- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 11 - คลังเสบียงของเพื่อนบ้าน
บทที่ 11 - คลังเสบียงของเพื่อนบ้าน
บทที่ 11 - คลังเสบียงของเพื่อนบ้าน
บทที่ 11 - คลังเสบียงของเพื่อนบ้าน
นั่นคือรูเล็กๆ ที่อยู่ติดกับโคนต้นของกำแพงกุหลาบ
เล็กจริงๆ พอโดนใบไม้สีเขียวหนาทึบปิดบัง ก็แทบมองไม่เห็นอะไรเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะหวายอวี๋รีบคุกเข่าและขอขมาอย่างจริงใจเกินเหตุ ก็คงไม่บังเอิญเจอเข้าแบบนี้
ดวงตาคู่เล็กข้างในเหมือนจะตกใจ "ฟึ่บ" หายวับไปทันที
แต่หวายอวี๋ไวกว่า!
ร่างกายขยับไปก่อนที่สมองจะสั่งการด้วยซ้ำ มือข้างหนึ่งล้วงพรวดเข้าไป!
เอาสิ! หลังจากการต่อสู้ชุลมุน เธอก็คีบหางของเจ้าตัวเล็กนั่นดึงออกมาได้อย่างหวุดหวิด
อื้ม มันคือหนูนาหน้าตาบ้านๆ ตัวหนึ่ง
ขนสีเทา ตาแป๋ว หนวดยาว หางยาว
หน้าตาธรรมดาเกินไปหน่อยแฮะ...
เธอรีบผงะหน้าหนีนิดหนึ่ง
แต่ ไม่เป็นไร! หนูนาจะหน้าตาบ้านๆ หรือไม่ก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ พวกมันคือนักซ่อนเสบียงตัวยงเลยนะ!
"จี๊ดๆๆๆ!" เจ้าหนูดิ้นพราดๆ อย่างบ้าคลั่ง
หวายอวี๋ก็ไม่ได้รังแกมัน กลับเอียงคอเล็กน้อย ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"เจ้าหนู แกน่ารักจังเลย!"
"ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก ไปเถอะ"
วินาทีนี้ ทั่วร่างเธอแทบจะเปล่งรัศมีนางมาร... เอ้ย นางฟ้า จนเจ้าหนูนาที่โดนวางลงบนพื้นยังมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปสุดชีวิต
แต่วิ่งไปได้ไม่ไกล เหมือนจะเพิ่งได้สติ ดวงตาคู่จิ๋วนั้นหันกลับมามอง หนวดหนูแทบจะชี้ชันด้วยความช็อก!
เพราะตอนนี้ หวายอวี๋กำลังยื่นแขนเข้าไปขุดรูของมันอยู่น่ะสิ!
"จี๊ดๆๆๆ!"
วินาทีนี้เจ้าหนูนาลืมกระทั่งความตายที่อาจมาเยือน วิ่งย้อนกลับมา กระโดดไปกระโดดมารอบปากรู เท้าแทบจะเสียดสีพื้นจนไฟลุกด้วยความร้อนรน!
แต่หวายอวี๋แค่ส่งยิ้มหวาน "ขอบใจนะ ฉันกำลังไม่มีเสื้อผ้าใส่พอดีเลย!"
แถมด้วยอานิสงส์ของเจ้าหนูนา ทำให้เธอเพิ่งนึกเคล็ดลับการหาของป่าขึ้นมาได้อีกอย่าง นั่นคือต้องไปดูว่าปีก่อนมีกระรอกกี่ตัวที่ลืมที่ซ่อนสมบัติของตัวเอง
พอคิดได้แบบนี้ ท่าทางขุดดินของเธอก็ยิ่งดูพลิ้วไหว!
