- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 3 - ปลายทางที่ระเบียงกุหลาบ
บทที่ 3 - ปลายทางที่ระเบียงกุหลาบ
บทที่ 3 - ปลายทางที่ระเบียงกุหลาบ
บทที่ 3 - ปลายทางที่ระเบียงกุหลาบ
กว่าจะวุ่นวายเสร็จ ถึงคิวของหวายอวี๋ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
เสียง "ติ๊ด" จากบัตรคะแนนศูนย์แต้มดังขึ้น ทำเอาคนรอบข้างที่สังเกตเห็นเงียบกริบกันไปหมด
แต่หวายอวี๋กลับดูไม่มีความละอายใจเลยสักนิด ได้แต่ยืนรออย่างเรียบร้อยและเงียบเชียบ
เธอไม่มีอะไรต้องอายนี่นา เรื่องก่อนหน้านี้ลืมไปหมดแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายแล้วฟื้นหรือจู่ๆ ก็กลายพันธุ์ รู้แค่ว่าพอลืมตาตื่นมาวันนี้ ก็โดนรากไม้ห่อตัวเป็นดักแด้ไปแล้ว
พอปีนออกมาจากดักแด้ นอกจากชื่อกับความรู้รอบตัวที่จำได้ลางๆ อย่างอื่นก็ลืมเกลี้ยง พ่อแม่พี่น้อง จำไม่ได้แม้แต่คนเดียว
สรุปคือ
เธอจิตใจดีขนาดนี้ คงไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไรหรอก บัตรคะแนนศูนย์แต้มก็ไม่ใช่ความผิดเธอ โลกใบนี้แหละที่ผิดต่อเธอ
พอคิดแบบนี้ สุขภาพจิตก็มั่นคงเป็นพิเศษ ยิ้มออกมาได้อย่างเปิดเผย จนพวกขาเม้าท์รอบข้างถึงกับพูดไม่ออก
สักพัก อีกฝ่ายลงทะเบียนเสร็จ ก็ยัดน้ำยาอาหารเสริม 30 ขวดกับถั่วเหลืองหนึ่งกิโลใส่มือเธอ
"ชีวิตต่อจากนี้เป็นของเธอเอง รัฐไม่เลี้ยงแล้วนะ ขืนเป็นแบบนี้อีกได้อดตายแน่"
หวายอวี๋กอดของกองนั้นไว้ แล้วยิ้มตาหยีให้อีกฝ่าย
"รับทราบค่ะ"
คิดแล้วก็พูดเสริม "หนูจะใช้ชีวิตให้ดีค่ะ ขอบคุณค่ะคุณน้า"
...
เดินออกจากโถง ท้องฟ้าไกลๆ กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีส้มแดงยามพลบค่ำ
รถเมล์บุโรทั่งหน้าประตูอัดแน่นไปด้วยผู้คน เสียงประกาศจากลำโพงยังคงเร่งเร้าไม่หยุด
[เพื่อความสะดวกในการลงทะเบียน รถเมล์บริการฟรีตลอดเดือนนี้...]
[สถานีปลายทาง ระเบียงกุหลาบ...]
หวายอวี๋ชะงักไปนิด ก่อนจะรีบวิ่งเหยาะๆ ไป คนขับบีบแตรไล่ ตะโกนสุดเสียง
[คนข้างหลังเดินเข้าไปข้างในหน่อยสิ...]
"เต็มแล้ว เต็มแล้ว! ลุงออกรถเถอะ!"
"นั่นสิ ผมอยู่จินหยวน ขืนไม่ออกรถฟ้ามืดพอดี!"
วินาทีต่อมา ทุกคนรู้สึกเหมือนตัวลีบลง ขาขยับไปชิดริมโดยอัตโนมัติ
"เชี่ย! ใครเบียดวะเนี่ย!"
"เลิกเบียดได้แล้ว เลิกเบียดได้แล้วโว้ย! ยัดไม่เข้าแล้ว! ขาฉันลอยแล้วเนี่ย!"
"เฮ้ยๆๆ อย่าเบียดน้ำยาอาหารเสริมฉันแตกนะ..."
