เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 โซเฟีย ฟัลโคนี่

บทที่ 10 โซเฟีย ฟัลโคนี่

บทที่ 10 โซเฟีย ฟัลโคนี่


บทที่ 10 โซเฟีย ฟัลโคนี่

"อร่อยไหม?"

ภายในอพาร์ตเมนต์ หลี่อังเฝ้ามองคาร่าที่กำลังจัดการกับข้าวผัดไข่ในชามด้วยท่าทีจริงจังอย่างที่สุด

"มะ... มันก็อร่อยดีค่ะ"

หากคาร่าไม่ได้กำลังขมวดคิ้วมุ่นอยู่ หลี่อังก็คงจะเชื่อคำพูดของเธอไปแล้ว

"เทียบกับร้านอาหารจีนที่เราไปกินกันก่อนหน้านี้เป็นไงบ้าง?"

"พอๆ กันเลยค่ะ"

จากนั้นคาร่าก็โซ้ยข้าวผัดไข่จนเกลี้ยงชามราวกับพายุลง

บอกตามตรง รสชาติมันก็ไม่ได้แย่อะไร เพียงแต่มันจืดชืดไปหน่อยเท่านั้นเอง

มือใหม่หัดเข้าครัวมักจะเป็นแบบนี้ ไม่กล้าใส่เครื่องปรุงก็นมือหนักเกินไป ซึ่งหลี่อังจัดอยู่ในประเภทแรก

หลังจากนั้นหลี่อังลองชิมดูเองและคิดว่ามันก็พอทานได้

"เอาล่ะ ฉันไปทำงานก่อนนะ อยู่บ้านก็ระวังตัวด้วย"

"รับทราบค่ะ"

...

แม้จะครอบครองพลังระดับซูเปอร์แมน แต่ชีวิตของหลี่อังก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า พลังวิเศษนั้นสู้เงินตราไม่ได้

สไปเดอร์แมนอย่างปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ยังคงหาเงินมาจ่ายหนี้สินที่ป้าเมย์ทิ้งไว้ไม่ได้ หรือแม้แต่ฟาร์มของพ่อแม่บุญธรรมของซูเปอร์แมน คลาร์ก เคนต์ ก็ยังถูกธนาคารยึด

นอกเหนือจากพวกเขาแล้ว ซูเปอร์ฮีโร่อีกหลายคนก็ยังต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก

หลี่อังไม่ได้มีทัศนคติประเภทถือดีอวดเก่ง และเขาก็ไม่ได้อยากเป็นยอดมนุษย์ผู้รักชาติ หรือแม้แต่โฮมแลนเดอร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อที่นี่คือกอธแธม เขาไม่ต้องการตกเป็นเป้าหมายของพวกโรคจิตในชุดรัดรูปอย่างแน่นอน

ในชาติปางก่อน หลี่อังใช้ชีวิตแบบสมถะมีความต้องการต่ำ และตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น เขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมั่นคง ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น และเลี้ยงดูคาร่าให้เติบโตอย่างแข็งแรง

เขาคุ้นเคยกับการเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ใช่ผู้กอบกู้โลก

สำหรับคนธรรมดาคนหนึ่ง การมีงานทำ แถมยังได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ แค่นี้มันก็ดีมากแล้วไม่ใช่หรือ?

ส่วนเรื่องชั่วช้าสามานย์ที่เพนกวินทำ มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขา

เขาจะไม่ยอมถูกกดดันทางศีลธรรมด้วยวาทกรรมที่ว่า 'พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง' เด็ดขาด

ขณะเดินไปตามท้องถนน หลี่อังรู้สึกเพียงความอบอุ่นในร่างกาย พร้อมกับความรู้สึกถึงขุมพลังที่ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น

แม้ว่ากอธแธมจะแทบไม่เคยเห็นแสงแดดโดยตรง แต่พลังงานแสงอาทิตย์ก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และหลี่อังก็กำลังค่อยๆ ซึมซับพลังงานเหล่านี้เข้าไป

ไอซ์เบิร์กลาานจ์

วันนี้ร้านเปิดให้บริการตามปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

ในฐานะผู้จัดการบาร์ หลี่อังย่อมไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง

เว้นเสียแต่ว่าจะมีลูกค้าเจาะจงให้เขาผสมเครื่องดื่ม หรือต้องนำของไปส่งให้เพนกวินและพรรคพวก

