- หน้าแรก
- สกิลจากเกมสู่โลกความจริง…แต่เดิมพันด้วยชีวิต
- บทที่ 3 บทนำ (ตอนปลาย) ความตายที่ถูกลิขิต
บทที่ 3 บทนำ (ตอนปลาย) ความตายที่ถูกลิขิต
บทที่ 3 บทนำ (ตอนปลาย) ความตายที่ถูกลิขิต
บทที่ 3 บทนำ (ตอนปลาย) ความตายที่ถูกลิขิต
จ้าวชิงหยุนถอดหูฟังออกแล้วทุบกำปั้นลงบนคีย์บอร์ดอย่างแรง ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เขาเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปยังโถงเล่นเกมที่ชั้นหนึ่ง เสียงถอนหายใจของพนักงานดังระงมไปทั่ว
บนหน้าจอขนาดใหญ่แสดงให้เห็นสภาพอันน่าสังเวชของสมาชิกที่เข้าร่วมรบ ทีมล่ามังกรนับร้อยคนที่รวบรวมมาอย่างดี ตอนนี้ล้มตายไปกว่าครึ่ง
ตัวละครของผู้เล่นทยอยตายลงเรื่อยๆ หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เหลือเพียงคำว่า 'ตาย' ตัวเบ้อเริ่มปรากฏอยู่
เมื่อกวาดสายตามองไป หน้าจอคอมพิวเตอร์เกินครึ่งในโถงใหญ่ล้วนเป็นภาพนี้ ผู้เล่นที่หน้าจอนั่งคอตกราวกับญาติเสีย
จ้าวชิงหยุนกัดฟันกรอด แม้การบุกเบิกตีบอสในอดีตจะเคยมีการสูญเสีย แต่การเสียคนไปมากขนาดนี้ในการตีบอสรอบเดียวถือเป็นครั้งแรก
ดูเหมือนว่าเรื่องล่ามังกรจะยังฝืนเกินไปหน่อย เจอความเสียหายขนาดนี้ กิลด์มังกรเขียวคงต้องเก็บตัวฟาร์มของเงียบๆ ไปสักพักใหญ่
แต่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ทีมหลักปลอดภัยก็พอ ส่วนพวกเบี้ยใช้แล้วทิ้ง ตายไปก็แค่รับสมัครใหม่
"จุ๊ๆๆ เจ้าพวกซวยเอ๊ย ตายอนาถจริงๆ" เสียงสมน้ำหน้าของหลิวเฉียงดังขึ้นข้างๆ "ประธานจ้าว รอบนี้ขาดทุนยับเลยนะครับเนี่ย"
"ระวังท่าทีหน่อยหลิวเฉียง อย่าคิดว่าเป็นคนที่สำนักงานใหญ่ส่งมาแล้วจะทำตัวลามปามกับฉันได้นะ"
"อ๊ะ ครับๆ ผมจะกล้าได้ยังไง ผมมันคนปากเสีย ท่านผู้ยิ่งใหญ่อย่าถือสาหาความเลยนะครับ! ไม่งั้นผมคงนอนไม่หลับ ผู้น้อยต้องขออภัยด้วย" หลิวเฉียงถอนสายบัวทำท่าขอขมาแบบเล่นใหญ่ สีหน้าน่าหมั่นไส้จนอยากจะกระโดดถีบ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถือสาหาความ จ้าวชิงหยุนเปิดไมโครโฟนแล้วกระแอมเบาๆ
"กฎเดิม คนที่รอดรีบกลับเมืองไปพักผ่อน หลังจบงานต้องทำสรุปผลการต่อสู้ ทุกคนต้องเขียนรายงานความรู้สึกไม่ต่ำกว่าสามพันคำ หัวหน้ากลุ่มไปเจอกันที่ห้องประชุม ส่วนผู้เล่นที่ตายในการรบ ยินดีด้วย พวกคุณได้เกษียณแล้ว ไปรับเงินชดเชยแล้วอย่าลืมเก็บของใช้ส่วนตัวไปด้วยล่ะ"
สิบห้านาทีต่อมา—
ผู้เล่นหกสิบเจ็ดสิบคนนั่งรวมกันอยู่ในห้องหนึ่ง แต่ละคนมีสีหน้าแปลกประหลาด
