- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นฮีโร่สาว แลกพลังเหนือมนุษย์
- บทที่ 21 เขาไม่ได้รักคุณเลย
บทที่ 21 เขาไม่ได้รักคุณเลย
บทที่ 21 เขาไม่ได้รักคุณเลย
บทที่ 21 เขาไม่ได้รักคุณเลย
"พวกเม็กซิกัน" ที่บาร์เทนเดอร์พูดถึง คือกลุ่มคนขายเหล้าที่รวมตัวกันอยู่ในย่านเมืองเก่า
พวกปัญญาชนจอมปลอมมักชอบชี้นำผู้คนผิดๆ ว่าคนเชื้อสายจีนนั้นขยันขันแข็งและสามารถกอบโกยเงินทองได้มากมายในอเมริกา
แต่ในความเป็นจริง ที่นี่มีคนขยันทำมาหากินอยู่นับไม่ถ้วน
ยกตัวอย่างเช่น ชาวเม็กซิกัน
พวกเขาส่วนใหญ่เป็นแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้าเมืองมาผ่านช่องทางผิดกฎหมาย และคิดค่าแรงถูกแสนถูก ทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างเหลือเชื่อ
ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ซึ่งดีกว่าพวกที่หนีมาแต่พูดภาษาเขาไม่ได้เลยหลายขุม
แถมพวกเม็กซิกันยังใจกล้าบ้าบิ่นและกล้าทำทุกอย่าง
อย่างเช่นโรงงานผลิตเหล้าเถื่อนตรงหน้านี้ที่เดินเครื่องเฉพาะตอนกลางคืน ผลิตเหล้าจำนวนมหาศาลส่งขายตามคลับและบาร์ต่างๆ
กระแสเงินดอลลาร์ไหลเวียนเข้ามาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย หากไม่มีคนคอยคุ้มครอง ป่านนี้คงโดนปล้นไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
"เดี๋ยวสิ ไหนล่ะพวกเม็กซิกันที่คุยกันไว้? แล้วงานอยู่ไหน?"
ภายในรถเก๋งสีดำที่จอดซุ่มอยู่ในตรอก หลี่อางและแฟรงก์เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นานสองนาน
ประตูม้วนของโรงงานเถื่อนเบื้องหน้าเปิดอ้าอยู่ มีแสงไฟสว่างไสวอยู่ภายใน แต่กลับไร้วี่แววผู้คน
"หรือว่าพวกเม็กซิกันจอมขยันจะอู้งานกับเขาด้วย?"
เมื่อได้ยินหลี่อางพูดแบบนั้น แฟรงก์ก็แค่นเสียงตอบทันที "พวกเม็กซิกันมันก็แค่ไอ้พวกไร้กระดูกสันหลัง ไม่ได้ขยันอะไรจริงหรอก"
ในสายตาของคนจำนวนมาก คนต่างด้าวพวกนี้น่ารังเกียจเพราะเข้ามาแย่งงานพวกเขาไป
"ลงไปดูกันเถอะ"
หลี่อางปลดเข็มขัดนิรภัย เปิดประตูรถเตรียมจะก้าวลงไป
"เดี๋ยว"
แฟรงก์ร้องห้ามทันที "แถวนี้เป็นถิ่นของแก๊งเดวิล เอานี่ไป"
เขาเปิดช่องเก็บของคอนโซลกลางอย่างคล่องแคล่ว หยิบปืนกล็อกออกมาแล้วส่งให้หลี่อาง
'ฉันเป็นคนดีนะ ไม่ใช่ว่าต้องให้ปืน USP เหรอ?'
หลี่อางรับปืนมาอย่างเงียบๆ แล้วเหน็บไว้ที่ขอบกางเกง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมองเห็น
จากนั้นแฟรงก์ก็ลงจากรถตามมา ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไป
การมีชายร่างยักษ์อย่างแฟรงก์เดินอยู่ข้างๆ ทำให้หลี่อางรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด
เนื่องจากอยู่ในถิ่นของแก๊งอื่น พวกเขาจึงย่างกรายเข้าไปอย่างระมัดระวัง
"อย่าส่งเสียง"
ทั้งสองสบตากันแล้วเดินตรงไปยังประตูม้วน
เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือชายชาวเม็กซิกันคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้น สีหน้าดูสงบราวกับกำลังหลับใหล
แต่นั่นไม่ใช่การนอนหลับตามปกติแน่นอน
เพราะลึกเข้าไปด้านใน ยังมีคนอีกจำนวนมากนอนเกลื่อนกลาด ดูเหมือนทุกคนจะเข้าสู่ห้วงนิทราในชั่วพริบตา
เพียงแต่สภาพของพวกเขาดูไม่จืดนัก บ้างก็หัวปูดโน บ้างก็หน้าตาบวมช้ำ
"เกิดอะไรขึ้น?"
