- หน้าแรก
- ยอดเชฟภรรยาตัวน้อย บอสคะ ได้เวลาทานข้าวแล้ว
- บทที่ 21 บททดสอบแห่งน้ำตาและรางวัลแสนอร่อย
บทที่ 21 บททดสอบแห่งน้ำตาและรางวัลแสนอร่อย
บทที่ 21 บททดสอบแห่งน้ำตาและรางวัลแสนอร่อย
บทที่ 21 บททดสอบแห่งน้ำตาและรางวัลแสนอร่อย
แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรน่ะหรือ?
คุณชายตาถั่วจากเมืองหลวงสองคนนี้ไม่ได้ปรายตามองนางเลยสักนิด กลับเอาแต่แสดงความห่วงใยซูอิงอัน ที่สวมเสื้อคลุมตัวยาวและโพกผ้าพันคอจนมิดชิด แทบจะจำหน้าค่าตาไม่ได้
เจินเจินแค่นเสียง "เหอะ" อย่างเย็นชา ก่อนจะเดินเข้าไปหาหลี่ซิงฟางและซ่งลี่อย่างเงียบเชียบ นางแสร้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานเกลี้ยกล่อม โดยอ้างว่าถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟังผู้กำกับดีๆ ผู้กำกับจะต้องไม่ยอมให้พวกเขากลับเข้าเมืองก่อนกำหนดแน่
นางปรายตามองซูอิงอันแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจว่า "พวกพี่อยากจะทนอยู่ในชนบทกันเป็นเดือนจริงๆ เหรอคะ?"
"ถ้าได้กินกับข้าวฝีมือซูอิงอัน ต่อให้อยู่ชนบทไปตลอดชีวิตฉันก็ยอม" คำตอบทีเล่นทีจริงของหลี่ซิงฟาง ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเจินเจินแตกสลายไม่มีชิ้นดี
ซ่งลี่หันขวับมาจ้องเจินเจิน แววตาเย็นเยียบ "ฉันขอเตือนว่าให้เธออยู่ส่วนเธอ อย่ามาก้าวก่าย!"
"พี่ซ่งลี่คะ พี่เข้าใจเจินเจินผิดแล้ว..."
เจินเจินขอบตาแดงระเรื่อพยายามจะอธิบาย แต่ซ่งลี่กลับยื่นมือผลักนางออกห่างอย่างเย็นชา "ฉันไม่มีน้องสาว!"
พูดจบเขาก็เมินเฉยต่อเจินเจิน ก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวสาลีต่อ "เดี๋ยวพวกฉันจะช่วยขนข้าวที่ซูอิงอันเกี่ยวกลับบ้านให้เอง"
"ไม่ต้องหรอก ฉันทำเองได้"
ตอนที่ซูอิงอันเอ่ยปฏิเสธซ่งลี่ ดวงตาของเธอก็เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาร้อนผ่าว
มีแรงงานฟรีอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับใช้งานไม่ได้ มันช่างปวดใจเหลือเกิน แต่จะทำไงได้ ในเมื่อระบบดันออกภารกิจบังคับให้เธอต้องเกี่ยวข้าวสาลีคนเดียว?
เธอกลั้นใจพูดกับซ่งลี่และหลี่ซิงฟางทั้งน้ำตา "ไม่ต้องช่วยฉันเกี่ยวหรอก ฉันจะทำเอง"
หลี่ซิงฟางแย้งขึ้น "ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกน่า!"
"เปล่า ฉันไม่ได้เกรงใจ แต่ฉันอยากทำด้วยตัวเองจริงๆ"
ซูอิงอันปฏิเสธอยู่หลายหน แต่ก็ถูกความหวังดีของซ่งลี่และหลี่ซิงฟางขัดขวางไว้ทุกครั้ง
เมื่อมองดูทั้งสองคนที่ยืนกรานจะช่วยเกี่ยวข้าวให้ได้ ซูอิงอันจึงต้องงัดไม้ตาย บีบน้ำตาแล้วพูดว่า "จริงๆ แล้ว... การเกี่ยวข้าวครั้งนี้คือบททดสอบจิตใจของฉันเอง..."
