- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 6 - สร้างบ้าน
บทที่ 6 - สร้างบ้าน
บทที่ 6 - สร้างบ้าน
บทที่ 6 - สร้างบ้าน
กองใบไม้และเถาวัลย์มหึมาขนาดนี้ จะขนกลับมาจากระเบียงกุหลาบเขต 8 โดยไม่ให้ใครรู้ นับเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ
โชคดีที่เถาวัลย์ยังมีความเหนียว หวายอวี๋แอบมุดลอดเข้ามาก่อน แล้วค่อยๆ ออกแรงลากพวกมันเข้ามาทีละนิดทีละหน่อยเหมือนยัดไส้กรอก จนหน้าดำหน้าแดง
ต้องลากผ่านไปอีก 29 เขต ระยะทางเส้นตรงสามกิโลเมตรกว่า ถึงจะกลับถึงเขตที่พักที่เธอเลือกไว้
ชะ... ช่วยด้วย! ไกลชะมัดเลย!
เธอยืนเหม่ออยู่ตรงนั้น แดดต้นฤดูใบไม้ผลิเผาแก้มจนแดงระเรื่อ ผมเผ้าติดหน้าดูมอมแมม แต่ในใจกลับนึกถึงรถคันเมื่อคืน
อยากได้จัง! อยากได้จริงๆ นะ!
แต่ตอนนี้...
"เจ้าหอยทากแบกเปลือกหนักอึ้ง ค่อยๆ คืบคลานไปทีละก้าว..." เธอหอบแฮ่กๆ พลางฮัมเพลง ไม่รู้ว่าคลานมานานแค่ไหน ในที่สุดก็กลับมาถึงบริเวณฐานตึก
ฐานตึกยังเหมือนเดิม อิฐหินในซากปรักหักพังยังคงระเกะระกะ ตรงกลางมีหญ้าอ่อนสีเขียวอมเหลืองงอกขึ้นมา เธอคุกเข่าในช่องทางเดินแล้วคลาน "ครืดๆๆ" ไปข้างหน้า ก็เห็นถุงนอนของตัวเองวางอยู่ที่ปลายสุดของกองอิฐตามคาด
สีแดงเลือดหมู รอบๆ มีกลีบดอกไม้แห้งกระจัดกระจายอยู่ประปราย
เธอวางถุงนอนกลับที่เดิมเงียบๆ แล้วปีนออกมาอีกครั้ง มองดูผืนดินกว้างใหญ่นี้ ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกเหมือน "บ้าน" ผุดขึ้นมา
หวายอวี๋คิดเงียบๆ แล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ... ใช่แล้ว ที่ดินเป็นของตัวเอง ดังนั้นการมีบ้านพื้นที่ 600 ไร่ก็เป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ?
เธอบอบบางขนาดนี้ แถมไม่มีความสามารถอะไรมาก ทุกวันตื่นมาบนเตียงขนาด 200 ตารางเมตร มีคนรับใช้ชายสองร้อยคน ก็เป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ?
แค่ตอนนี้คนรับใช้ชายยังไม่มา...
ลมพัดวูบหนึ่ง กลีบกุหลาบสีชมพูปลิวมาปะทะหน้า หวายอวี๋พองแก้มป่องเงียบๆ
ก็ได้ก็ได้! ความชื้นในอากาศเริ่มสูง อีกไม่เกินสองวันฝนคงตก เธอต้องรีบสร้างบ้านแล้ว!
...
การสร้างบ้านจริงๆ แล้วง่ายมาก
แค่ตอนเอาไม้ขุดหลุมมันเหนื่อยหน่อย
โดยเฉพาะเธอแรงน้อย ส่งเสียงฮึดฮัดเอาไม้ทั้งจิ้มทั้งหมุนทั้งขุดดินเหลืองๆ อยู่นานสองนาน กว่าจะได้หลุมตื้นๆ ออกมา
เอาไม้หย่อนลงไป ลึกแค่สิบกว่าเซนติเมตรเอง
ความลึกแค่นี้ จะไปเป็นโครงสร้างที่มั่นคงได้ยังไง?
หวายอวี๋เริ่มโมโห
เธอสร้างบ้านเป็นก็เก่งจะแย่แล้ว คงไม่ต้องให้ทำไอ้พวกงานใช้แรงงานนี่ด้วยหรอกนะ!
