- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 16 - ถนนคนเดินถึงแล้ว!
บทที่ 16 - ถนนคนเดินถึงแล้ว!
บทที่ 16 - ถนนคนเดินถึงแล้ว!
บทที่ 16 - ถนนคนเดินถึงแล้ว!
ไม่มีโทรศัพท์มือถือและนาฬิกา สิ่งที่ช่วยบอกเวลาให้หวายอวี๋ได้มีแค่เสียงประกาศตอนเช้ากับพระอาทิตย์ตกดินตอนเย็น
ตอนนี้ฟ้ามืดครึ้ม เธอแยกไม่ออกว่าเป็นเวลาไหน กะเอาคร่าวๆ ว่าตัวเองปีนเขาอยู่นาน อย่างเร็วสุดก็น่าจะไม่เกินบ่ายสองโมง
เวลานี้ถ้าไม่ใช่เพราะพยากรณ์อากาศเมื่อเช้าบอกว่าฝนใกล้จะตกหนัก เธอคงไม่รีบร้อนไปตลาดแลกเปลี่ยนขนาดนี้หรอก
ป้ายรถเมล์ที่คุ้นเคยตั้งอยู่ห่างจากขอบเขต 16 ของระเบียงกุหลาบไปอีกห้านาที แม้จะเป็นป้ายสุดท้าย แต่เพื่อความปลอดภัย สถานีปลายทางจริงๆ ของรถเมล์เลยไปอยู่ที่หมู่บ้านจินหยวน
ที่นี่มีป้ายรถเมล์ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กองกำลังป้องกันพืชกลายพันธุ์โดยเฉพาะ
และตอนนี้ก็สะดวกสำหรับเธอด้วย
ดูประกาศที่แปะไว้ที่ป้าย รถออกทุกครึ่งชั่วโมง ก็ถือว่าไม่นานเกินรอ
เธอวางถังแดงหนักอึ้งและห่อผ้าลง ยืดเส้นยืดสายสักพัก ก็เห็นรถเมล์คันหนึ่งค่อยๆ แล่นมา อาจเพราะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ บนรถเลยมีคนนั่งอยู่แค่ไม่กี่คน
หวายอวี๋ดีใจมาก!
เธอฮึดฮัดหิ้วของขึ้นรถ คนขับมองเธออย่างสงสัย "แม่หนู มีญาติอยู่ในค่ายทหารเหรอ?"
"ค่ะ!" หวายอวี๋ฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่เกรงใจ "พี่ชายหนูอยู่ที่นั่น หนูต้องไปหาเขาบ่อยๆ..."
จากนั้นก็ก้มหน้าอย่างเขินอาย กอดกระเป๋าในมือแน่น
คนบนรถเข้าใจทันที ก็คงให้ญาติช่วยหาของออกมาขายสินะ ไม่เห็นแปลก ถ้ามีลู่ทางพวกเขาก็อยากทำเหมือนกัน
ทุกคนเลิกสนใจ
หวายอวี๋เงยหน้าขึ้นนิดหน่อย มองเวลาบนหน้าจอด้านหน้ารถ 14:08 น.
เธอเลยถามต่อ "ถ้าพ้นเดือนนี้ที่นั่งฟรีไปแล้ว ค่ารถเมล์จะเก็บเท่าไหร่คะเนี่ย!"
เสียงคนขับตอบกลับมา "หนึ่งคะแนนมั้ง... หรือไม่ก็สอง? ข้างบนยังไม่แจ้งมาเลย แต่เราวิ่งสุดสายที่ถนนคนเดินหงเซิ่ง ต้องขับตั้งชั่วโมงครึ่ง สองคะแนนก็ไม่แพงหรอก"
"โอ๊ย!" ป้าๆ ที่นั่งอยู่ในรถเริ่มไม่พอใจ "สองคะแนนยังไม่แพงอีกเหรอ? สองคะแนนซื้อน้ำยาอาหารเสริมได้สองถุง กินได้ตั้งสองวัน! ช่วงนี้ทุกบ้านเหมือนเพิ่งย้ายบ้านใหม่ ใครจะมีเงินเหลือเก็บกันเล่า!"
"นั่นสิ นั่นสิ!"
พอผู้โดยสารไม่พอใจ คนขับก็ชักจะไม่พอใจบ้าง "ผมไม่ได้เป็นคนตั้งราคานี่นา มาโวยวายใส่ผมทำไม? อีกอย่าง พวกคุณก็ขึ้นรถมาจากจินหยวน ทำไมคนอื่นเขาถึงได้อยู่กลางเมืองล่ะ?"