แฟรงก์ชักปืนพกออกมาทันที
แม้เขาจะเป็นชายร่างใหญ่ แต่การทำมาหากินในก็อตแธม หากใช้ปืนได้ก็ไม่มีใครอยากเปลืองแรง
"ระวังตัวด้วย"
หลี่อางส่งสัญญาณให้เขาหยุดแล้วเงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง
มีเพียงเสียงกรนเบาๆ แว่วมาจากด้านใน ตามมาด้วยเสียง 'อึก อึก'
มีคนกำลังดื่มเหล้าเหรอ?
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในรังของผู้ค้าเหล้าเถื่อน เห็นได้ชัดว่ามีคนบุกมาดื่มแต่ไม่อยากจ่ายตังค์
และวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือซัดคนพวกนี้ให้หมอบ จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋า
ต้องบอกเลยว่า...
นี่มันก็อตแธมสุดๆ!
เขาและแฟรงก์หันมองหน้ากัน ก่อนจะค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไป
คนที่อยู่ข้างในดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นการมาของพวกเขา ยังคงกระดกเหล้าเข้าปากเสียงดังอึกๆ แม้ว่าหลี่อางและแฟรงก์จะมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม
"นี่มัน... ฮาร์ลีย์ ควินน์?"
แฟรงก์จำเธอได้ในทันที
ส่วนหลี่อางต้องเพ่งมองอยู่นาน เพราะฮาร์ลีย์ ควินน์ ตรงหน้านี้ดูเหมือนแต่งตัวมาเล่นละครสัตว์จริงๆ เธอสวมชุดจัมป์สูทสีดำแดงและมีหมวกคลุมศีรษะ...
"พวกแกเป็นใคร? แต่งตัวเชยชะมัด ไม่ใช่ลูกน้องของพุดดิ้งน้อยแน่นอน"
ในที่สุดฮาร์ลีย์ ควินน์ ก็เงยหน้าขึ้นมามอง
แฟรงก์ก้มมองชุดสูทและรองเท้าหนังของตัวเองที่ดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่
จากนั้นเขาก็หันไปมองชุดลำลองของหลี่อาง... เธอต้องด่าหมอนี่ว่าเชยแน่ๆ!
หลี่อางกระตุกมุมปากแล้วโต้กลับ "ผมนึกว่าใคร ชุดตัวตลกของคุณมันตกยุคไปตั้งแต่ทศวรรษ 1990 แล้ว น่าเศร้านะครับที่ยังใส่อยู่แบบนี้"
"แม้แต่คณะละครสัตว์ยุคนี้ก็คงไม่จ้างคุณหรอกครับ คุณนาย"
"บัดซบ!"
ฮาร์ลีย์ ควินน์ ฟาดขวดเหล้าแตกกระจาย แล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนเสียงดังพรึ่บ
เธอจ้องหน้าหลี่อางเขม็ง
"เอิ๊ก~"
ขณะที่แฟรงก์คิดว่าเธอกำลังจะเปิดฉากโจมตี ก็เห็นเธอเรอออกมาเสียงดัง แล้วเริ่มกวัดแกว่งแขนขาไปมาเหมือนคนสติแตก
"นายพูดถูก! นายเป็นผู้นำแฟชั่นเหรอ?"
ฮาร์ลีย์ ควินน์ เริ่มเดินวนรอบตัวหลี่อาง ใช้นิ้วเล็กๆ จิ้มไปที่แขนของเขา "นี่ ช่วยเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวให้ฉันหน่อยสิ แล้วฉันจะไปทวงพุดดิ้งน้อยคืน! เขาเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่รักฉันแล้ว!"
การเปลี่ยนอารมณ์อย่างปุบปับนี้ทำเอาแฟรงก์ตั้งตัวไม่ติด ทั้งที่เขาเตรียมพร้อมจะลงมือแล้วแท้ๆ
แม้เขาจะสู้ฮาร์ลีย์ ควินน์ ไม่ได้แน่ๆ แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะไม่ยอมลงไปนอนกองกับพื้นง่ายๆ
แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่ฮาร์ลีย์ ควินน์ พูด หลี่อางก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
ที่แท้ก็แม่สาวคลั่งรักโดนเทนี่เอง
มิน่าล่ะถึงได้มานั่งดื่มเหล้าย้อมใจอยู่คนเดียว
ดังนั้น หลี่อางจึงตอบไปว่า "ไม่"
"ไม่? หมายความว่าไงที่ว่าไม่?"