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของหลี่ซิงฟางและซ่งลี่ เธอก็แสร้งทำเป็นสะอื้นไห้ พลางดันหลังทั้งสองคนให้ออกไปจากทุ่งข้าวสาลี "ข้าวสาลีแปลงนี้... ฉันกับพ่อช่วยกันปลูกมากับมือ ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว ฉันแค่อยากจะเกี่ยวข้าวแปลงนี้ให้เสร็จด้วยตัวเองเงียบๆ เพื่อเป็นการระลึกถึงพ่อก็เท่านั้นเอง"
ที่เธอร้องไห้ก็เพราะเสียดายที่ต้องปฏิเสธแรงงานฟรีทั้งสองคน แถมยังต้องมาปั้นเรื่องโกหกคำโตเพื่อให้ตัวเองดูดี
แต่พอเห็นเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ ซ่งลี่กับหลี่ซิงฟางกลับนึกว่าเธอพูดเรื่องจริง ทั้งคู่เลยไม่กล้าหน้าด้านจะช่วยเกี่ยวข้าวต่อ
พวกเขาเปลี่ยนมามองซูอิงอันด้วยแววตาจริงใจ พร้อมกับส่งเสียงเชียร์ "สู้เขานะ เธอทำได้อยู่แล้ว"
ฮือๆๆๆ...
ยิ่งได้รับคำให้กำลังใจ ซูอิงอันก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมด้วยความช้ำใจ
ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ ภาพของน้องสาวตัวน้อยที่ห่อหุ้มร่างกายมิดชิดราวกับมัมมี่ ร้องไห้น้ำตานองหน้าแต่สองมือยังคงเกี่ยวข้าวอย่างคล่องแคล่ว ช่างเป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์ทุกคน ยกเว้นเจินเจิน
ผู้กำกับถึงกับน้ำตาคลอเบ้า สั่งให้ช่างภาพถ่ายช็อตยาวจับภาพซูอิงอันไว้ ที่แท้เด็กคนนี้ก็เป็นเด็กดีที่รู้จักพึ่งพาตัวเอง!
ความดุร้ายป่าเถื่อนที่เห็นก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นเกราะกำบังเพื่อปกป้องตัวเองทั้งสิ้น เด็กกำพร้าไร้พ่อขาดแม่ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายอีกคน
ถ้าไม่ทำตัวเข้มแข็งดุดันเข้าไว้ คงถูกพวกคนที่ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้เหยียบย่ำจนจมดินไปแล้ว
พอเห็นซูอิงอันแบกมัดข้าวสาลีขึ้นหลัง ผู้กำกับก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น
มันช่างน่าประทับใจเหลือเกิน เด็กสาวตัวเล็กจ้อยราวกับมดงาน แบกกองข้าวสาลีที่สูงท่วมหัวราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวด้วยความทรหดอดทน
อา... นี่สิคือพลังแห่งชีวิต!
อา... นี่สิคือความกล้าหาญของน้องสาวผู้แข็งแกร่ง!
เมื่อระบบถ่ายทอดเสียงในใจอันฟุ้งซ่านของผู้กำกับให้ซูอิงอันได้รับรู้ ซูอิงอันถึงกับพูดไม่ออก
ตาผู้กำกับคนนี้จะดราม่าเกินเบอร์ไปแล้ว
ระบบ: [โฮสต์มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเองเสมอ ภาพลักษณ์ที่โฮสต์กำลังแสดงออกมาในตอนนี้ มันช่างสอดคล้องกับจินตนาการของผู้กำกับอย่างสมบูรณ์แบบ]
"หา!"
ซูอิงอันชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกสงสารตัวเองขึ้นมาจับใจ หรือว่าสภาพเธอจะเป็นอย่างที่ระบบบอกจริงๆ?
ระบบ: [ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับฉายา: เด็กกำพร้าผูทรหด ได้รับรางวัล: สูตรขนมเปี๊ยะทอดโรยงา ปล. มีเพียงขนมเปี๊ยะทอดรสหวานเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยาความเศร้าในใจดั่งนางฟ้าตัวน้อยๆ ได้]
"ทำไมไม่ให้มาการองหรือช็อกโกแลตล่ะ?" ซูอิงอันโต้กลับ "หรือจะเป็นเค้กแบล็คฟอเรสต์กับมัทฉะก็ได้ ขนมเปี๊ยะทอดโรยงามันไม่ดูบ้านนอกไปหน่อยเหรอ?"