โชคดีที่รากของระเบียงกุหลาบอาจจะหยั่งลึกเกินไป หรือไม่ก็เพราะทุ่งร้างอันตรายเกินไป รูของเจ้าหนูนาถึงจะคดเคี้ยว แต่ระยะทางแนวตรงกลับไม่ลึกนัก
และพอหวายอวี๋ไปหากิ่งไม้ใหญ่ที่เคยใช้ขุดดินตอนสร้างบ้านมาช่วย เสียงร้องจี๊ดๆ ของเจ้าหนูนาก็ยิ่งสิ้นหวังกว่าเดิม
แต่ความสุขของคนกับความทุกข์ของหนูมันคนละเรื่องกัน
เจ้าหนูนาสิ้นหวังแค่ไหน หวายอวี๋ก็ยิ่งมีความสุขแค่นั้น เพราะคลังเสบียงของหนูตัวนี้ มันอุดมสมบูรณ์จริงๆ
ถั่วลิสงกองเล็กๆ แต่ละเม็ดดูอวบอ้วนมาก เธอกอบออกมาสองรอบถึงจะหมด
ยังมีถั่วอื่นๆ อีก ถั่วเขียวที่ดูมอมแมมแต่ไม่เน่าเสีย กองเบ้อเริ่มอีกสองกอบ! ไม่รู้ไปขโมยมาจากไหน ว้าว แกนี่มันเก่งจริงๆ!
นอกจากนี้ก็ยังมีเมล็ดข้าวสาลีอีกนิดหน่อย
แต่สงสัยมันจะไม่ถนัดขโมยข้าวสาลี เมล็ดส่วนใหญ่เลยลีบแบน ไม่ค่อยมีราคาค่างวดเท่าไหร่
ที่สำคัญที่สุด หวายอวี๋เจอลูกมัน (มันมือเสือ) ขนาดเท่าไข่นกกระทาหนึ่งกอบในคลังเสบียงย่อยหลุมสุดท้าย
ว้าว!
อันนี้เอาไปปลูกได้นี่นา! แถมผลผลิตต่อไร่น่าจะเกินพันกิโลสบายๆ อยู่ท้องกว่าถั่วเหลืองหนึ่งกิโลของเธอตั้งเยอะ!
ของดีเยอะขนาดนี้ การมัวแต่เอ้อระเหยอยู่ในป่าถือว่าเธอขี้เกียจเกินไปแล้ว
หวายอวี๋ถอดเสื้อตัวนอกออกมา ห่อของทั้งหมดเข้าไป สุดท้ายได้ถุงใหญ่ขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล เห็นได้ชัดว่าเจ้าหนูตัวนี้เป็นนักตุนเสบียงตัวยงขนาดไหน
"แกเก่งจริงๆ"
เธอเอ่ยชมเจ้าหนูที่ร้อนรนจนแทบจะเต้นแร้งเต้นกาอย่างจริงใจ จากนั้นยังช่วยวางแผนชีวิตให้มันอย่างใส่ใจ
"ดูสิ ถึงฉันจะเอาเสบียงแกไป แต่ตอนนี้ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แกไม่ขาดแคลนอาหารหรอก หญ้าอ่อนๆ แถวนี้แกชอบกินไม่ใช่เหรอ? กินเยอะๆ เลยนะ กินได้ไม่อั้น"
"นี่เป็นที่ของฉัน กินตามสบายเลยนะ!"
พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
พอกลับถึงบ้าน เธอกางเสื้อออกบนพื้นอิฐ แล้วคัดแยกกองเสบียง
อันไหนฝ่อหรือเน่าก็ทิ้งไป ที่เหลือก็แยกประเภท
ลูกมันเอาไว้ปลูก แถมผลผลิตสูง ไม่เอาไปแลกเสื้อผ้าแล้ว
ถั่วลิสงก็ปลูกได้ ถ้าปลูกดีๆ เห็นว่าผลผลิตต่อไร่ก็เป็นพันกิโลเหมือนกัน เก็บไว้!
รวงข้าวสาลีที่เหลือมีเมล็ดดีๆ ไม่กี่เม็ด รวมแล้วยังไม่ถึงกำมือ คงแลกอะไรไม่ได้มาก เอาห่อใบไม้ยัดใส่กระเป๋าไปลองถามดูดีกว่า
ส่วนถั่วเขียวมีเยอะมาก ไม่รู้ไปเก็บมาจากนาแปลงไหน ได้ตั้งสองกอบใหญ่ แต่ถั่วเขียวมันกินแล้วไม่อิ่มท้องเท่าไหร่...
หวายอวี๋ตัดสินใจทันที เอาเจ้านี่ไปแลกเสื้อผ้าละกัน!
เธอไม่ค่อยรู้ราคาตลาด แต่ในเมื่อลูกสนสิบเอ็ดลูกยังแลกผ้าใบกันน้ำได้ ถั่วเขียวสองกอบนี้ อย่างน้อยก็น่าจะแลกชุดชั้นในเปลี่ยนสักชุดได้มั้ง?
ส่วนจะไปตลาดแลกเปลี่ยนไหม...
