เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 อย่าให้ร้ายนะ... เดี๋ยวแม่จัดหนัก

บทที่ 17 อย่าให้ร้ายนะ... เดี๋ยวแม่จัดหนัก

บทที่ 17 อย่าให้ร้ายนะ... เดี๋ยวแม่จัดหนัก


บทที่ 17 อย่าให้ร้ายนะ... เดี๋ยวแม่จัดหนัก

เมื่อเห็นซ่งลี่เดินผ่านหน้าไปเฉยๆ เจินเจินจึงหันกลับไปทำท่าจะช่วยพยุงหลี่ซิงฟาง แต่กลับถูกอีกฝ่ายผลักไสออกมาอย่างไม่ไยดี "ไปๆๆ ซูอิงอันไม่ชอบขี้หน้าเธอ ขืนเธอเดินตามฉันมา เดี๋ยวฉันก็อดกินข้าวกันพอดี"

พูดจบเขาก็ถลึงตาใส่เจินเจิน ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวัง "หัดรู้ความซะบ้าง อย่าตามฉันมา!"

เมื่อเทียบกับความสุภาพอ่อนโยนของซ่งลี่แล้ว นิสัยของหลี่ซิงฟางนั้นเปิดเผยและเอาแต่ใจกว่ามาก เขาไม่เคยไว้หน้าคนที่ตัวเองไม่ชอบ และแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

เขาพอรู้ระแคะระคายมาจากซ่งลี่แล้วว่าไฟไหม้เมื่อคืนอาจเป็นฝีมือของเจินเจิน จึงคอยหาจังหวะสั่งสอนยายเด็กคนนี้อยู่

เจินเจินยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือด มองตามหลังหลี่ซิงฟางและซ่งลี่ที่เดินตามกันไปยังแปลงผัก เธอกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ

เธอต้องอดทน จะให้เสียหน้าต่อหน้ากองถ่ายไม่ได้

เมื่อพี่ช่างกล้องเดินผ่านมา เธอก็ยังรู้จักวิธีเรียกซีนให้ตัวเอง

ภาพของเจินเจินที่ปรากฏในเลนส์กล้อง ดวงตาแดงระเรื่อราวกับได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง ทำเอาพี่ช่างกล้องถึงกับอึ้ง พลางคิดในใจว่า เด็กคนนี้ช่างมีสัญชาตญาณหน้ากล้องแรงกล้าจริงๆ!

อย่างไรก็ตาม เขารีบสลัดเรื่องเจินเจินออกจากหัว แล้วหันกล้องตามไปจับภาพความวุ่นวายของหลี่ซิงฟางและซ่งลี่ที่อยู่ด้านหน้าแทน

เมื่อทั้งสองขุดมันฝรั่งเสร็จและเดินกลับมา ก็ได้กลิ่นหอมลอยมาแต่ไกล

ทั้งคู่กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว หันมาสบตากันแล้วออกวิ่งแน่บไปยังบ้านของซูอิงอัน "ซูอิงอัน ขุดมันเสร็จแล้ว! จะได้กินข้าวหรือยัง?"

ทันทีที่หลี่ซิงฟางและซ่งลี่ออกวิ่ง ทีมงานกองถ่ายก็รีบวิ่งตามไปติดๆ

ดังนั้นภาพที่ปรากฏต่อสายตาทุกคนคือ บรรยากาศชนบทยามเที่ยงที่มีกลุ่มคนวิ่งไล่กวดกันมุ่งหน้าไปยังบ้านของซูอิงอัน

เพื่อนบ้านหลายคนหัวเราะชอบใจออกมาดูความครื้นเครง บางคนถึงกับถือชามเดินตรงดิ่งมาที่บ้านซูอิงอันด้วยซ้ำ

"นังหนูซู ยายขอแบ่งข้าวสักชามสิ"

หญิงชราวัยหกสิบกว่าถือไข่ไก่มาเต็มชาม เอ่ยกับเธอด้วยท่าทางใจดี "กับข้าวที่หนูทำมันหอมเหลือเกิน หลานชายคนโตของยายร้องจะกินให้ได้"

นางยื่นไข่ไก่ให้ซูอิงอันแล้วถามว่า "ยายขอเอาไข่ไก่แลกกับกับข้าวของหนูสักหน่อยได้ไหม?"