เลยจัดการเอาเถาวัลย์วิสทีเรียเหนียวๆ ที่หักมาจากต้นปักลงดินดื้อๆ "เร็วๆ เข้า รีบแทงรากลงไป แทงให้ลึกๆ..."
พร้อมกับใช้สองมือกำไว้แน่น หน้าแดงก่ำอีกรอบ
"อื๊อ..."
พลังเย็นสบายสายหนึ่งไหลออกจากร่างกาย ผ่านฝ่ามือเข้าสู่เถาวัลย์วิสทีเรีย
แต่อยู่ได้ไม่นาน แป๊บเดียวหวายอวี๋ก็ปล่อยมือ หอบหายใจแฮ่กๆ
มือเธอปล่อยแล้ว แต่เถาวัลย์นั้นกลับไม่ล้มพับ กลับดิ้นดุ๊กดิ๊กและมุดลึกลงไปในดินให้เห็นกับตา
พร้อมกันนั้น ตุ่มตาที่นูนขึ้นมาบนเถาวัลย์ก็แตกยอดอย่างรวดเร็ว คลี่ใบ... และยืดขยายออกไปไม่หยุด ลำต้นหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเถาวัลย์ที่แข็งแรงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองเซนติเมตร!
หวายอวี๋กระโดดตัวลอย!
หลุมเล็กๆ ที่อุตส่าห์ขุดแทบตายหายไปแล้ว เหลือแต่เถาวัลย์อวบอิ่มตั้งตระหง่านไม่ไหวติง เห็นชัดว่ารากหยั่งลึกมาก
เธอกำเถาวัลย์กระชากเต็มแรง แต่ฝ่ามือแดงเถือกไปหมด เถาวัลย์กลับไม่ขยับสักนิด เหมือนตอนที่เธอไปวุ่นวายกับต้นแม่ของมันในป่าเปี๊ยบ
"ว้าว..."
เธอดีใจขึ้นมา แข็งแรงขนาดนี้ เดี๋ยวพอทำเป็นโครงสร้าง ลมฝนแรงแค่ไหนก็ไม่ล้มแล้ว!
แต่...
เธอมองรอยขีดข่วนตื้นๆ ที่วาดไว้บนพื้น แล้วพบว่าถ้าอยากสร้างบ้านให้เป็นรูปเป็นร่าง เถาวัลย์ 30 เส้นที่หักมา ต้องทำให้โตแบบนี้ทุกเส้นเลย
...
"อื๊อ..."
"อื๊อ..."
"อื๊อ..."
หวายอวี๋นั่งยองๆ หน้าแดงก่ำ ออกแรงสุดชีวิต เหงื่อบนหน้าผากไหลย้อย ผมเผ้าเปียกลู่แปะหน้าตา ดูมอมแมมยิ่งกว่าเดิม
เวลาตลอดบ่าย เธอใช้ไปกับการเร่งโตวิสทีเรีย แต่พลังในร่างกายอ่อนแอเกินไป เร่งโตได้เส้นหนึ่งก็ต้องพักตั้งนาน
พอเร่งโตไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็หิวจนตาลาย ท้องร้องโครกคราก
เธอคุกเข่าฮึดฮัดๆ คลานกลับเข้าไปในทางเดินอย่างคล่องแคล่ว ควานหาน้ำยาอาหารเสริมออกมาจากถุงนอน
คราวนี้มองเห็นชัดแล้ว บนถุงเขียนส่วนประกอบแร่ธาตุต่างๆ ไว้เพียบ แต่วัตถุดิบหลักดันเป็นแป้งสาลีกลายพันธุ์...
"?"
เธอขมวดคิ้ว ไม่กล้าคิดเลยว่าตัวเองเหนื่อยขนาดนี้แล้ว ยังต้องมากินของที่แค่เห็นชื่อก็รู้ว่าไม่ใช่ของดีแบบนี้อีก
แต่... หิวจริงๆ นะ! ทั้งเหนื่อยทั้งหิว!
โลกนี้ใจร้ายกับเธอเกินไปแล้ว บ้านก็ต้องสร้างเอง ทำไมไม่แจกคนรับใช้ชายมาให้สักสองร้อยคนนะ?