ระบบ: [รางวัลของระบบนี้เริ่มต้นจากสุดยอดอาหารจีน ขอให้โฮสต์อย่าได้กังขาในความอร่อยของขนมเปี๊ยะทอดโรยงาเด็ดขาด!]
ซูอิงอัน: "ไม่ได้กังขาเสียหน่อย เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วจะลองทำกินดู"
ตกเย็น ซูอิงอันกับซูเสี่ยวเป่ยนั่งกินขนมเปี๊ยะทอดโรยงากันอย่างเอร็ดอร่อย พวกเขากินรวดเดียวไปสิบชิ้นถึงจะยอมหยุด
เจ้าขนมเปี๊ยะนี่มันอร่อยจริงๆ อร่อยจนเธออยากจะเก็บไว้กินเป็นอาหารเช้าพรุ่งนี้อีกรอบ!
ระบบ: [อาหารอร่อยต้องกินตอนร้อนๆ อย่าปล่อยให้ช่วงเวลาที่อร่อยที่สุดสูญเปล่า ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับภารกิจเสริม: เรียกทีมงานกองถ่ายกลับมากินขนมเปี๊ยะทอด รางวัล: สูตรขนมเปี๊ยะทอดรสเค็ม!]
ตอนนี้ดูเหมือนระบบจะฝึกฝนซูอิงอันจนเชื่องเสียแล้ว พอมีภารกิจเด้งขึ้นมาเมื่อไหร่ ร่างกายของเธอก็จะขยับไปทำตามภารกิจโดยอัตโนมัติ
เธอจึงลุกขึ้นทันทีแล้วเดินมุ่งหน้าไปทางภูเขา
"พี่จะไปไหน?" ซูเสี่ยวเป่ยเงยหน้าถาม "ฟ้ามืดแล้วนะ"
"พี่จะไปตามพวกน้าๆ อาๆ ที่เคยมากินข้าวบ้านเราให้กลับมากินขนมน่ะ" ซูอิงอันหันกลับมายิ้มให้ซูเสี่ยวเป่ยอย่างอ่อนโยน "หนูเป็นเด็กดีนั่งกินขนมรอพี่อยู่บ้านนะ เดี๋ยวพี่รีบไปรีบกลับ"
"ครับ" ซูเสี่ยวเป่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้วก้มหน้าก้มตาจัดการกับขนมในมือต่อ
เมื่อซูอิงอันเดินขึ้นไปบนภูเขา ก็เห็นเพียงหลี่ซิงฟางกำลังใช้เชือกมัดฟ่อนข้าวสาลีอยู่ ส่วนซ่งลี่ถูกใช้ให้ไปตัดหญ้าเลี้ยงหมู ตอนนี้ขอแค่ขนข้าวสาลีกลับไปได้ หลี่ซิงฟางก็จะได้กินข้าวแล้ว!
หลี่ซิงฟางเหนื่อยหอบสภาพดูไม่จืดแทบจะคลานกับพื้น แต่พอเห็นซูอิงอันเดินมา เขาก็ฮึดสู้ขึ้นมาทันที เตรียมจะแบกฟ่อนข้าวสาลีตรงหน้าโชว์สาวสักหน่อย
ใครจะรู้ว่าซูอิงอันไม่ได้มองเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับหันไปพูดกับผู้กำกับว่า "คืนนี้ฉันทำขนมเปี๊ยะทอด รีบพากันกลับไปกินตอนร้อนๆ นะคะ"
"อ๊ากกก!"
สิ้นเสียงพูดของเธอ เสียงร้องโหยหวนของหลี่ซิงฟางก็ดังขึ้น ทุกคนหันขวับกลับไปมอง ก็เห็นหลี่ซิงฟางนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น โดยมีก้อนฟ่อนข้าวสาลีทับอยู่บนหลัง น้ำหนักของมันกดทับจนเขากระดิกตัวไม่ได้ ได้แต่ตีแขนตีขาไปมา ลุกไม่ขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
ระบบ: [การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นคุณธรรมอันดีงาม ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับภารกิจเสริม: ช่วยหลี่ซิงฟางแบกข้าวสาลี รางวัล: สูตรอาหารจากถั่วเขียว]