ทว่าวันนี้เพนกวินกลับไม่ปรากฏตัวเลยตลอดทั้งวัน

แม้แต่ลูกน้องคนสนิทของเขาก็แทบจะไม่เห็นหัว

เมื่อเพนกวินไม่อยู่ อำนาจจึงตกอยู่ที่ผู้จัดการทั้งสอง และอันที่จริงหลี่อังก็ไม่ได้สบายขึ้นเลย กลับกันงานยุ่งขึ้นเสียอีก

แต่เพื่อเห็นแก่ธนบัตรหน้าเบนจามิน แฟรงคลิน เขาก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามดึกสงัดอย่างรวดเร็ว

จำนวนคนในคาสิโนเริ่มบางตาลง และไหลมารวมตัวกันที่โซนบาร์ ทำให้ภาระงานของหลี่อังและเพื่อนร่วมงานหนักหนาสาหัสขึ้น

พนักงานเสิร์ฟสาวในชุดบันนี่เกิร์ลต่างได้รับผลตอบแทนอย่างงาม สังเกตได้จากกระเป๋าเสื้อที่เย็บติดไว้ตุงไปด้วยเงินทิป

"ปัง!"

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสำราญและการมัวเมา จู่ๆ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็พังประตูเข้ามา

คนกลุ่มนี้มีการจัดระเบียบอย่างดีและสวมเครื่องแต่งกายเหมือนกัน แม้จะไม่ใช่สูทผูกเนกไทแบบลูกน้องของเพนกวิน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

ทันทีที่ก้าวเข้ามา คนพวกนี้ก็ยิงปืนขึ้นฟ้าทันที

"กรี๊ดดด!"

ฝูงชนตกอยู่ในความโกลาหลทันที ไม่มีใครสนใจจะมุงดูเหตุการณ์ แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด พวกเขารีบเอามือกุมศีรษะและวิ่งหนีตาย

มีเพียงไม่กี่คนที่ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ รีบหาที่กำบัง หมอบลงตามมุมห้อง หรือไม่ก็มุดลงไปใต้โต๊ะพนัน

จากนั้น ฉากดวลปืนสเกลใหญ่ที่สุดเท่าที่หลี่อังเคยเห็นมาก็ระเบิดขึ้น

เหล่าไฮโซและคนดังผู้บริสุทธิ์จำนวนมากร่วงลงไปกองกับพื้น เสื้อผ้าสีสะอาดตาถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของเลือดในพริบตา

ลูกน้องของเพนกวินที่มีจำนวนน้อยกว่าไม่ได้นิ่งดูดาย รีบชักอาวุธออกมาตอบโต้ทันที

แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฝ่ายที่บุกเข้ามานั้นสาดกระสุนใส่ราวกับได้ลูกปืนมาฟรีๆ

หลี่อังเองก็ไม่ได้ยืนนิ่งเฉย ปฏิกิริยาตอบสนองของเขารวดเร็วอย่างยิ่ง ทันทีที่คนกลุ่มนี้บุกเข้ามา เขาก็ดึงหญิงสาวที่ยืนคุยอยู่ข้างๆ ให้หมอบลง

หญิงสาวผิวขาวคนนี้บอกว่าเธอมาจากแอฟริกาใต้และไม่คุ้นเคยกับกอธแธม เธอกำลังวางแผนจะชวนเขาไป 'สำรวจ' เมืองกอธแธมด้วยกัน

ซึ่งหลี่อังยังไม่ทันได้ตัดสินใจว่าจะตกลงหรือไม่ เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นเสียก่อน

"รีบโทรหาตำรวจเร็วเข้า"

หลี่อังตะโกนบอกเธอที่กำลังตกใจกลัว

ถ้าเธอมาจากแอฟริกาใต้จริง งานนี้เธอคงได้ลิ้มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอเมริกาเข้าให้แล้ว

หรือถ้าจะพูดให้ถูก ก็คือรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของกอธแธมนั่นเอง

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยมือที่สั่นเทาและกดโทรหา 911 แต่สายกลับไม่ว่าง

ทันใดนั้น หลี่อังรู้สึกเจ็บแปลบที่แขน

เขายกแขนขึ้นมาดู ก็เห็นเพียง 'รอยกระสุน' ทิ้งไว้บนแขน แต่กระสุนไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังของเขาได้

ยิ่งไปกว่านั้น รอยแผลนี้ยังสมานตัวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

กายเนื้อยอดมนุษย์!