สักคนก็ยังดี!
เธอกลืน "แป้งเปียก" อาหารเสริมรสชาติเปรี้ยวๆ ประหลาดๆ ลงคอด้วยความน้อยใจ รสสัมผัสเหมือนเคี้ยวจุกก๊อกไม้เก่าเก็บสิบปี
พักผ่อนครู่หนึ่ง พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงยามเย็น
หวายอวี๋ปีนออกมาอีกครั้ง ถอนหายใจ อาศัยช่วงที่แรงฟื้นกลับมา จับเถาวัลย์วิสทีเรียที่ปลูกไว้ตรงกลางโน้มลงมาทำเป็นกระดูกงูหลัก
จากนั้น เอาเถาวัลย์สองข้างที่สมมาตรกันมาพันรอบ "กระดูกงู" บิดเกลียว เหมือนรูปร่างของตัวอักษร [เฟิง] ไปพลางเร่งโตไปพลาง ค่อยๆ ขึ้นโครงร่าง
พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปจนหมด ท่ามกลางทุ่งหญ้ามืดมิด เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้าย พันเถาวัลย์สองเส้นคู่สมมาตรตรงส่วนที่เป็นซุ้มประตูจนแน่น
น่าจะเป็นเพราะใช้แรงมากไป หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนที่เป็นซุ้มประตูนี้เล็กกว่ากระดูกงูอันก่อนหน้านี้ พอเร่งโตเสร็จ ด้านข้างของเถาวัลย์วิสทีเรียกลับส่งเสียงประหลาดออกมาสองสามที
หวายอวี๋หันไปมองด้วยความแปลกใจ เห็นช่อดอกแทงยอดออกมาหลังสิ้นเสียง จากนั้นก็เกิดดอกตูม...
ครู่ต่อมา ดอกวิสทีเรียพวงอวบอ้วนสามพวงก็บานสะพรั่งออกมา!
วินาทีนี้ ความขุ่นเคืองใจทั้งหมดพลันมลายหายไป
ลมกลางคืนพัดมา เย็นสบาย หวายอวี๋สั่นสะท้านเล็กน้อย ลูบเถาวัลย์แล้วกอดมันไว้แนบอก ก่อนจะส่งเสียงอ้อนงุ้งงิ้ง
"อย่าโตนะอย่าโต! พวกเธอไปแตกยอดจากโคนต้นโน่น! กิ่งก้านตรงนี้ฉันจะเอาไว้สร้างบ้าน ต้องเอาไว้บังแดด โตไม่ได้นะ..."
ปากก็พูดไป "พวกเธอโตกันขยันขันแข็งจัง บ้านใหม่ของฉันทั้งใหญ่ทั้งกว้าง!"
จากนั้นเสียงก็เบาลง นุ่มนวลอ่อนโยน
"ขอบคุณนะ"
วิสทีเรียไม่ได้พูดอะไร แน่นอนว่ามันพูดไม่ได้ แต่ในความมืดสลัว ส่วนรากที่ไม่มีใครมองเห็น กลับมีตุ่มตาแตกยอดออกมาใหม่
หวายอวี๋ลุกนั่งอย่างพอใจ หักกิ่งแขนงเล็กๆ มาเคี้ยวเล่น แล้วก็หน้าย่นเพราะรสชาติขมฝาดที่เกิดขึ้นกะทันหัน รีบ "ถุยๆๆ" ทิ้งไป แกล้งทำเป็นว่าตัวเองแปรงฟันแล้ว
วินาทีต่อมา เธออาศัยแสงสลัวมองหารูปทรงของฐานตึก หาตำแหน่งเจอ แล้วก็มุดกลับเข้าไปอย่างชำนาญ
ถุงนอนสีแดงเลือดหมูวางอยู่บนอิฐแข็งๆ ช่วยลดแรงกระแทกได้บ้าง ในพื้นที่ปิดทึบ อุณหภูมิค่อยๆ สูงขึ้น
ถั่วเหลืองหนึ่งกิโลกรัมที่มีอยู่วางไว้ข้างกาย หวายอวี๋หลับตาลงอย่างเป็นสุข
[จบแล้ว]