พวกเขาคือพวกดวงซวยที่ถูกฆ่าตายในศึกบอสเมื่อครู่ ตั้งแต่เข้ามาในฐานลับแห่งนี้ พวกเขาได้รับแจ้งกฎเหล็กว่า ในเกม "ดินแดนปฐมกาล" นี้ ผู้เล่นทุกคนมีแค่ชีวิตเดียว หากตายเมื่อไหร่คือจบเกม ซึ่งหมายถึงการสิ้นสุดการทำงาน
เจ้าของคนนั้นเคยสัญญาไว้ว่า ขอแค่ไม่ได้ลบไอดีทิ้งเพราะเรื่องส่วนตัว จะมีเงินชดเชยก้อนโตให้เป็นค่าทำขวัญตอนปลดระวาง
เพียงแต่ไม่รู้ว่า คำสัญญานั้นจะเป็นจริงหรือไม่
เพราะตอนแรกพวกเขาทุกคนแทบจะถูก 'ต้อน' เข้ามาด้วยวิธีการต่างๆ นานา ตลอดเวลาที่อยู่ในฐานก็แทบจะตัดขาดจากโลกภายนอก
แม้อาหารการกินจะดี งานก็แค่เล่นเกม แต่พอมองไปเห็น 'รปภ.' ที่พกปืนจริงกระสุนจริงเดินตรวจตรา ก็รู้ได้ทันทีว่าเบื้องหลังเจ้าของฐานแห่งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
"พวกนายว่าบอสจะจ่ายเงินจริงเหรอ?"
"ฝันไปเถอะ รอดตายออกไปได้ก็บุญแล้ว"
"ฉันว่าไม่รอดแน่ เราถูกขังในฐานนี้มาปีกว่า ไม่ได้ติดต่อใครเลย ข้างในนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ... สงสัยคงโดนฆ่าปิดปาก"
"คงไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง เราก็แค่มาเล่นเกมเองนะ ไม่ได้ไปยุ่งเรื่องผิดกฎหมายอะไร... ที่นี่ไม่ใช่เขตทางเหนือสักหน่อย"
ประตูห้องพักคอยเปิดออกกะทันหัน
จ้าวชิงหยุนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ด้านหลังมีมือปืนติดตามมาด้วย พร้อมกับกล่องจำนวนหนึ่ง
เขากวาดตามองทุกคนด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม
"ยินดีด้วย ภารกิจของพวกคุณในฐานแห่งนี้เสร็จสิ้นแล้ว ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ทุกคนจะได้รับเงินชดเชยคนละสามแสนหยวนเป็นค่าตอบแทน คนอย่างจ้าวชิงหยุนพูดคำไหนคำนั้น เอ้า เข้ามารับเงินได้"
ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างเผยสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี ไม่นึกว่าจะแจกเงินจริงๆ
พวกเขาทยอยเข้าไปรับกล่อง บางคนไม่เชื่อสายตาเปิดดูทันที ข้างในมีธนบัตรปึกใหญ่วางเรียงรายอยู่จริงๆ
ไม่นานทุกคนก็ถือกระเป๋าเงินคนละใบ สีหน้าตื่นเต้นดีใจ ทำงานในฐานนี้มาเกือบสองปี เงินเดือนละหมื่น ก่อนไปได้อีกสามแสน รวมๆ แล้วสองปีหาเงินได้สี่แสนกว่า หาเงินง่ายกว่าไปทำงานข้างนอกตั้งเยอะ
แต่แล้วก็เริ่มรู้สึกเสียดาย กฎของเกมนี้มันบ้าบอชะมัด ผู้เล่นมีแค่ชีวิตเดียว ตายแล้วจบกัน สร้างตัวละครใหม่ก็ไม่ได้ ไม่งั้นถ้าได้ทำงานนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงจะดีไม่น้อย
