ในห้องสอบสวนมาสองวัน เธออัปเลเวล 'เด็กฝึกพลังจิต' จนถึง Lv7 แล้ว เห็นว่าอีกไม่นานก็จะตันที่ Lv10 เธอเลยอยากเข้าห้องสมุดไปหาหนังสือเปลี่ยนคลาสอาชีพ จะได้ไม่ติดแหง็กอยู่ที่เลเวลนี้

หลังจากลาหัวหน้าแก๊ง ไป๋มู่จินก็ตรงดิ่งไปที่ห้องสมุดทันที

เมื่อเทียบกับห้องสมุดสาธารณะที่มีแต่ขยะ ห้องสมุดระดับสูงมีหนังสือที่มีประโยชน์กว่ามาก

ไม่เพียงแต่มีหนังสือความรู้อาชีพรองอย่าง 'การฝึกตนของเชฟ' และ 'นักขุดทอง' แต่ยังมีหนังสือความรู้อาชีพหลักอย่าง 'วิชาหมัดมวยเบื้องต้น' และ 'การประกอบปืน' ด้วย

ปัญหาเดียวคือไม่มีหนังสือเปลี่ยนคลาสอาชีพเลยสักเล่ม ไม่เพียงแต่ไม่มีของ 'เด็กฝึกพลังจิต' ของอาชีพอื่นก็ไม่มีเหมือนกัน

"หรือว่าหมู่บ้านมือใหม่จะมีเลเวลตันแค่ 10 หรือว่าของดีๆ จะถูกซ่อนอยู่ในห้องสมุดที่ล็อกไว้นั่น?"

ไป๋มู่จินค้นห้องสมุดจนทั่ว สุดท้ายก็เจอแค่สมุดบันทึกเล่มเดียวที่เกี่ยวกับพลังจิต ชื่อของสมุดบันทึกนั้นช่างไร้สาระสิ้นดี—

"บันทึกการวิจัย: บทสวดพลังจิตไร้ค่าบางบท (เฟรยา เอ็กมอนด์ / ผู้เขียน)"

ไป๋มู่จิน: "..."

ให้ตายสิ สรุปว่ามาเสียเที่ยวสินะ

ไป๋มู่จินเปิดสมุดบันทึกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

[คุณต้องการอ่าน 'บันทึกการวิจัย' หรือไม่]

[ใช่]

[คุณเริ่มอ่าน 'บันทึกการวิจัย' ความเชี่ยวชาญพลังจิตระดับต่ำมีผล ความเร็วในการอ่าน +10% ความคืบหน้าปัจจุบัน 0.1%]

ไม่กี่นาทีต่อมา แถบความคืบหน้าก็เต็ม 100%

[ระหว่างกระบวนการอ่าน คุณได้รับสกิลใหม่ 'พลังพุ่งพล่าน (คุณภาพต่ำ)' และ 'การขยายตัวคูณ (คุณภาพต่ำ)']

ไป๋มู่จินเปิดหน้าต่างสถานะของเธอ

[อาชีพหลัก]: เด็กฝึกพลังจิต Lv7 (0 / 7500), ผู้ว่างงาน Lv3 (0 / 1000)

[อาชีพรอง]: ไม่มี

[เลือด]: 220 / 220

[พลังจิต]: 55 / 55

[ค่าสถานะ]: พละกำลัง 5, ความคล่องตัว 3, ความทนทาน 22, สติปัญญา 3, จิต 11, การหยั่งรู้ 11

[สกิล]:

คลุ้มคลั่ง Lv1, แข็งตัว Lv1, เนตรวิญญาณ, จิตวิญญาณโดยกำเนิด Lv1, ความเชี่ยวชาญพลังจิตเบื้องต้น, พลังพุ่งพล่าน (คุณภาพต่ำ), การขยายตัวคูณ (คุณภาพต่ำ)