ประตูรถปิดลงจนได้ หวายอวี๋เกาะราวแน่น ส่งยิ้มใสซื่อให้คนข้างๆ ที่เบียดกันเป็นปลากระป๋อง
มองผ่านกระจกร้าวๆ ออกไปข้างนอก เมืองที่เคยเป็นระเบียบกลายเป็นซากปรักหักพัง แล้วค่อยๆ กลายเป็นความรกร้าง เหมือนภาพในฝันของเธอเปี๊ยบ
แต่ในฝันยังมีอะไรอีกนะ?
"กุหลาบ..."
เธอพึมพำ นึกอะไรไม่ออกอีกแล้ว
รถเมล์โยกไปโยกมา กระเด้งกระดอน วิ่งไปตามถนนพังๆ มุ่งหน้าสู่ชานเมืองอย่างยากลำบาก
คนบนรถเริ่มบางตา พอผ่านหมู่บ้านจินหยวนไปอีกไม่กี่คน ในรถก็เหลือแค่หวายอวี๋กับคนขับ
ทั้งสองสบตากันผ่านกระจกมองหลัง หวายอวี๋ยิ้มตาหยี "หนูลงป้ายระเบียงกุหลาบค่ะ"
คนขับสตาร์ทรถอย่างจำยอม ป้ายสุดสายคือระเบียงกุหลาบ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไประเบียงกุหลาบจริงๆ นี่หว่า... ทำไมยังมีคนไปอยู่ตรงนั้นอีกเนี่ย!
เขาบ่นอุบ แต่ก็อดเผือกไม่ได้ "แม่หนู หมู่บ้านจินหยวนเธอยังไม่ได้คิว... เธอ เธอ เธอ เธอโดนหักคะแนนยับเลยเหรอ?"
"เปล่าค่ะ" หวายอวี๋ส่ายหน้าอย่างจริงใจ "หนูน่าจะไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยมั้งคะ"
คนขับ: ...
...
รถเมล์ไม่ได้จอดแช่ที่ระเบียงกุหลาบ ดูท่าที่นี่คงอันตรายจริงๆ จนต้องรีบตีรถกลับ
ความมืดเข้าปกคลุมรอบด้าน ภูเขาไกลๆ เหลือเพียงเงาลางๆ
ลมกลางคืนพัดมาเย็นยะเยือก หวายอวี๋นั่งยองๆ ลูบต้นหญ้าเขียวบนพื้น นึกถึงเสียงประกาศตอนเช้าที่ได้ยินแว่วๆ เหมือนจะจำได้ว่าเป็นเดือนมีนาคม
เธอเริ่มหิว แต่ถั่วเหลืองมันทั้งแห้งทั้งแข็ง ก็เลยหยิบถุงน้ำยาอาหารเสริมออกมา
แพ็กเกจจิ้งไม่ได้สวยงามอะไร รูปร่างเหมือนถุงเยลลี่แบบดูด บนถุงเขียนง่ายๆ แค่ [น้ำยาอาหารเสริมพื้นฐาน] ส่วนผสมที่เหลือมองไม่เห็นแล้วในความมืด เห็นแค่ลางๆ ว่ามีวิตามินอะไรสักอย่าง
เธอบิดฝาอย่างอยากรู้อยากเห็นแล้วลองชิมดู...
อื้ม เปรี้ยวๆ หวานนิดเดียว เค็มหน่อยๆ ส่วนรสสัมผัสเหรอ... เหมือนขี้เลื่อยแช่น้ำผสมแป้งเปียก
ไม่อร่อยเลย
แต่ก็ไม่เป็นไร วันนี้เกิดเรื่องขึ้นตั้งเยอะ เธอต้องมานั่งคิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงไปเป็นดักแด้รากไม้อยู่บนเขาซานชิง?
หรือว่า... ปมรากไม้กลายพันธุ์?
อี๋! ไม่กล้าคิดเลย แหวะจะตาย!
หวายอวี๋เดินสำรวจรอบๆ อย่างรวดเร็ว ตัดสินใจเลิกคิดเรื่องอดีตมาคิดเรื่องความเป็นอยู่ในปัจจุบันก่อน
เช่น คืนนี้นอนไหนดี?