หลิวเฉียงยืนอยู่หลังจ้าวชิงหยุน มองดูการแสดงของอีกฝ่ายแล้วแค่นหัวเราะในใจ สายตาที่มองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นฉายแววสมเพชเวทนา
เขารู้ดีถึงชะตากรรมที่รอคนพวกนี้อยู่ ไอ้ที่ว่าพูดคำไหนคำนั้น... ช่างน่านับถือจริงๆ
กลุ่มคนเหล่านั้นไม่รู้ตัวเลยสักนิด ต่างตื่นเต้นกับกล่องเงินในมือ จ่ายเป็นเงินสดซะด้วย ป๋าจริงๆ
แจกเงินเสร็จเรียบร้อย
จ้าวชิงหยุนก้มดูนาฬิกาข้อมือ "อีกหนึ่งชั่วโมงจะมีรถมารับ รออยู่ที่นี่เงียบๆ เอาล่ะ ลาก่อนทุกท่าน หวังว่าช่วงเวลาที่อยู่ในฐานนี้พวกคุณจะมีความสุขนะ"
พูดจบเขาก็พาคนเดินจากไป เมื่อประตูปิดลงอีกครั้ง ผู้คนในห้องก็เริ่มจับกลุ่มคุยกันอย่างตื่นเต้นทันที
"ฮ่าๆๆ ฉันบอกแล้วไง เฮียแกเป็นคนใจถึง ไม่หลอกเราหรอก"
"ให้เงินจริงว่ะ รวยแล้วโว้ย"
"รวยอะไรกัน แค่สามแสน ซื้อบ้านยังไม่ได้เลย..."
"พอใจเถอะน่า มีเงินให้ก็บุญแล้ว ยังจะบ่นอะไ... แค่กๆ แค่กๆๆ"
ผู้เล่นคนที่กำลังพูดอยู่ๆ ก็ไอออกมา เสียงไอเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะคายปอดออกมา
เขาตัวงอคุตู้ ล้มฟุบลงไปกับพื้น แต่ถึงจะทุรนทุรายขนาดนั้น มือก็ยังกำกล่องเงินไว้แน่น
คนรู้จักที่อยู่ข้างๆ รีบถาม "เป็นอะไรไปพวก?"
"แค่กๆ... ไม่รู้... แค่กๆ มันรู้สึก... ทรมาน แค่ก— อ้วก!"
ชายคนนั้นอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง ราวกับมีน้ำจำนวนมหาศาลท่วมปอดทำให้หายใจไม่ออก แต่กลับไม่มีอะไรออกมาจากปาก เขาอ้าปากพะงาบๆ ส่งเสียงไอและสำรอกที่น่ากลัว ดิ้นพล่านอยู่บนพื้นราวกับคนจมน้ำ
ความวุ่นวายนี้ดึงดูดความสนใจของผู้เล่นรอบข้าง ทุกคนหยุดคุย มองดูคนบนพื้นด้วยความตกใจ
"เชี่ย อาเน้ย นายเป็นอะไรไป ฉั— อุบ!"
อีกคนหนึ่งจู่ๆ ภาพตรงหน้าก็พร่ามัว รู้สึกวิงเวียนคลื่นไส้อย่างรุนแรง ก้มลงมองมือตัวเอง พบว่าฝ่ามือกลายเป็นสีเขียวเข้ม ชายคนนั้นนึกว่าตาฝาด ขยี้ตาดูใหม่ แต่กลับพบว่าไม่ใช่แค่ฝ่ามือที่เปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่แขนและร่างกายทั้งหมดเริ่มเปลี่ยนสี พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นเหียนออกมา จนคนรอบข้างต้องถอยหนี
ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกแสบร้อนรุนแรงก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"อ๊าก! อ๊าก! เจ็บ! เจ็บโว้ย!"