[พรสวรรค์]: ไม่มี

[แต้มสถานะ]: 0

[ชื่อเสียง]: 1

[ฝ่าย]: แก๊งไฟป่า (ชื่อเสียงฝ่าย 20)

สายตาของไป๋มู่จินกวาดมองสกิลใหม่ทั้งสอง

'พลังพุ่งพล่าน (คุณภาพต่ำ)' คูลดาวน์ 10 วินาที ใช้พลังจิต 20 หน่วย เพื่อเพิ่มพละกำลัง 3 หน่วย แต่ระยะเวลาแสดงผลแค่ 60 วินาที แถมยังลดสตามิน่า 20% ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่าอย่างแรง

ต้องรู้ไว้ว่าสตามิน่าในเกม 'เหนือห้วงดารา' สัมพันธ์กับค่าสถานะโดยตรง เมื่อสตามิน่าลดลงถึงระดับหนึ่ง ค่าสถานะจะลดลงชั่วคราว ตั้งแต่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงเหมือนโดนหมาฟัด ไปจนถึงเป็นลมล้มพับไปเลย

ส่วน 'การขยายตัวคูณ (คุณภาพต่ำ)' ยิ่งไร้ประโยชน์เข้าไปใหญ่ คูลดาวน์ 1 วินาที ใช้พลังจิต 5 หน่วย ผลของมันคือลดระยะเวลาบัฟของสกิลกดใช้ครั้งถัดไปลง 50% ใครจะบ้าใช้สกิลนี้มาแกล้งตัวเอง?

"มิน่าล่ะถึงชื่อบันทึกว่า 'บทสวดพลังจิตไร้ค่าบางบท'"

มุมปากไป๋มู่จินกระตุก

โชคดีที่สกิลในเกมไม่กินช่องสกิล ไม่งั้นเธอคงขาดทุนยับที่เรียนสองสกิลนี้

ขณะที่เธอกำลังสงสัยว่าพลาดหนังสือเล่มไหนไปหรือเปล่า ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว

ถ้าใช้สองสกิลนี้กับตัวเองหรือเพื่อนร่วมทีม ผลคือเพิ่มพละกำลัง 3 หน่วย เป็นเวลา 30 วินาที แล้วหลังจากนั้นสตามิน่าจะลดลง 20%

แต่ถ้าใช้เป็นสกิลโจมตีใส่ศัตรูล่ะ คำอธิบายสกิลจะเปลี่ยนเป็น: หลังจากร่าย 30 วินาที จะลดสตามิน่าของศัตรูลง 20% โดยมีข้อเสียคือระหว่างร่าย ศัตรูจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้น 3 หน่วย

เมื่อพิจารณาว่า 'เด็กฝึกพลังจิต' เป็นอาชีพตัวบางร่างน้อย ในสถานการณ์ปกติคงไม่มีใครกล้าใช้คอมโบนี้ใส่ศัตรูแน่

พละกำลัง 3 หน่วยไม่ใช่ค่าน้อยๆ ในช่วงต้นเกม

ขืนใช้คอมโบนี้ใส่ศัตรูแล้วเผลอเข้าไปใกล้ อาจโดนศัตรูที่มีพลังเพิ่มขึ้น 3 หน่วยตบตายก่อนที่สตามิน่ามันจะลดซะอีก

แต่ไป๋มู่จินไม่มีความกังวลพวกนั้นเลย

เธอเหลือบมองค่าความทนทานอันสูงปรี๊ดที่ 22 ของตัวเอง แล้วยิ้มออกมาอย่างโล่งอก นักอธิษฐานพลังจิตสายแทงค์ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!

