เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 53 ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

CD บทที่ 53 ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

CD บทที่ 53 ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว


คำพูดที่ฟังดูรุนแรงของจ้าวหยู่ไม่ได้ทำให้แค่เฉพาะเหล่าตำรวจเท่านั้นที่ตกใจแต่กลุ่มที่มาเรียกร้องเงินเองต่างก็ตกใจเช่นกัน

“เอ่อ…ลูกพี่” ใบหน้าชายผมทองที่ตอนนี้เริ่มซีดด้วยกลัวผสมความตกใจ เขาค่อย ๆ เอ่ยเรียกจ้าวหยู่อย่างระมัดระวัง “คือผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันหมายความยังไงน่ะครับ”

“ว่าไงนะ!” จ้าวหยู่พูดอย่างฉุนเฉียว “แกเป็นพวกรีดไถ่ได้ยังไง กฎแค่นี้ก็ไม่รู้จัก พวกแกเป็นแก๊งรีดไถ่มือใหม่จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย! ฟังให้ดีนะ ริมฝีปากแดงก่ำ หมายถึง ถ้าแกไปตบใครเขาเข้า แกก็ต้องให้เงินกับคน ๆ นั้น กริชขาว หมายถึง ถ้าแกไปแทงใครเข้า แกก็ต้องให้เครื่องประดับกับคนนั้น ส่วนนิ้วทองคำ นั่น…”

“คำนี้ฉันรู้ค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีเอ่ยพูดขัดจังหวะจ้าวหยู่ขึ้นมาเสียก่อน “นิ้วทองคำ นั้นหมายถึง ถ้าเราไปตัดนิ้วของใคร เราก็ต้องให้ทองแก่เขา ใช่ไหมคะ?!”

“ถูกต้อง!” จ้าวหยู่หันไปยกนิ้วโป้งให้หลี่เบ่ยหนีก่อนจะกลับมาพูดคุยกับชายผมทองตรงหน้าต่อ “ตอนนี้เราอยู่สถานีตำรวจ คงจะทำให้ที่นี่เปื้อนเลือดไม่ได้หรอก ถ้างั้นฉันจะเลือกอันแรกให้แกเอง ริมฝีปากแดงก่ำ! แกอเงินฉัน 2,000 หยวน แต่ฉันให้ไป 10,000 หยวน เกือบ ๆ จะ 4 เท่าที่แกขอมา ดังนั้นแกก็ต้องโดนตบ 4 ครั้ง! แต่ฉันมันดันเป็นคนมือหนักซะด้วยเนี่ยสิ แกโชคดีมากนะที่ตอนนี้ฉันอารมณ์ดี ฉันจะลดให้แกเหลือแค่ 2 ครั้งก็แล้วกัน ดีไหม?! แค่ 2 ครั้ง พวกแกก็เอาเงินนี่กลับไปได้เลย!”

“ผม...ไม่” ชายผมทองแทบสิ้นสติไปโดยสิ้นเชิง เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรงหน้าเขาจะมีท่าทีเหมือนพวกอันธพาลตามท้องถนนได้มากถึงขนาดนี้ “ผมขอเอาไปแค่ 2,000 ไม่ได้หรือครับ!” ชายผมทองยังคงต่อรอง “1,000 ก็ได้ครับ!”

“อย่ามาทำตัวขี้ขลาดแถวนี้!” จ้าวหยู่กระแทกมือลงบนโต๊ะ ทำให้ส่งเสียงดังลั่นทั่วห้องไปหมด “ฉันยื่นข้อเสนอไป แล้วแกก็พยักหน้ารับข้อตกลงไปแล้ว! เรื่องง่ำย ๆ แค่นี้เองทำไมทำไม่ได้? คิดจะทำการใหญ่ใจต้องนิ่งดิวะ! คนเขาจะได้กลัว! ใบหน้าหรือแม้แต่ชื่อเสียงต่างก็เป็นสิ่งจำเป็นทั้งนั้นถ้าจะเดินสายนี้! เงินมาอยู่ตรงหน้าแล้ว แกต้องทำมัน!!”