เขากรดร้องโหยหวน เลือดไหลทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด
เสียงร้องโหยหวนทำเอาทุกคนในห้องขวัญหนีดีฝ่อ
"เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?"
"ตาหลี่เหมือนจะโดนพิษเลย!"
"ฉั— อ๊าก!"
เหยื่อรายที่สามปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นยังพูดไม่ทันจบประโยคก็รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงไปทั่วร่าง หน้าอกและแผ่นหลังของเขาจู่ๆ ก็มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาเป็นสองสาย ราวกับมีใครเจาะรูที่หน้าอก พลังที่มองไม่เห็นฉีกกระชากร่าง บดขยี้กระดูก ซี่โครงหักทิ่มทะลุช่องอก เขาถูกบีบอัดจนกลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ร่างกายฉีกขาดเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดพุ่งกระฉูดราวกับมีสัตว์ประหลาดที่มองไม่เห็นกำลังกัดกินร่างกายและเคี้ยวเนื้อหนังของเขา
"ช่วยด้วย! ช่วย... ด้วย!" เขาพยายามเอื้อมมือไปคว้าคนข้างๆ แต่ทุกคนต่างถอยหนีด้วยความหวาดกลัว กร๊อบ... ร่างของเขาขาดเป็นสองท่อนทันที...
ภาพสยดสยองตรงหน้าทำให้ทุกคนช็อกจนทำอะไรไม่ถูก
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงกรีดร้องดังระงม ผู้คนเริ่มล้มตายด้วยวิธีพิสดารต่างๆ นานา บางคนวิ่งไปที่ประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่พบว่าประตูถูกล็อคตายจากด้านนอก บางคนมองเห็นกล้องวงจรปิดเหนือหัว ตะโกนขอความช่วยเหลือใส่กล้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
รูปแบบความตายอันน่าสยดสยองเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนจมน้ำ คนถูกพิษ คนถูกฟ้าผ่าตาย คนถูกบดขยี้ คนถูกฉีกร่าง หรือคนถูกพลังที่มองไม่เห็นชนกระเด็นจนหัวร้างข้างแตก
เมื่อเสียงกรีดร้องสงบลง ในห้องพักคอยเหลือเพียงซากศพที่บิดเบี้ยวและเศษเนื้อเกลื่อนพื้น
จ้าวชิงหยุนมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านจอมอนิเตอร์ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ภาพแบบนี้เขาเห็นมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่ดูกี่ทีก็อดใจสั่นไม่ได้ "ความตายที่ถูกลิขิต" ซึ่งฆ่าคนได้โดยไร้ร่องรอย คาดเดาไม่ได้ และป้องกันไม่ได้... ได้แต่หวังว่าเคราะห์กรรมแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับตัวเขา
เขาหันหน้าหนี พยายามปรับอารมณ์ ไม่เป็นไรหรอก ตราบใดที่เขาไม่ตายในเกม ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอเรื่องร้ายแรงในโลกความจริง ด้วยเลเวลและอุปกรณ์ของเขา บวกกับการคุ้มกันของลูกน้อง มอนสเตอร์ธรรมดาไม่มีทางทำอะไรเขาได้
พอคิดได้แบบนี้ ในใจก็เริ่มผ่อนคลายลง
"ดูเหมือนเราต้องรับสมัครผู้เล่นชุดใหม่แล้วล่ะ—หลิวเฉียง"
"วางใจเถอะครับประธานจ้าว ผมถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว อีกอย่างสมัยนี้มีเงินจ้างซะอย่าง กลัวอะไรจะหาคนไม่ได้" หลิวเฉียงหัวเราะร่า ดูเหมือนจะชินชากับภาพสยองในจอมอนิเตอร์ไปเสียแล้ว
จ้าวชิงหยุนพยักหน้า "งั้นฉันจะรอฟังข่าวดีจากนาย"
(จบตอน)