เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

CD บทที่ 51 เรียกฉันว่าลูกพี่

CD บทที่ 51 เรียกฉันว่าลูกพี่

CD บทที่ 51 เรียกฉันว่าลูกพี่


“โธ่! คุณตำรวจ เราจะทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะครับ!” ชายผมทองคัดค้าน

“ใช่แล้ว! จะให้เราไปเก็บเงินกับอูฐแบบนั้นได้อย่างไรกัน?!” คนอื่น ๆ ที่มาเข้าร่วมเรียกร้องเงินเริ่มพากันต่อต้าน

“นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือคะ!!” หลี่เบ่ยหนีพูดขัดจังหวะกลุ่มตัวแทน “พวกเรามีความจำเป็นต้องจับขโมยนะคะ! ถ้าถามความเห็นฉันแล้ว ฉันคิดว่าขโมยคนนั้นต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้สิ เพราะต้นเรื่องก็มาจากเขานี่คะ!”

หลังพูดจบ หลี่เบ่ยหนีแอบชำเลืองมองบิลเก็บเงินจากชายผมทองและก็ต้องตกใจกับตัวเลขบนบิลนั่น

“อะไรกัน?! 9,000 หยวน! นี่พวกคุณบ้ากันไปแล้วหรือไง! กับแค่หม้อและกระทะ มันจะมากมายขนาดนั้นได้อย่ำงไร พวกคุณนี่มัน!!”

“แหม่ ๆ คุณตำรวจครับ” ชายผมทองยังคงพูดไปยิ้มไป “มันไม่ใช่แค่หม้อกับกระทะเท่านั้นนี่ครับ ยังมีพวกยาแพง ๆ อีกด้วย พวกเราจัดทำรายการความเสียหายมาให้หมดแล้ว คุณสามารถตรวจสอบได้เลยเพื่อความมั่นใจ แล้วอีกอย่าง พวกเราไม่สนใจหรอกนะครับว่าจะเพราะขโมยหรือเพราะอะไรก็ตาม เรารู้แต่ว่าพวกคุณเป็นคนทำให้ข้าวของของพวกเราพังเสียหาย เพราะฉะนั้นพวกคุณก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้!”

“ฮ่าฮ่า!!”

อยู่ดี ๆ จ้าวหยู่ก็หัวเราะออกมาอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียง ทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของเขากันถ้วนหน้า อะไรกันที่ทำให้จ้าวหยู่ถึงหัวเราะออกมากัน?

จ้าวหยู่ก้มมองดูรายการค่าเสียหายที่ทางกลุ่มตัวแทนแอบอ้างขึ้น หลังจากพิจารณามันอยู่สักพัก จ้าวหยู่ก็หัวเราะออกมาอย่างหนักอีกครั้งจนเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง

“โอ้ย...ฮ่าฮ่าฮ่า” จ้าวหยู่คว้าเสื้อคอชายผมทองไปใกล้ ๆ พร้อมพูดว่า “เฮ้ย!! นี่คือรายการค่าเสียหายทั้งหมดจริง ๆ งั้นเหรอ? คิดว่ากำลังเล่นขายของอะไรอยู่หรือไง?”

“คะ…คุณตำรวจ คุณหมายความว่ายังไงกันครับ?” ชายหนุ่มผมทองทำท่ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย

จ้าวหยู่ส่ายหัวยียวนพร้อมตบไปที่หน้าอกตัวเองเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“มา ๆ เดี๋ยวลูกพี่ คนนี้จะสอนอะไรดี ๆ ให้เอง แกลองมองดูรายการพวกนี้ดี ๆ สิ มันมีแต่พวกวัตถุของใช้ต่าง ๆ ถูกไหม? ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยทั้งสิ้น! มันไม่ค่อยจะเป็นข้อเสนอที่ดีเท่าไหร่หรอกนะ”