รอบข้างมืดตึ๊ดตื๋อ ตึกสูงไกลๆ มีไฟติดๆ ดับๆ ให้เห็นลางๆ
หวายอวี๋ดึงเสื้อผ้าขาดๆ ของตัวเอง เดินวนไปวนมาบนพื้นดินรกร้างที่ถูกเคลียร์พื้นที่ไว้ แล้วจู่ๆ ก็คิดได้
ไม่มีใครดูอยู่นี่นา เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ตอนกลางคืนสักหน่อย! กลับขึ้นเขาไปสิ! บนนั้นยังมีดักแด้ของเธออยู่นะ!
อืม พูดแบบนี้มันก็ดูแปลกๆ แต่อย่างน้อยไอ้รากไม้ที่สานกันเป็นรูปไข่ ยัดใบไม้แห้งนุ่มๆ เข้าไปหน่อย นอนสบายกว่าตรงนี้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ?
ระเบียงกุหลาบยามดึกส่งกลิ่นหอมฟุ้ง หนามแหลมซ่อนตัวอยู่ใต้ใบเขียว ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเดือนมีนาคมแบบนี้ มันดูจะรีบบานเกินไปหน่อย
หวายอวี๋จำไม่ค่อยได้ว่าเมื่อเช้าเข้ามาจากทิศไหน แต่พอปลายนิ้วเธอแตะโดนกลีบดอกไม้นุ่มนิ่มหอมกรุ่นอีกครั้ง เสาต้นสูงๆ ที่หวายอวี๋ไม่เคยสนใจมาก่อนก็ส่งเสียงเตือนภัยดังลั่น
[ระเบียงกุหลาบเขต 37 ค่าการกลายพันธุ์พุ่งสูง สงสัยว่าจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ...]
[ระเบียงกุหลาบเขต 37 ค่าการกลายพันธุ์พุ่งสูง สงสัยว่าจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ...]
[ระเบียงกุหลาบเขต 37 ค่าการกลายพันธุ์พุ่งสูง สงสัยว่าจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ...]
เธอรีบชักมือกลับ แล้วมองไปที่ช่องว่างข้างหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะมุดเข้าไปทันที
สามนาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน
อีกสองนาทีต่อมา หวายอวี๋ที่ขดตัวอยู่ในซากตึกเย็นเฉียบ ก็ได้ยินเสียงรองเท้าคอมแบทเหยียบพื้นเบาๆ จากด้านบน
"ออกมา!"
มีคนตะคอกเสียงดัง
เธอค่อยๆ โผล่หัวออกมา เหมือนดอกไม้ตูมที่เติบโตอย่างไร้เดียงสาใต้ใบบัว ดูว่านอนสอนง่ายและอ่อนแอ
"หนูไม่ได้ขยับไปไหนเลยนะ..."
ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบค่อยๆ ยกขึ้น คนที่ล้อมอยู่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงเคร่งเครียด
"ดึกป่านนี้แล้ว มาทำอะไรที่นี่? เขตระเบียงกุหลาบห้ามค้างคืน"
หวายอวี๋งงเป็นไก่ตาแตก "แต่ที่นี่... ตอนนี้เป็นที่ของหนูแล้วนะคะ"
เธอค่อยๆ ปีนออกมาจากซากตึก เหมือนลูกหมาที่โดนไล่ต้อนจนมุม เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะมุดเข้ามุดออก
แล้วชี้ไปที่กองซากปรักหักพัง "ดูสิคะ ตรงนี้เป็นที่ของคฤหาสน์กุหลาบ วันนี้เขาแบ่งให้หนูแล้ว"
คนที่ล้อมอยู่ถึงกับอึ้ง
"เธอ... แบ่งให้เธอ?" ทหารที่เป็นหัวหน้ามีเข็มกลัดรูปดอกกุหลาบที่อกเสื้อ เพิ่งจะนึกขึ้นได้
"เธอหมายถึงลงทะเบียนจัดสรรวันนี้เหรอ? เธอตัวคนเดียว ทำไมถึงโดนส่งมาที่นี่? มีใครแกล้งเรื่องคะแนนผลงานหรือเปล่า?"
ภายใต้หมวกนิรภัย สีหน้าของเขาเริ่มเย็นชาและดุดันขึ้น
[จบแล้ว]