ระบบ: [ภารกิจของโฮสต์คือการทำให้ทุกคนได้ทานอาหารที่เปี่ยมด้วยความรักฝีมือโฮสต์ ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับภารกิจเสริม: ตกลงแลกกับข้าวกับหญิงชรา ของรางวัล: สูตรซาลาเปาไส้ถั่วงอก]

ตอนที่ซูอิงอันแลกกับข้าวกับหญิงชรา ยายแกตาโตทันทีที่เห็นอาหารที่ซูอิงอันทำ

นังหนูบ้านซูทำอาหารเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

อาหารในชามดูน่ากินเป็นพิเศษ หญิงชรากลืนน้ำลายเอือก ตอนที่ซูอิงอันยื่นชามที่ตักกับข้าวให้จนพูน ลูกตาของแกแทบจะถลนลงไปในชาม

"ขอบใจนะ นังหนูซู"

หญิงชราประคองชามกับข้าวเดินออกไป พยายามอย่างยิ่งที่จะหักห้ามใจไม่แอบกินสักคำ นี่เป็นของหลานชายตัวน้อย แกต้องเก็บไว้ให้หลานทั้งหมด

มีหนึ่งก็ย่อมมีสอง ไม่นานชาวบ้านคนอื่นก็เห็นหญิงชราถือชามกับข้าวออกมาจากบ้านซูอิงอัน

พวกเขาก็พากันทำตาม ถือชามแห่มาขอข้าวบ้าง แต่ต่างกันตรงที่หญิงชราเอาไข่มาแลก ส่วนพวกนี้ถือชามเปล่ามาขอหน้าด้านๆ ราวกับเป็นหน้าที่ที่ซูอิงอันต้องตักให้

"ตักให้ฉันชามใหญ่ๆ เลยนะ"

"ฉันเอาด้วยชามนึง"

...

ซูอิงอันมองชามเหล่านั้นสลับกับสีหน้าท่าทางที่ดูเหมือนเป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรมของคนพวกนี้ แล้วอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก

ขณะที่เธอกำลังจะปฏิเสธ ก็ได้ยินเสียงระบบดังขึ้นในหัว: [การแบ่งปันคือคุณธรรมอันดีงามของปวงชน...]

"ถ้าจะให้ฉันแบ่งปันกับพวกหน้าเลือดที่ชอบเอาเปรียบ แถมยังทำตัวเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายถูกแบบนี้ ฉันขอปฏิเสธ"

ระบบ: [โฮสต์ใจเย็นก่อน ภารกิจของระบบยังพูดไม่จบ]

ระบบ: [การแบ่งปันคือคุณธรรมอันดีงาม แต่การปฏิเสธคนหน้าไม่อายก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับภารกิจเสริม: ปฏิเสธพวกเขาด้วยท่าทีเย็นชา ของรางวัล: สูตรมะระผัดแห้ง]

ภารกิจที่ระบบมอบให้ทำเอาซูอิงอันพอใจมาก เธอกวาดสายตามองคนพวกนี้อย่างเฉยเมย "ไม่ให้!"

"อ้าว นังหนูนี่ยังไง คนบ้านเดียวกันแท้ๆ ขอกินข้าวแค่นี้ทำงกไปได้?"

"ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่านังตัวซวยนี่นอกจากจะขี้งกแล้ว นิสัยยังแย่อีก"

เสียงของจางชุ่ยเซียนดังลอยมา บ้านของนางกับบ้านสกุลซูมีเพียงร่องน้ำกั้นกลาง ไม่มีกำแพงกั้น

ซูอิงอันหันขวับไปมอง เห็นจางชุ่ยเซียนสวมผ้ากันเปื้อนถือเหล็กเขี่ยไฟยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ยิ้มเยาะด้วยท่าทางร้ายกาจ "นังตัวซวยนั่นมันให้กินแต่กับคนในเมืองเท่านั้นแหละ..."