“คุณกำลังหมายถึงอะไรกันครับ?” ชายผมทองสงสัย

“ถ้าเป็นฉันล่ะก็นะ” จ้าวหยู่ชี้นิ้วไปที่รายการนั้นและเริ่มพูดต่ออีกว่า “มันควรจะมีใครสักคนขาหักสักหน่อยน่าจะดีกว่า อืม สมมุติว่าอูฐตัวนั้นเผลอไปเหยียบเข้าที่ขาเป็นไง? หรือไม่ก็มีใครบางคนล้มกระแทกพื้นจนเป็นแผลขณะวิ่งหนีอูฐตัวนั้น กรณีร้ายแรงอาจทำให้พวกแกกลายเป็นอัมพาต! เป็นไง? ถ้าแกใส่พวกนี้ลงไปด้วย รับรอบว่าจะต้องเรียกเงินได้อื้อแน่นอน เข้าใจ้!”

“งั้นก็หมายความว่า พวกเราจะต้องแต่งเรื่องพวกนั้นขึ้นมาหรือครับ?” ชายผมทองเอ่ยถาม

“เฮ้อ ฉันเองก็เคยเห็นพวกข่มขู่เงินคนอื่นมานักต่อนักแล้วนะ แต่ไม่เคยเจอคนที่อ่อนหัดขนาดนี้มาก่อนเลย ให้ตายสิ!” จ้าวหยู่เริ่มทำท่าสอนคนอื่น ๆ ราวกับผู้มากประสบการณ์อีกครั้ง “นี่พวกแกโง่หรือเปล่า? เป้าหมายของพวกแกทุกคนคือเงินใช่ไหม? การที่จะรีดไถให้สำเร็จก็ต้องสร้างข้อมูลเท็จกันหน่อยสิ ถูกไหม?!

สิ่งของมันไม่มีชีวิต! แต่คนเรายังต้องมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันจะรู้สึกเป็นกังวลมาก ถ้าพวกแกบอกว่ามีคนได้รับบาดเจ็บจากเรื่องนี้ แล้วถ้าฉันปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปรู้ไหมว่าจุดจบของฉันจะเป็นยังไง? นอกจากนั้น ถ้ามีคนได้รับบาดเจ็บจริงขึ้นมาจริง ๆ แล้วฉันจะยืนยันเรื่องนั้นว่าจริงเท็จได้ที่ไหนกัน?”

“ถ้างั้น…” ผู้คนที่มาประท้วงเริ่มพากันแลกเลี่ยนสายตากัน

“นี่ถือเป็นหัวใจสำคัญ! ถ้าพูดถึงเรื่องการบาดเจ็บทางร่างกาย พวกแกก็แค่หาอาสาสมัครสักคน สองคนแล้วก็ตีคนเหล่ำนั้นให้ ๆ หนัก!” จ้าวหยู่ชี้ไปที่รายการอีกครั้ง ก่อนพูดต่ออีกว่า “รายการของพวกแกเหมือนกับเด็กประถมกำลังจะหลอกขอเงินแม่อย่างงั้นแหละ ถ้าทำตามที่ฉันแนะนำแล้วล่ะก็ พวกแกจะสามารถเรียกเงินเริ่มต้นด้วยเงิน 500,000 หรือแม้แต่หนึ่งล้านก็ยังได้!”

“อา…” ชายผมทองอึ้งไปสักพัก “มันจะไม่มากเกินไปหน่อยหรือครับ?”

“อย่าเพิงขัด ฉันยังพูดไม่จบ!” จ้าวหยู่เริ่มบรรยายต่อ “ถ้าฉันมองราคาแต่แรก ฉันก็คงช็อกแล้วปฏิเสธไป ถูกต้องไหม? เพราะฉะนั้นฉันก็จะต้องเริ่มต่อรองเจรจากับพวกแกก่อนเป็นลำดับแรก แล้วถ้าพวกแกเล่นละครได้เนียน ๆ หน่อย ก็ลดราคาลงไปสักหมื่น สองหมื่น ถ้าฉันรู้สึกว่าการเจรจามันง่าย ฉันก็ยินดีที่จะจ่ายเงินให้พวกแกได้ง่าย ๆ เช่นกัน นั่นคือหัวใจสำคัญในการเจรจาต่อรอง!”