สิ่งที่หลี่อังสกัดออกมาได้ น่าจะเป็นความแข็งแกร่งในปัจจุบันของคาร่า

มิเช่นนั้น กระสุนที่ยิงโดนคงไม่ทิ้งรอยอะไรไว้ด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หลี่อังก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

จริงๆ แล้วในกอธแธม ร่างกายที่แข็งแกร่งถือเป็นสิ่งสำคัญมาก

และในเวลาเพียงสั้นๆ ลูกน้องของเพนกวินก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น

จำนวนคนที่เหลืออยู่ก็น้อยกว่าปกติอยู่แล้ว แถมฝ่ายตรงข้ามยังเป็นระดับหัวกะทิ การต่อสู้แบบน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ พวกเขาจึงต้านทานได้ไม่นาน

ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งไอซ์เบิร์กลาานจ์ก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าขนลุก

ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงและเสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิงเท่านั้น

"ทุกคน มาทางนี้ มารวมตัวกัน อย่าขยับไปไหน ไม่งั้นกระสุนมันไม่เอาไว้แน่!"

"พวกเราไม่ได้มาฆ่าไม่เลือกหน้า ทำตัวให้ฉลาดหน่อย!"

จากนั้น คนกลุ่มนี้ก็เข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

ลูกน้องของเพนกวินตายหมดแล้ว คนอื่นๆ จึงไม่กล้าก่อปัญหาและยอมมารวมตัวกันอย่างว่าง่าย

"คุณหนูโซเฟีย ทางสะดวกแล้วครับ"

ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

"ตึก! ตึก!"

คลับที่เงียบสงัดพลันเต็มไปด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น

เสียงนั้นแผ่วเบามาก แต่ด้วยประสาทการได้ยินที่เหนือมนุษย์ของหลี่อัง เขาได้ยินมันอย่างชัดเจน จนสามารถสร้างภาพจำลองสามมิติในหัว ราวกับระบุตำแหน่งของเธอได้แม่นยำ

เสียงรองเท้าส้นสูงหยุดลง และหญิงสาวคนนั้นก็ได้มายืนอยู่กลางห้องโถงแล้ว

เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นเหล่าไฮโซในสภาพกระเซอะกระเซิง แล้วก็ยิ้มออกมาทันที "ทุกคนโปรดวางใจ แม้พวกเราจะเป็นอันธพาล แต่เราก็ไม่ใช่คนบ้าที่เที่ยวไล่ฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผล"

"ตราบใดที่พวกคุณว่านอนสอนง่าย ฉันรับรองว่าพวกคุณจะมีชีวิตรอด แน่นอนว่าอย่าหวังพึ่งตำรวจให้มาช่วย พวกมันก็เชื่องเหมือนหมาเมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน"

"อ้อ ลืมแนะนำตัวไปเลย"

"ฉันชื่อ โซเฟีย ฟัลโคนี่!"

มีบางคนในฝูงชนรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของโซเฟียเป็นอย่างดี และต่อให้คนที่ไม่รู้ ก็ยังต้องตัวสั่นเทาเมื่อได้ยินนามสกุลฟัลโคนี่

โซเฟีย ฟัลโคนี่ ลูกสาวของคาร์ไมน์ ฟัลโคนี่ ทายาทสายตรงของตระกูลฟัลโคนี่

เธอเป็นคนนิยมความรุนแรงและเต็มไปด้วยโทสะ จนได้รับฉายาว่า 'เพชฌฆาต'

เมื่อเห็นว่าฝูงชนเงียบกริบ เธอก็เอ่ยถามด้วยความพึงพอใจ "ทีนี้บอกฉันซิ ในเมื่อเพนกวินไม่อยู่ ใครเป็นคนคุมที่นี่?"

ลูกน้องคนหนึ่งของเธอคว้าตัวบาร์เทนเดอร์ขึ้นมา ซึ่งเขาก็รีบปฏิเสธด้วยความหวาดกลัวทันที "มะ... ไม่ใช่ผมครับ!"

"แล้วใครล่ะ?"

บาร์เทนเดอร์รีบชี้นิ้วไปทางหลี่อังทันที

ในเวลานั้น หลี่อังกำลังโอบไหล่หญิงสาวชาวแอฟริกาใต้คนนั้นอยู่ โดยมีเจตนาหลักเพื่อปลอบขวัญเธอ

โซเฟียได้คำตอบที่ต้องการแล้ว เธอชักปืนพกออกมาและยิงแสกหน้าบาร์เทนเดอร์จนเสียชีวิตคาที่ทันที

"ฉันเกลียดพวกคนทรยศที่สุด"

โซเฟีย ฟัลโคนี่ เป่าควันออกจากปากกระบอกปืน แล้วส่งยิ้มจางๆ ให้กับหลี่อัง

จบบทที่ บทที่ 10 โซเฟีย ฟัลโคนี่

คัดลอกลิงก์แล้ว