หวายอวี๋คิดในใจ ตอนนี้บ้านเมืองเพิ่งฟื้นฟู คนน่าสงสารในตลาดคงมีเยอะกว่าเธอแน่ ถั่วเขียวถึงจะปลูกได้ แต่ตอนนี้ยังกินไม่ได้ ราคาน่าจะไม่สูงนัก
ในเมื่อเป็นแบบนี้...
กองกำลังป้องกัน ฝากด้วยนะ!
...
เพื่อให้เกียรติสถานที่ ก่อนออกจากบ้านหวายอวี๋กัดฟันทำหน้าเหยเกใช้กิ่งไม้สีฟันทั้งที่รสชาติขมปี๋ เพราะไม่มีน้ำสะอาด ก็ถือซะว่าเน้นที่เจตนาละกัน
ดีที่ได้น้ำยาอาหารเสริมมาเยอะ ไม่งั้นเธอคงไม่รอดมาถึงวันนี้
จากนั้น ใช้ชายเสื้อห่อถั่วเขียว มุ่งหน้าสู่เขต 69 ออกเดินทาง!
รอบนี้ไม่ได้แบกลูกสนสิบโล ระยะทางแค่สามสี่กิโล หวายอวี๋เดินตัวปลิว ระหว่างทางยังมองโน่นมองนี่ ถ้าไม่ติดว่าเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ก็คงเหมือนมาเดินปิกนิก
ส่วนที่ค่ายเขต 69 ยามหน้าประตูมองเห็นเธอมาแต่ไกล รีบคว้าวิทยุสื่อสารทันที!
พอหวายอวี๋มาถึงหน้าประตู ก็เห็นหัวหน้าโจวคนเดิมพาฝ่ายพลาธิการมายืนรออยู่แล้ว พอเห็นเธอ เขาก็พยายามฉีกยิ้มอย่างยากลำบาก
หวายอวี๋: ...
แต่เธอเป็นคนรู้กาลเทศะ ตอนนี้ต้องพึ่งพาคนอื่น จะไม่มีทางพูดจาทำนองว่า "หน้าเป็นตะคริวเหรอ" เด็ดขาด
เธอเลยได้แต่ยิ้มหวาน "พี่ชายหัวหน้า หนูเอาของมาแลก ได้ไหมคะ?"
โจวเฉียนพยายามเกร็งหน้ายิ้มค้างไว้ ทำตัวให้ดูใจดี น้ำเสียงเลยฟังดูแปลกๆ แต่นุ่มนวล
"ไม่มีปัญหา ลูกสนที่เธอเอามาคราวที่แล้วอร่อยมาก พวกเราชอบกันมาก"
แค่ได้กินไม่เท่าไหร่เอง
เพราะค่าการกลายพันธุ์ต่ำมาก พวกเขากินกันเฮฮาไปแค่ลูกเดียว ที่เหลือโดนยึดเอาไปวิจัยหมด
พอได้ยินว่าเธอมา ทุกคนเลยรีบแห่กันมา หวังว่าคราวนี้จะมีของดีค่าการกลายพันธุ์ต่ำอีก
หวายอวี๋มองเขาอย่างระแวงนิดหน่อย พิจารณาใบหน้ากร้านโลกของเขา แล้วก็พอจะเข้าใจ
หัวหน้าโจวคงผ่านความลำบากมาเยอะ เลยไม่รู้สึกว่าลูกสนมันขมสินะ?
น่าซาบซึ้งใจจริงๆ
ถ้าวันนี้แลกเสื้อผ้าได้ เธอจะซาบซึ้งกว่านี้อีก
ดังนั้นเธอเลยยิ้มหวานหยด "งั้นก็ขอบคุณพวกพี่ชายมากเลยค่ะ! ว่าแต่ ที่นี่มีพี่สาวบ้างไหมคะ? หนูอยากแลกของที่ผู้หญิงใช้กันน่ะค่ะ"
ของที่ผู้หญิงใช้...
สายตาของโจวเฉียนมองผมเผ้ายุ่งเหยิงที่ปล่อยสยายกับเสื้อผ้าเก่าขาดของเธอ แล้วพูดขึ้น
"ไม่มีปัญหา"
เขาหยิบวิทยุสื่อสารมาพูดเบาๆ สองสามคำ ไม่นาน ทหารหญิงท่าทางทะมัดทะแมงสองคนก็เดินออกมา
[จบแล้ว]