"อย่างน้อยก็ไม่เสียเที่ยว"

ไป๋มู่จินลุกขึ้นเก็บสมุดบันทึกไว้ที่เดิม

เธอเดินวนรอบห้องสมุดอีกสองสามรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่พลาดหนังสือเกี่ยวกับพลังจิตเล่มไหนไป แล้วจึงผลักประตูเดินไปยังฝ่ายปฏิบัติการนอกสถานที่

เนื่องจากหัวหน้าแก๊งได้แจ้งฝ่ายปฏิบัติการไว้แล้ว เธอจึงได้รับภารกิจใหม่ทันทีที่ไปถึง

[คุณได้เปิดใช้งานภารกิจฝ่าย 'การโต้กลับ']

[รายละเอียดภารกิจ: ในความขัดแย้งกับเหล่าคนนอก แก๊งไฟป่าได้เปรียบอยู่ก็จริง แต่สมาชิกส่วนใหญ่กลับเริ่มหวาดกลัว ท่าทางขี้ขลาดของพวกเขาส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของแก๊งอย่างมาก หัวหน้าฝ่ายพลาธิการไม่พอใจเรื่องนี้มาก จึงได้จัดตั้งกองกำลังจู่โจมฉุกเฉินเพื่อโจมตีคนนอก โดยหวังจะกอบกู้สถานการณ์]

[เป้าหมายภารกิจ: จู่โจมฐานที่มั่นชั่วคราวของคนนอกทางทิศตะวันตกของโรงงานหล่อเย็นร้างโดยไม่ให้ตั้งตัว แสดงแสนยานุภาพของแก๊งไฟป่าให้เป็นที่ประจักษ์!]

[รางวัล: ขึ้นอยู่กับผลงาน]

[ยอมรับ / ปฏิเสธ]

ดวงตาของไป๋มู่จินเป็นประกาย

หลังจากโดนผู้เล่นปั่นป่วนจนเสียศูนย์ ในที่สุดแก๊งไฟป่าก็ทนไม่ไหวแล้วสินะ?

เธอกดรับภารกิจ

หัวหน้าฝ่ายพลาธิการเคาะโต๊ะ "ดีมาก เธอไปเตรียมตัวก่อน อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่นี่เพื่อเริ่มปฏิบัติการ"

"ครึ่งชั่วโมง?"

ไป๋มู่จินอึ้งไปครู่หนึ่ง

ด่วนขนาดนั้นเลย?

เดิมทีเธออยากจะแอบไปส่งข่าวบอกผู้เล่นเพื่อปั๊มค่าความชอบสักหน่อย แต่เวลาครึ่งชั่วโมงไม่พอให้เธอไปกลับ เธอจึงต้องล้มเลิกความคิดนั้น

งั้นก็ทำภารกิจวันนี้ให้เสร็จ แล้วค่อยไปขอโทษผู้เล่นพรุ่งนี้แล้วกัน

ไป๋มู่จินไปที่ฝ่ายพลาธิการ หยิบแว่นตากันลมและมีดมาอย่างลวกๆ แล้วกลับมาที่ฝ่ายปฏิบัติการนอกสถานที่

ขณะที่ทุกคนเริ่มรวมพล เธอเห็นเฉาเหวินเหลียงเดินมาจากไกลๆ แล้วกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับหัวหน้าฝ่ายพลาธิการ

"หือ?"

ไป๋มู่จินขมวดคิ้วเล็กน้อย รีบกดใช้สกิล [เนตรวิญญาณ] ใส่หัวหน้าฝ่ายพลาธิการ

ค่านี้ถือว่าปกติ แต่ไป๋มู่จินไม่ได้วางใจ

เฉาเหวินเหลียงไม่โผล่มาตอนอื่น แต่ดันโผล่มาตอนนี้ ต้องมีแผนร้ายแน่ๆ

"หรือว่าเขาคิดจะใช้ปฏิบัติการนี้กำจัดฉัน?"