“คือผม...” ชายผมทองกำลังสับสน

“เฮ้ย!” ทันใดนั้นเพื่อนของชายผมทองก็ตะโกนแทรกขึ้นมาว่า “แกจะโง่ไปถึงไหนวะ แค่โดนตบ 2 ที แลกกับเงินเป็นหมื่นคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกนะเว้ย!”

“กล้า ๆ หน่อย อย่าไปกลัว พริบตาเดียวก็เสร็จแล้ว!”

“ใช่ ๆ แค่ 2 ทีเอง มึงไม่ตายหรอก! พ่อมึงกระทืบมึงเป็นร้อยครั้ง มึงยังรอดมาได้เลย!”

ชายผมทองหันกลับไปมองเหล่าผองเพื่อนด้วยความโมโหและพูดอย่างโผงผางสวนกลับไปว่า “พวกมึงก็มาทำกันเองดิวะ! ไม่เห็นหรือไงว่าวันนี้เราเจอคนที่เราต่อกรด้วยไม่ได้ ถ้าอยากได้เงินนักก็มาทำกันเอง!” หลังจากพูดจบ ชายผมทองรีบหันหลังมาก้มหัวขอโทษจ้าวหยู่ทันที

“ลูกพี่ครับ ผมขอโทษ! ผมผิดไปแล้ว ผมไม่เอาเงินนี่แล้วครับ ผมผิดเอง! ขอตัวก่อนนะครับ!”

เมื่อชายผมทองพูดจบ เขาก็รีบหันหลังเตรียมก้าวเท้าออกไปจากที่นี่โดยทันที แต่เหตุการณ์ไม่คำดคิดก็เกิดขึ้น จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็รีบไปขวางทางชายผมทอง ก่อนที่จ้าวหยู่จะจับชายผมทองทุ่มลงพื้นพร้อมกับทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อตามมา!

จ้าวหยู่เตะเข้าไปที่หน้าชายผมทองนั้นอย่างแรงในครั้งแรก ชายผมทองส่งเสียงเจ็บปวดราวกับเสียงร้องของลูกไก่ จากนั้นจ้าวหยู่ก็ดึงผมสีทองขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับตบเข้าไปที่ใบหน้าอย่างจังด้วยกันสองที แรงตบของจ้าวหยู่นั้นแรงมาก! เสียงตบที่ดังออกมาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าแรงของเขานั้นดิบเถื่อนมากขนาดไหน ใบหน้าของชายผมทองถูกปกคลุมไปด้วยเลือดในทันทีโดยเฉพาะที่ปากและยิ่งตบปิดท้ายที่ทรงพลังมากจนทำให้ชายผมทองถึงกับหมุนตัวล้มลงไปสามรอบเลยทีเดียว

เหล่าเพื่อนของชายผมทองที่กำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ต่างนิ่งงันราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะที่ยืนตัวสั่นในสถานีตำรวจแห่งนี้ ความโอหังของพวกเขาเมื่อสักครู่นี้ได้จางหายไปอย่างสมบูรณ์

“รุ่นพี่คะ! รุ่นพี่! พอได้แล้ว!”

แม้ว่าหลี่เบ่ยหนีเองก็กำลังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวและตกใจไม่ต่างกัน แต่เธอก็พยายามตะโกนเพื่อหยุดยั้งการกระทำของจ้าวหยู่อย่างเต็มที่

ที่นี่คือสถานีตำรวจที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดรายล้อมมากมาย! เธอไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าผลกระทบที่รุนแรงจากเหตุการณ์นี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

เมื่อจางจิงเฟิงเห็นถึงสิ่งที่จ้าวหยู่ได้ลงมือทำไป เขารีบห้ามปรามไม่ให้หลี่เบ่ยหนีเข้าไปขวางทางการ ‘เจรจา’ นั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอ

ชายผมทองถูกทำให้สลบล้มลงบนพื้นไปโดยปริยาย จะมีก็แต่เพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาเท่านั้นที่ดังออกมา จ้าวหยู่จ้องมองไปที่ชายคนนั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม

“หึ ไม่มีแม้แต่ความกล้า ความแข็งแกร่งอะไรก็ไม่มี ริอาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพตามท้องถนนอย่างงั้นหรอ? จำบทเรียนวันนี้เอำไว้ให้ดี ๆ ก็แล้วกัน ถ้าเผื่อว่าแกไปเจอกฎโลกใต้ดินเข้าอีกจะได้ไม่ตายอย่างหมาข้างถนน เข้าใจไหม!”

หลังเสร็จสิ้นทุกอย่ำง จ้าวหยู่ก็โยนถุงเงินนั้นลงพื้นไปอย่างไม่ใยดี ธนบัตรต่างกระจายว่อนเต็มพื้นไปหมด

“ตามสัญญา ฉันตบหน้าแกไป แกก็สมควรได้รับเงินนี่!” จ้าวหยู่หันไปตะโกนทั่วทั้งสถานี “ฝ่ายร้องเรียนอยู่ที่ชั้น 3 หัวหน้าอยู่ชั้น 6 ถ้ามีใครอยากรายงานเรื่องนี้ก็ไปร้องเรียนได้เลย! แต่ถ้าไม่! ก็รีบเก็บเงินนี่แล้วไสหัวออกไปซะ!”

กลุ่มคนที่มาร้องเรียกเงินต่างมองหน้ากันไปมา พวกเขากลัวเกินกว่าจะขยับตัวไปไหน เมื่อได้เห็นความรุนแรงของที่ต่อสู้กับหนึ่งในคนที่มานั้น ทำให้หลิวชางฮูเหมือนถูกข่มขู่ไปในตัว ในตอนแรกเขาวางแผนที่จะรายงานเรื่องนี้เพื่อเล่นงานจ้าวหยู่แต่ตอนนี้เขากับถูกตรึงอยู่บนเก้าอี้ของตัวโดยไม่กล้าขยับเคลื่อนที่ไปไหน

“เป็นความผิดเราเอง! พวกเราผิดไปแล้วครับ!” ในที่สุดหนึ่งในผู้เรียกร้องเงินก็รวบรวมความกล้าที่จะพูดขึ้นมา “คน ๆ นั้นล่วงลงพื้นไปเอง พวกเราเห็นกับตา! คุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลย พวกเราจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดครับ!”

พวกเขาก้มเก็บเงินพร้อมกับพยายามพยุงร่างของชายผมทองออกไป พวกเขารีบทำทุกอย่ำงให้เร็วที่สุดและรีบหนีออกจากที่นี่

“แม่งเอ๊ย!!” จ้าวหยู่พึมพำด้วยความโกรธแค้น ขณะที่เขายืดเส้นยืดสายตัวเองอยู่นั้น เสียงกระดูกของเขาที่ดังขึ้นมาทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกกลัวไปจนถึงขั้วหัวใจ

ตำรวจคนอื่นต่างออกอาการหวาดกลัวตัวสั่นกันไปหมด เดิมทีพวกเขาคิดว่าจ้าวหยู่ก็แค่คนเหลวไหลธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แต่จากเหตุการณ์ในวันนี้พวกเขาสามารถบอกได้เลยว่า จ้าวหยู่คือปิศาจในคราบมนุษย์ดี ๆ นี่เอง ในขณะที่หลาย ๆ คนกำลังดีใจที่ไม่เคยทำ อะไรให้จ้าวหยู่ต้องแค้นเคืองมาก่อน มิเช่นนั้นพวกเขาอาจจะลงเอยเช่นนี้ก็ได้…

จ้าวหยู่เหลือบไปมองเห็นความกลัวในสายตาของทุกคน

มันจะเป็นการดีกว่า ถ้าเราสามารถพิชิตใจของคน ๆ นั้นมากกว่าการไปทำร้ายร่างกายของเขาและถ้าเขาจะพิชิตใจใคร เขาก็ควรทำมันให้ถูกต้องแต่จ้าวหยู่เลือกเสี่ยงใช้กำปั้นในกำรข่มขู่คนเพื่อไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำตัวเขาได้อีกในภายภาคหน้าและเมื่อคิดถึงคนที่มักจะคอยขัดขวางเขาอยู่เสมอ จ้าวหยู่ก็เหลือบไปมองหลิวชางฮูในฉับพลัน

ขณะนั้นสีหน้าของหลิวชางฮูดูไม่ได้เลย เมื่อเขาเห็นสายตาที่มองมาของจ้าวหยู่ เขาก็รีบหลบหน้าไม่สบตาด้วยในทันที

จ้าวหยู่ยิ้มเบา ๆ ขณะกำลังเดินไปหยุดอยู่หน้าหลิวชางฮู เขาดึงรูปถ่ายออกมา 1 ใบ โบกสะบัดอยู่ข้างหน้าของหลิวชางฮูไปมาอยู่พักหนึ่งและเมื่อมองดูให้ดี ภาพนั้นก็คือภาพถ่ายที่เขาสามารถจับกุมหลี่ดันที่สุสานเอาไว้ได้

“หลิว ฉันได้ทำตามที่เคยเดิมพันกันไว้ได้แล้วเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่ที่แกแล้วล่ะ ว่าจะเอายังไงต่อ” จ้าวหยู่โชว์ภาพนั้นให้หลิวชางฮูได้เห็นมันชัด ๆ “ฉันสามารถปิดคดีมือที่หายไปนี้ได้สำเร็จพร้อมกับสามารถจับตัวคนร้ายได้ เป็นไงเจ๋งดีใช่มั้ยล่ะ”

ตอนนี้ภายในใจของจ้าวหยู่กำลังรู้สึกดีสุด ๆ เขากำลังทำท่าล้อเลียนการทำงานและหยอกล้อกับความภูมิใจของคนอื่น ๆ อย่างสนุกสนาน

“‘จ้าวหยู่ ถ้าแกรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรจะทำ แกก็ควรจะขอโทษฉันซะ มิฉะนั้น ฉันมั่นใจเลยว่า ฉันจะทำให้แกไม่กล้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่ในที่นี้ได้อีกแน่!’ ฮ่าฮ่า หลิวเอ้ย ตอนนั้นแกคุยโวน่าดูเลยนี่แล้วทำไมตอนนี้ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามองกันสักหน่อยล่ะ หื้ม?” จ้าวหยู่ล้อเลียนคำพูดที่หลิวชางฮูที่พูดกับเขาก่อนหน้านี้

ยิ่งได้ยินคำเยาะเย้ยจากจ้าวหยู่ยิ่งทำให้เขารู้สึกกำลังจะสิ้นสติไปด้วยความโกรธ แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะแสดงอารมณ์ตัวเองออกไปในตอนนี้ เขาทั้งแพ้พนัน แพ้อารมณ์ของตัวเอง จึงทำได้เพียงย่ำเท้าด้วยอารมณ์รุนแรงลุกเดินออกจากห้องทำงานนี้ไป

“ฮ่าฮ่า!!” จ้าวหยู่ชูนิ้วกลางตามหลังหลิวชางฮูที่เดินจากไป จากนั้นเขำก็หันมาตะโกนใส่คนในห้องทำงานว่า “ทุกคนฟังทางนี้ให้ดี ๆ! คืนนี้ฉันขอเชิญทุก ๆ คนไปกินเลี้ยงกันที่ร้านอาหารฮงหลง ทุกคนในทีม A ต้องไป! ถ้าใครไม่ยอมมาล่ะก็ อย่ามาให้ฉันหน้าอีกเวลาเจอหน้าฉันก็แล้วกัน!!”

จบบทที่ CD บทที่ 53 ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

คัดลอกลิงก์แล้ว