"ได้ยินว่าพวกนั้นเมื่อก่อนเป็นเถ้าแก่ ตอนนี้เริ่มระดมคนมาเปิดบริษัทใหม่แล้ว คนเขามีคะแนนเยอะขนาดแลกรถยนต์ได้เลยนะ!"
"ก็พวกนายทุนเขามีทรัพย์สินเยอะแต่แรก พอช่วยชาติ ชาติก็ต้องให้คะแนนสิ... พวกเรามันแค่คนหาเช้ากินค่ำ..."
ทุกคนเริ่มซุบซิบวิจารณ์กัน
หวายอวี๋นั่งฟังเงียบๆ พยายามซึมซับความรู้ใหม่ๆ อย่างเช่นน้ำยาอาหารเสริม ที่แท้มันราคาถูกขนาดนี้เชียวเหรอ...
แน่นอน เธอเดาว่าน่าจะมีเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เพราะราคาหนึ่งคะแนนต่อหนึ่งถุง ถ้าไม่ใช่นอนรอความตาย ทุกคนก็น่าจะหากินได้
แต่ตลาดแลกเปลี่ยนหงเซิ่งนั่งรถตั้งชั่วโมงครึ่ง เรื่องตลาดกลางคืนมีคนไหมช่างมันก่อน แต่รถเมล์วิ่งถึงกี่โมงเนี่ย?
"กี่โมง?" คนขับตอบ "เที่ยวสุดท้ายออกจากหงเซิ่งทุ่มครึ่ง ดึกดื่นป่านนั้นแม่หนูยังจะกลับมาอีกเหรอ?"
"ค่ะ" หวายอวี๋ตอบอ้อมแอ้ม "ที่บ้านมีพี่ชายกับพี่สะใภ้เพิ่งแต่งงานกัน บ้าน... เอ่อ พี่ชายหนูใช้คะแนนแลกหอพักเล็กๆ รอบนอกไว้น่ะค่ะ"
"อ๋อ..."
พูดแบบนี้ทุกคนก็เข้าใจ
อย่าเห็นว่าหมู่บ้านจินหยวนห้องกว้างเก้าสิบตารางเมตรขึ้นไปแทบทุกห้อง แต่ในเมืองตึกรามบ้านช่องโดนพืชทำลายไปเยอะ ที่ที่พออยู่ได้จริงๆ มีไม่มาก
ผ่านไปหกปี เฉลี่ยคนละยี่สิบสามสิบตารางเมตรก็หรูแล้ว ยิ่งข้าวใหม่ปลามัน เธอเป็นสาวเป็นนาง...
พวกลุงๆ ป้าๆ บนรถที่เริ่มทยอยขึ้นมาเยอะขึ้นต่างก็พากันเข้าใจ
"แล้วนี่หนูจะเอาอะไรไปขายล่ะ?" มีคนถาม
บนถังมีม่านหญ้าปิดไว้ ห่อผ้าที่กอดอยู่ก็ดูตะปุ่มตะป่ำ...
หวายอวี๋ยิ้มเขินๆ "พี่ชายหนู... เอ่อ... หาพวกเมล็ดสนเมล็ดเฮเซลนัตมาได้นิดหน่อยน่ะค่ะ หนูเลยเอาไปแลกคะแนน"
"อ้อ!" ทุกคนเข้าใจอีกแล้ว "คงเก็บตอนเคลียร์พืชกลายพันธุ์สินะ? ถึงได้บอกไงว่าสวัสดิการกองกำลังป้องกันน่ะดีที่สุด"
"ก็ได้ไม่กี่ตังค์หรอก ผลไม้จากพืชกลายพันธุ์ค่าการกลายพันธุ์สูง รสชาติก็แย่ ขายไม่ได้ราคาหรอก"
"ยุงตัวเล็กก็เป็นเนื้อ... คนธรรมดาอย่างเราใครจะกล้าเข้าป่าล่ะ!"
"อย่าพูดเลย ลูกสาวฉันคบแฟนคนนึง เป็นนักสำรวจ พวกเขาต้องอ้อมเขาซานชิงไปสำรวจทุ่งร้างทุกเดือน..."
"โอ้โห! รายได้ดีนะนั่น! ถ้าเจอสายพันธุ์พิเศษ สถาบันวิจัยให้ราคาไม่อั้นเลยนะ!"