จางชุ่ยเซียนแค่นเสียงเฮอะ นางยังแค้นที่ซูอิงอันทำตัวน่ารักต่อหน้าหลี่ซิงฟางและซ่งลี่ จนแย่งซีนเจินเจินลูกสาวนางไปหมด

"ถุย!"

นางถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วพูดเสียงแหลมปรี๊ด "อย่าคิดว่าเกาะขาคนเมืองได้แล้วจะสบายนะ ไปชะโงกดูเงาหัวตัวเองบ้าง ตัวดำผอมแห้งอย่างกับไม้เสียบผี ใครจะมาชอบตัวซวยที่พาพ่อแม่ซวยจนตายอย่างแก..."

"ปัง!"

ตะกร้าใบหนึ่งลอยละลิ่วไปกระแทกหน้าจางชุ่ยเซียนเต็มๆ จนเลือดกำเดาไหล

ซูอิงอันยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน จ้องมองจางชุ่ยเซียนด้วยสายตาเย็นเยียบ แล้วเอ่ยเน้นทีละคำ "จางชุ่ยเซียน ถ้าป้ายังกล้าพล่ามให้ฉันได้ยินอีกคำเดียว ฉันจะตีป้าอีกแน่"

พูดจบ เธอก็มองตะกร้าที่เพิ่งขว้างไป แล้วเสริมว่า "เงินที่ติดหนี้บ้านเราไว้ รีบเอามาคืนซะ ไม่อย่างนั้น..."

ถึงตรงนี้ เธอก็หัวเราะในลำคอ ส่งสายตาข่มขู่ไปให้

สายตาคมกริบเย็นยะเยือกนั้นทำให้จางชุ่ยเซียนตัวสั่นด้วยความกลัว เพิ่งจะนึกขึ้นได้ถึงความพ่ายแพ้ที่ได้รับจากน้ำมือซูอิงอันตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ซูอิงอันเงยหน้าขึ้นกวาดตามองชาวบ้านที่ยืนถือชามอยู่หน้าประตู แล้วเลิกคิ้วถาม "ว่าไง จะให้ฉันเชิญพวกคุณกลับไปไหม?"

"ไปเดี๋ยวนี้แหละ!"

นังตัวซวยนี่ดุเกินไปแล้ว ขนาดจางชุ่ยเซียนที่เป็นขาใหญ่จอมปากตลาดประจำหมู่บ้านยังโดนกำราบจนอยู่หมัด พวกเขา... ไม่กล้ากำเริบเสิบสานต่อหน้าเธอหรอก

ความจริงแล้ว ถ้าเลือกได้ ซูอิงอันก็ไม่อยากทำตัวดุร้ายแบบนี้หรอก

แต่ในฐานะเด็กกำพร้าไร้พ่อแม่ ถ้าเธอและซูเสี่ยวเป่ยไม่เข้มแข็งและดุดันเข้าไว้ ชีวิตคงลำบากยิ่งกว่าเก่า

โดยเฉพาะกับคนพาลที่รับมือยากอย่างครอบครัวจางชุ่ยเซียน ขนาดเธอดุขนาดนี้ พวกมันยังหาจังหวะมากัดเธอได้เรื่อยๆ แถมเมื่อคืนเจินเจินยังถึงขั้นวางเพลิง

ถ้าเธอยอมถอยหรืออ่อนข้อให้แม้แต่นิดเดียว จางชุ่ยเซียนและครอบครัวคงเคี้ยวเธอกับซูเสี่ยวเป่ยจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!

จบบทที่ บทที่ 17 อย่าให้ร้ายนะ... เดี๋ยวแม่จัดหนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว