- หน้าแรก
- ยอดเชฟภรรยาตัวน้อย บอสคะ ได้เวลาทานข้าวแล้ว
- บทที่ 15 แผนการร้ายและข้อแลกเปลี่ยน
บทที่ 15 แผนการร้ายและข้อแลกเปลี่ยน
บทที่ 15 แผนการร้ายและข้อแลกเปลี่ยน
บทที่ 15 แผนการร้ายและข้อแลกเปลี่ยน
ด้วยของรางวัลที่ล่อตาล่อใจขนาดนั้น ซูอิงอันย่อมตอบตกลงอย่างแน่นอน
แต่ในเรื่องของราคานั้น เธอรู้สึกว่าน่าจะเรียกเพิ่มได้อีกหน่อย
ค่าอาหารวันละ 500 หยวนมันน้อยเกินไป สำหรับคน 15 คน ไม่รวมมื้อเช้า แค่คิดค่าข้าวกล่องมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นหัวละ 15 หยวน รวมแล้วก็ปาเข้าไป 450 หยวนแล้ว
ซูอิงอันรู้สึกว่างานนี้เธอมีแต่ขาดทุนกับเท่าทุน!
ทันทีที่จับความคิดของซูอิงอันได้ ระบบก็รีบออกมาเบรกทันที: [อาหารทุกอย่างที่โฮสต์ขายต้องเป็นราคาเดียวตามที่กำหนด ห้ามโฮสต์แอบขึ้นราคาเองตามอำเภอใจ]
ซูอิงอัน: "นี่เป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลนะ ดูบัญชีที่ฉันคำนวณสิ ไม่ควรขึ้นราคาหน่อยเหรอ?"
ระบบ: [แล้วมาดคุณหนูไฮโซผู้เลอค่าของโฮสต์หายไปไหนหมด? คุณหนูไฮโซเขาไม่มาใส่ใจกับเศษเงินไม่ถึงแสนหรอกนะ]
กล้าพูดเนอะ?
ซูอิงอันรู้สึกเหมือนโดนระบบทำร้ายจิตใจ ตอนนี้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้าในชนบทไปแล้ว ยังต้องรักษามาดคุณหนูไฮโซอะไรอีก?
เงินที่ขายปาท่องโก๋ได้มา ก็แทบจะไม่เหลือติดกระเป๋าสักแดงเดียว
ระบบ: [ห้ามโฮสต์ขึ้นราคาเด็ดขาด]
เมื่อเจอระบบที่จู่ๆ ก็แข็งข้อขึ้นมา ซูอิงอันก็จนปัญญา เพราะเธออยากได้หุ่นเป๊ะปังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตจริงๆ ถึงตอนนี้จะยังไม่มีหุ่นให้โชว์ แต่ในฐานะผู้หญิง การวางแผนล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญ
เวลาสี่ทุ่ม ทีมงานรายการปิดกล้องเตรียมพักผ่อน
ในชนบทพอฟ้ามืดก็แทบจะเงียบสงัด เวลาสี่ทุ่มถือว่าเป็นช่วงดึกสงัดสำหรับชาวบ้านที่ไม่มีสถานบันเทิงยามค่ำคืน
หลี่ซิงฟางกับซ่งลี่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียงชั้นสอง ทั้งคู่ไม่อาจข่มตานอนหลับได้ เพราะเอาแต่นึกถึงมื้อเย็นรสเลิศที่ได้กินที่บ้านซูอิงอัน
"ถ้าได้กินของอร่อยแบบนั้นทุกมื้อ ให้ฉันอยู่บ้านนอกตลอดชีวิตก็ยอม"
"งั้นเราหาทางให้ทีมงานย้ายไปถ่ายบ้านข้างๆ ดีไหม?" ซ่งลี่เสนอ "บ้านนั้นดูแล้วลำบากกว่าบ้านนี้อีก เราก็แค่บอกผู้กำกับว่า ถ้าขืนให้อยู่ที่นี่ต่อไป เราอาจจะไม่ได้ดัดนิสัยให้ดีขึ้น แต่จะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม"
"ใช่ๆๆ ถ้าปู่กับย่ารู้ว่าทีมงานพาเรามาอยู่กับครอบครัวพรรค์นี้ พวกท่านต้องจัดการรายการแน่ พรุ่งนี้เราเอาเรื่องนี้ไปขู่ผู้กำกับ ให้ย้ายไปถ่ายที่บ้านเด็กนั่นกันเถอะ"
เมื่อได้ยินหลี่ซิงฟางพูดแบบนั้น ซ่งลี่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ตกลงตามนี้"
เจินเจินที่ยืนถือแก้วนมอยู่หน้าประตูเพื่อจะเอามาให้ทั้งสองคน ได้ยินบทสนทนานั้นเข้าพอดี เธอแทบอยากจะฆ่าซูอิงอันให้ตายเสียเดี๋ยวนี้
เธอจ้องมองนมในมือแล้วแค่นหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะเดินเงียบๆ ลงไปข้างล่าง
ครอบครัวของพวกนางรวยที่สุดในหมู่บ้าน รายการ X-Change Life เดิมทีควรจะไปถ่ายทำที่บ้านซูอิงอันด้วยซ้ำ
แต่เพราะบ้านนั้นจนเกินไป จนทางรายการกลัวว่าถ้านำเสนอออกไป ผู้ชมจะรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างคนเมืองกับคนชนบทที่โหดร้ายเกินไป
ลูกคนรวยจากในเมืองที่เอาแต่บ่นด่าความลำบากในชนบท คือจุดขายที่คนดูชอบ โดยเฉพาะพวกคุณชายน้อยที่พอโดนทีมงานดัดหลังจนธาตุแท้หลุด ยิ่งเป็นฉากที่ทุกคนรอคอย
แต่พื้นเพครอบครัวของหลี่ซิงฟางกับซ่งลี่นั้นยิ่งใหญ่เกินไป ทีมงานจึงไม่กล้าส่งพวกเขาไปอยู่ในที่ที่กันดารที่สุดจริงๆ
สุดท้ายหวยเลยมาออกที่บ้านจางชุ่ยเซียน ซึ่งมีบ้านสองชั้น แต่มีแค่แม่ม่ายลูกสาม
อย่างน้อยการนำเสนอชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวในชนบทที่ต้องทำงานหนักหาเลี้ยงครอบครัว ก็ยังพอดึงดราม่าได้บ้าง
แต่ทีมงานคงคาดไม่ถึงว่า บ้านจางชุ่ยเซียนจะเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ซ่อนอยู่...
และมันกำลังจะระเบิดพวกเขาจนเละเทะไม่มีชิ้นดี!
กลางดึก ซูอิงอันนอนกระสับกระส่ายไปมา เพราะยังไม่ชินกับสภาพความเป็นอยู่
เสียงระบบดังขึ้นในหัวทันที: [โฮสต์ระวัง มีคนกำลังจะจุดไฟเผาบ้าน]
คำเตือนของระบบทำให้ซูอิงอันดีดตัวลุกจากเตียง วิ่งออกไปตามที่ระบบบอก และทันได้เห็นเงาคนกำลังถือไฟแช็กจุดกองฟืนที่วางอยู่ใต้ชายคาพอดี
"ทำบ้าอะไรน่ะ?"
ซูอิงอันตะโกนลั่นพร้อมวิ่งไล่ตามคนคนนั้น "ขโมย! จับขโมย! รีบลุกมาจับขโมยเร็วเข้า!"
เสียงของซูอิงอันทำให้หลี่ซิงฟางกับซ่งลี่สะดุ้งตื่นและวิ่งลงมาจากชั้นสองทันที "เกิดอะไรขึ้น? เธอเป็นอะไรไหม?"
พวกเขาวิ่งมาหาซูอิงอัน เห็นว่าเธอปลอดภัยดีก็โล่งใจ "แล้วขโมยล่ะ?"
"หนีไปแล้ว"
เนื่องจากวันนี้เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวงสว่างไสว ซูอิงอันจึงจำได้ทันทีว่าคนร้ายที่คิดจะวางเพลิงคือเจินเจิน
แต่เจินเจินวิ่งหนีไปเร็วมาก และกองฟืนก็เริ่มติดไฟแล้ว ซูอิงอันจึงมัวแต่ยุ่งกับการดับไฟ ไม่มีเวลาวิ่งตาม จนทำให้อีกฝ่ายหนีไปได้
หลี่ซิงฟางและซ่งลี่มองดูกองฟืนที่เปียกโชก สีหน้าเปลี่ยนไปทันที นี่ไม่ใช่การขโมยของ แต่มันคือการวางเพลิงและพยายามฆ่าชัดๆ
"ไม่ได้การ ต้องแจ้งตำรวจ"
ซ่งลี่หยิบมือถือขึ้นมาโทรแจ้งตำรวจทันที เนื่องจากเป็นพื้นที่ชนบทห่างไกลและไม่มีกล้องวงจรปิด ตำรวจที่มาตรวจสอบจึงไม่พบเบาะแสใดๆ
แต่ต่อหน้าทีมงานรายการ ตำรวจก็ทำได้แค่รับปากว่าจะสืบหาความจริงให้ถึงที่สุด แล้วทิ้งเจ้าหน้าที่ไว้เฝ้าระวัง
เมื่อได้ยินตำรวจพูดแบบนั้น ซ่งลี่ก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง ตอนที่พวกเขาวิ่งลงมาจากชั้นบน ประตูหน้าบ้านจางชุ่ยเซียนเปิดอยู่
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาเขาก็หรี่ลง หรือจะเป็นคนบ้านนั้นทำ?
แต่เพราะไม่มีหลักฐานแน่ชัด ซ่งลี่จึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับตำรวจ
เขาหันไปหาผู้กำกับรายการและขอให้ติดตั้งกล้องแอบถ่ายไว้ที่ต้นไม้หน้าบ้านตระกูลซู
เผื่อคนร้ายย้อนกลับมาทำอะไรอีก จะได้บันทึกหลักฐานไว้ได้
ตอนแรกผู้กำกับปฏิเสธ พวกคุณมาเพื่อดัดนิสัยนะ ทำไมถึงมาสั่งงานผู้กำกับได้?
เมื่อถูกปฏิเสธ ซ่งลี่กลับยิ้มออกมา "คุณไม่อยากกินฝีมือเธอแล้วเหรอ? ถ้าบ้านเธอเป็นอะไรไป คุณก็จะอดกินของอร่อยฝีมือเธอนะ"
"เดี๋ยวผมสั่งคนไปติดให้เดี๋ยวนี้แหละ"
แค่มื้อเช้าที่ได้กินวันนี้ ก็ทำให้ผู้กำกับซึ้งถึงรสชาติความอร่อยระดับเทพแล้ว
ถ้าไม่ได้กินกับข้าวฝีมือซูอิงอัน เขาคงยอมตายดีกว่า!
ซ่งลี่กำชับอีกครั้ง "อย่ากระโตกกระตากให้ใครรู้ ผมสงสัยว่าคนในหมู่บ้านนี่แหละเป็นคนทำ"
"รู้ตัวคนทำเหรอ?" ผู้กำกับรู้ว่าซ่งลี่เป็นระดับหัวกะทิที่ฉลาดมาก พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ก็เชื่อไปโดยปริยาย
ซ่งลี่ส่ายหน้า "ยังไม่แน่ใจ เอาเป็นว่ารอดึกๆ ค่อยแอบไปติด"
เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ แถมยังมีตำรวจอยู่ คนร้ายคงไม่กล้าออกมาลงมือซ้ำเร็วๆ นี้แน่
ผู้กำกับรู้สึกว่าการวางแผนของซ่งลี่นั้นรอบคอบมาก จนอดมองเด็กหนุ่มวัยสิบหกคนนี้ด้วยความชื่นชมไม่ได้
เมื่อซ่งลี่เดินตามไปหาซูอิงอัน ก็เห็นเธอกำลังก้มตัวเตรียมจะแบกซูเสี่ยวเป่ยขึ้นหลังเพื่อพากลับบ้าน