“โอ้โห” หลังจากได้ฟังคำแนะนำจากจ้าวหยู่ ชายผมทองรู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนหัดในเรื่องรีดไถเงินจริง ๆ

ขณะนั้นจ้าวหยู่ก็คิดกับตัวเองว่า เด็กน้อย ฉันน่ะรีดไถเงินชาวบ้านมาเกือบ 1,800 ครั้งแล้ว ฉันคนนี้นี่แหละคือผู้บุกเบิกเส้นทางนี้เอง! พวกแกแน่มากที่กล้ามารีดไถเงินจากคนอย่างฉัน”

จ้าวหยู่เริ่มพูดกับกลุ่มคนต่ออีกครั้ง “เด็ก ๆ ฉันเห็นว่าพวกแกกำ ลังตั้งใจเรียน เลยจะสอนอะไรแถมไปให้อีกอย่างแล้วกัน ที่สถานีตำรวจน่ะ แตกต่างจากที่ทำงานอื่น ๆ น่ะรู้ไหม ถ้าพวกแกเล่นใหญ่มากเกินไป แน่นอนว่าเรามีห้องขังมากพอที่จะให้ภวกแกทุกคนไปอยู่ในนั้น!”

“งั้นพวกเราควรจะทำยังไงดีล่ะครับ?” ชายผมทองมองจ้าวหยู่ด้วยความชื่นชม

“มีแค่สองอย่าง! ที่จะสามารถใช้กดดันเราได้” จ้าวหยู่เริ่มกล่าวต่อในทันที “หนึ่ง! หาพวกนักข่าวมาหรือแกล้งทำเป็นยืนถือไมค์พร้อมกล้องก็ได้! ถ้าพวกแกหาพวกเราด้วยวิธีนี้ พวกเราจะไม่กล้าทำ อะไรพวกนำยสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน!”

“โอ้..แล้วอย่างที่สองล่ะครับ?”

“ตามหาหัวหน้าที่นี่ให้เจอ!” จ้าวหยู่ยิ้ม “ฉันจะให้ที่อยู่หัวหน้าแผนกที่นี่ไป จากนั้นพวกแกก็ไปเริ่มทำตามแผนแกล้งเจ็บแล้วไปยืนเคาะประตูบ้านได้เลย ฉันรับประกันได้เลยว่าวิธีนี้พวกแกจะต้องได้เงินดีแน่ ๆ!”

“โอ้” ชายผมทองมองจ้าวหยู่ด้วยความเคารพอย่ำงสุดซึ้ง คนอื่น ๆ ต่างก็พากันชื่นชมในตัวจ้าวหยู่เช่นกัน แต่สมาชิกในทีมสืบสวนทุกคนกำลังตกตะลึงกับเทคนิคขู่กรรโชกของจ้าวหยู่ มันเป็นวิธีที่บ้ามาก! ถ้ามีใครไปทำตามวิธีนี้เพื่อขู่กรรโชกเงินเข้าจริง ๆ จะไม่มีหน่วยสืบสวนใดตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ได้เลย!

“จ้าวหยู่!” หลิวชางฮูทนดูไม่ไหวได้ตวาดขึ้น “แกพูดอะไรไปรู้ตัวบ้างไหม! แกไปสอนพวกคนพวกนั้นแบบนั้นได้ยังไง!! แล้วไหนจะเรื่องหัวหน้าอีก”

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ!” ในเวลานั้น การแสดงออกต่อจ้าวหยู่ของชำยผมทองก็เปลี่ยนไปในทันที เขาพูดกับจ้าวหยู่ต่ออีกว่า “เห็นแก่บทเรียนที่คุณให้มา ผมก็จะซื่อสัตย์กับคุณบ้างเช่นกัน รายการนี้พวกเราทำขึ้นมาปลอม ๆ เอาแบบนี้แล้วกัน ผมขอเรียก ค่าเสียหายคุณแค่ 2,000 หยวน แล้วกัน อย่างน้อยผมก็สามารถให้เงินกับคนอื่น ๆ ได้บ้าง แถมคุณก็จะไม่ต้องเสียอะไรเยอะด้วย เป็นไงบ้างครับ…”