ไป๋มู่จินรู้สึกว่าเป็นไปได้สูงมาก

โดยเฉพาะหลังจากเห็นสมาชิกกลุ่มย่อยที่ถูกจัดให้อยู่กับเธอ เธอยิ่งมั่นใจ

ในบรรดาสี่คน มีแค่คนเดียวที่มีค่าความชอบเป็นบวก ส่วนอีกสามคนสูงสุดอยู่ที่ -25 ถ้าบอกว่าพวกนี้ไม่ได้มีใบสั่งมา ผีก็คงไม่เชื่อ

ไป๋มู่จินยังคงนิ่งสงบ

เมื่อได้ยินคำสั่ง "ออกเดินทาง" เธอก็ตามกองกำลังหลักมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นชั่วคราวของผู้เล่น

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดเข้าปกคลุม

ณ ซากปรักหักพังในเขตตะวันตกของโรงงานหล่อเย็นร้าง หัวหน้าฝ่ายพลาธิการเริ่มสั่งการครั้งสุดท้าย "ไป๋มู่จิน เธอและกลุ่มของเธอรับผิดชอบฝั่งตะวันตก พอเห็นสัญญาณจากฉัน อย่าลังเล ให้บุกเข้าไปทันที"

"ไม่มีปัญหา"

ไป๋มู่จินรับคำอย่างง่ายดาย สายตากวาดมองสี่คนในกลุ่ม

พอแยกจากกองกำลังหลักแล้ว พวกนี้น่าจะเริ่มลงมือสินะ?

เธอฆ่าผู้เล่นมาหลายวันแล้ว ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี อยากรู้เหมือนกันว่าสี่คนนี้จะดรอปค่าประสบการณ์ให้สักเท่าไหร่

แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเกินคาด

แม้พลุสัญญาณจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว สี่คนนั้นก็ยังไม่แสดงท่าทีคุกคาม กลับกัน หลังจากวิ่งไปได้ระยะหนึ่ง พวกเขาก็หยุดเพื่อเตือนเธอ

"มัวยืนบื้ออะไรอยู่? ขืนช้าเดี๋ยวก็โดนลงโทษหรอก"

ไป๋มู่จิน: "..."

เฉาเหวินเหลียงกลับใจเป็นคนดีแล้วเหรอ?

ด้วยความสงสัย ไป๋มู่จินจึงวิ่งตามสี่คนนั้นมุ่งหน้าสู่ฐานของผู้เล่น

ขณะวิ่ง เธอก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

สี่คนนั้นดูเหมือนจะวิ่งเร็วมาก แต่พวกเขากลับวิ่งอ้อมไปอ้อมมา ผลจากการอ้อมทำให้เธอที่วิ่งตามหลังมา กลายเป็นคนนำหน้าสุด

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ เธอต้องไปถึงตัวผู้เล่นเป็นคนแรกแน่ๆ ส่วนสี่คนนั้นจะตามมาอย่างที่พูดไหม ก็ยากจะบอกได้

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง!"

ไป๋มู่จินเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที

พวกนี้ไม่ได้คิดจะลงมือเอง แต่ตั้งใจจะยืมมือผู้เล่นกำจัดเธอ!

แผนนี้ฉลาดใช้ได้เลย ภายหลังเมื่อมีการตรวจสอบ จะไม่มีใครคิดว่าเป็นแผนสมรู้ร่วมคิด ทุกคนจะเชื่อว่าเธอแค่อยากทำผลงาน วิ่งลุยเดี่ยวไปไกลเกินจนหลงจากเพื่อนร่วมทีม และนำไปสู่โศกนาฏกรรมในที่สุด

น่าเสียดายที่คนพวกนี้ไม่รู้เลยว่าเธอกับผู้เล่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันขนาดไหน

ต่อให้ความสัมพันธ์กับผู้เล่นจะอยู่แค่ระดับกลางๆ แต่ด้วยความถึกของเธอ ผู้เล่นคงฆ่าเธอไม่ได้ง่ายๆ แผนของพวกมันก็ล่มอยู่ดี

"ชอบเล่นแบบนี้สินะ?"