"มีประโยชน์อะไร ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย... ฉันคนนึงล่ะไม่เอาด้วย..."
"แม่หนู ของพวกนี้เคยเอามาขายหรือยัง? ที่ถนนคนเดินมีเครื่องตรวจนะ ของไม่ผ่านเครื่องเขาไม่ให้เข้า..."
ทุกคนคุยกันเซ็งแซ่ หัวข้อสนทนาเปลี่ยนไปเรื่อยเปื่อย แต่หวายอวี๋ยังคงยิ้มรับฟัง แล้วค่อยๆ เรียบเรียงขั้นตอนของตลาดแลกเปลี่ยนในหัว...
คุยกันไปคุยกันมา จนคนบนรถแน่นเอียดจนหวายอวี๋ต้องกอดถังไว้แนบอก รถเมล์ก็ค่อยๆ จอดสนิท
[สถานีปลายทาง ถนนคนเดินหงเซิ่ง ถึงแล้วครับ]
ชั่วพริบตาเดียว คนทั้งรถก็ขยับตัว แป๊บเดียวรถก็โล่ง หวายอวี๋ลงจากรถตามคนอื่นไป พบว่าบนซุ้มประตูสูงใหญ่ของถนนคนเดินสายเดิม มีป้ายผ้าแขวนไว้อย่างเชยระเบิด
[ตลาดแลกเปลี่ยนหงเซิ่ง ประตูตะวันออก]
ซุ้มประตูสไตล์โบราณขนาดใหญ่ น่าจะสร้างไว้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสมัยก่อน แต่ตอนนี้โดนป้ายผ้าบังมิด หวายอวี๋มองแวบเดียว แล้วก็มองข้ามยามเฝ้าประตู ไปโฟกัสที่จุดตรวจตรงทางเข้า
แม้จะเป็นช่วงบ่าย แต่พอมองเข้าไป ร้านค้าสองข้างทางเปิดประตูรับลูกค้า ป้ายหน้าร้านยังเขียนชื่อแบรนด์เสื้อผ้าและยี่ห้อมั่วซั่วไปหมด
เช่นร้าน [BLUE สินค้าหรูสะสม] หวายอวี๋มองไกลๆ เห็นข้างในขายแต่พวกถัง กะละมัง ขวดน้ำ...
ยังมีอีกร้าน [XX ผ้าไหม] ข้างในขายกุยช่ายกองเล็กๆ มีป้ายเขียนว่า [ค่าการกลายพันธุ์ 12 ราคาพิเศษ 12 คะแนนต่อชั่ง!]
มีคนยืนเลือกซื้อกันขวักไขว่ ดูเหมือนราคาพิเศษจะดึงดูดใจน่าดู
แต่หวายอวี๋นึกถึงลูกสนสิบเอ็ดลูกที่แลกของมาได้ตั้งเยอะแยะ...
กองกำลังป้องกัน คนดีจริงๆ!
เธอเลยหิ้วของไปต่อแถวที่จุดตรวจ
จุดตรวจทำงานเร็วมาก เหมือนเอาเครื่องสแกนสัมภาระรถไฟความเร็วสูงมาดัดแปลง แค่แตะบัตรประชาชน หวายอวี๋วางของบนสายพาน แล้วคนก็เดินตามของเข้าไป
รอคิวอีกแค่นาทีเดียว เครื่องข้างๆ ก็คายใบรับรองกันปลอมชั่วคราวออกมา
"เอ๊ะ?" เจ้าหน้าที่ชะโงกหน้ามาดู "ของเธอคุณภาพใช้ได้นี่นา ค่าการกลายพันธุ์ 11"
หวายอวี๋ยิ้มอายๆ
"เสียดาย..." อีกฝ่ายเดาะลิ้น
"เป็นพวกถั่วแห้ง ไม่ค่อยอยู่ท้อง... ครอบครัวที่มีฐานะหน่อยอาจจะซื้อ - เอ้า เก็บใบรับรองไว้ นี่กำไลข้อมือสำหรับซื้อขาย คะแนนจะผ่านเข้าเจ้านี่ ตอนกลับไปทำเรื่องโอนคะแนนที่ฝั่งตรงข้าม มันจะเข้าบัญชีเธอ"
"อ้อ" เขาเสริมอีกว่า "เดือนนี้ยังไม่เก็บค่าแผง เดือนหน้าจะเริ่มเก็บแล้วนะ เตรียมคะแนนไว้ด้วยล่ะ"
[จบแล้ว]