เมื่อชายผมทองยื่นมือไปข้างหน้าจ้าวหยู่ สีหน้าจ้าวหยู่ก็เปลี่ยนไปในทันที ชายผมทองกลัวเกินกว่าจะพูดอะไรต่อเมื่อเห็นท่าทำงที่แปลกไปของจ้าวหยู่

“เจ้าหนูเพราะฉันเอ็นดูพวกแกเป็นพิเศษหรอกนะเลยสอนอะไรแบบนี้ให้” จ้าวหยู่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แกต้องระวังเรื่องวิธีคิดสักหน่อยนะ ว่าแกต้องการแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม…?”

“เอ่อ..คือ..ผม..” ชายผมทองยกคิ้วขึ้นขณะพิจารณาน้ำเสียงของจ้าวหยู่แต่ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีคนวิ่งพรวดเข้ามาที่นี่

“จ้าวหยู่! เจ้าหน้าที่จ้าวคะ!!” เสียงของผู้หญิงที่มีสำเนียงต่างชาติเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น “ขอโทษนะคะ เจ้าหน้าที่จ้าวคือคนไหนหรือคะ?”

ทุกคนต่างหันไปมองต้นเสียงในทันที เธอเดินนำเข้ามาในสถานีตำรวจด้วยชุดขนสัตว์สีฟ้าอ่อนพร้อมกับชายชุดดำที่เดินตามหลังเธออีกสองสามคน เนื่องจากเธอมีรูปร่างค่อนข้างสูงและการแต่งตัวที่เป็นจุดเด่น ทำให้ทุกสายตาต่างกำลังจับจ้องไปที่เธอ

เมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมากบุกเข้ามาถึงในสถานี ทำให้หลิวชางฮูไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาตะโกนลั่นสถานีทันที

“นี่มันอะไรกัน!! พวกคุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ที่นี่สถานีตำรวจนะ!!”

“ครับ ผมเองครับ! ผมเอง!” ทันใดนั้นจางจิงเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูอย่างรวดเร็ว เขารีบไปยืนด้านหน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วกล่าวว่า “ผมเป็นคนให้พวกเขาเข้ามาที่นี่เองครับ นี่คือคุณเชาเจียหยิง เธอมาเพื่อขอบคุณพวกเรานะครับ!” จากนั้น จางจิงเฟิงชี้นิ้วไปที่จ้าวหยู่ทันทีที่พูดจบ “คนนั้นไงครับเจ้าหน้าที่จ้าว คนที่คุณกำลังตามหาอยู่ครับ”

“ขอบคุณค่ะ...” เชาเจียหยิงรีบพุ่งเข้ำไปหาจ้าวหยู่ทันที เธอจับมือเขามาเขย่าอย่ำงแรงด้วยความชื่นชม “คุณจ้าวหยู่คะ! ฉันต้องขอบคุณคุณจริง ๆ! ถ้าไม่ได้คุณช่วย มือฉันก็คง…”

“โอ้ ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” มือของเธอช่างนุ่มและเนียนเสียจริง จ้าวหยู่ไม่อยากจะจับปล่อยมือคู่นี้ไปเลย

“โอ้ใช่แล้ว! และเพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณช่วยชีวิต…” เชาเจียหยิงหันไปพูดอะไรสักอย่างกับชายชุดดำด้านหลังเธอ ทันทีที่เธอพูดจบ ชายชุดดำก็รีบเขยิบไปยืนอยู่ตรงหน้าจ้าวหยู่พร้อมกับยื่นกระเป๋าใบหนึ่งให้เขา “คุณจ้าวหยู่คะ นี่คือเงินจำนวน 100,000 หยวน ค่ะ!” เชาเจียหยิงพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “นี่คือสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากฉันเองค่ะ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉันขอให้คุณช่วยรับน้ำใจจากฉันไปด้วยนะคะ!”

จบบทที่ CD บทที่ 51 เรียกฉันว่าลูกพี่

คัดลอกลิงก์แล้ว