ไป๋มู่จินอดยิ้มไม่ได้

เธอกำลังกังวลอยู่เลยว่าจะไม่มีโอกาสแจ้งเตือนผู้เล่นล่วงหน้า ไม่นึกว่าโอกาสจะวิ่งมาชนเองแบบนี้

ค่าความชอบที่ได้จาก "โจมตีฐานผู้เล่นก่อน แล้วค่อยไปขอโทษทีหลัง" จะไปเทียบกับ "ยอมเสี่ยงถูกเปิดโปงสถานะสายลับเพื่อมาเตือนผู้เล่น" ได้ยังไงกัน?

ขอบใจนะเหวินเหลียง ถ้าไม่ใช่นาย ฉันคงหาโอกาส "เสียสละ" ดีๆ แบบนี้ไม่ได้เร็วขนาดนี้!

คิดได้ดังนั้น ไป๋มู่จินก็เร่งฝีเท้า พุ่งตรงเข้าสู่ฐานของผู้เล่นทันที

...

ในขณะเดียวกัน ภายในฐานที่มั่น

แพทริคสตาร์และคนอื่นๆ กำลังจับกลุ่มคุยกันว่าจะเซอร์ไพรส์เฉาเหวินเหลียงยังไงดี

"ตาแก่นั่นคอยรังควานเจ๊ฟู่ไม่เลิก ขืนปล่อยไว้ ตัวจริงของเจ๊ฟู่อาจจะถูกเปิดโปง เรายอมให้มันทำต่อไปไม่ได้"

"เห็นด้วย เมื่อไม่กี่วันก่อนมันยังตะโกนในไลฟ์อยู่เลยว่าจะฆ่าพวกเราให้หมด"

"ฉันสืบที่อยู่มันมาแล้ว ข้อเสนอของฉันคือ..."

ขณะที่กำลังถกเถียงกันอย่างออกรส จู่ๆ ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็กระโจนผ่านหน้าต่างเข้ามาในบ้าน

"ศัตรู... เฮ้ย เจ๊ฟู่นี่นา"

เมื่อเห็นว่าเป็นไป๋มู่จิน มังกรหายนะที่อยู่ใกล้ๆ ก็อ้าปากจะตะโกน

"เบาเสียงหน่อย!"

ไป๋มู่จินรีบเอื้อมมือไปปิดปากเธอไว้

ผู้เล่นทุกคนในห้องต่างตะลึง

ทำไมไป๋มู่จินถึงมาอยู่ที่นี่?

"เจ๊ฟู่ เกิดอะไรขึ้นครับ?" แพทริคสตาร์ถาม

ไป๋มู่จินมองไปรอบๆ คราวนี้เธอทิ้งมาดนิ่งสุขุมไปจนหมดสิ้น เร่งเร้าว่า "ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว สรุปง่ายๆ คือพวกนายรีบเก็บของแล้วหนีไปเดี๋ยวนี้"

ห๊ะ?

วาวาจีอดถามไม่ได้ "เจ๊ฟู่ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

ไป๋มู่จินกัดฟัน "บอกว่าไม่มีเวลาอธิบายไง! ฟังฉันแล้วรีบหนีไปซะ!"

แพทริคสตาร์ลุกขึ้นยืนแล้วส่ายหน้า "เจ๊ฟู่ ยิ่งเจ๊พูดแบบนี้ พวกเรายิ่งไปไม่ได้ ต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ ใช่ไหม? พวกเราหนีมันง่าย แต่เจ๊ล่ะ? เจ๊ที่อุตส่าห์มาเตือนพวกเราจะเป็นยังไง?"

"ใช่ๆ พวกเราไปไม่ได้หรอก"

"เจ๊ฟู่ ผมไม่มีวันยอมให้เจ๊เจ็บตัวเพื่อผมเด็ดขาด!"

เหล่าผู้เล่นตะโกนแย่งกันพูดเซ็งแซ่

ไป๋มู่จินจ้องมองพวกเขาอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด "ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกนายถึงมีคุณสมบัติที่จะเป็นวีรชนในตำนาน"

จบบทที่ บทที่ 23: พร้อมพลีชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว