- หน้าแรก
- ภารกิจป่วนโลกออนไลน์ของคุณปู่ระดับพระกาฬ
- บทที่ 20 พ่นไฟและระเบิด
บทที่ 20 พ่นไฟและระเบิด
บทที่ 20 พ่นไฟและระเบิด
“ไอ้บ้าเอ๊ย”
“อะ-อะไรนะ”
“แกก็เป็นแค่ไกด์เฮงซวย”
“ไกด์... อะไรนะ? นี่มันหมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความตามนั้นแหละ”
“หนอย กล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวกับพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้? เดี๋ยวก็โดนลงทัณฑ์หรอก!”
“ลงทัณฑ์? งั้นก็ลงมาตรงนี้สิ”
“กรอดดด!”
อาจจะเป็นเพราะความโกรธของโซลาร์ ใบหน้าของมันจึงลุกไหม้ร้อนแรงขึ้น
...อ้อ เดิมทีหมอนี่เป็นไฟนี่นะ ว่าแต่ทำไมรู้สึกเหมือนโซลาร์คือเจ้าหมอนั่นจริง ๆ ล่ะ แล้วเปลวไฟสีน้ำเงินในตาข้านั่นคืออะไร...
“แก! คอยดูเถอะ ข้าจะ...”
พยายามเมินคำพูดของเขาแล้วเริ่มย่างเนื้อก็อบลินที่เสียบไว้กับมีดสั้น ซาลเมอร์กัสเคยทำแบบนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลไหม
ฉ่า...
เนื้อเริ่มส่งเสียงฉ่า กลิ่นหอมฉุยเตะจมูก
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ กำลังกลืนน้ำลาย]
พลิกมีดสั้นไปมาเพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อสุกทั่วถึง พอเสร็จแล้วข้อความก็เด้งขึ้น
ติ๊ง
[โอชะ! ก็อบลินย่างทันใจ!]
[การค้นพบอาหารจานใหม่มักทำให้มนุษย์มีความสุขยิ่งกว่าการค้นพบดาวดวงใหม่
ก็อบลินย่างพลังแสงอาทิตย์จะเป็นก้าวแรกสำหรับเชฟสภาพอากาศนิรนาม
-รสชาติดวงดาว: ☆
-วันหมดอายุ: หนึ่งวัน
-ฟื้นฟูพลังชีวิต: 100
สรรพคุณ: ผู้ที่ทานอาหารจานนี้จะมีพลังโจมตีต่อก็อบลินเพิ่มขึ้น 5% ในช่วงกลางวัน
พลังชีวิตสูงสุดเพิ่มขึ้น 8%
-พรแห่งดวงอาทิตย์: ความแข็งแกร่ง, พลังป้องกัน, ความเสียหายธาตุไฟ และความต้านทานธาตุไฟเพิ่มขึ้น 5%]
[ท่านประสบความสำเร็จในการปรุงอาหารด้วยสภาพอากาศเป็นครั้งแรก]
[ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น +1]
[เลเวลของภูตแห่งดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้น ท่านจะสามารถควบคุมไฟได้ดีขึ้นเล็กน้อย]
โอ้โห ดูนี่สิ?
รู้สึกเหมือนต่อไปคงไม่ต้องห่วงเรื่องโพชั่นแล้ว แค่กินอาหารก็ได้บัฟ แถมในอาหารของมูลานไม่มีส่วนที่เกี่ยวกับดวงอาทิตย์ด้วย คงเกี่ยวกับคลาสที่ได้รับมา คิดว่าคลาสที่ได้มานี่ดีกว่าที่คิดไว้ตอนแรกซะอีก
“อืม อร่อย”
ก็อบลินย่างรสชาติสวรรค์ชัด ๆ น้ำหวานปนขมกระจายไปทั่วปาก สดชื่นเหมือนยืนอยู่น้ำตก
“นี่” โซลาร์ร้องเรียก
เจ้าไกด์เฮงซวย...
“อะไร”
“...ขอคำนึง”
“ทำไมฉันต้องให้”
“โธ่ แค่คำเดียวเอง!”
“ถึงให้ไปแกก็กินไม่ได้อยู่ดี โซลาร์กินไม่ใช่เหรอ”
“เจ้ามอบให้เป็นเครื่องสังเวยได้”
“เครื่องสังเวย? คืออะไร”
“เผาอาหารแล้วมันจะกลายเป็นเครื่องสังเวย ข้าเรียกว่าเครื่องสังเวยไฟ”
...สรุปคืออยากให้ป้อนสินะ
เลยบอกไปว่า “น่ารำคาญ”
“หา? ทำไมน่ารำคาญล่ะ”
“ก็แค่น่ารำคาญเฉย ๆ”
“กรอดดด!”
เจ้านี่ทำตัวเหมือนเด็กเลยแฮะ เห็นแล้วรู้เลยว่าคงโดนแกล้งแบบเด็ก ๆ ได้ง่าย ๆ รีบย่างเนื้อส่วนที่เหลือแล้วแบ่งให้เขา
“เอ้า กินซะ”
“โอ้! มนุษย์ เจ้าช่างเป็นคนดีจริง ๆ!”
...ตลกชะมัด คิดว่าควรใช้ไม้อ่อนสลับไม้แข็งน่าจะดี เพราะดูท่าหมอนี่น่าจะมีประโยชน์ในอนาคต ทันใดนั้น เนื้อก็ระเหยกลายเป็นไอเข้าไปในกองไฟ เป็นอาหารเครื่องสังเวยจริง ๆ ด้วย
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ ยิ้มให้กับอาหาร]
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ จะถ่ายทอดความสามารถบางส่วนให้ท่าน]
[เรียนรู้ทักษะอัครสาวก ‘เนตรหยั่งรู้’]
เนตรหยั่งรู้? คืออะไรเนี่ย
[เนตรหยั่งรู้ (เรียกใช้)]
[ระดับ: ตำนาน
ใช้พลังเวท: 10
เวลารอคอย: 24 ชั่วโมง ระยะเวลา: 1 นาที
ท่านสามารถมองเห็นวิถีการโจมตีของคู่ต่อสู้ล่วงหน้าได้ในระยะเวลาสั้น ๆ]
มองเห็นวิถีการโจมตีล่วงหน้า เป็นทักษะที่ดีมาก แต่คูลดาวน์นานเกินไป ต้องรอจนกว่าจะใช้ได้อีกครั้ง...
ไอ้หมอนี่ให้ของดีเหมือนกันแฮะ งั้นจะให้ช่วยนำทางหน่อยละกัน
“เฮ้ ช่วยบอกทางหน่อย ถ้ามีของดี ๆ เหมือนคราวก่อนก็บอกด้วยล่ะ”
“ไม่มีของแบบนั้นหรอกน่า! ตาแก่นี่!”
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ โซลาร์เด่นสะดุดตาเกินไปเลยส่งกลับไปก่อน อย่างที่คิด ในถ้ำไม่มียามและแทบจะร้าง แต่การรักษาความปลอดภัยตรงทางเข้าหมู่บ้านแน่นหนามาก มองดูแล้วสงสัยว่าจะแอบเข้าไปได้ไหม
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ กำลังเริ่มการนำทาง]
...คิกคิกคิก ใช่แล้ว เรื่องนำทางต้องยกให้เจ้านี่ มุมปากกระตุกยิ้มเมื่อคิดว่าจะได้ระบบนำทางดี ๆ ในอนาคต เคลื่อนที่อย่างระมัดระวังและรอดพ้นสายตามาได้เพราะการนำทางของหมอนี่ สถานที่ที่มาถึงคือ...
โกดัง? เห็นแวบ ๆ ในแผนที่ เขาพามาที่โกดังตามแผนที่ คำถามคือพามาที่นี่ทำไม
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ ต้องการให้ท่านหยิบระเบิดตรงหน้า]
“อะไรนะ...”
อ้าปากค้าง ระเบิดไม่ได้วางไว้ให้เห็นเด่นชัด อย่าบอกนะว่าจะให้ระเบิดทิ้ง...
เข้าใจล่ะ
“เข้าใจเจตนาแล้ว”
รีบดึงผ้าคลุมตรงหน้าออกและคว้าระเบิดมา
[ได้รับระเบิด x 4]
ชัดเจนแล้วว่าทำไมถึงมีระเบิดที่นี่ ต้องใช้พลังระเบิดเพื่อฝ่าถ้ำตรงนี้ออกไป
“ไหนดูซิ ทักษะนั้นอยู่ไหนนะ”
เปิดหน้าต่างทักษะและรีบไล่ดูรายการ ไม่นานก็หยุดอยู่ที่หนึ่ง
“เจอแล้ว”
[พ่นไฟ (เรียกใช้)]
[ระดับ: ทั่วไป
ใช้พลังเวท: 1 หน่วยต่อวินาที
หนึ่งในพื้นฐานสำคัญของเชฟคือการควบคุมไฟได้ดี เชฟควรจุดไฟได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นเชฟทุกคนจึงสามารถพ่นไฟได้เป็นพื้นฐาน]
เริ่มหัวเราะเมื่อมองดูหน้าต่างทักษะ “หุหุหุ มาป่วนกันหน่อยดีกว่า”
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ กำลังหัวเราะอย่างชั่วร้ายไปกับท่าน]
สักพักก็มาถึงกำแพงชั้นนอกที่ห่างจากทางเข้าหมู่บ้านพอสมควร
“ไม่ได้เล่นกับไฟมานานแล้วแฮะ”
หยิบระเบิดลูกหนึ่งออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย แล้วใช้สกิลพ่นไฟที่ดูไว้เมื่อกี้ เลเวลยังต่ำอยู่ ความแรงเลยประมาณไฟเตาแก๊ส แต่แค่นั้นก็พอแล้ว ทันทีที่ระเบิดติดไฟอย่างรวดเร็ว ก็ขว้างใส่กำแพงแล้วรีบหลบเข้าที่ปลอดภัย จากนั้น...
ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว กำแพงชั้นนอกพังทลายลง
...แรงระเบิดสุดยอดไปเลย
เหลือระเบิดอีกสามลูก เก็บไว้ใช้วันหลังน่าจะดี
ในตอนนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “อะไรน่ะ? เสียงดังมาก!”
“กิ๊ก! ทางโน้น! มีสิ่งน่าสงสัยทางโน้น!”
ยามกำลังมา อยู่ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านพวกก็อบลินเลยแห่กันมา
...ตลกชะมัด คิกคิก
แอบหนีออกจากถ้ำได้อย่างเงียบเชียบโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว ออกจากถ้ำมาโผล่ที่ป่า
“คราวนี้เป็นป่ารึ”
เดี๋ยวต่อไปจะมีทะเลทรายโผล่มาไหมเนี่ย กระชับมีดสั้นแล้วค่อย ๆ ย่องผ่านพงหญ้า เคลื่อนที่ไปได้ 100 เมตรก็รู้สึกถึงตัวตนของบางอย่าง รีบซ่อนตัวทันที
“กุ กุ กุ วันนี้จะเป็นเทศกาลกินเนื้อมนุษย์ กิรุ”
“น่าอร่อย ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว กี๊ซ”
“ไม่ได้จัดเทศกาลในหมู่บ้านมานานแล้วนะ กิ๊ก! วันนี้สนุกจริง ๆ! กะกะกะ!”
เทศกาล?
คงเป็นเพราะเทศกาล การป้องกันในถ้ำเลยหละหลวม ถ้างั้นก็แปลว่าก็อบลินเกือบทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในหมู่บ้าน...
ตระหนักได้ว่าการช่วยเหลืออาจจะยากกว่าที่คิด ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้น
[อัครสาวกคนแรก ‘โพรมีธีอุส’ กำลังเริ่มการนำทาง]
ยิ้ม
ขออีกครั้งนะ แทรกซึมเข้าไปอย่างระมัดระวังตามเส้นทางที่เขาชี้บอก
เสียงกลองและแตรอันน่าสยดสยองดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน คุกที่สร้างจากไม้ซอมซ่อ ข้างในมีผู้คนถูกมัดมือมัดเท้า พวกเขาคือคนที่รอดชีวิตจากกองกำลังปราบปราม คิมซูจองเป็นแกนนำของพวกเขา
“ฮือ ฮือ”
“ที่นี่สกปรกจัง อยากกลับบ้านแล้ว”
“หนาว หิว เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว”
“มีกระจกไหม ผิวฉัน...”
“อดทนหน่อยนะคะ เดี๋ยวต้องมีกำลังเสริมมาแน่ ฉันเรียกคนที่เก่งมาก ๆ มาแล้วค่ะ”
“คนเก่งเหรอ? ใครกัน?”
“เอ่อ คือ...”
คิมซูจองกัดริมฝีปาก จะบอกว่ามีคุณปู่คนหนึ่งกำลังมาช่วยคงไม่ได้ ความจริงเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อได้ไหม เลยเงียบไว้ดีกว่า
‘บางทีคุณพ่ออาจจะนำทหารมาก็ได้’
วินาทีนั้น ก็อบลินตัวหนึ่งที่ยืนเฝ้ายามอยู่ก็ถูกมีดสั้นพุ่งเสียบกลางหัวใจ ตายคาที่ในดาบเดียว
“นี่มัน...?”
เธอรู้ดีว่าเจ้าของมีดสั้นนั้นคือใคร ไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้ มันคุ้นตาเหลือเกิน
“มีใครบาดเจ็บไหม”
“คุณพ่อ! มาถึงที่นี่ได้ยังไงคะ?”
“ตามไกด์มาน่ะ”
“คะ...?” คิมซูจองงงกับคำตอบ
ทันใดนั้นเสียงผู้เล่นคนอื่นก็ดังขึ้นข้าง ๆ เธอ “ซูจอง ผู้ชายคนนี้คือใครคะ...?”
“อ๋อ กองกำลังเสริมค่ะ”
“กำลังเสริม?”
“ใช่ค่ะ กำลังเสริมที่แข็งแกร่งมาก”
ในตอนนั้นเอง
“ผู้บุกรุก! มีผู้บุกรุก!”
“ชิ อุตส่าห์มาถึงนี่แล้วแต่ดันโดนเจอตัวซะได้”
ถือมีดสั้นเตรียมต้อนรับพวกก็อบลินที่ดาหน้าเข้ามา จำนวนเยอะสมความคาดหวังจริง ๆ สุดท้ายคงต้องใส่ชุดเกราะก็อบลินเหม็นเน่านั่นอีกแล้วสินะ
...ไม่อยากใส่เลยแต่ช่วยไม่ได้
[สวมใส่เกราะหนังส่วนบนของก็อบลินผู้เหม็นโฉ่]
[สวมใส่เกราะหนังส่วนล่างของก็อบลินผู้เหม็นโฉ่]
[สวมใส่รองเท้าหนังของก็อบลินผู้เหม็นโฉ่]
[สวมใส่ถุงมือหนังของก็อบลินผู้เหม็นโฉ่]
[ไอเทมนี้มีเซ็ตเอฟเฟกต์]
[ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น +10]
[เอฟเฟกต์พิเศษจะทำงาน]
[ร่างกายของท่านเหม็นโฉ่ ก็อบลินไม่สามารถเข้าใกล้ท่านได้]
[ท่านจะไม่ถูกโจมตีโดยก็อบลิน]
“ทุกคน อุดจมูกเร็ว!”
“เอ๊ะ...?”
ผู้หญิงทุกคนในคุกมีเครื่องหมายคำถามขึ้นบนหัวเมื่อได้ยินคิมซูจองตะโกน แต่ไม่นานพวกเธอก็รู้สาเหตุ
“อุ๊บ กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย?”
“กรี๊ด! เหม็นบรรลัยเลย!”
“แย่มาก! กลิ่นมาจากไหนกันแน่เนี่ย?”
“ไปกินอะไรมาถึงได้กลิ่นเหม็นขนาดนี้?”
...ขอโทษนะ
ขอโทษพวกเธอในใจพลางเอามือปิดจมูกข้างหนึ่ง ชี้มีดสั้นไปที่ก็อบลิน
“เจ้าพวกเน่าเฟะ พวกแกทำให้ฉันต้องใส่มันอีกรอบ ตายซะเถอะ”
วินาทีถัดมา บัฟของโพรมีธีอุสและค่าสถานะที่ได้จากการกินอาหารก็ระเบิดพลังออกมาจากท่อนขา พุ่งเข้าหาพวกมันด้วยความเร็วเหลือเชื่อและเริ่มตวัดมีดสั้นด้วยท่วงท่าที่มองตามไม่ทัน
“อ๊ากกกกก!”
เสียงกรีดร้องของก็อบลินดังระงมไม่ขาดสาย พวกมันไม่สามารถเอามืออุดจมูกได้เพราะแขนสั้น เป็นภาพที่น่าสมเพชเวทนาจริง ๆ
“กิ๊ต! กลิ่นอะไรเนี่ย?!”
“เหม็นเน่า! กิ๊ก! ทนไม่ไหวแล้ว!”
“มนุษย์คนนี้สกปรกและไม่อร่อย! กลิ่นแย่มาก! อั้ก!”
ตะโกนใส่พวกก็อบลินที่มองมาด้วยสายตารังเกียจ “พวกแกต่างหากที่เน่า!”
โจมตีใส่พวกก็อบลินไม่ยั้ง สีหน้าของผู้หญิงในคุกยิ่งดูเหวอหนักกว่าเดิม
“...”
ทุกคนอ้าปากค้างทำหน้าเหมือนกันหมด ยกเว้นอยู่คนเดียว
“คิก คุณพ่อนี่สุดยอดจริง ๆ”