ฮาร์ลีย์ ควินน์ เริ่มมีน้ำโห ทำเอาแฟรงก์ประหม่าสุดขีด ขยิบตาส่งสัญญาณให้หลี่อางยิกๆ
ทว่าหลี่อางกลับพูดต่อ "คุณไม่มีทางเอาชนะใจโจ๊กเกอร์ได้หรอก เพราะเขาไม่ได้รักคุณเลยสักนิด"
"เป็นไปไม่ได้!"
พอได้ยินหลี่อางพูดแบบนั้น ฮาร์ลีย์ ควินน์ ก็กรีดร้องออกมาทันที
"นายไม่รู้หรอกว่าเขาพูดอะไรกับฉันบ้าง! เขาบอกว่าจะรักฉันตลอดไปชั่วฟ้าดินสลาย แล้วเขาก็ยังบอกอีกว่า..."
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า "เขายังพูดอีกตั้งเยอะ พูดเยอะแยะไปหมด! ถ้าเขาไม่รักฉัน แล้วเขาจะไปรักใคร?"
ฮาร์ลีย์ ควินน์ มีสีหน้าอำมหิตราวกับกำลังจะไปตบเมียน้อย
หลี่อางตอบเสียงเรียบ "แบทแมนไง"
"ชีวิตทั้งชีวิตของโจ๊กเกอร์มีแต่ความรักความแค้นที่มอบให้กับแบทแมน เขาจะมาเปลี่ยนใจเพราะคุณได้ยังไง?"
ฮาร์ลีย์ ควินน์ ที่กำลังทำหน้าเหี้ยมเกรียมถึงกับชะงักค้างไปเมื่อได้ยินคำตอบนี้
หญิงสาวตกอยู่ในความสับสนและเริ่มใคร่ครวญถึงเหตุและผลของเรื่องนี้ทันที พอลองนึกย้อนดูแล้ว... มันดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เพราะไม่ว่าโจ๊กเกอร์จะทำอะไร เป้าหมายก็คือการต่อกรกับแบทแมนเสมอ
ทุกครั้งที่แบทแมนปรากฏตัว เขาจะยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด
"กรี๊ด!!"
"ฉันจะไม่รักแกอีกแล้ว ไม่รักแล้ว!"
ฮาร์ลีย์ ควินน์ สติแตกโดยสมบูรณ์ ตีลังกากลับหลังกระโจนออกไป
"ปัง!"
แล้วเธอก็เอาหัวฟาดพื้นเข้าอย่างจัง
"ฟี้~"
ไม่นานนัก เสียงกรนสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น
"นี่เธอ... เมาเหรอ?"
แฟรงก์ถามขึ้น
"ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น"
หลี่อางกวาดสายตามองไปรอบๆ ฮาร์ลีย์ ควินน์ ดื่มไปเยอะจนน่าตกใจ คอแข็งใช่เล่นเลยนะเนี่ย
"แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ?"
แฟรงก์หันมาถามหลี่อาง
"อุ้มเธอไปที่รถก่อน ขืนปล่อยไว้ที่นี่คงโดนลวนลามแน่"
หลี่อางสั่ง
แฟรงก์รับฟังอย่างว่าง่าย แต่เท้ากลับไม่ขยับ "นายอุ้มเถอะ ฉันไม่กล้า"
เขากลัวว่าฮาร์ลีย์ ควินน์ จะแกล้งหลับ ขืนไปแตะตัวเข้า นิ้วคงได้หักสะบั้น
ความจริงแล้วเขาไม่ได้กลัวฮาร์ลีย์ ควินน์ แต่กลัวโจ๊กเกอร์ต่างหาก
นั่นคือตัวตนที่แม้แต่เพนกวิน คอบเบิลพ็อต ยังมองว่าเป็นตัวปัญหา
สาวสวยสติหลุดแบบนี้ คนธรรมดาเอาไม่อยู่หรอก!
เพื่อไม่ให้เสียเวลา หลี่อางจึงเข้าไปช้อนตัวฮาร์ลีย์ ควินน์ ขึ้นมา
น่าแปลกใจที่แม้ภายนอกเธอจะดูผอมบาง แต่จริงๆ แล้วเธอมีเนื้อหนังมังสาในจุดที่ควรมี จากการประเมินด้วยสายตา หุ่นของเธอจัดว่ายอดเยี่ยมมาก เพียงแต่มันไม่ชัดเจนภายใต้ชุดตัวตลกนั่นเท่านั้นเอง